ถ้าวันนี้ท่านพบบุคคลสามท่านนี้ ใคร? น่าจะเข้าข่ายพระอรหันต์

ท่านแรก:   เหาะไปในอากาศแล้วก็เหาะลงมาแล้ว บอกว่าเรา นี่แหละเป็นพระอรหันต์มานานแล้ว

  ท่านที่สอง : เรานี่แหละเป็นพระอรหันต์ เพราะตัวเรานี่ไม่มีความสุขเลย และเราจะอยู่กับความทุกข์ไปจนตาย

  ท่านที่สาม: เรานี่แหละเป็นพระอรหันต์ เพราะเราไม่เสียดายชีวิต พูดแล้วก็คว้าปืนยิงตัวเองตายทันที
แก้ไขข้อความเมื่อ
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 4
ถ้าวันนี้ท่านพบบุคคลสามท่านนี้ ใคร? น่าจะเข้าข่ายพระอรหันต์
ท่านแรก:   เหาะไปในอากาศแล้วก็เหาะลงมาแล้ว บอกว่าเรา นี่แหละเป็นพระอรหันต์มานานแล้ว
--------------------------  ท่านผู้มีฤทธิ์  อาจจะเกิดจากการฝึกฌาน หรือ บรรลุธรรมได้ฤทธิ์เกิดขึ้นจากที่ท่านได้บำเพ็ญเพียรมาก่อน
                                               แต่ธรรมดาท่านไม่ประกาศการบรรลุธรรมแก่ฆราวาส

  ท่านที่สอง : เรานี่แหละเป็นพระอรหันต์ เพราะตัวเรานี่ไม่มีความสุขเลย และเราจะอยู่กับความทุกข์ไปจนตาย
---------------------------  พระอรหันต์ท่านไม่ประกาศแก่ฆราวาส   
                                       พระอรหันต์ท่านมีความสงบ สันติ(ตวามสุขใดเหนือความสงบไม่มี)   ไม่มีทุกข์ใจในปัจจุบันและไม่มีทุกข์ทั้งมวลในอนาคต
                                                  ผู้ประกาศว่าไม่มีความสุขแลย จะอยู่กับความทุกข์มีทุกข์ น่าจะไม่ใช่พระอรหันต์         

  ท่านที่สาม: เรานี่แหละเป็นพระอรหันต์ เพราะเราไม่เสียดายชีวิต พูดแล้วก็คว้าปืนยิงตัวเองตายทันที
-----------------------------------  พระอรหันต์ท่านไม่ประกาศแก่ฆราวาส   
                                                พระอรหันต์ท่านไม่เสียดายชีวิต แต่ท่านไม่ทำลายชีวิต ท่านปล่อยให้มันเป็นไปและทำประโยชน์แก่คนอื่น(เพราะภารกิจของตน(ที่เรียกกายและจิตนี้ แบบสมมติ)ทำเสร็จแล้ว ไม่มีกิจอื่นเพื่อตน(ที่เรียกกายและจิตนี้ แบบสมมติ)ต้องทำอีก)  รอเหมือนคนทำงานที่ถ้าทำงานเสร็จแล้วได้รับค่าจ้าง  

                                              กระบวนการชีวิตเป็นเหมือนน้ำไหลไป  เมื่อไม่มีทุกข์แล้วก็ไม่ต้องทำลาย มีแต่นำไปใช้เพื่อประโยชน์แก่คนอื่น  จนกว่าจะหมดสภาพ
แสดงความคิดเห็น
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  ศาสนาพุทธ ปฏิบัติธรรม พระไตรปิฎก มหาสติปัฏฐาน 4
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่