สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ชาวพันทิป เรื่องราวที่จะเล่าต่อไปนี้ รับรองได้ค่ะว่าเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้น
หลายคนอาจมองว่าเราเป็นคนหลายใจ หรือ โลเล นั่นก็แล้วแต่ทุกคนจะคิดค่ะเราเองก็คงห้ามความคิดใครไม่ได้
แต่ตอนนี้เรารู้สับสนมากจริงๆ ว่าความรู้สึกที่เรากำลังเป็นอยู่มันคืออะไรกันแน่...
ขอเริ่มเลยก็แล้วกันนะคะ ขอใช้ชื่อสมมุติของทุกคนแล้วกันเนาะเพื่อไม่ใครใครเดือดร้อน
เราชื่อน่านค่ะ ตอนนี้ทำงานอยู่ในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งเกี่ยวกับอสังหา เรายอมรับเลยว่ารสนิยมทางเพศของเราไม่เหมือนใครนัก
ค่ะ เราเป็นผู้หญิงที่ชอบผู้หญิง แต่ออกห้าวๆหน่อยไม่ถึงกับทอมบอย ตอนนี้เราคบกับรุ่นน้องคนนึงอยู่ค่ะเค้าน่ารักมาก เราคบกันมาตอนนี้เกือบๆ 3 ปีได้แล้ว
ทุกอย่างมันดูโอเคค่ะ ถึงอายุจะห่างกันถึง 4 ปี แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะเราต่างคนต่างคุยกันเหมือนเพื่อนมากกว่า เอาเป็นว่าเป็นได้ทุกอย่างค่ะ
ไม่ว่าจะเพื่อน หรือแฟน แต่มีอยู่เรื่องนึงที่น่านเองรู้สึกผิดต่อเค้ามากเพราะไม่กล้าบอกและกลัวเค้าจะรับไม่ได้...
จะเรียกว่าการนอกใจ มันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ เพราะไม่ได้เป็นขนาดนั้น คือน่านคุยกับรุ่นพี่คนนึงสมมุติว่าชื่อพี่เก๋ พี่เค้าเป็นพยาบาลอยู่โรงพยาบาลแห่งนึงในภาคอีสานค่ะ เราสองคนรู้จักกันมาตั้งแต่น่านเรียนอยู่ปี 1 ตอนนั้นยอมรับนะคะว่าชอบพี่เค้า แต่เราทั้งคู่ก็มีแฟนอยู่แล้วก็เลยคุยกันเป็นพี่น้องธรรมดา
ไม่ได้มีนัยยะอะไร เวลาน่านทะเลาะกับแฟน พี่เก๋ก็จะคอยให้คำปรึกษาตลอด จนเราเริ่มสนิทกัน แต่อยู่ดีๆพี่เค้าก็ห่างๆออกไป แบบเงียบหายไปเลย
เราก็เลยสงสัย ก็เลยทักแชตพี่เค้าไปว่า "เงียบไปนะ" พี่เค้าเลยตอบกลับมาประมาณว่า เค้าทะเลาะกับแฟนเค้า แฟนเค้าไม่อยากให้เราสองคนคุยกัน
ตอนนั้นน่านก็เข้าใจค่ะ เลยห่างๆออกมา ... หายไปอยู่นานจนตอนนั้นน่านเลิกกับแฟนไปแล้ว แต่พี่เค้าก็ยังคบกับแฟนเค้าอยู่ แต่ก็ยังคุยๆกันบ้างค่ะ ตามประสาพี่กับน้อง
จนน่านรู้ว่าพี่เค้าเลิกกับแฟนตอนน่านอยู่ปี 2 ก็เลยกลับมาคุยกันอีก ตอนนั้นรู้สึกดีมาก คอยไปรับไปส่งไปเที่ยวด้วยกัน แต่ก็ยังอยู่ในสถานะเดิม จนน่านคิดว่าความรู้สึกของตัวเเองเริ่มเปลี่ยนไป ก็เลยตัดสินใจถามพี่เก๋ว่า เค้ารู้สึกกับเรายังไง แต่เค้าตอบมาแค่ ก็ดีนะ อยู่แบบนี้ก็ดี
เราก็เลยงงๆ ว่าอ่าวยังไงอะไรคือดี ก็เลยถามไปอีกค่ะว่าเออ แล้วดีนี่ดียังไง เค้าก็ตอบกลับมาว่า ตอนนี้พี่มีคนคุยด้วยอยู่น่านก็เป็น 1 ในนั้น เค้าบอกว่าอีกปีนึงเค้าก็จะจบแล้ว เค้าไม่อยากยื้อเราไว้ เข้าใจใช่ไหม ?
เราก็คิดว่า ยื้อทำไมไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย แต่มันก็คาใจเราเลยถามเค้าไปตรงๆว่า ชอบเราเหรอ ? คำตอบตอบที่ได้กลับมาคือ ยิ้ม ... - -
จนพี่เค้าเรียนจบ ตอนนั้นเราก็คบๆเลิกๆ กับคนที่เข้ามา มันเป็นแบบนี้ตลอด พอเวลาเราเลิกกับแฟน พี่เก๋ก็จะเข้ามาถามนู่นนี่ ทั้งๆที่เค้าเองก็มีแฟนอยู่แล้ว
แต่พอเค้าโสด เราเองก็มีแฟน จนบางทีก็คิดว่าเหมือนเวลาของเราสองคนไม่เคยตรงกันเลยมันเลยทำให้น่านสงสัยว่ารอยยิ้มในวันนั้นมันคือคำตอบอะไรกันแน่ ...
จนวันนึงเราทนเก็บความสงสัยไม่ไหวบวกกับความมึนๆในงานเลี้ยงวันเกิดเพื่อน เราเลยโทรไปหาพี่เค้ายอมรับว่าตอนนั้นยังพอรู้ตัวอยู่
เราถามพี่เค้าไปว่า ถามจริง รู้สึกยังไงกับน่าน ห้ามตอบว่าไม่รู้ หรือเลี่ยงคำตอบ
พี่เค้าเลยตอบกลับมาว่า พี่อะชอบเรานะ แต่เรามีแฟนแล้ว พี่ทำอะไรไม่ได้หรอก
เราเลยถามว่า แล้วตอนเราไม่มีแฟนทำไมไม่พูด
เค้าก็ตอบประมาณว่า แล้วเราล่ะทำไมไม่พูดเราเองก็ชอบพี่ไม่ใช่รึไง ต่างคนต่างไม่พูดมันก็เลยเป็นแบบนี้
ตอนนั้นเราเองก็คิดนะว่าเออ ก็จริงถ้าบอกความรู้สึกตัวเองไปแบบนั้นมันก็คงจะดีแต่จะทำยังไงได้ ผ่านมาขนาดนี้แล้วทำได้แค่ช่างมัน
พอมาถึงช่วงเทอมสองของปี 4 ตอนนั้นบ้านเรามีปัญหาทางการเงินเกือบจะไม่ได้เรียนต่อ พอพี่เค้ารู้เค้าก็เลยโอนเงินค่าเทอมมาให้ ถามว่าพี่เค้ารู้เลขบัญชีเราได้ยังไง มันมีช่วงนึงที่เราช๊อปเกินขนาดทำให้เราต้องโทรไปยืมเงินที่เค้าแต่ก็แค่หลักร้อย แล้วก็โอนคืนให้ จากนั้นเราก็ไม่ได้อะไรอีก
แต่พอเกิดเรื่องที่บ้าน เค้าก็โอนเงินมาให้ แล้วก็ทำอย่างนี้ตลอดจนเราเรียนจบ เราก็เลยหาวิธีที่จะเอาเงินคืนเค้าเพราะครอบครัวเราเองก็เริ่มจะดีขึ้นแล้ว
แต่เค้าก็บอกตลอดว่า เปลี่ยนบัญชีไปแล้ว บัญชีนั้นเลิกใช้ เราก็เลยต้องเก็บเงินของเค้าไว้
พอดีช่วงที่เราเรียนโทต่อก็เลยมีโอกาสได้ไปทำวิจัยในแถบภาคอีสานเลยได้เจอกับพี่เค้าเราก็เอาเงินคืนให้ เค้าบอกไม่เอาเก็บไว้เหอะ เราเองก็บอกว่าไม่เป็นไรแล้วก็เอาเงินในซองให้เค้าไป
ช่วงที่เราอยู่ที่นั่น พี่เก๋กับน่านไปเที่ยวด้วยกันบ่อยมากค่ะ พี่เค้าลงวอดปุ๊บเค้าก็มาหาเลย จนวันนึงเราก็ไปเที่ยวกันดื่มไปนิดหน่อยมันก็เลยเกิดเหตุการณ์นึงขึ้น แต่ไม่ถึงกับเลยเถิด
พี่เค้าก็เลยถามเราว่า ตอนนี้เรามีใครอยู่ไหม เราตอบได้เต็มปากเลยค่ะว่ามี นั่นคือเหตุผลที่เรายั้งใจไว้ พี่เก๋ก็เลยบอกว่า อื้ม เข้าใจแล้ว
ความรู้สึกเราตอนนั้นมันแบบ กลืนไม่เข้าคายไม่ออกเลยจริงๆ มันทั้งรู้สึกผิดกับแฟนตัวเอง รู้สึกผิดกับพี่เค้า เพราะเรารู้สึกว่าการที่เราทำแบบนี้มันเท่ากับว่าให้ความหวังเค้าอยู่โดยที่ก็รู้ว่าเค้าคิดกับเรายังไง อารมณ์เหมือนแบบมาหลอกให้อยากแล้วจากไป ยังไงอย่างนั้นเลย
จนเรากลับมากรุงเทพ พี่เค้าก็ยังติดต่อเราอยู่ แต่มันรู้สึกไม่เหมือนเดิมตรงที่ว่ารู้สึกเหมือนพี่เก๋เค้าคิดกับเรามากขึ้น ขี้ประชด ยังไงบอกไม่ถูก ผ่านไปปีกว่าๆสุดท้ายเรากับแฟนก็เลิกกัน ไม่ใช่เพราะเรื่องพี่เค้าหรอกนะคะ แต่เป็นเพราะความห่างคือแฟนเค้าได้ทุนไปเรียนต่อต่างประเทศมันก็เลยทำให้เค้ารู้สึกว่าเราอยู่ไกลกันเกินไป เค้าก็เลยปล่อยเราเป็นอิสระดีกว่า (เอาเป็นว่าเป็นเหตุผลที่รู้กันดีดีกว่าเนาะ)
มันก็เลยทำให้เรากลับมาคุยกับพี่เก๋อีก แต่คราวนี้เริ่มคุยกันบ่อยขึ้นค่ะ แต่ทว่ามันไม่จบแค่นี้ ตอนนั้นเราคุยกับพี่เค้ามาประมาณปีกว่าๆ แล้วเราก็มาเจอน้องบี แฟนคนปัจจุบันที่มหาลัย เราเริ่มคุยกับบี แล้วก็คุยกับพี่เก๋ไปด้วย แต่แน่นอนค่ะว่าเราเริ่มสนิทกับบีมากว่า เพราะเจอกันเกือบทุกวันไปไหนด้วยกันทุกวัน มันก็เลยทำให้เราตัดสินใจคบกับบี แต่เราเองก็ยังไม่บอกพี่เก๋ จนวันนึงพี่เค้าก็ถามเราว่า อ่าวมีแฟนตั้งแต่เมื่อไหร่ เราก็เลยตอบไปว่ารู้เหรอ
เค้าก็บอกว่าอื้ม เห็นในเฟส .. น่าน ถ้ามีแฟนก็บอกกันดิ ทำแบบนี้มันเท่ากับกั๊กกันไว้เลยนะ
ตอนนั้นเรารู้สึกผิดมาก ได้แต่ขอโทษเค้า แล้วหลังจากนั้นเค้าก็หายไปจนน่านเองเรียนจบป.โท แต่ที่น่านแปลกใจก็คือ ในทุกๆเดือนจะมีเงินโอนเข้ามาตลอด และน่านเองก็พอจะเดาออกว่า " ใคร " แต่พอน่านโทรไปหาเหมือนกับว่า เค้าเปลี่ยนเบอร์ ส่วนเฟสกับไลน์ไม่ต้องถามถึงเพราะเหมือนเค้าบล็อคเราไปแล้ว น่านเองก็เลยงง ว่าอ่าวทำขนาดนี้แล้วทำไมยังโอนเงินมาอีก แต่เงินทั้งหมดน่านไม่เคยใช้เลยนะคะ ยังเก็บไว้อยู่....
แล้วไม่นานมานี้ค่ะเมื่อ 3 เดือนก่อน มีเบอร์แปลกๆโทรเข้ามาน่านเองเลยรับสาย ปรากฏว่าคนที่หายตัวไปเค้าโทรมา ตอนนั้นน่านรู้สึกดีใจมากมันโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก มันรู้สึกแปลกๆ รู้สึกดีนะที่เค้าเป็นฝ่ายโทรมา
เค้าก็ถามเราว่าเป็นไงบ้าง สบายดีไหม ตามประสา จนเรานึกขึ้นได้เรื่องเงิน เราก็เลยบอกว่าเนี๊ยะจะเอาเงินไปคืน แต่เค้าก็บอกว่าอ่าวรู้ได้ไง ไม่ต้องคืนหรอกเก็บไว้นั่นแหละ เราก็เลยบอกว่างั้นไม่ต้องโอนมาแล้วน่านมีงานทำแล้ว เค้าก็บอกอื้ม ก็ดีแล้วแหละ เราคุยกันไปสักพัก พี่เค้าก็เงียบไปเราก็เลยถามไปว่า มีอะไรรึเปล่าหายไปเกือบ 2 ปี พอนึกจะโทมาก็เงียบ ...
คำตอบที่ได้กลับมาคือพี่เค้าบอกว่า.... พี่เค้ากำลังจะแต่งงาน เชิญเราด้วยนะ ....
ตอนนั้นสมองที่กำลังดีใจประมวลผลแทบไม่เป็น ถามว่าดีใจไหมที่พี่เค้าจะแต่งงาน มันก็ดีใจนะ แต่อีกใจนึงมันโหวงๆแบบบอกไม่ถูก แต่ก็ได้แค่ตอบไปว่า
.... ดีใจด้วยนะ .....
แต่สิ่งที่เราช็อคที่สุดก่อนพี่เค้าจะวางสายก็คือ เค้าบอกกับเราว่า อื้ม เค้ารักเรานะ รักมาก เค้าพูดแค่นี้แล้วก็วางไป แต่พอเราโทรกลับเค้าก็ไม่มีสัญญาณตอบรับ
ตอนนี้เราสับสนมาก เราไม่รู้ว่าความรู้สึกของเราที่มีต่อพี่เค้าคือยังไง ? ถามว่าตอนนี้เรารักแฟนเราไหม มันก็รักนะ รักเหมือนเดิม แต่ถ้าถามว่ากับพี่เก๋มันรู้สึกยังไง เราเองก็ตอบไม่ถูกเหมือนกัน มันไม่ถึงกับรัก แต่ก็ไม่ได้ไม่รัก ....
#เราเลยอยากถามเพื่อนๆว่า เรื่องที่เราเล่าไปทั้งหมด เพื่อนๆคิดว่าเราครจะทำยังไงกับความรู้สึกแบบนี้ดี
รัก หรือแค่ผูกพันธ์ ?
หลายคนอาจมองว่าเราเป็นคนหลายใจ หรือ โลเล นั่นก็แล้วแต่ทุกคนจะคิดค่ะเราเองก็คงห้ามความคิดใครไม่ได้
แต่ตอนนี้เรารู้สับสนมากจริงๆ ว่าความรู้สึกที่เรากำลังเป็นอยู่มันคืออะไรกันแน่...
ขอเริ่มเลยก็แล้วกันนะคะ ขอใช้ชื่อสมมุติของทุกคนแล้วกันเนาะเพื่อไม่ใครใครเดือดร้อน
เราชื่อน่านค่ะ ตอนนี้ทำงานอยู่ในบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งเกี่ยวกับอสังหา เรายอมรับเลยว่ารสนิยมทางเพศของเราไม่เหมือนใครนัก
ค่ะ เราเป็นผู้หญิงที่ชอบผู้หญิง แต่ออกห้าวๆหน่อยไม่ถึงกับทอมบอย ตอนนี้เราคบกับรุ่นน้องคนนึงอยู่ค่ะเค้าน่ารักมาก เราคบกันมาตอนนี้เกือบๆ 3 ปีได้แล้ว
ทุกอย่างมันดูโอเคค่ะ ถึงอายุจะห่างกันถึง 4 ปี แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะเราต่างคนต่างคุยกันเหมือนเพื่อนมากกว่า เอาเป็นว่าเป็นได้ทุกอย่างค่ะ
ไม่ว่าจะเพื่อน หรือแฟน แต่มีอยู่เรื่องนึงที่น่านเองรู้สึกผิดต่อเค้ามากเพราะไม่กล้าบอกและกลัวเค้าจะรับไม่ได้...
จะเรียกว่าการนอกใจ มันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ เพราะไม่ได้เป็นขนาดนั้น คือน่านคุยกับรุ่นพี่คนนึงสมมุติว่าชื่อพี่เก๋ พี่เค้าเป็นพยาบาลอยู่โรงพยาบาลแห่งนึงในภาคอีสานค่ะ เราสองคนรู้จักกันมาตั้งแต่น่านเรียนอยู่ปี 1 ตอนนั้นยอมรับนะคะว่าชอบพี่เค้า แต่เราทั้งคู่ก็มีแฟนอยู่แล้วก็เลยคุยกันเป็นพี่น้องธรรมดา
ไม่ได้มีนัยยะอะไร เวลาน่านทะเลาะกับแฟน พี่เก๋ก็จะคอยให้คำปรึกษาตลอด จนเราเริ่มสนิทกัน แต่อยู่ดีๆพี่เค้าก็ห่างๆออกไป แบบเงียบหายไปเลย
เราก็เลยสงสัย ก็เลยทักแชตพี่เค้าไปว่า "เงียบไปนะ" พี่เค้าเลยตอบกลับมาประมาณว่า เค้าทะเลาะกับแฟนเค้า แฟนเค้าไม่อยากให้เราสองคนคุยกัน
ตอนนั้นน่านก็เข้าใจค่ะ เลยห่างๆออกมา ... หายไปอยู่นานจนตอนนั้นน่านเลิกกับแฟนไปแล้ว แต่พี่เค้าก็ยังคบกับแฟนเค้าอยู่ แต่ก็ยังคุยๆกันบ้างค่ะ ตามประสาพี่กับน้อง
จนน่านรู้ว่าพี่เค้าเลิกกับแฟนตอนน่านอยู่ปี 2 ก็เลยกลับมาคุยกันอีก ตอนนั้นรู้สึกดีมาก คอยไปรับไปส่งไปเที่ยวด้วยกัน แต่ก็ยังอยู่ในสถานะเดิม จนน่านคิดว่าความรู้สึกของตัวเเองเริ่มเปลี่ยนไป ก็เลยตัดสินใจถามพี่เก๋ว่า เค้ารู้สึกกับเรายังไง แต่เค้าตอบมาแค่ ก็ดีนะ อยู่แบบนี้ก็ดี
เราก็เลยงงๆ ว่าอ่าวยังไงอะไรคือดี ก็เลยถามไปอีกค่ะว่าเออ แล้วดีนี่ดียังไง เค้าก็ตอบกลับมาว่า ตอนนี้พี่มีคนคุยด้วยอยู่น่านก็เป็น 1 ในนั้น เค้าบอกว่าอีกปีนึงเค้าก็จะจบแล้ว เค้าไม่อยากยื้อเราไว้ เข้าใจใช่ไหม ?
เราก็คิดว่า ยื้อทำไมไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย แต่มันก็คาใจเราเลยถามเค้าไปตรงๆว่า ชอบเราเหรอ ? คำตอบตอบที่ได้กลับมาคือ ยิ้ม ... - -
จนพี่เค้าเรียนจบ ตอนนั้นเราก็คบๆเลิกๆ กับคนที่เข้ามา มันเป็นแบบนี้ตลอด พอเวลาเราเลิกกับแฟน พี่เก๋ก็จะเข้ามาถามนู่นนี่ ทั้งๆที่เค้าเองก็มีแฟนอยู่แล้ว
แต่พอเค้าโสด เราเองก็มีแฟน จนบางทีก็คิดว่าเหมือนเวลาของเราสองคนไม่เคยตรงกันเลยมันเลยทำให้น่านสงสัยว่ารอยยิ้มในวันนั้นมันคือคำตอบอะไรกันแน่ ...
จนวันนึงเราทนเก็บความสงสัยไม่ไหวบวกกับความมึนๆในงานเลี้ยงวันเกิดเพื่อน เราเลยโทรไปหาพี่เค้ายอมรับว่าตอนนั้นยังพอรู้ตัวอยู่
เราถามพี่เค้าไปว่า ถามจริง รู้สึกยังไงกับน่าน ห้ามตอบว่าไม่รู้ หรือเลี่ยงคำตอบ
พี่เค้าเลยตอบกลับมาว่า พี่อะชอบเรานะ แต่เรามีแฟนแล้ว พี่ทำอะไรไม่ได้หรอก
เราเลยถามว่า แล้วตอนเราไม่มีแฟนทำไมไม่พูด
เค้าก็ตอบประมาณว่า แล้วเราล่ะทำไมไม่พูดเราเองก็ชอบพี่ไม่ใช่รึไง ต่างคนต่างไม่พูดมันก็เลยเป็นแบบนี้
ตอนนั้นเราเองก็คิดนะว่าเออ ก็จริงถ้าบอกความรู้สึกตัวเองไปแบบนั้นมันก็คงจะดีแต่จะทำยังไงได้ ผ่านมาขนาดนี้แล้วทำได้แค่ช่างมัน
พอมาถึงช่วงเทอมสองของปี 4 ตอนนั้นบ้านเรามีปัญหาทางการเงินเกือบจะไม่ได้เรียนต่อ พอพี่เค้ารู้เค้าก็เลยโอนเงินค่าเทอมมาให้ ถามว่าพี่เค้ารู้เลขบัญชีเราได้ยังไง มันมีช่วงนึงที่เราช๊อปเกินขนาดทำให้เราต้องโทรไปยืมเงินที่เค้าแต่ก็แค่หลักร้อย แล้วก็โอนคืนให้ จากนั้นเราก็ไม่ได้อะไรอีก
แต่พอเกิดเรื่องที่บ้าน เค้าก็โอนเงินมาให้ แล้วก็ทำอย่างนี้ตลอดจนเราเรียนจบ เราก็เลยหาวิธีที่จะเอาเงินคืนเค้าเพราะครอบครัวเราเองก็เริ่มจะดีขึ้นแล้ว
แต่เค้าก็บอกตลอดว่า เปลี่ยนบัญชีไปแล้ว บัญชีนั้นเลิกใช้ เราก็เลยต้องเก็บเงินของเค้าไว้
พอดีช่วงที่เราเรียนโทต่อก็เลยมีโอกาสได้ไปทำวิจัยในแถบภาคอีสานเลยได้เจอกับพี่เค้าเราก็เอาเงินคืนให้ เค้าบอกไม่เอาเก็บไว้เหอะ เราเองก็บอกว่าไม่เป็นไรแล้วก็เอาเงินในซองให้เค้าไป
ช่วงที่เราอยู่ที่นั่น พี่เก๋กับน่านไปเที่ยวด้วยกันบ่อยมากค่ะ พี่เค้าลงวอดปุ๊บเค้าก็มาหาเลย จนวันนึงเราก็ไปเที่ยวกันดื่มไปนิดหน่อยมันก็เลยเกิดเหตุการณ์นึงขึ้น แต่ไม่ถึงกับเลยเถิด
พี่เค้าก็เลยถามเราว่า ตอนนี้เรามีใครอยู่ไหม เราตอบได้เต็มปากเลยค่ะว่ามี นั่นคือเหตุผลที่เรายั้งใจไว้ พี่เก๋ก็เลยบอกว่า อื้ม เข้าใจแล้ว
ความรู้สึกเราตอนนั้นมันแบบ กลืนไม่เข้าคายไม่ออกเลยจริงๆ มันทั้งรู้สึกผิดกับแฟนตัวเอง รู้สึกผิดกับพี่เค้า เพราะเรารู้สึกว่าการที่เราทำแบบนี้มันเท่ากับว่าให้ความหวังเค้าอยู่โดยที่ก็รู้ว่าเค้าคิดกับเรายังไง อารมณ์เหมือนแบบมาหลอกให้อยากแล้วจากไป ยังไงอย่างนั้นเลย
จนเรากลับมากรุงเทพ พี่เค้าก็ยังติดต่อเราอยู่ แต่มันรู้สึกไม่เหมือนเดิมตรงที่ว่ารู้สึกเหมือนพี่เก๋เค้าคิดกับเรามากขึ้น ขี้ประชด ยังไงบอกไม่ถูก ผ่านไปปีกว่าๆสุดท้ายเรากับแฟนก็เลิกกัน ไม่ใช่เพราะเรื่องพี่เค้าหรอกนะคะ แต่เป็นเพราะความห่างคือแฟนเค้าได้ทุนไปเรียนต่อต่างประเทศมันก็เลยทำให้เค้ารู้สึกว่าเราอยู่ไกลกันเกินไป เค้าก็เลยปล่อยเราเป็นอิสระดีกว่า (เอาเป็นว่าเป็นเหตุผลที่รู้กันดีดีกว่าเนาะ)
มันก็เลยทำให้เรากลับมาคุยกับพี่เก๋อีก แต่คราวนี้เริ่มคุยกันบ่อยขึ้นค่ะ แต่ทว่ามันไม่จบแค่นี้ ตอนนั้นเราคุยกับพี่เค้ามาประมาณปีกว่าๆ แล้วเราก็มาเจอน้องบี แฟนคนปัจจุบันที่มหาลัย เราเริ่มคุยกับบี แล้วก็คุยกับพี่เก๋ไปด้วย แต่แน่นอนค่ะว่าเราเริ่มสนิทกับบีมากว่า เพราะเจอกันเกือบทุกวันไปไหนด้วยกันทุกวัน มันก็เลยทำให้เราตัดสินใจคบกับบี แต่เราเองก็ยังไม่บอกพี่เก๋ จนวันนึงพี่เค้าก็ถามเราว่า อ่าวมีแฟนตั้งแต่เมื่อไหร่ เราก็เลยตอบไปว่ารู้เหรอ
เค้าก็บอกว่าอื้ม เห็นในเฟส .. น่าน ถ้ามีแฟนก็บอกกันดิ ทำแบบนี้มันเท่ากับกั๊กกันไว้เลยนะ
ตอนนั้นเรารู้สึกผิดมาก ได้แต่ขอโทษเค้า แล้วหลังจากนั้นเค้าก็หายไปจนน่านเองเรียนจบป.โท แต่ที่น่านแปลกใจก็คือ ในทุกๆเดือนจะมีเงินโอนเข้ามาตลอด และน่านเองก็พอจะเดาออกว่า " ใคร " แต่พอน่านโทรไปหาเหมือนกับว่า เค้าเปลี่ยนเบอร์ ส่วนเฟสกับไลน์ไม่ต้องถามถึงเพราะเหมือนเค้าบล็อคเราไปแล้ว น่านเองก็เลยงง ว่าอ่าวทำขนาดนี้แล้วทำไมยังโอนเงินมาอีก แต่เงินทั้งหมดน่านไม่เคยใช้เลยนะคะ ยังเก็บไว้อยู่....
แล้วไม่นานมานี้ค่ะเมื่อ 3 เดือนก่อน มีเบอร์แปลกๆโทรเข้ามาน่านเองเลยรับสาย ปรากฏว่าคนที่หายตัวไปเค้าโทรมา ตอนนั้นน่านรู้สึกดีใจมากมันโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก มันรู้สึกแปลกๆ รู้สึกดีนะที่เค้าเป็นฝ่ายโทรมา
เค้าก็ถามเราว่าเป็นไงบ้าง สบายดีไหม ตามประสา จนเรานึกขึ้นได้เรื่องเงิน เราก็เลยบอกว่าเนี๊ยะจะเอาเงินไปคืน แต่เค้าก็บอกว่าอ่าวรู้ได้ไง ไม่ต้องคืนหรอกเก็บไว้นั่นแหละ เราก็เลยบอกว่างั้นไม่ต้องโอนมาแล้วน่านมีงานทำแล้ว เค้าก็บอกอื้ม ก็ดีแล้วแหละ เราคุยกันไปสักพัก พี่เค้าก็เงียบไปเราก็เลยถามไปว่า มีอะไรรึเปล่าหายไปเกือบ 2 ปี พอนึกจะโทมาก็เงียบ ...
คำตอบที่ได้กลับมาคือพี่เค้าบอกว่า.... พี่เค้ากำลังจะแต่งงาน เชิญเราด้วยนะ ....
ตอนนั้นสมองที่กำลังดีใจประมวลผลแทบไม่เป็น ถามว่าดีใจไหมที่พี่เค้าจะแต่งงาน มันก็ดีใจนะ แต่อีกใจนึงมันโหวงๆแบบบอกไม่ถูก แต่ก็ได้แค่ตอบไปว่า
.... ดีใจด้วยนะ .....
แต่สิ่งที่เราช็อคที่สุดก่อนพี่เค้าจะวางสายก็คือ เค้าบอกกับเราว่า อื้ม เค้ารักเรานะ รักมาก เค้าพูดแค่นี้แล้วก็วางไป แต่พอเราโทรกลับเค้าก็ไม่มีสัญญาณตอบรับ
ตอนนี้เราสับสนมาก เราไม่รู้ว่าความรู้สึกของเราที่มีต่อพี่เค้าคือยังไง ? ถามว่าตอนนี้เรารักแฟนเราไหม มันก็รักนะ รักเหมือนเดิม แต่ถ้าถามว่ากับพี่เก๋มันรู้สึกยังไง เราเองก็ตอบไม่ถูกเหมือนกัน มันไม่ถึงกับรัก แต่ก็ไม่ได้ไม่รัก ....
#เราเลยอยากถามเพื่อนๆว่า เรื่องที่เราเล่าไปทั้งหมด เพื่อนๆคิดว่าเราครจะทำยังไงกับความรู้สึกแบบนี้ดี