ขอเกริ่นรายละเอียดก่อนเลย แม่เราไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับพ่อเราค่ะ ทีนี้ชื่อทุกอย่าง บ้าน ธุรกิจ รถ ฯลฯ มันก็เป็นของแม่เราค่ะ
ทีนี้แม่เราเสียแล้วค่ะ เสียไป6 ปีได้แล้ว ตอนนั้นเรายังอายุไม่ถึง 20 ผู้จัดการมรดก ก็คืออาม่าของเรา เป็นแม่ของแม่นี่แหล่ะค่ะ เขาก็ยังไม่ยอมโอนชื่อให้ ในตอนนั้นอ้างเรื่องอายุยังไม่ถึง เราก็โอเคเข้าใจ ปล่อยผ่าน...
จนตอนนี้เรา 22 แล้วค่ะ เราก็ยังไม่ได้คุยกับเขาจริงจัง เพราะเขาไม่ชอบพ่อเราเท่าไหร่ เวลาคุยเรื่องเงินๆทองๆ มรดกอะไรแบบนี้เขาก็จะเลี่ยงๆ สไตล์แบบคนจีนแก่ๆ ไม่ได้เรียนหนังสือแต่อวดฉลาด อวดรู้ไปหมดอะค่ะ ทีนี้เราก็รำคาญเขา เพราะคุยอะไรไม่ได้เลย พ่อก็คุยไม่ได้ เพราะเขาไม่ชอบพ่อเรา กลัวว่าพ่อเราจะไปขโมยมรดกเขา ซึ่งพ่อจะเอามาให้เรากับน้องชายนี่แหล่ะ แต่เขาไม่ไว้ใจ คิดว่ามาเกาะเขากิน (ทั้งๆที่พ่อเราเป็นคนสร้างธุรกิจกับแม่เราแท้ๆ แต่โดนชุบมือเปิปไปเป็นของอาม่าซะงั้น)
เข้าเรื่องค่ะ วันนี้พ่อโทรบอกปัญหาหนักเลย เขาว่า ตอนนี้ธนาคารกำลังจะฟ้องบริษัท เรื่องเงินนี่แหล่ะ เชคเด้งอะไรก็ไม่รู้ เราไม่ค่อยเข้าใจ ตอนนี้กำลังประณีประนอมกันอยู่ แต่ก็รู้ว่าค่อนข้างหนักและแย่มากๆ เขาบอกว่า ธนาคารจะฟ้องมาที่ตัวเขา มีสิทธิเข้าตารางสูง และโดนยึดของทุกอย่างไป พูดง่ายๆคือ จะล้มละลายค่ะ เพราะน่าจะกู้เงินจากธนาคารมาหมุนในบริษัทไว้เยอะ แล้วถ้าเป็นแบบนั้นตายเลยค่ะเหลือเรากับน้องชาย เราก็ยังเรียนไม่จบ(กำลังอยู่ในช่วงปั่น senior project เลยค่ะ) น้องเราเพิ่งจะอยู่ ม.3-4 เองค่ะ เทอมนี้เทอมสุดท้ายแล้วค่ะ เราก็วางแผนไว้ว่า เรียนจบจะไปคุยเรื่องนี้กับฝั่งญาติแม่และอาม่า เรื่องการโอนชื่อมรดก แต่ปัญหามันดันมาวันนี้ค่ะ เราไม่ทันได้ตั้งตัวเลยสักอย่าง งานก็ไม่มี เงินก็ยังใช้ที่บ้านอยู่ (วิกฤติจริงๆ) ตอนนี้ที่พอจะทำได้คือ ติดต่อไปทางญาติฝั่งแม่ พี่ชายแม่ค่ะ เพื่อขอคำปรึกษาเรื่องการโอนชื่อ จากอาม่า เพราะว่าอะไรถึงต้องรีบทำ? เพราะเราไม่รู้ว่าปัญหาอะไรจะเกิดขึ้นค่ะ ซึ่งตอนนี้มันเกิดขึ้นแล้ว บอกเลยทำอะไรไม่ถูก มาลงในพันทิปก่อนเลยค่ะ เพราะไม่มีความรู้ด้านนี้ ก่อนหน้านี้พ่อก็คอยบอกแค่ว่า รีบคุยกับอาม่านะ ให้เขาทำเรื่องโอนสิทธิ เดี๋ยวเขาตายไป ทุกอย่างก็หายไปด้วย ทั้งๆที่มันเป็นของเรากับน้องชายเราโดยชอบธรรมค่ะ
คำถามคือ ตอนนี้เราควรทำยังไงดีคะ เรารู้แค่ว่าต้องตั้งสติ แล้วไปคุยกับพี่ชายแม่ แค่นั้น เพราะอาม่าคุยไม่รู้เรื่อง แม้ว่าเขาจะฟังเรามากว่าคนอื่น แต่เขาหัวดื้อมากจริงๆค่ะ สไตล์คนแก่ ส่วนพ่อก็คุยกับทางฝั่งญาติๆแม่ไม่ได้เลยค่ะ มีเราคุยได้คนเดียว
**เพิ่มเติมเรื่องอาม่า
อาม่าแกเป็นคนไม่ทำงานค่ะ ชอบต่อว่าคนอื่น ดูถูกคนอื่น ปากร้าย ใจดำมากๆ แต่ก่อนปล่อยเงินกู้ แต่กับพ่อเรานี่เขาเกลียดมากเลยตั้งแต่แม่เราเสียไป พี่ชายแม่เป็นคนส่งเงินเลี้ยงดูอาม่า เขาบอกแค่ว่าเก็บไว้ให้จนกว่าเราจะโต ซึ่งอย่างที่บอกไปค่ะ อายุมากแล้ว จะเกิดอะไรขึ้นก็ไม่รู้ ถ้าเขาเสียไปคนหนึ่ง ทุกอย่างคือไปกับเขาหมดเลยค่ะ (ฟังจากพ่อมา)
และเรากับที่บ้านไม่อยากให้เรื่องมันบานปลาย ต้องฟ้องร้องอาม่า เราก็สงสารเขา คือเรื่องแบบนี้ก็ไม่ได้อยากให้เกิดขึ้นนะคะ แต่ถ้าเขาไม่ให้ รั้นจริงๆ คงต้องทำเรื่องกับทางทนายความ เพราะเวลาผ่านมานานแล้ว 6 ปีแล้ว แต่เราไม่เคยรับรู้อะไรเกี่ยวกับมรดกเลยค่ะ
ขอโทษที่แอบด่า ว่าอาม่าแรงนะคะ พูดแล้วหมั่นเขี้ยวจริงๆ คือฝั่งญาติแม่เขาก็รู้นิสัยอาม่ากันว่าปากร้าย พูดจารุนแรง ไม่มีใครชอบกัน ไม่มีใครจะคุยกับแกด้วยซ้ำแล้วค่ะ (ฟังจากญาติฝั่งนั้นมา)
**เพิ่มเติมเรื่องพี่ชายแม่ค่ะ
โทรไปคุยกับเขาแล้ว เขาก็บอกว่า ถ้าโอนไปให้รับรองว่าไม่เหลืออะไรเลย เราก็โทรไปคุยกับพ่อ พ่อก็คิดไว้อยู่แล้วว่าต้องประมาณนี้ กู๋ก่อนวางสายไปเขาก็บอกว่า เดี๋ยวจะไปคุยกับพ่อเอง หลังจากเราฟูมฟายพูดติดๆขัดๆ ว่าพ่อกำลังเจอวิกฤติ เรื่องเงินๆทองๆนี่มันไม่เข้าใครออกใครจริงๆ เราไว้ใจ เชื่อใจพ่อเราอยู่แล้ว เขาเลี้ยงเรามา ไม่เคยทำร้าย หรือมีปัญหาเรื่องเงิน ส่วนฝั่งแม่ทางนั้นก็มีฐานะระดับนึงอยู่แล้ว ก็ไม่ต้องห่วงเรื่องเงินอะไรเลย เขาคงกลัวพ่อเราเอามาใช้ ซึ่งตอนนี้เราสงสารตัวเองกับพ่อเรามากเลยค่ะ
** เพิ่มเติมการเจรจากับพ่อค่ะ รวมถึงขอคำปรึกษาหลายๆคนแล้วด้วย
ส่วนใหญ่ก็จะความเห็นตรงกันหมดในเรื่องของการปล่อยให้ล้มไปดีกว่า มานั่งยื้อไว้บ่มเพาะหนี้ไปเรื่อยๆ
ซึ่งตอนคุยกับพ่อ เขาก็เห็นด้วยและมีความคิดเรื่องนี้เหมือนกันว่า ยอมตัดแขนตัดขาดเพื่อรักษาชีวิต(สำนวนของเขาอานะ)
แล้วทนายความของพ่อก็แนะนำให้พ่อกู้เงินนอกระบบ ซึ่งพ่อมองว่าดอกเบี้ยแพงมาก กลัวปัญหาจะเพิ่มขึ้นอีก
ส่วนทางฝั่งอาม่าเราคิดว่า เค้าคงกลัวพ่อเราเอาไปค้ำจนหมดตัวกระมังคะ เลยไม่โอนชื่อให้ ตอนนี้เลยคุยกับพ่อว่า ถ้าขอโอนแค่ชื่อบริษัทอย่างเดียวได้มั้ย แล้วอย่างอื่นก็ไว้ก่อน อย่างน้อยก็เอาบริษัทไว้ทำมาหากินต่อ (รึป่าว?)
ปล. กระทู้แรกเลยค่ะ พิมพ์อะไรผิด วรรคบรรทัดอ่านยาก แทคห้องผิด ก็ขออภัยด้วยนะคะ
ปล. เห็นการช่วยเหลือ การให้คำแนะนำจากใน พันทิป เยอะมาก ขอความกรุณาด้วยนะคะ เดือดร้อนจริงๆ
ปล. ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับการให้คำปรึกษา/คำแนะนำ นะคะ
ปล. จะมาอัพเดทการเจรจาเรื่อยๆค่ะ
มีปัญหากับผู้จัดการมรดก ไม่ยอมโอนสิทธิการเป็นเจ้าของมรดกให้ค่ะ และที่บ้านกำลังจะโดนฟ้องจากธนาคาร ขอคำปรึกษาทีนะคะ
ทีนี้แม่เราเสียแล้วค่ะ เสียไป6 ปีได้แล้ว ตอนนั้นเรายังอายุไม่ถึง 20 ผู้จัดการมรดก ก็คืออาม่าของเรา เป็นแม่ของแม่นี่แหล่ะค่ะ เขาก็ยังไม่ยอมโอนชื่อให้ ในตอนนั้นอ้างเรื่องอายุยังไม่ถึง เราก็โอเคเข้าใจ ปล่อยผ่าน...
จนตอนนี้เรา 22 แล้วค่ะ เราก็ยังไม่ได้คุยกับเขาจริงจัง เพราะเขาไม่ชอบพ่อเราเท่าไหร่ เวลาคุยเรื่องเงินๆทองๆ มรดกอะไรแบบนี้เขาก็จะเลี่ยงๆ สไตล์แบบคนจีนแก่ๆ ไม่ได้เรียนหนังสือแต่อวดฉลาด อวดรู้ไปหมดอะค่ะ ทีนี้เราก็รำคาญเขา เพราะคุยอะไรไม่ได้เลย พ่อก็คุยไม่ได้ เพราะเขาไม่ชอบพ่อเรา กลัวว่าพ่อเราจะไปขโมยมรดกเขา ซึ่งพ่อจะเอามาให้เรากับน้องชายนี่แหล่ะ แต่เขาไม่ไว้ใจ คิดว่ามาเกาะเขากิน (ทั้งๆที่พ่อเราเป็นคนสร้างธุรกิจกับแม่เราแท้ๆ แต่โดนชุบมือเปิปไปเป็นของอาม่าซะงั้น)
เข้าเรื่องค่ะ วันนี้พ่อโทรบอกปัญหาหนักเลย เขาว่า ตอนนี้ธนาคารกำลังจะฟ้องบริษัท เรื่องเงินนี่แหล่ะ เชคเด้งอะไรก็ไม่รู้ เราไม่ค่อยเข้าใจ ตอนนี้กำลังประณีประนอมกันอยู่ แต่ก็รู้ว่าค่อนข้างหนักและแย่มากๆ เขาบอกว่า ธนาคารจะฟ้องมาที่ตัวเขา มีสิทธิเข้าตารางสูง และโดนยึดของทุกอย่างไป พูดง่ายๆคือ จะล้มละลายค่ะ เพราะน่าจะกู้เงินจากธนาคารมาหมุนในบริษัทไว้เยอะ แล้วถ้าเป็นแบบนั้นตายเลยค่ะเหลือเรากับน้องชาย เราก็ยังเรียนไม่จบ(กำลังอยู่ในช่วงปั่น senior project เลยค่ะ) น้องเราเพิ่งจะอยู่ ม.3-4 เองค่ะ เทอมนี้เทอมสุดท้ายแล้วค่ะ เราก็วางแผนไว้ว่า เรียนจบจะไปคุยเรื่องนี้กับฝั่งญาติแม่และอาม่า เรื่องการโอนชื่อมรดก แต่ปัญหามันดันมาวันนี้ค่ะ เราไม่ทันได้ตั้งตัวเลยสักอย่าง งานก็ไม่มี เงินก็ยังใช้ที่บ้านอยู่ (วิกฤติจริงๆ) ตอนนี้ที่พอจะทำได้คือ ติดต่อไปทางญาติฝั่งแม่ พี่ชายแม่ค่ะ เพื่อขอคำปรึกษาเรื่องการโอนชื่อ จากอาม่า เพราะว่าอะไรถึงต้องรีบทำ? เพราะเราไม่รู้ว่าปัญหาอะไรจะเกิดขึ้นค่ะ ซึ่งตอนนี้มันเกิดขึ้นแล้ว บอกเลยทำอะไรไม่ถูก มาลงในพันทิปก่อนเลยค่ะ เพราะไม่มีความรู้ด้านนี้ ก่อนหน้านี้พ่อก็คอยบอกแค่ว่า รีบคุยกับอาม่านะ ให้เขาทำเรื่องโอนสิทธิ เดี๋ยวเขาตายไป ทุกอย่างก็หายไปด้วย ทั้งๆที่มันเป็นของเรากับน้องชายเราโดยชอบธรรมค่ะ
คำถามคือ ตอนนี้เราควรทำยังไงดีคะ เรารู้แค่ว่าต้องตั้งสติ แล้วไปคุยกับพี่ชายแม่ แค่นั้น เพราะอาม่าคุยไม่รู้เรื่อง แม้ว่าเขาจะฟังเรามากว่าคนอื่น แต่เขาหัวดื้อมากจริงๆค่ะ สไตล์คนแก่ ส่วนพ่อก็คุยกับทางฝั่งญาติๆแม่ไม่ได้เลยค่ะ มีเราคุยได้คนเดียว
**เพิ่มเติมเรื่องอาม่า
อาม่าแกเป็นคนไม่ทำงานค่ะ ชอบต่อว่าคนอื่น ดูถูกคนอื่น ปากร้าย ใจดำมากๆ แต่ก่อนปล่อยเงินกู้ แต่กับพ่อเรานี่เขาเกลียดมากเลยตั้งแต่แม่เราเสียไป พี่ชายแม่เป็นคนส่งเงินเลี้ยงดูอาม่า เขาบอกแค่ว่าเก็บไว้ให้จนกว่าเราจะโต ซึ่งอย่างที่บอกไปค่ะ อายุมากแล้ว จะเกิดอะไรขึ้นก็ไม่รู้ ถ้าเขาเสียไปคนหนึ่ง ทุกอย่างคือไปกับเขาหมดเลยค่ะ (ฟังจากพ่อมา)
และเรากับที่บ้านไม่อยากให้เรื่องมันบานปลาย ต้องฟ้องร้องอาม่า เราก็สงสารเขา คือเรื่องแบบนี้ก็ไม่ได้อยากให้เกิดขึ้นนะคะ แต่ถ้าเขาไม่ให้ รั้นจริงๆ คงต้องทำเรื่องกับทางทนายความ เพราะเวลาผ่านมานานแล้ว 6 ปีแล้ว แต่เราไม่เคยรับรู้อะไรเกี่ยวกับมรดกเลยค่ะ
ขอโทษที่แอบด่า ว่าอาม่าแรงนะคะ พูดแล้วหมั่นเขี้ยวจริงๆ คือฝั่งญาติแม่เขาก็รู้นิสัยอาม่ากันว่าปากร้าย พูดจารุนแรง ไม่มีใครชอบกัน ไม่มีใครจะคุยกับแกด้วยซ้ำแล้วค่ะ (ฟังจากญาติฝั่งนั้นมา)
**เพิ่มเติมเรื่องพี่ชายแม่ค่ะ
โทรไปคุยกับเขาแล้ว เขาก็บอกว่า ถ้าโอนไปให้รับรองว่าไม่เหลืออะไรเลย เราก็โทรไปคุยกับพ่อ พ่อก็คิดไว้อยู่แล้วว่าต้องประมาณนี้ กู๋ก่อนวางสายไปเขาก็บอกว่า เดี๋ยวจะไปคุยกับพ่อเอง หลังจากเราฟูมฟายพูดติดๆขัดๆ ว่าพ่อกำลังเจอวิกฤติ เรื่องเงินๆทองๆนี่มันไม่เข้าใครออกใครจริงๆ เราไว้ใจ เชื่อใจพ่อเราอยู่แล้ว เขาเลี้ยงเรามา ไม่เคยทำร้าย หรือมีปัญหาเรื่องเงิน ส่วนฝั่งแม่ทางนั้นก็มีฐานะระดับนึงอยู่แล้ว ก็ไม่ต้องห่วงเรื่องเงินอะไรเลย เขาคงกลัวพ่อเราเอามาใช้ ซึ่งตอนนี้เราสงสารตัวเองกับพ่อเรามากเลยค่ะ
** เพิ่มเติมการเจรจากับพ่อค่ะ รวมถึงขอคำปรึกษาหลายๆคนแล้วด้วย
ส่วนใหญ่ก็จะความเห็นตรงกันหมดในเรื่องของการปล่อยให้ล้มไปดีกว่า มานั่งยื้อไว้บ่มเพาะหนี้ไปเรื่อยๆ
ซึ่งตอนคุยกับพ่อ เขาก็เห็นด้วยและมีความคิดเรื่องนี้เหมือนกันว่า ยอมตัดแขนตัดขาดเพื่อรักษาชีวิต(สำนวนของเขาอานะ)
แล้วทนายความของพ่อก็แนะนำให้พ่อกู้เงินนอกระบบ ซึ่งพ่อมองว่าดอกเบี้ยแพงมาก กลัวปัญหาจะเพิ่มขึ้นอีก
ส่วนทางฝั่งอาม่าเราคิดว่า เค้าคงกลัวพ่อเราเอาไปค้ำจนหมดตัวกระมังคะ เลยไม่โอนชื่อให้ ตอนนี้เลยคุยกับพ่อว่า ถ้าขอโอนแค่ชื่อบริษัทอย่างเดียวได้มั้ย แล้วอย่างอื่นก็ไว้ก่อน อย่างน้อยก็เอาบริษัทไว้ทำมาหากินต่อ (รึป่าว?)
ปล. กระทู้แรกเลยค่ะ พิมพ์อะไรผิด วรรคบรรทัดอ่านยาก แทคห้องผิด ก็ขออภัยด้วยนะคะ
ปล. เห็นการช่วยเหลือ การให้คำแนะนำจากใน พันทิป เยอะมาก ขอความกรุณาด้วยนะคะ เดือดร้อนจริงๆ
ปล. ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับการให้คำปรึกษา/คำแนะนำ นะคะ
ปล. จะมาอัพเดทการเจรจาเรื่อยๆค่ะ