** กระทู้นี้เปนกระทู้แรกของดิฉัน หากว่าพิมผิดพลาดหรือใช้คำไม่ถูกต้อง. ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี่ด้วยนะค่ะ
ดิฉันคิดอยู่นานว่าจะตั้งกระทู้นี้ดีไหม แต่ที่ดิฉันตั้งกระทู้นี้เพียงเพราะอยากเล่าเรื่องราวประสบการณ์ สนุกๆที่ดิฉันได้พบเจอยามที่ต้องมาอยู่ ตปท. เผื่อจะเปนประสบการณ์แปลกใหม่สำหรับเพื่อนๆก้อได้ค่ะ☺️
ก่อนที่ดิฉันจะย้ายมาอยู่ ตปท. ดิฉันเปน ผญ อายุ 26 ที่ใช้ชีวิตเปนพนักงานออฟฟิศอยู่ใน กทม. แบบเร่งรีบทุกวัน คือ ตื่นเช้าอาบน้ำ แต่งตัว( หน้าไม่แต่งไปแต่งเอาที่ออฟฟิศค่ะ😁) โดดขึ้นรถเพื่อที่จะขับรถไปทำงานในตอนเช้า ที่ทำงานของดิฉันอยู่แถวซอยอารีย์ ดิฉันจึงต้องขับรถไปจอดไว้ที่ BTS หมอชิตทุกเช้าเพื่อจะนั่งรถไฟฟ้าไปทำงาน แต่ถ้าใครที่ทำงานละแวกนั้นจะเข้าใจเรื่องของลานจอดรถ BTS หมอชิตเปนอย่างดี เพราะถ้าคุณแค่ขับรถไปถึงช้าเพียง 5 นาที (หลัง7โมงเช้า) ความสับสนในชีวิตของคุณจะมาในทันที เช่น จะจอดที่ไหนเนี้ย# จะเข้างานทันไหม# จะทันประชุมรึป่าว# จะต่อแถวซื้อข้าวเหนียวหมูปิ้งซื้อกาแฟทันไหม#บลาๆๆๆ. โดยส่วนตัวดิฉันแล้วดิฉันจะเรียกลานจอดรถนี้ว่า ลานจอดรถขั้นเทพ!! เปนลานจอดรถที่ถ้าคุณสามารถจอดบนหลังคากันได้คงจอดกันไปแล้ว 😌. หลังเลิกงานดิฉันก้อต้องรีบกลับมาเอารถเพราะรถจะติดมากๆๆๆๆ. ยิ่งถ้าตอนฝนตกนะค่ะ ไม่ต้องพูดถึงเลย ติดแหง่กอยู่ในลานจอดเปน ชม. ๆกันเลยทีเดียว.
ชีวิตมนุษย์เงินเดือนของดิฉันก้อดำเนินไปอย่างเรียบง่าย มีบ้างที่เลิกงาน จะมีกินเลี้ยง สังสรรค์เล็กๆน้อยๆกันบ้างตามประสาคนทำงาน. บางวันหลังเลิกงานซื้อแกงถุงกลับไปนั่งกินที่ห้อง กินเสด อาบน้ำ ดูทีวี แล้วก้อเข้านอนเพื่อที่จะต้องตื่นแต่เช้าเหมือนทุกๆวัน....จนดิฉันได้มาเจอกับแฟน(ซึ่งคือสามีดิฉันในปัจจุบัน). ต้องบอกก่อนว่า สามีดิฉันเปนคนไทยค่ะ แต่เนื่องจากว่า สามีดิฉันย้ายไปอยู่ ตปท. เกือบ 20 ปีได้แล้ว จึงกลายเป็น citizen ของประเทศนั้นไปเปนที่เรียบร้อย หลังจาคบหาดูใจกันสักพัก เราจึงตกลงแต่งงานกัน ซึ่งนั้นหมายความว่าดิฉันต้องย้ายมาอยู่. ตปท. กะแฟน เรื่องราวความสนุกสนานในชีวิตของดิฉันจึงเริ่มขึ้น!!( ดิฉันต้องขอบอกอีกอย่างว่า ดิฉันไม่เคยเดินทางต่างประเทศ. ภาษาอังกฤษก้อได้แบบว่างูๆปลาๆ )
หลังจากวีซ่าผ่าน. Passport พร้อม ดิฉันจึงเก็บของแพ็คกระเป๋าเตรียมตัวเดินทาง การเดินทางของดิฉันครั้งนี้เปนการเดินทางคนเดียวครั้งแรก (แต่สามีดิฉันรอรับอยู่ที่สนามบินปลายทาง) ครอบครัวของดิฉันไปส่งที่สนามบิน หลังจากร่ำลากันเสร็จเรียบร้อย ดิฉันก็เดินผ่านเข้าประตูเพื่อไปขึ้นเครื่อง ทุกอย่างผ่านไปได้โดยดี จนกระทั่งเครื่องออก หลังจากเครื่องบินออกไปได้สักพัก ก็มีพนักงานมาแจกเมนูเพื่อที่จะสั่งอาหาร หลังจากรับเมนูมา เปิดอ่านเท่านั้นแหละคร๊าาา มันเป็นภาษาอังกฤษล้วนๆเลย!!! แล้วดิฉันจะทำยังไงล่ะเนี้ย อ่านก้อไม่ออก ละจะสั่งยังไง แต่บนความตื่นเต้นของดิฉันก็ยังคงมีความโชคดีอยู่บ้างเพราะบนเครื่องยังมีพี่สจ๊วตกะแอร์เป็นคนไทยอยู่บ้าง (สังเกตจากป้ายชื่อเอานะค่ะ อิอิ) แต่สวรรค์มักจะชอบเล่นตลกกับคนไม่เก่งภาษาอย่างดิฉันซะจิงๆ คนแจกเมนูเปนคนไทย แต่คนรับออเดอร์ดันเปนฝรั่งซะงั้น โอ้วมายก๊อตตต!! แล้วดิฉันจะได้กินไหมนิ ดิฉันก้อพยายามมองผู้โดยสารท่านอื่นว่าเค้าสั่งอะไรกันแต่สรุปว่าฟังไม่รู้เรื่องอีกตามเคย555พี่แอร์รับออเดอร์จนมาถึงดิฉัน ฉันจึงตอบไปว่า I'm not hungry. Just water pleaseee. สรุปคือ อดกินค่ะ 5555+ ทุกอย่างผ่านไปจนปิดไฟแต่ดิฉันนอนไม่หลับเพราะยังคงตื่นเต้น คิดไปต่างๆนานาๆว่า พุ่งนี้จะเปนยังไงต่อไป
ดิฉันนอนไม่หลับจึงหยิบนั้นหยิบนี้ในกระเป๋ามาดูไปเรื่อยเปื่อย เชื่อไหมค่ะว่าดิฉันอ่านมันทุกอย่างจิงๆ อ่านยันฉลากบนขวดน้ำ 555 หยิบไปหยิบมาดิฉันจึงได้เจอเอกสารเล็กๆใบนึงที่ต้องกรอก คือใบ boarding pass. แต่ในใบเปนภาษาอังกฤษหมดเลย ดิฉันกลัวกรอกผิด เลยไปขอให้พี่สจ๊วต คนไทยบนเครื่อง กรอกให้
ขอตัวไปนอนก่อนนะค่ะ เด่วพุ่งนี้มาเล่าต่อให้ฟังนะค่ะ😊
จากมนุษย์เงินเดือนสู่วิถีชีวิตแม่บ้าน( ในต่างแดน)
ดิฉันคิดอยู่นานว่าจะตั้งกระทู้นี้ดีไหม แต่ที่ดิฉันตั้งกระทู้นี้เพียงเพราะอยากเล่าเรื่องราวประสบการณ์ สนุกๆที่ดิฉันได้พบเจอยามที่ต้องมาอยู่ ตปท. เผื่อจะเปนประสบการณ์แปลกใหม่สำหรับเพื่อนๆก้อได้ค่ะ☺️
ก่อนที่ดิฉันจะย้ายมาอยู่ ตปท. ดิฉันเปน ผญ อายุ 26 ที่ใช้ชีวิตเปนพนักงานออฟฟิศอยู่ใน กทม. แบบเร่งรีบทุกวัน คือ ตื่นเช้าอาบน้ำ แต่งตัว( หน้าไม่แต่งไปแต่งเอาที่ออฟฟิศค่ะ😁) โดดขึ้นรถเพื่อที่จะขับรถไปทำงานในตอนเช้า ที่ทำงานของดิฉันอยู่แถวซอยอารีย์ ดิฉันจึงต้องขับรถไปจอดไว้ที่ BTS หมอชิตทุกเช้าเพื่อจะนั่งรถไฟฟ้าไปทำงาน แต่ถ้าใครที่ทำงานละแวกนั้นจะเข้าใจเรื่องของลานจอดรถ BTS หมอชิตเปนอย่างดี เพราะถ้าคุณแค่ขับรถไปถึงช้าเพียง 5 นาที (หลัง7โมงเช้า) ความสับสนในชีวิตของคุณจะมาในทันที เช่น จะจอดที่ไหนเนี้ย# จะเข้างานทันไหม# จะทันประชุมรึป่าว# จะต่อแถวซื้อข้าวเหนียวหมูปิ้งซื้อกาแฟทันไหม#บลาๆๆๆ. โดยส่วนตัวดิฉันแล้วดิฉันจะเรียกลานจอดรถนี้ว่า ลานจอดรถขั้นเทพ!! เปนลานจอดรถที่ถ้าคุณสามารถจอดบนหลังคากันได้คงจอดกันไปแล้ว 😌. หลังเลิกงานดิฉันก้อต้องรีบกลับมาเอารถเพราะรถจะติดมากๆๆๆๆ. ยิ่งถ้าตอนฝนตกนะค่ะ ไม่ต้องพูดถึงเลย ติดแหง่กอยู่ในลานจอดเปน ชม. ๆกันเลยทีเดียว.
ชีวิตมนุษย์เงินเดือนของดิฉันก้อดำเนินไปอย่างเรียบง่าย มีบ้างที่เลิกงาน จะมีกินเลี้ยง สังสรรค์เล็กๆน้อยๆกันบ้างตามประสาคนทำงาน. บางวันหลังเลิกงานซื้อแกงถุงกลับไปนั่งกินที่ห้อง กินเสด อาบน้ำ ดูทีวี แล้วก้อเข้านอนเพื่อที่จะต้องตื่นแต่เช้าเหมือนทุกๆวัน....จนดิฉันได้มาเจอกับแฟน(ซึ่งคือสามีดิฉันในปัจจุบัน). ต้องบอกก่อนว่า สามีดิฉันเปนคนไทยค่ะ แต่เนื่องจากว่า สามีดิฉันย้ายไปอยู่ ตปท. เกือบ 20 ปีได้แล้ว จึงกลายเป็น citizen ของประเทศนั้นไปเปนที่เรียบร้อย หลังจาคบหาดูใจกันสักพัก เราจึงตกลงแต่งงานกัน ซึ่งนั้นหมายความว่าดิฉันต้องย้ายมาอยู่. ตปท. กะแฟน เรื่องราวความสนุกสนานในชีวิตของดิฉันจึงเริ่มขึ้น!!( ดิฉันต้องขอบอกอีกอย่างว่า ดิฉันไม่เคยเดินทางต่างประเทศ. ภาษาอังกฤษก้อได้แบบว่างูๆปลาๆ )
หลังจากวีซ่าผ่าน. Passport พร้อม ดิฉันจึงเก็บของแพ็คกระเป๋าเตรียมตัวเดินทาง การเดินทางของดิฉันครั้งนี้เปนการเดินทางคนเดียวครั้งแรก (แต่สามีดิฉันรอรับอยู่ที่สนามบินปลายทาง) ครอบครัวของดิฉันไปส่งที่สนามบิน หลังจากร่ำลากันเสร็จเรียบร้อย ดิฉันก็เดินผ่านเข้าประตูเพื่อไปขึ้นเครื่อง ทุกอย่างผ่านไปได้โดยดี จนกระทั่งเครื่องออก หลังจากเครื่องบินออกไปได้สักพัก ก็มีพนักงานมาแจกเมนูเพื่อที่จะสั่งอาหาร หลังจากรับเมนูมา เปิดอ่านเท่านั้นแหละคร๊าาา มันเป็นภาษาอังกฤษล้วนๆเลย!!! แล้วดิฉันจะทำยังไงล่ะเนี้ย อ่านก้อไม่ออก ละจะสั่งยังไง แต่บนความตื่นเต้นของดิฉันก็ยังคงมีความโชคดีอยู่บ้างเพราะบนเครื่องยังมีพี่สจ๊วตกะแอร์เป็นคนไทยอยู่บ้าง (สังเกตจากป้ายชื่อเอานะค่ะ อิอิ) แต่สวรรค์มักจะชอบเล่นตลกกับคนไม่เก่งภาษาอย่างดิฉันซะจิงๆ คนแจกเมนูเปนคนไทย แต่คนรับออเดอร์ดันเปนฝรั่งซะงั้น โอ้วมายก๊อตตต!! แล้วดิฉันจะได้กินไหมนิ ดิฉันก้อพยายามมองผู้โดยสารท่านอื่นว่าเค้าสั่งอะไรกันแต่สรุปว่าฟังไม่รู้เรื่องอีกตามเคย555พี่แอร์รับออเดอร์จนมาถึงดิฉัน ฉันจึงตอบไปว่า I'm not hungry. Just water pleaseee. สรุปคือ อดกินค่ะ 5555+ ทุกอย่างผ่านไปจนปิดไฟแต่ดิฉันนอนไม่หลับเพราะยังคงตื่นเต้น คิดไปต่างๆนานาๆว่า พุ่งนี้จะเปนยังไงต่อไป
ดิฉันนอนไม่หลับจึงหยิบนั้นหยิบนี้ในกระเป๋ามาดูไปเรื่อยเปื่อย เชื่อไหมค่ะว่าดิฉันอ่านมันทุกอย่างจิงๆ อ่านยันฉลากบนขวดน้ำ 555 หยิบไปหยิบมาดิฉันจึงได้เจอเอกสารเล็กๆใบนึงที่ต้องกรอก คือใบ boarding pass. แต่ในใบเปนภาษาอังกฤษหมดเลย ดิฉันกลัวกรอกผิด เลยไปขอให้พี่สจ๊วต คนไทยบนเครื่อง กรอกให้
ขอตัวไปนอนก่อนนะค่ะ เด่วพุ่งนี้มาเล่าต่อให้ฟังนะค่ะ😊