ตอนนี้ตอนสุดท้ายแล้วนะคะ ติดตามเรื่องราวตั้งแต่เริ่มต้นได้ที่
EP. 1 จุดเริ่มต้นของการเดินทาง เชียงใหม่-อินทนนท์
http://pantip.com/topic/33094699
EP. 2 ดอยสุเทพ-ปางอุ๋ง
http://pantip.com/topic/33101439

อย่าให้อะไรมาปิดกันความฝันเรา ชีวิตเราใช้ซะ!!!

พาโนรามาจากกล้องไอแพดคะ
ภูริปายดินแดนในฝัน 30 ธค. 57
หลังจากเข้าห้องน้ำล้างหน้าล้างตาแล้ว เราก็โทรเรียกรถจากรีสอทมารับที่วัด ต่อไปจะเป็นช่วงเวลาที่ไฮโซที่สุดของทริปกันนะคะ รถตู้คันใหญ่ตรงมารับลูกค้ามอมแมมสามคนกันกระเป๋ารุงรัง ประนึ่งเล่นเกมเซอไวเวอร์มาสี่วัน แล้ววันนี้ได้รางวัลพิเศษมาพักหรู ถึงที่พักชื่อ "ภูริปาย" แม่เจ้าเหมือนความฝัน ทุกอย่างที่ตกแต่งมันทำให้ที่นี่ดูไม่เหมือนประเทศไทยเลย ทั้งสระว่ายน้ำที่เหมือนว่ายอยู่บนภูเขา มุมของเทอเรสที่มองได้ 360 องศาเห็นภูเขาข้างหน้า สวนผักที่ปลูกเป็นแปลงเล็กๆน่ารัก สลับด้วยแปลงลูกม่อนสีแดงสวยน่ากิน เราเข้าเช็คอินห้องพักที่ราคาเหยียบๆห้าพัน ด้วยคำว่า ฟรี!!! พร้อมอาหารเช้า เป็นวันแรกที่เส้นผมของเราจะได้โดนทำความสะอาดตั้งแต่เหยียบเชียงใหม่ กลิ่นสนิมรถไฟยังติดเหมือนมันจะไม่ยอมให้เราลืมเลือน การอาบน้ำครั้งนี้ทำให้รู้สึกมีความสุขมากกว่าครั้งใดๆ หลังจากพักผ่อนอย่างเต็มอิ่ม ก็ได้เวลาที่กล้องจะต้องออกโรงเก็บภาพสวย หลังจากเก็บภาพถ่ายแบบรัวๆรอบบริเวณรีสอทแล้ว ที่นี่ยังมีบริการรถจักรยานให้ขี่เล่นด้วย พวกเราจึงไม่พลาดที่จะสอยมากันคนละคัน พลางถามพนักงานตอนรับว่าเราสามารถขี่มันไปได้ถึงแค่ไหน เค้าตอบกลับมาว่าเท่าที่พวกพี่จะขี่ไหว ได้เลยน้องพี่จัดให้ขี่ลงไปถึงตัวเมืองเลยละกัน ด้วยความที่เราไม่เคยขี่จักรยานมีเกียร์จึงต้องใช้เวลาทำความเข้าใจไม่นานก็เริ่มสนุกกับการปั่นขึ้นๆลงๆเส้นทางลาดชัน ตัดสนามบินปาย เข้าไปยังตัวเมือง

เหมาะกับคู่รักที่มาฮันนี่มูน555

สบายเหมือนอยู่บ้านตัวเอง

จะช้าอยู่ใยถ่ายไปรัวๆ

อิจฉาบางคู่

หลับตาปั่นยังได้เลย
โชคดีของเราที่ใกล้วันปีใหม่วันธรรมดาเช่นวันนี้จึงมีถนนคนเดิน หลังจากจอดจักรยานหน้าร้านผัดไท เราก็สั่งอาหารนี่คงเป็นมื้อเย็นมื้อแรกที่เราห่างไกลเจ้ามาม่าเพื่อนยากในรอบห้าวัน เมื่ออาหารหลักลงสู่ท้องเราจึงเริ่มหาอาหารเสริม ผู้คนเริ่มทยอยกันมา จักรยานคู่ใจจึงต้องถูกจูงประชิดตัวไปตามทาง ถนนคนเดินที่นี่ไม่ค่อยต่างอะไรกับที่เชียงใหม่และเชียงราย มีวงดนตรีร้องเพลงเหนือขับกล่อมเป็นระยะ ของฝากต่างๆเรียงรายอวดตัวด้วยชื่อสถานที่ แต่สิ่งเรามุ่งหาคือของกินประจำถิ่น เราเป็นพวกอยากลองอะไรแปลกๆแบบมาที่นี่ต้องกินไอ้นี่ สตรอเบอรี่ลูกแดงเด่นสะดุดตาจนทำให้เราต้องหันหลังกลับมา ซื้อสักถ้วย หรืออาจเป็นเพราะเด็กชายอิสลามที่อ้อนพ่อให้ซื้อของนั้นน่ารักจนเราต้องหยุดมอง ขนมหวานมากมายที่เราไม่เคยเห็นก็เป็นอีกสิ่งที่ทำให้เงินในกระเป๋าเราได้ออกมาสูดอากาศภายนอก หลังจากเดินวนครบรอบ ท้องพวกเราก็เพิ่มขนาด ถึงเวลาที่ต้องออกกำลังกายโดยการปั่นกลับแล้ว เส้นทางสายเดิมแต่คราวนี้มืดสนิท ลมเย็นที่ผ่านตัวกับแสงดาวนับล้าน ที่กรุงเทพไม่มีวันได้พบเจอ ทำให้เรายิ่งรู้สึกดีที่ได้มา ค่ำคืนนี้ยังอีกยาวไกลพวกเราเลือกที่จะนั่งดูดาวในมุม360องศา ที่รีสอทจัดไว้อย่างสวย คืนนี้ร่างกายได้พักผ่อนอย่างแท้จริง

เด็กชายที่ทำให้เราต้องหันมอง

สตอเบอรี่หวานๆอมเปรี้ยว

แป้งข้าวเหนียวข้างในเป็นน้ำตาลอร่อยคะ แต่ภาพนี้หวง F ไปหน่อย เสียดายจัง

ไม่ต้องเดินขายที่นี่มีกิจการใหญ่โต

ไข่ป่าม ก็คือ ไข่เจียวย่าง

อาหารพื้นบ้าน ล้านนาแท้ๆ

ก็เลยต้องลอง

แฟชั่นรับลมหนาว

กลับมานับดาวยังมีสตอเบอรี่ติดมาเป็นเพื่อน
เช้ากับอาหารมื้อใหญ่ของทางโรงแรมที่เลี้ยงดูเราอย่างดีสมราคา เวลาเช็คเอ้าท์ก็ใกล้เข้ามา มีเวลาถ่ายรูปเล่นตอนเช้านิดหน่อยก่อนรถตู้ของรีสอทจะพามาส่งที่ร้านกาแฟชื่อดัง ถึงเวลาต้องกลับไปโบกรถพร้อมทั้งโบกมือลาปายแล้วสินะ วันนี้เป็นวันสุดท้ายของทริปนี้แล้ว รถกระบะเช่นเคยรับเราไปส่งที่สะพานประวัติศาสตร์ จากจุดนี้เราต้องหารถไปลงเชียงใหม่ให้ได้ จังหวะเหมาะรถติด สาวสวยอย่างเราจึงออกโรงและไม่พลาดอีกเช่นเคย หลังรถกระบะพวกเราบอกลาเส้นทางคดเคี้ยวของปาย ทิวสนกับอากาศหนาวที่คนกรุงคงไม่ได้สัมผัสถ้าไม่ใช่ในห้องแอร์ เวลาล่วงเลยมาเกินเที่ยงพวกเรามาถึงแม่ริม และบอกลาคนขับใจดี รถเหลืองเจ้าเดิมก็ผ่านมารับเราไปลงกาดวโรรสด้วยราคา 15 บาท และอีก 10 บาทกับรถแดงที่ไปส่งถึงอาเขต เพราะเราได้รถทัวร์ตอน สามทุ่ม หลังจากฝากกระเป๋าคนละ สามสิบบาทแล้วพวกเราก็เดินไปเซนทรัลที่ติดกับสถานี เพื่อนั่งรอเวลารถออกวันนี้เป็นวันที่ 31 ธค. คืนข้ามปีที่พวกเราต้องอยู่เค้าดาว์ทข้ามจังหวัดกันบนรถ ทริปนี้ถือเป็นทริปแรกของเรา ถือเป็นทริปแห่งความคุ้ม เวลาไม่เคยคอยใครถ้าเราไม่คิดก้าวออกมาจากชีวิตเดิมๆ ก็ไม่มีทางได้พบชีวิตใหม่ๆ ประสบการณ์ของเราในครั้งนี้อาจเป็นแรงบรรดาลใจให้ผู้หญิงหลายคนออกมาหาความหมายของชีวิตกันบางนะคะ

ชีวิตดี๊ดีมีพ่อครัวส่วนตัวยามเช้า

อาหารฝรั่งก็มี

อาหารไทยก็มา

minimalism ภาพนี้มีใครเห็นคุณแม่คุณลูกบ้างคะ

มีมุมส่วนตัวด้วย

ลูกหม่อนหวานๆ แอบชิมไปกี่ลูกไม่รู้

ปิดทริปอย่างเป็นทางการขอบคุณผู้รวมทริป
สรุปรายจ่ายในการเดินทางครั้งนี้
- รถตุ๊กๆ 20บาท ไปประตูเชียงใหม่
- รถเหลืองไปจอมทอง35บาท
- รถจอมทองขึ้นอินทนนท์ 70บาท
- รถจอมทองถึงประตูเชียงใหม่35บาท
- รถแดงถึงตีนดอยสุเทพ 20บาท
- รถขึ้นดอยสุเทพ 50บาท
- รถจากปายถึงอุทยานแห่งชาติถำ่ปลา 100บาท
- แม่ริมถึงตลาดวโรรส 15บาท
- ตลาดวโรรสถึงอาเขต 10บาท
รวม 355 บาท
กรุงเทพ-เชียงใหม่ รถไฟฟ้า
เชียงใหม่-กรุงเทพ รถทัวร์ 610 บาท
***********ค่าประสบการณ์ = ประเมินค่าไม่ได้********

เราเป็นแค่เด็กเรียน แต่เรามีความฝันในการเดินทาง ขอบคุณทุกคนที่ติดตามคะ
ตามมาพูดคุยกันต่อได้ที่
https://www.facebook.com/paraporn.yotavong ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนคะ
[CR] จากห้องวิจัยสู่โลกกว้าง: 7 วัน กับครั้งแรกของผู้หญิงแบกเป้โบกรถสู่เส้นทางเชียงใหม่-ปางอุ๋ง กับค่ารถ 355 บาท (Ep. 3)
EP. 1 จุดเริ่มต้นของการเดินทาง เชียงใหม่-อินทนนท์ http://pantip.com/topic/33094699
EP. 2 ดอยสุเทพ-ปางอุ๋ง http://pantip.com/topic/33101439
อย่าให้อะไรมาปิดกันความฝันเรา ชีวิตเราใช้ซะ!!!
พาโนรามาจากกล้องไอแพดคะ
ภูริปายดินแดนในฝัน 30 ธค. 57
หลังจากเข้าห้องน้ำล้างหน้าล้างตาแล้ว เราก็โทรเรียกรถจากรีสอทมารับที่วัด ต่อไปจะเป็นช่วงเวลาที่ไฮโซที่สุดของทริปกันนะคะ รถตู้คันใหญ่ตรงมารับลูกค้ามอมแมมสามคนกันกระเป๋ารุงรัง ประนึ่งเล่นเกมเซอไวเวอร์มาสี่วัน แล้ววันนี้ได้รางวัลพิเศษมาพักหรู ถึงที่พักชื่อ "ภูริปาย" แม่เจ้าเหมือนความฝัน ทุกอย่างที่ตกแต่งมันทำให้ที่นี่ดูไม่เหมือนประเทศไทยเลย ทั้งสระว่ายน้ำที่เหมือนว่ายอยู่บนภูเขา มุมของเทอเรสที่มองได้ 360 องศาเห็นภูเขาข้างหน้า สวนผักที่ปลูกเป็นแปลงเล็กๆน่ารัก สลับด้วยแปลงลูกม่อนสีแดงสวยน่ากิน เราเข้าเช็คอินห้องพักที่ราคาเหยียบๆห้าพัน ด้วยคำว่า ฟรี!!! พร้อมอาหารเช้า เป็นวันแรกที่เส้นผมของเราจะได้โดนทำความสะอาดตั้งแต่เหยียบเชียงใหม่ กลิ่นสนิมรถไฟยังติดเหมือนมันจะไม่ยอมให้เราลืมเลือน การอาบน้ำครั้งนี้ทำให้รู้สึกมีความสุขมากกว่าครั้งใดๆ หลังจากพักผ่อนอย่างเต็มอิ่ม ก็ได้เวลาที่กล้องจะต้องออกโรงเก็บภาพสวย หลังจากเก็บภาพถ่ายแบบรัวๆรอบบริเวณรีสอทแล้ว ที่นี่ยังมีบริการรถจักรยานให้ขี่เล่นด้วย พวกเราจึงไม่พลาดที่จะสอยมากันคนละคัน พลางถามพนักงานตอนรับว่าเราสามารถขี่มันไปได้ถึงแค่ไหน เค้าตอบกลับมาว่าเท่าที่พวกพี่จะขี่ไหว ได้เลยน้องพี่จัดให้ขี่ลงไปถึงตัวเมืองเลยละกัน ด้วยความที่เราไม่เคยขี่จักรยานมีเกียร์จึงต้องใช้เวลาทำความเข้าใจไม่นานก็เริ่มสนุกกับการปั่นขึ้นๆลงๆเส้นทางลาดชัน ตัดสนามบินปาย เข้าไปยังตัวเมือง
เหมาะกับคู่รักที่มาฮันนี่มูน555
สบายเหมือนอยู่บ้านตัวเอง
จะช้าอยู่ใยถ่ายไปรัวๆ
อิจฉาบางคู่
หลับตาปั่นยังได้เลย
โชคดีของเราที่ใกล้วันปีใหม่วันธรรมดาเช่นวันนี้จึงมีถนนคนเดิน หลังจากจอดจักรยานหน้าร้านผัดไท เราก็สั่งอาหารนี่คงเป็นมื้อเย็นมื้อแรกที่เราห่างไกลเจ้ามาม่าเพื่อนยากในรอบห้าวัน เมื่ออาหารหลักลงสู่ท้องเราจึงเริ่มหาอาหารเสริม ผู้คนเริ่มทยอยกันมา จักรยานคู่ใจจึงต้องถูกจูงประชิดตัวไปตามทาง ถนนคนเดินที่นี่ไม่ค่อยต่างอะไรกับที่เชียงใหม่และเชียงราย มีวงดนตรีร้องเพลงเหนือขับกล่อมเป็นระยะ ของฝากต่างๆเรียงรายอวดตัวด้วยชื่อสถานที่ แต่สิ่งเรามุ่งหาคือของกินประจำถิ่น เราเป็นพวกอยากลองอะไรแปลกๆแบบมาที่นี่ต้องกินไอ้นี่ สตรอเบอรี่ลูกแดงเด่นสะดุดตาจนทำให้เราต้องหันหลังกลับมา ซื้อสักถ้วย หรืออาจเป็นเพราะเด็กชายอิสลามที่อ้อนพ่อให้ซื้อของนั้นน่ารักจนเราต้องหยุดมอง ขนมหวานมากมายที่เราไม่เคยเห็นก็เป็นอีกสิ่งที่ทำให้เงินในกระเป๋าเราได้ออกมาสูดอากาศภายนอก หลังจากเดินวนครบรอบ ท้องพวกเราก็เพิ่มขนาด ถึงเวลาที่ต้องออกกำลังกายโดยการปั่นกลับแล้ว เส้นทางสายเดิมแต่คราวนี้มืดสนิท ลมเย็นที่ผ่านตัวกับแสงดาวนับล้าน ที่กรุงเทพไม่มีวันได้พบเจอ ทำให้เรายิ่งรู้สึกดีที่ได้มา ค่ำคืนนี้ยังอีกยาวไกลพวกเราเลือกที่จะนั่งดูดาวในมุม360องศา ที่รีสอทจัดไว้อย่างสวย คืนนี้ร่างกายได้พักผ่อนอย่างแท้จริง
เด็กชายที่ทำให้เราต้องหันมอง
สตอเบอรี่หวานๆอมเปรี้ยว
แป้งข้าวเหนียวข้างในเป็นน้ำตาลอร่อยคะ แต่ภาพนี้หวง F ไปหน่อย เสียดายจัง
ไม่ต้องเดินขายที่นี่มีกิจการใหญ่โต
ไข่ป่าม ก็คือ ไข่เจียวย่าง
อาหารพื้นบ้าน ล้านนาแท้ๆ
ก็เลยต้องลอง
แฟชั่นรับลมหนาว
กลับมานับดาวยังมีสตอเบอรี่ติดมาเป็นเพื่อน
เช้ากับอาหารมื้อใหญ่ของทางโรงแรมที่เลี้ยงดูเราอย่างดีสมราคา เวลาเช็คเอ้าท์ก็ใกล้เข้ามา มีเวลาถ่ายรูปเล่นตอนเช้านิดหน่อยก่อนรถตู้ของรีสอทจะพามาส่งที่ร้านกาแฟชื่อดัง ถึงเวลาต้องกลับไปโบกรถพร้อมทั้งโบกมือลาปายแล้วสินะ วันนี้เป็นวันสุดท้ายของทริปนี้แล้ว รถกระบะเช่นเคยรับเราไปส่งที่สะพานประวัติศาสตร์ จากจุดนี้เราต้องหารถไปลงเชียงใหม่ให้ได้ จังหวะเหมาะรถติด สาวสวยอย่างเราจึงออกโรงและไม่พลาดอีกเช่นเคย หลังรถกระบะพวกเราบอกลาเส้นทางคดเคี้ยวของปาย ทิวสนกับอากาศหนาวที่คนกรุงคงไม่ได้สัมผัสถ้าไม่ใช่ในห้องแอร์ เวลาล่วงเลยมาเกินเที่ยงพวกเรามาถึงแม่ริม และบอกลาคนขับใจดี รถเหลืองเจ้าเดิมก็ผ่านมารับเราไปลงกาดวโรรสด้วยราคา 15 บาท และอีก 10 บาทกับรถแดงที่ไปส่งถึงอาเขต เพราะเราได้รถทัวร์ตอน สามทุ่ม หลังจากฝากกระเป๋าคนละ สามสิบบาทแล้วพวกเราก็เดินไปเซนทรัลที่ติดกับสถานี เพื่อนั่งรอเวลารถออกวันนี้เป็นวันที่ 31 ธค. คืนข้ามปีที่พวกเราต้องอยู่เค้าดาว์ทข้ามจังหวัดกันบนรถ ทริปนี้ถือเป็นทริปแรกของเรา ถือเป็นทริปแห่งความคุ้ม เวลาไม่เคยคอยใครถ้าเราไม่คิดก้าวออกมาจากชีวิตเดิมๆ ก็ไม่มีทางได้พบชีวิตใหม่ๆ ประสบการณ์ของเราในครั้งนี้อาจเป็นแรงบรรดาลใจให้ผู้หญิงหลายคนออกมาหาความหมายของชีวิตกันบางนะคะ
ชีวิตดี๊ดีมีพ่อครัวส่วนตัวยามเช้า
อาหารฝรั่งก็มี
อาหารไทยก็มา
minimalism ภาพนี้มีใครเห็นคุณแม่คุณลูกบ้างคะ
มีมุมส่วนตัวด้วย
ลูกหม่อนหวานๆ แอบชิมไปกี่ลูกไม่รู้
ปิดทริปอย่างเป็นทางการขอบคุณผู้รวมทริป
สรุปรายจ่ายในการเดินทางครั้งนี้
- รถตุ๊กๆ 20บาท ไปประตูเชียงใหม่
- รถเหลืองไปจอมทอง35บาท
- รถจอมทองขึ้นอินทนนท์ 70บาท
- รถจอมทองถึงประตูเชียงใหม่35บาท
- รถแดงถึงตีนดอยสุเทพ 20บาท
- รถขึ้นดอยสุเทพ 50บาท
- รถจากปายถึงอุทยานแห่งชาติถำ่ปลา 100บาท
- แม่ริมถึงตลาดวโรรส 15บาท
- ตลาดวโรรสถึงอาเขต 10บาท
รวม 355 บาท
กรุงเทพ-เชียงใหม่ รถไฟฟ้า
เชียงใหม่-กรุงเทพ รถทัวร์ 610 บาท
***********ค่าประสบการณ์ = ประเมินค่าไม่ได้********
เราเป็นแค่เด็กเรียน แต่เรามีความฝันในการเดินทาง ขอบคุณทุกคนที่ติดตามคะ
ตามมาพูดคุยกันต่อได้ที่ https://www.facebook.com/paraporn.yotavong ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนคะ