ก่อนอื่นเลยต้องบอกว่า พักหลังๆ ที่เทคโนโลยีพัฒนาไป การมีกล้องติดรถยนต์ เพื่อเป็นหลักฐานในการปกป้องทรัพย์สิน ทั้งตัวรถ สิ่งของในรถ และแม้แต่ชีวิต เพื่อเวลาเกิดเหตุอะไรเราจะมีหลักฐานไปเถียงกับเค้าได้ ว่าใครถูกใครผิด
ผมก็มีประสบการณ์ หนึ่งที่จะเอามาแชร์ให้ฟัง
เริ่มต้นจาก ประมาณปี 52 ตอนนั้นผมเรียน ปวส ของ วิทยาลัยแห่งหนึ่ง ซึ่งตอนนั้นพ่อผมซื้อรถเก๋งมือ 2 เอาไว้ให้ขับไปโรงเรียน แต่โรงเรียนค่อนข้างเล็กผมเลยต้องเอาไปจอดในวัดข้างๆ โรงเรียน ซึ่งผมก็ต้องเข้าออกวัดเป็นประจำทุกวัน
วัดที่ตอดนี้ค่อนข้างมีชื่อพอควร จึงไม่แปลกที่จะมีคนแวะเวียนมาเช่า บูชาพระเครื่อง
เรื่องมันเกิดขึ้นที่วันนึง ผมรีบเดินออกมามั่วก้มหน้าหากุญแจ และไม่ได้มองรอบรถว่ามีอะไรจนไม่เห็นว่ามีรถมอเตอร์ไซค์จอดอยู่หลังรถ !!!!
พอผมขึ้นรถได้ก็ใส่เกียร์ ถอย สิ่งแรกที่ได้ยินคือ เสียง "ครืดดดด" เหมือน รถชนแต่มองกระจกมองหลังก็ไม่เห็นอะไร (เพระรถล้มลงไปแล้ว) ผมก็เลยถอยต่อ
สิ่งที่เกิดขึ้นคือ เหมือนรถถอยไม่ออก เหมือนรถเหยียบอะไรบางอย่าง ความรู้สึก นาทีนั้นคิดแต่เพียงว่า ซวย แล้ว ไง
พอลงไปดูแทบสะดุ้ง รถมอเตอร์ไซค์มุดไปใต้ท้องรถเกือบ50 เซน ความรู้สึกคือ หน้าเย็นขึ้นแบบ ฉับพลัน มือไม้อ่อน ไม่กี่วิเจ้าของรถที่กำลังเช่าพระอยู่ก็วิ่งมาที่รถ
นี่คือบทสนทนา (เท่าที่จำได้)
เฮ่ยยย !!! น้อง รถพี่ไม่ใช่คันเล็กๆ มองไม่เห็นรึไง
เรา : พี่ผมมองไม่เห็น อีกอย่างรถผมท้ายมันโด่ง ผมก็มองไม่เห็นจริงๆ
แล้วน้องชนแล้วไม่ได้ยินเสียงหรอ แล้วยังจะถอยต่ออีก หรอ
เรา : ...... ??? นิ่งได้แต่เช็ดเหงื่อ
เอ่อ อ่า เอ่อ อ่า เอ่อ อ่า
ผมมีประกันเดี๊ยวผมให้เค้ามาเคลียร์กับพี่แล้วกัน
" โอ้ยยยย แค่ยกมือไหว้ พูดขอโทษก็พอแล้ว"
ผมรีบยกมือไหว้แล้วพูดขอโทษอย่างไม่รีรอ
ผมยอมรับว่า นาทีแรกมีแต่อคติ ว่าถ้าชนอย่างนี้ต้องโดนเรียก ค่าเสียหายแพงๆแน่ (เสพข่าวเยอะ)
แต่ลืมคิดไปว่า ที่นี่เมืองไทย ทุกคนรอบๆข้างคือคนไทย คนที่มีแต่น้ำใจ พร้อมที่จะให้อภัยเสมอ ขอเพียงเรายกมือไหว้ แล้วพูดขอโทษ
กล้องติดรถ จะไม่ใช่สิ่งที่เราต้องติดไว้เลยครับ
ถ้าเราพร้อมที่จะยอมรับผิดและพร้อมที่จะให้อภัย
ถอยรถชน!! แต่ต้องมาเจอคำพูดที่ทำให้น้ำตาใหล
ผมก็มีประสบการณ์ หนึ่งที่จะเอามาแชร์ให้ฟัง
เริ่มต้นจาก ประมาณปี 52 ตอนนั้นผมเรียน ปวส ของ วิทยาลัยแห่งหนึ่ง ซึ่งตอนนั้นพ่อผมซื้อรถเก๋งมือ 2 เอาไว้ให้ขับไปโรงเรียน แต่โรงเรียนค่อนข้างเล็กผมเลยต้องเอาไปจอดในวัดข้างๆ โรงเรียน ซึ่งผมก็ต้องเข้าออกวัดเป็นประจำทุกวัน
วัดที่ตอดนี้ค่อนข้างมีชื่อพอควร จึงไม่แปลกที่จะมีคนแวะเวียนมาเช่า บูชาพระเครื่อง
เรื่องมันเกิดขึ้นที่วันนึง ผมรีบเดินออกมามั่วก้มหน้าหากุญแจ และไม่ได้มองรอบรถว่ามีอะไรจนไม่เห็นว่ามีรถมอเตอร์ไซค์จอดอยู่หลังรถ !!!!
พอผมขึ้นรถได้ก็ใส่เกียร์ ถอย สิ่งแรกที่ได้ยินคือ เสียง "ครืดดดด" เหมือน รถชนแต่มองกระจกมองหลังก็ไม่เห็นอะไร (เพระรถล้มลงไปแล้ว) ผมก็เลยถอยต่อ
สิ่งที่เกิดขึ้นคือ เหมือนรถถอยไม่ออก เหมือนรถเหยียบอะไรบางอย่าง ความรู้สึก นาทีนั้นคิดแต่เพียงว่า ซวย แล้ว ไง
พอลงไปดูแทบสะดุ้ง รถมอเตอร์ไซค์มุดไปใต้ท้องรถเกือบ50 เซน ความรู้สึกคือ หน้าเย็นขึ้นแบบ ฉับพลัน มือไม้อ่อน ไม่กี่วิเจ้าของรถที่กำลังเช่าพระอยู่ก็วิ่งมาที่รถ
นี่คือบทสนทนา (เท่าที่จำได้)
เฮ่ยยย !!! น้อง รถพี่ไม่ใช่คันเล็กๆ มองไม่เห็นรึไง
เรา : พี่ผมมองไม่เห็น อีกอย่างรถผมท้ายมันโด่ง ผมก็มองไม่เห็นจริงๆ
แล้วน้องชนแล้วไม่ได้ยินเสียงหรอ แล้วยังจะถอยต่ออีก หรอ
เรา : ...... ??? นิ่งได้แต่เช็ดเหงื่อ
เอ่อ อ่า เอ่อ อ่า เอ่อ อ่า
ผมมีประกันเดี๊ยวผมให้เค้ามาเคลียร์กับพี่แล้วกัน
" โอ้ยยยย แค่ยกมือไหว้ พูดขอโทษก็พอแล้ว"
ผมรีบยกมือไหว้แล้วพูดขอโทษอย่างไม่รีรอ
ผมยอมรับว่า นาทีแรกมีแต่อคติ ว่าถ้าชนอย่างนี้ต้องโดนเรียก ค่าเสียหายแพงๆแน่ (เสพข่าวเยอะ)
แต่ลืมคิดไปว่า ที่นี่เมืองไทย ทุกคนรอบๆข้างคือคนไทย คนที่มีแต่น้ำใจ พร้อมที่จะให้อภัยเสมอ ขอเพียงเรายกมือไหว้ แล้วพูดขอโทษ
กล้องติดรถ จะไม่ใช่สิ่งที่เราต้องติดไว้เลยครับ
ถ้าเราพร้อมที่จะยอมรับผิดและพร้อมที่จะให้อภัย