คนข้างหลัง [flash fiction]

"ไปๆ ขยับไปเลยจะมายืนบังอะไรตรงนี้ คนจะมองอะไรก็ไม่เห็น คอยแต่จะมายืนบังหน้าอยู่ได้"
ฉันใช้มือจับชายเสื้อของคนที่อยู่ข้างหน้าลากไปด้านข้างเพื่อจะมองไปข้างหน้า ไม่รู้ว่าทำไมนอร์ธต้องคอยเดินนำหน้าบังทัศนวิสัยของฉันอยู่เรื่อย

                     "อะไรอีกเนี่ย ก็ขยับให้แล้วยังจะบ่นอีกวู้ย!"
คนข้างหน้าหันหน้ากลับมายกมือขึ้นเกาหัวแกรกๆ พร้อมกับเอื้อมมือมาขยี้ผมของฉัน แล้วแซวเล่นอีกตามเคย

                     "มะ ถ้ามองอะไรไม่เห็นจะต่อขาให้ หรือจะให้อุ้มขี่คอ จะได้เห็นชัดๆ"

                     "อย่ามาจับหัวเรานะ เป็นเด็กเป็นเล็กมาจับหัวผู้ใหญ่ได้ไง"
ฉันตวาดแว้ด

                     "เอ๋... นี่ผู้ใหญ่เหรอ ยิ่งใหญ่มากเลยนะ แค่เดินตามหลังยังมองข้างหน้าไม่เห็น"
ผู้ชายหน้าหวาน สูงร้อยแปดสิบข้างหน้าของฉันกำลังลากเสียงล้อเลียน

                     "หยุดเลยไอ้บ้า อย่ามาล้อนะ อย่างหน่อยเราก็อายุมากกว่านายตั้งหกเดือน"
ฉันทำเสียงขึ้นจมูกบ่งบอกอารมณ์ฉุนเฉียวที่ถูกขัดใจที่ถูกบดบังทัศนวิสัย แล้วยังมาล้อเรื่องส่วนสูงของฉันอีก

                     "อ้อ! เหรอ แหม้พู่หย่าย"
คนตัวโตกว่ายังไม่หยุดล้อเลียน

        "..."
ฉันอ้าปากจะต่อว่าแต่ไม่มีเสียงเล็ดลอดออกไป เมื่อเห็นผู้ชายที่เดินตรงเข้ามาหาฉันกับนอร์ธ

                     "เอ้า ! อินหลบเจ้าหนี้เหรอ ออกมาๆ"
เสียงพี่ต้นแซวอยู่ด้านหลังนอร์ธ

                     "พี่ต้นหยุดเลยนะ"
ฉันรู้สึกโมโหยิ่งกว่าเดิมที่ถูกผู้ที่มาเยือนล้อเลียนเรื่องส่วนสูงร่วมกับนอร์ธ เข้ากันอย่างเป็นปี่เป็นขลุ่ย

                     "อุ๊ย แซวไม่ได้ คุยกับนอร์ธแทนก็ได้"
เสียงพี่ต้นทอดอ่อนหวานให้คนข้างหน้าฉัน

                     "หวัดดีครับพี่ วันนี้หล่อเชียวจะมานัดผมไปดินเนอร์เหรอครับ"
เสียงสนทนาที่ดังต่อเนื่องเข้าหูไม่ทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้นกว่าเดิมเลย

                     "เปล่าดินเนอร์ แต่จะมาชวนไปลงชื่อออกค่ายช่วยเหลือผู้ประสบภัยหนาว"
พี่ต้นตอบคำถามของนอร์ธ แล้วยกมือขึ้นโอบไหล่อย่างสนิทสนม ฉันได้แต่ยืนทำตาปริบๆ กับภาพที่เห็น

                     "ว้าว ได้ไปออกค่ายกับพี่ต้น ตื่นเต้นจังไม่พลาดแน่ครับงานนี้"

                     "อินไปด้วยได้ไหม หรือเขาไม่รับผู้หญิงเข้าร่วมกิจกรรม"
ฉันตัดสินใจโพล่งออกไปแบบทะลุกลางป้อง ด้วยเหตุผลที่ฉันเองก็ไม่รู้ว่าทำไปทำไม

                     "ได้สิ รับทั้งนั้นแหละ อินอย่าทำหน้าไม่พอใจพี่แบบนี้สิ แหมพี่ยังให้ความสำคัญกับอินเหมือนเดิมแหละ อย่าทำท่าตัดพ้อเหมือนพี่ไม่สนใจอินเลย"
พี่ต้นคงมองเห็นสีหน้าที่ไม่พอใจของฉัน

ตั้งแต่วันนั้น วันที่ฉันค้นพบความจริงบางอย่าง ชีวิตฉันอะไรก็เหมือนจะเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม พี่ต้นที่ฉันเคยคิดว่าเป็นไอดอลของผู้ชายที่น่าปรารถนาก็ดูเหมือนจะเปลี่ยนไป

“”””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””””


ค่ายช่วยเหลือผู้ประสบภัยหนาวบนยอดดอยทำให้พวกเราเข้าใจคำว่าเหน็บหนาวได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะฉันที่รู้สึกหนาวเข้าไปถึงขั้วหัวใจ เมื่อต้องมาอยู่ในสถานการณ์ที่ฉันเป็นคนผลักตัวเองให้มาอยู่กลางวงของความสับสนด้วยตัวฉันเอง

ผู้คนที่มาทำกิจกรรมค่ายอาสาครั้งนี้กำลังตั้งวงร้องเพลงรอบกองไฟกันอย่างสนุกสนาน พี่ต้นยังนั่งข้างๆ นอร์ธเหมือนเป็นฝาแฝดกัน ฉันหวนนึกถึงอดีต ที่ตรงนั้นเคยมีฉันนั่งคั่นกลางระหว่างพวกเขา แต่ตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว ภาพที่เห็นทำให้ฉันต้องเดินหนีออกมาอย่างเงียบๆ

                     "อิน ทำไมมาหลบมาอยู่คนเดียวในที่มืดๆ มันอันตรายรู้ไหม"
เสียงคุ้นหูดังมาจากข้างหลังทำให้ฉันหลุดออกจากภวังค์ความคิด

                     "อยากดูดาวให้เต็มตา แล้วลุกมาทำไมเหรอ ไม่นั่งคุยกับคนอื่นเขาล่ะ"
ฉันถามกลับไปด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา และสั่นเครือ

                     "อินเป็นอะไร ร้องไห้ทำไม!"
เสียงที่ถามกลับมาดูท่าทางตกใจพร้อมกับสองมือคว้าตัวฉันเข้าไปใกล้ๆ

                     "เปล่าไม่ได้ร้องไห้ ไม่มีอะไร"
ฉันปฏิเสธด้วยน้ำเสียงปนสะอื้น

                     "โกหกอีกแล้วนะอิน เสียใจเรื่องเขาเหรอ พูดออกมาเหอะ เห็นมีอาการแบบนี้มานานแล้ว"
น้ำเสียงที่พยายามปลอบโยน ทำให้ฉันหลุดเสียงสะอื้นออกมาจนได้

                     "บอกว่าเปล่า ก็เปล่าสิ จะมาคะยั้นคะยอถามเอาอะไรอีก"
ฉันเหวี่ยงกลับด้วยอารมณ์เสียใจปนน้อยใจ

                     "อิน กี่ปีมาแล้วที่เรารู้จักกัน จะมาปฏิเสธอะไร สิ่งที่อินกำลังเป็นอยู่มันฟ้องออกมาทั้งหน้าตาและท่าทางหมดแล้วว่าอินเสียใจ"
คนที่ยืนตรงหน้ายังคงไม่ยอมแพ้ที่จะคาดคั้นให้ฉันยอมรับ

                     "กี่ปีที่รู้จักกันมา กี่คำที่บอกว่าเข้าใจๆๆๆ เคยเข้าใจจริงๆ ไหมละว่าอินเสียใจอะไรทำไม ถ้าไม่เข้าใจก็เลิกพูดเหอะน่า อินรำคาญ"
ฉันไม่เก็บอารมณ์เสียใจไว้อีกต่อไป พร้อมที่จะปล่อยให้มันปะทุออกมาอย่างเต็มที่

                     "นี่อินรำคาญเหรอ ก็ได้ถ้างั้นเราจะไปจากตรงนี้ แต่ขอให้อินรู้ไว้นะว่าเราเสียใจ เราคิดว่าสักวันอินจะยอมรับความจริงได้ แต่ถ้าความหวังดีของเรามันทำให้อินรำคาญเราก็จะไป เราจะไม่ยุ่งกับอินอีก"
เสียงตัดพ้อหลุดออกมาจากคนที่ยืนตรงหน้า ความมืดทำให้ไม่สามารถมองเห็นแววตาเจ็บปวดของเขาได้ ฉันจึงตัดพ้อกลับไป

                     "ใช่อินรำคาญๆๆๆ นอร์ธได้ยินหรือยัง อินรำคาญที่นอร์ธคอยวนเวียนอยู่รอบตัวพี่ต้น แล้วนอร์ธยังมาทำเป็นหวังดีกับอินอีก อินรำคาญได้ยินไหม"

                     "อินรักพี่ต้นถึงขั้นนั้นเลยเหรอ ทั้งที่อินก็รู้ว่าพี่เขาไม่ได้มีใจให้อินแม้แต่น้อย"

                     "อินจะรักไม่รักใครก็เรื่องของอินไม่เกี่ยวกับนอร์ธ นอร์ธไม่ต้องเข้ามายุ่งหรอก อินเบื่อ จะไปไหนก็ไป อินไม่อยากเห็นหน้านอร์ธอีกได้ยินไหม"

                     "ได้ ... ต่อไปนี้ นอร์ธจะไม่ยุ่งอะไรกับอินกับพี่ต้นอีก สิ่งที่นอร์ธทำเพื่ออินมาตลอดเวลามันสูญเปล่าหมดสินะ"

                     "ฮึ นอร์ธไม่ต้องมาพูดหรอก นอร์ธทำอะไรเพื่ออิน นอร์ธเคยทำเพื่ออินเหรอ อย่ามาอ้างเลย"

                     "อินถามนอร์ธอยู่เสมอไม่ใช่เหรอ ทำไมนอร์ธชอบเดินข้างหน้าอิน ทำตัวเป็นสิ่งกีดขวางอินอยู่เสมอ"

                     "แล้วทำไมละ นอร์ธจะมาพูดอะไรให้อินช้ำใจอีก"

                     "ถ้าอินคิดว่าสิ่งที่นอร์ธทำ มันทำให้อินช้ำใจ นอร์ธก็ขอโทษ แต่นอร์ธอยากให้อินรู้ไว้ว่านอร์ธทำแบบนั้นทำไม"

                     "จะเยิ่นเย้อทำไมให้เสียเวลาละ นอร์ธก็แค่ยอมรับมาว่านอร์ธหวงพี่ต้นก็พอ"

                     "อินไม่เคยมองนอร์ธในแง่ดีเลย อินเลยไม่เข้าใจสิ่งที่นอร์ธทำเลยสินะ อินรู้ไหมเวลานอร์ธนั่ง หรือเดิน อยู่ข้างหลังอิน แล้วนอร์ธเห็นอินพยายามสอดส่ายสายตาหาอะไร หรือใครบางคน ที่ไม่ได้อยู่ตรงหน้าอิน มันทำให้นอร์ธเจ็บปวดแค่ไหน แล้วยิ่งคนที่อินมองหาคือพี่ต้น มันยิ่งทำให้นอร์ธรู้สึกเจ็บทบทวีคูณ"
เสียงตอบกลับมาอ่อนระโหย เหมือนคนที่ยอมแพ้กับทุกสิ่งแล้ว

                     "แล้ว...."
ฉันกำลังจะเอ่ยปากถามอะไรบางอย่างออกไปแต่ถูกขัดจังหวะ

                     "อิน ฟังให้จบแล้วนอร์ธจะไปจากตรงนี้ไม่อยู่ให้รำคาญอีกต่อไป"

                     "อินรู้ไหม การเป็นคนข้างหลังที่เห็นคนข้างหน้ากำลังเจ็บปวดกับสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง เหนื่อยกับการตามหาสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง มันทำให้เรารู้สึกยังไง นอร์ธเห็นอินเป็นแบบนั้นแล้วนอร์ธเจ็บปวดแค่ไหนอินเคยรู้หรือเปล่า นอร์ธเลยพยายามจะเปลี่ยนตัวเองให้เป็นคนที่อยู่ข้างหน้า เพื่อว่าอินจะได้มองนอร์ธบ้าง มองสิ่งที่มีอยู่จริงบ้างบางเวลา ถึงแม้อินจะมองด้วยความหงุดหงิดไม่สบอารมณ์ มันก็ยังดีกว่าอินไม่เคยมองเห็นมันซะเลย นอร์ธอยากให้อินมีนอร์ธในสายตา ถึงแม้มันจะเป็นสายตาแห่งความเกลียดชัง ก็ดีกว่าอินไม่ยอมมองอะไร นอกจากพี่ต้น"

                     "นอร์ธ...รัก...อิน นะ ถึงแม้อินจะไม่เคยมีนอร์ธในสายตาก็ตาม"
สิ้นเสียงสารภาพจากปากผู้ชายหน้าหวานท่ามกลางความมืดฉันได้แต่พึมพำสบถบางถ้อยคำออกมา

                     "ไอ้บ้า... คิดไปเองทั้งนั้น บ้าแล้วยังโง่อีก"
ฉันพูดออกมาพร้อมกับหันหลังให้คนที่กำลังยืนนิ่งเหมือนเป็นใบ้

                     "นอร์ธรู้ไหม ทำไมอินถึงต้องมองหาพี่ต้น นอร์ธรู้ไหมว่าทำไมอินไม่มองคนอื่นนอกจากพี่ต้น"
ฉันถามกลับไปเบาๆ

                     "ก็อินรักพี่ต้นไม่ใช่เหรอ"
เสียงตอบกลับมาแบบไม่มั่นใจทำให้ฉันอยากเอากำปั้นชกหน้าเขาแรงๆ สักครั้ง

                     "ถ้าอินรักพี่ต้น อินคงไม่มานั่งเสียใจแบบนี้หรอก เพราะอินคงไม่มานั่งหวังอะไรลมแล้งๆ กับสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เพราะอินรู้ว่าพี่ต้นไม่ชอบผู้หญิงมาตั้งนานแล้ว"

                     "แต่ที่อินเฝ้ามองพี่ต้น เพราะอินมองตามใครคนหนึ่งที่พี่ต้นแอบชอบต่างหากละ เขาคงไม่รู้ตัวหรอกว่าเขาใช้เวลาเกือบหกสิบเปอร์เซ็นต์ในการทำกิจกรรมกับพี่ต้น เขาคงไม่รู้หรอก ว่าเวลาที่เขาเดินอยู่ข้างหน้าอิน อินแอบยิ้มให้เขา เขาไม่รู้หรอก ว่าที่อินโมโห เวลาเขามายืนข้างหน้าอิน ไม่ใช่เหตุผลที่เขามาแกล้งบังอะไรอินหรอก แต่อินโมโหที่เขาไม่เคยเหลียวมามองว่าคนที่เดินตามกำลังจะหกล้ม เขามัวแต่สนใจที่จะสอดส่ายสายตาหาพี่ต้นมากกว่าที่จะห่วงใยอิน"

                     "นอร์ธ เข้าใจไหมละ ว่าเวลาอินเเดินตามเขาแล้วเขามัวแต่พะวงมองหาพี่ต้น จนเป็นต้นเหตุจะทำให้อินสะดุดล้ม อินรู้สึกเจ็บปวดแค่ไหน ที่เขาไม่สนใจห่วงใยอิน ถ้านอร์ธเข้าใจ เขาก็คงเข้าใจว่าอินไม่ได้เสียใจเพราะพี่ต้นหรอก แต่อินเสียใจเพราะเขา"

'คนที่อยู่ข้างหลัง มองแผ่นหลังของคนข้างหน้าด้วยรอยยิ้ม พร้อมจะช่วยประคองไม่ให้คนข้างหน้าล้ม โดยที่คนข้างหน้าไม่รู้ตัว เพราะไม่เคยเหลียวกลับมาดู ไม่ต่างจากการที่คนข้างหน้าพยายามแหวกขวากหนามให้คนข้างหลังเดินได้สบาย โดยที่คนข้างหลังไม่เคยรู้ เพราะไม่เคยเจอขวากหนาม'
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่