รักที่ไม่สมหวังแต่กลับสุขใจ อยากให้อ่านแล้วมุมมองความรักคุณจะเปลี่ยนไป

กระทู้สนทนา
สวัสดีครับกระทู้นี้ เป็นกระทู้แรกของผมในพันทิปเลยจริงๆ และใช้ไอแผดเขียน หากผิดพลาดประการใด ผมขออภัยด้วยนะครับ(ขอรีผโพสนะครับเหหมือนเมื่อเช้าโพสผิดห้องไปขออภัยครับ)
           ก่อนอื่นผมผมบอกก่อนนะครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องความรักที่เกิดขึ้นกับชาย-ชาย ถ้าผู้อ่านท่านใดไม่สนใจปิดได้เลยครับแต่ผมขอใหื้คุณช่วยเปิดใจดูมุมมองความรักที่เกิดขึ้นของผมสักนิด แล้วผมว่าคุณจะรู้จักคำว่ารักมากขึ้น

   ผมปีนี้ก็อายุ23แล้ว เรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นในตอนผมอายุราวๆ20 ในยามบ่ายๆ ของวันหนึ่ง ผมจำไม่ได้หรอกครับว่าอากาศในวันนั้นเป็นอย่างไรแต่มันไม่สำคัญหรอกเรื่องมันอยู่ที่ว่าห้องพักเเห่งหนึ่งที่คุณป้าผมพามาและในระหว่างรอคุณป้าทำธุระ ผมได้เจอกับผู้ชายคนหนึ่ง ขอใช้นามแฝงว่าพี่เอนะครับ  พี่เค้าก็หน้าตี๋ๆธรรมดาไม่ได้สูงหรือหุ่นดีอะไร(ผมสูงกว่าแอบโม้)ในตอนแรก พี่เอโผล่มาจากในห้องของเค้าแล้วมาสวัสดีป้าผม ป้าผมก็แนะนำให้ผมรู้จักกันผมก็สวัสดีตามมารยาทอย่างไทยเนอะ  แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรต่อเพราะพี่เค้าน่าจะไปทำงานต่อ ผมก็นั้งรอป้าทำธุระตามเดิมและนี้คือเหตุการ์ณที่เราได้พบกันครั้งแรก
  ต่อจากนั้นมาถึงเหตุการ์ณที่สำคัญก็ได้เกิดขึ้นและมันทำให้มุมมองผมเริ่มเปลี่ยน นั้นก็คือ ในระหว่างที่ผมกำลังรอเข้าเรียน ทันใดนั้นพี่เอที่เพิ่งเรียนเสร็จได้เดินออกมาจากห้องเรียนพี่เค้า ผมเองก็ตกใจนะครับ"เอ้า เรียนที่เดียวกันหรอเนี้ย (ทั้งที่เรียนมีหลายที่บังเอิญแหะ อันนี้ผมก็คิดของผม) จากนั้นก็ทักทายกันตามปกติ
"พี่เอสวัสดีครับ"
"เอ้าสวัสดีน้อง...(ชื่อผม) เรียนที่นี้หรอ"
"ใช่ครับ"
"อ๋อดีๆ" พี่เค้าอยู่กับเพื่อนๆ พี่เค้าอยู่ แล้วพี่เค้าก็เดินไปกลับกลุ่มๆเพื่อนๆ ของเค้า ตัวผมก็นั้งรอเวลาต่อไปไม่ได้สนใจอะไร ทันใดนั้นพี่เอครับ พี่เออยู่ๆก็เดินกลับมา พร้อมยิ้มและโบกมือลา แล้วพูดว่า "พี่ไปก่อนนะ บ๊ายบาย". เท่านั้นแหละครับในหัวผมเกิดความคิดขึ้น เหมือนโยนหินลงในน้ำ และกระจายออก"พี่เค้าเป็นใคร ทำไมต้องมาทำแบบนี้ความจริงเดินไปเลยก็ได้นิ เพราะเราก็เพิ่งรู้จักกันแถมพี่เค้าอยู่กับเพื่อนๆนิเนอะ"มันเป็นเหตุการ์ณที่ทำให้ผมรู้สึกอยากรู้จักกับผู้ชายคนนี้มาขึ้นสะแล้ว.   วันรุ่งขึ้นผมก็มานั้งรอที่เดิมเหมือนเดิมและทำแบบนี้อยู่จนรู้ว่าพี่เค้าเรียนเลิกกี่โมง(แต่ก็ไม่ได้จะมารอนะครับ แค่มีเวลาที่ตรงกันแค่นั้นเองพี่เค้าเลิกผมเรียนต่อ) และนี้มันทำให้เรารู้จักกันมากขึ้น สนิทกันมากขึ้น จนกระทั่งวันหนึ่งที่พี่เค้าเอ่ยปากชวนไปทานข้าวด้วยกันเราก็ไปเนอะ(ว่างครับและเข้าทางเราสิแหมใครจะปฏิเสธ) และพี่เค้าก็แนะนำให้รู้จักเพื่อนๆ พี่เค้า เราก็เออนะ สวัสดีเค้าไป (มารยาทดีครับ 555) และเราก็มีกิจกรรมร่วมกันมากขึ้น ไปกินข้าว ทักทายกันตามประสาคนรู้จักกัน เป็นเวลาราวๆ1เดือน และพี่เคัาก็สอนให้ผมเล่นไลน์(ตอนนู้นยังไม่ดังเท่าบีบีเนอะ) เราก็คุยกันทุกวัน ส่งข้อความหาทักทาย บอกอรุณสวัสดิ ราตรีสวัสดิกัน ธรรมดาครับ (และพี่เค้าพูดจีนได้นิดหน่อยและสอนผมพวกราตรีสวัสดิอรุณสวัสดิบลา บลา บลา)ไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่าคำว่า"พี่น้อง"
   เหตุการ์ณต่อไปพี่เค้าชวนผมไปเที่ยวครับกับเพื่อนๆ พี่เค้า เราก็ตกลงสิ (แหม!ไปเที่ยวพักผ่อน)บ้าง พวกเราไปเที่ยวที่สวนดอกไม้ครับ โดยนั้งรถไฟไปกัน และผมก็ได้นั้งข้างพี่เค้า ผมว่ามาถึงจุดๆนี้เพื่อนๆ พี่เค้าน่าจะรู้แล้วว่า ผมเริ่มชอบพี่เค้าแล้ว(แต่ผมว่าผมก็ไม่ได้สาวจ้าอะไรนะครับ คนอื่นน่าจะสัมผัสได้มากกว่า) ตลอดทริปนี้ผมว่าผมก็แอบมองพี่เค้าและชื่นชมพี่เอ ที่เตรียมการหาข้อมูลมาอย่างดี ทำให้ผมประทับใจพี่เค้ามากขึ้น ขากลับผมยังคงได้นั้งข้างพี่เค้าและพิงไหลหลับไป (คงไม่ใช่ภาพที่น่ารักอะไรเท่าไรหรอกครับ ลองนึกถึงคนหลับบนรถละอ้าปากกรนสิครับประมาณนั้นแหละ คนมันง่วงหนอ)
จากนั้น ความสัมพันธ์ ระหว่างผมกับพี่เค้าก็มากขึ้นเรื่อยๆ  อ๋อ ต่างคนก็ต่างมีงานของตัวเองนะครับพาทไทม์ หาเงินกินหนมกัน555 และเมื่อเวลามาถึงผมเองก็หางานบ้าง และผมจะต้องทำงานวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นวันหยุดของพี่เค้าและเราสามารถเจอกันได้ เท่านั้นละครับตอนที่ผมตกลงรับงานมาผมก็รู้สึกเหมือนกับว่าบางสิ่งมันขาดหายไปรู้สึกว่างเปล่าจะได้เจอพี่เค้าน้อยลง  แต่!นี้คือจุดไคล์แม๊กซ์ครับ เพราพี่เค้ายอมมาเจอผมหลังผมเลิกงาน(มันก็ดึกนะครับ) วันที่พีคที่สุดคือ วันที่ผมขอให้พี่เค้า มารับผมได้ไหม และพี่เค้าก็ตอบตกลงมาในทั้งที่ใส่ชุดกึ่งชุดนอนแล้ว ผมนี่บอกไม่ถูกเลยครับดีใจราวกับถูกล็อตเตอรี่ก็มิปาน.  ในช่วงนั้นผมมีความสุขมาก เราอยู่คุยกันตอนดึกเหมือนเรียนรู้ศึกษา(เปิดใจไหมมีนิดหน่อย)หลังผมเลิกงานเกือบทุกคืน ไม่รู้ทำไมพี่เค้าถึงทำแบบนั้นและนั้นคือ เหตุการ์ณที่ผมได้จับมือพี่เอไปด้วยระหว่างคุย บอกตามตรงครับผมไม่รู้หรอกทำไมพี่เค้าทำแบบนั้นทั้งๆที่พี่เค้าดูไม่เหมือนว่าเค้าจะชอบผู้ชายเลยสักนิดเดียว
จนกระทั้งวันหนึ่งที่เค้าย้ายหอ ผมเองก็ยังตามไปเจอพี่เค้าบ่อยๆเพราะตอนนี้ผมรู้ตัวแล้วละครับสิ่งที่เกิดขึ้นกับหัวใจผม มันไม่ใช่คำว่าพี่น้องแล้ว มันมากกว่านั้น มันคำว่า "รัก" แต่ผมเป็นพวกปากแข็งครับ ไม่ค่อยบอกรักใครง่ายๆ
วันหนึ่งพี่เค้าได้ย้ายหอพักมาอยู่กับพี่สาวเค้าและพี่เค้าได้เอ่ยปากชวนผมไปเที่ยวอีกครั้งและจำเป็นต้องตื่นเช้ามากๆผมเลยขอนอนค้างบ้านพี่เค้า (หึหึ) กลางดึกนั้นผมนอนไม่หลับครับ(นอนข้างๆคนที่เรารักใจมันก็ต้องสั่นระรัวสิครับ) เหมือนพี่เค้าจะรู้ตัวและยังไม่หลับผมได้เอ่ยปากขอไปแบบตรงๆ
"ขอกอดได้ไหมครับพี่เอ"
"อื้ม เอาสิ"
"!!!!" เอาสิครับคุณผู้ชมใจเต้นระรัวประหนึ่งเปิดเลงร๊อคตู้มๆแบบนั้นเลย แต่ผมก็แค่กอดแล้วหลับไปเท่านั้น(แค่นั้นจริงๆครับไม่มีอะไนเกินเลย) แต่หลังจากนั้นก่อนที่เราจะแยกย้ายไปทำงาน ผมก็ได้นอนซุกใต้วงแขนพี่เค้ารอบ(ยืนยันไม่ได้ทำอะไรมากกว่านั้นจริงๆ)
ถึงตอนนี้ตัวผมได้คิดขึ้นมาหลายอย่าง  มีหลายเหตุการ์ณที่ทำร่วมกันมา(ขอตัดออกนะครับไม่อย่างงั้นมันจะยาวเหยียดเลย)ทำให้ผมรู้สึกดีกับพี่เค้ามากขึ้นและมากขึ้นเรื่อยๆจนถึงจุดๆหนึ่ง มันเป็นความรู้สึกที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับผมมาก่อนมันทำให้ผมอย่างเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นเพื่อใครคนหนึ่งหุ่นดีขึ้น อยากศึกษาภาษาจีนนี้ใช่ไหมคือความรักใช่หรือเปล่า? ก่อนที่สุดท้ายผมได้รวบรวมความกล้า จำเหตุการ์ณได้แม่นยำเลยครับ นั้นคือยามบ่ายจนจะเย็นแสงของพระอาทิตย์ส่องมาในห้องพี่เค้าเป็นสีทองก่อนที่พี่เค้าจะไปทำงาน ผมเรียกพี่เค้าให้หยุด
"พี่เอครับผมมีอะไรจะบอกพี่"
"อะไรหรอ" (พร้อมยิ้มกระชากวิญญาณ)
(ผมพูดไม่ออกครับเพราะคำว่ารักของผมสำคัญมากๆ ผมแทบไม่ได้บอกรักใครเลย ยกเว้นคนในครอบครัว แฟนเก่าบางคนผมยังไม่เคยพูดเลยด้วยซ้ำ)
..... ความเงียบเริ่มคืบคลานมาและตัวผมยังคงนั้งบิดไปมา (ยังอายอยู่) อยากจะพูดเเต่เหมือนมีก้อนอะไรจุกอยู่ที่ปาก
"อะไรละครับน้อง(ชื่อผม)"
(เอาวะ ตายเป็นตาย) "ผมรักพี่ครับ".  ตอนนั้นเหมือนกับเวลาหยุดลงสักพัก และความเงียบก็เกิดขึ้นอีกครั้ง ก่อนทึ่พี่เอจะยิ้มรับ ก่อนที่จะพูด
"ขอบคุณครับ พี่ก็รู้สึกดีกับน้องนะ"    เท่านั้นละครับแตรสวรรค์ดังขึ้นผมยิ้มหน้าบานเลย และพี่เค้าก็ไปทำงาน
เราก็ได้คุยกันมากขึ้นเปิดใจมากขึ้น พาไปให้รู้จักกับคนอื่นมาขึ้นและ พาไปรู้จักกับคนมากขึ้น มีกิจกรรมร่วมกันมากขึ้นขอข้ามนะครับกิจกรรมแบบแฟน กอดกันไปเที่ยวกัน(ไม่มี18+นะครับ แค่อยู่ด้วยกันเฉยๆ) จนกระทั่งถึงเวลาที่ผมต้องคุยเรื่องความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นระหว่างเรา สรุปมันเป็นอะไรกันแน่ พี่เอ เค้าบอกเค้าก็ได้บอกมาตรงๆ เค้าเองก็มีความรู้สึกดีๆกับผู้ชายรวมทั้งตัวผมรู้สึกเหมือนกับน้องรักคนหนึ่ง แต่เค้าก็อยากคบกับผู้หญิง และเหมือนเค้าก็มีผู้หญิงที่คุยด้วยอยู่แล้ว และนี้คือครั้งแรกในชีวิตผม ที่รู้จักคำว่าอกหัก มันเจ็บปวดไหมช่วงเวลานั้น มันเจ็บครับเจ็บมาก ผมอยากร้องไห้แต่น้ำตากลับไม่ไหลสักหยด"ทำไมพี่เค้าทำแบบนี้กับผมทำไม เหมือนละครเราเป็นได้แค่พี่น้องเท่านั้น" แต่อีกใจผมเองก็ยังอยากให้พี่เค้าได้สมหวังครับ ถ้าพี่เค้าอยากชอบผู้หญิง ผมจะปล่อยพี่เค้า ไม่อยากถ่วง นี้คือความคิดของผม สุดท้าย เวลาแห่งการจากลาก็มาถึงพี่เค้าต้องกลับไทยเพราะวีซ่าพี่เค้าหมดลง ถูกครับเรื่องราวทั้งหมดเกิดที่เมืองนอก และตัวผมตอนนี้ระหว่างที่เขียนก็ยังคงอยู่ที่นี้ ในวันที่พี่เค้ากลับผมไม่มีโอกาสไปส่งพี่เค้าเพราะผมต้องทำงาน ผมรู้แค่ว่าเมื่อไรที่เครื่องขึ้นผมทำได้แค่มองฟ้าและน้ำตาคลอเบ้า และคิดในใจ"แล้วเจอกันนะครับพี่เอ คนที่ผมรัก"

  ปัจจุบัน ผมยังคงได้ติดต่อกับพี่เค้าอยู่ และได้โทรคุยบ้างบางครั้ง นานๆที ได้รู้ว่าพี่เค้าซื้อของเพื่อแสดงว่ายินดีกับผู้หญิงคนนั้น ถามผมเสียใจไหม เสียใจแต่ มันคือความสุขชองพี่เค้า ผมยอมได้ครับผมแข็งแกร่งพอแล้ว จนกระทั้งตอนที่ผมได้กลับไทยไปสั้นๆ ผมได้นัดเจอพี่เค้า วินาทีแรกที่เจอพี่เค้าอีกครั้งหัวใจผมพองโตพี่เค้าห็นกอดบ่าผมและเราก็ไปกินข้าวกันตามประสาพี่น้อง
สุดท้ายผมอยากจะบอกว่า ร่างกายผมยังจำกอดที่อบอุ่น มือที่นุ่มนวลของพี่ หูยังจำน้ำเสียงนุ่มๆ ที่ผมชอบมากได้อยู่ และผมยังคงรักพี่อยู่ไม่ว่าในฐานะอะไรก็ตาม เมื่อไรที่ผมขึ้นถึงเรื่องนี้ผมยิ้มได้เสมอเพราะผมมองว่า เนี้ยแหละรักแท้ของผม รักที่ไม่สมหวังแต่ยังคงมีความสุขอยู่ข้างในเสมอไป บางครั้งรักก็ไม่จำเป็นต้องสมหวังทุกครั้งอาจจะมีผิดหวังแต่มันคือรักแท้รักที่ไร้ข้อแม้และไม่ใช่การครอบครองผมได้เจอกับมันแล้วในชีวิตนี้ ผมรักพี่เอนะครับและยังคงรักตลอดไป....
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่