1.ผมรู้เสมอว่าผมจะรวย คิดว่า...ไม่เคยสงสัยเลยแม้แต่นาทีเดียว
2.จงอย่าลงทุนในธุรกิจที่คุณไม่เข้าใจ
3.จงกลัวเมื่อผู้อื่นโลภ และจงโลภเมื่อผู้อื่นกลัว
4.ถ้าคุณไม่สบายใจที่จะถืออะไร 10 ปี ก็อย่าถือแม้แต่ 10 นาทีเลย
5.ความสามารถในการพูดว่า"ไม่"คือข้อดีมหาศาลของนักลงทุน
6.นักลงทุนควรทำราวกับว่าพวกเขาถือบัตรตัดสินใจอยู่ใบหนึ่งซึ่งสามารถตอกได้เพียงยี่สิบครั้งในชั่วชีวิต
7.คำแนะนำที่ว่า"คุณไม่มีวันจนหากคุณขายทำกำไร"เป็นคำแนะนำโง่ๆ
8.ไม่ว่ากำลังพูดถึงถุงเท้าหรือหุ้น ผมจะซื้อสินค้าที่มีคุณภาพ
9.ราคาคือสิ่งที่คุณจ่ายไป มูลค่าคือสิ่งที่คุณได้รับ
10.สิ่งที่คุณต้องสนใจ คือ ตลาดหุ้นไม่มีตัวตน จงลืมมันซะ
11.เราเพลินกับการดำเนินการมากกว่ารายได้
12.อย่าจริงจังกับผลประกอบการประจำปีเกินไป ให้มุ่งไปที่ถัวเฉลี่ยสี่หรือห้าปี
13.ความเฉื่อยแฉะถึงขั้นเกียจคร้าน ควรจะเป็นหลักสำคัญของสไตล์การลงทุน
14.หากคุณไม่รู้เรื่องเพชรพลอย ขอให้รู้จักคนขายเพชรพลอย
15.อนุพันธ์คืออาวุธทำลายล้างกำลังสูงทางการเงิน
16.ตลาดหุ้นออกแบบเพื่อให้เงินเปลี่ยนมือจากคนดีๆ ไปยังคนป่วย
17.จำไว้ว่าตลาดหุ้นเป็นโรคจิตประเภทสุขสลับซึมเศร้า
18.นักลงทุนวันนี้จะไม่ทำกำไรจากการเติบโตของธุรกิจเมื่อวาน
19.วอลล์สตรีทคือที่เดียวที่คนขับโรลล์รอยซ์ไปทำงานขอคำปรึกษาจากคนขึ้นรถไฟใต้ดิน
20.ไม่จำเป็นต้องทำสิ่งเลิศล้ำเพื่อให้ได้ผลล้ำเลิศ
21.ตัวประกอบสำคัญในการตัดสินใจลงทุนคือ หามูลค่าแฝงของธุรกิจ แล้วจ่ายเงินซื้อในราคายุติธรรมหรือราคาลด
22.คุณไม่ควรอยู่ในตลาดหุ้น นอกเสียจากจะสามารถนั่งมองหุ้นที่คุณถือมีราคาลดลง 50% โดยไม่ตื่นตระหนก
23.ตอนที่น้ำลงเท่านั้นที่คุณจะเห็นว่าใครแก้ผ้าว่ายน้ำบ้าง
24.เมื่อถามว่าทำไมเขาจึงประสบความสำเร็จมากในการลงทุน บัฟเฟตต์ตอบว่า เพราะเราอ่านงบประจำปีเป็นร้อยๆ ทุกปี
25.การที่คนมีความโลภ ความกลัว ความโง่นั้นเป็นสิ่งทำนายได้ แต่ผลของมันคือ"ไม่"
26.ถ้าธุรกิจไปได้ดี หุ้นจะขึ้นตามในที่สุด
27.จงมองความผันผวนของตลาดในฐานะเพื่อนมากกว่าศัตรู แล้วทำกำไรจากความโง่แทนที่จะร่วมโง่ด้วย
28.ผมคงเป็นขอทานถือถ้วยสังกะสีบนถนนไปแล้ว หากตลาดมีประสิทธิภาพตลอดเวลา
29.ทำไมผมถึงชอบธุรกิจบุหรี่ เพราะมันมีค่าทำแค่หนึ่งเพนนี แต่ขายได้หนึ่งดอลลาร์ และมันเป็นสิ่งเสพติด แถมความซื่อสัตย์ต่อยี้ห้อก็สูงเยี่ยม
30.ชื่อเสียงใช้เวลาสั่งสม 20 ปี เวลาทำลาย 5 นาที หากคุณคิดถึงข้อนี้ คุณจะเปลี่ยนวิธีทำสิ่งต่างๆใหม่
31.ในโลกธุรกิจ กระจกมองหลังมักจะชัดกว่ากระจกหน้ารถเสมอ
32.บ่อยครั้งที่ความสำเร็จมาจากการนื่งเฉย แต่นักลงทุนส่วนใหญ่ไม่สามารถต้านทาน ความอยากที่จะซื้อและขายอยู่เสมอได้
33.คุณสามารถลดความเสี่ยงได้อย่างมากด้วยการมุ่งถือครองเพียงสองสามบริษัท
34.กฎข้อแรกคือห้ามแพ้ กฎข้อที่สองคืออย่าลืมกฎข้อแรก
35.หากข้อมูลในอดีตเท่านั้น ที่สำคัญสำหรับเกมนี้ คนที่รวยที่สุดคงเป็นบรรณารักษ์ไปแล้ว
36.นักลงทุนควรถือส่วนเล็กๆ ของธุรกิจที่โดดเด่นอย่างเหนียวแน่น ดุจเดียวกับผู้ซึ่งเป็นเจ้าของกิจการทั้งหมด
37.การทำให้คนมีบ้าน แม้จะเป็นเป้าหมายแรกของประเทศ เป้าหมายควรเป็นการทำให้พวกเขารักษาบ้านไว้ได้
38.ความเสี่ยงเกิดจากการไม่รู้ว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่
39.คุณไม่ได้ถูกหรือผิดเพราะคนอื่นๆ ไม่เห็นด้วย ( หรือเห็นด้วย )กับคุณ แต่คุณถูกเพราะข้อมูลและเหตุผลของคุณถูก
40.การกระจายการลงทุนให้หลากหลาย จำเป็นต่อเมื่อนักลงทุนไม่รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่เท่านั้น
41.ให้พวกหัวเหลี่ยม อ่านที่พวกหัวเหลี่ยมเขียนไป
การรอ เป็นนิสัยที่ดูขัดแย้งกับความสำเร็จในมุมมองของงานทั่ว ๆ ไป ว่า “ทำมากได้มาก” แต่สำหรับการลงทุน “ทำน้อยอาจจะได้ มากกว่า” เสียอีก บัฟเฟตต์บอกว่าการลงทุนดี ๆ แค่ 20 ครั้ง ก็เพียงพอสำหรับเปลี่ยนชีวิตคุณได้แล้ว “การรอ” คือนิสัยที่ทำได้ยากมาก ไม่ว่าจะเป็นการรอจังหวะซื้อหุ้นที่ราคาดี ๆ และ รอคอย “เวลา” ที่หุ้นจะเติบโตไปถึงจุดที่ดีที่สุดของมัน ทั้งสามนิสัยนั้นนักลงทุนต้องฝึกให้เป็น “พฤติกรรมอัตโนมัติ” และคุณจะโชคดีมาก ถ้านิสัยเหล่านี้เป็นสิ่งที่คุณชอบอยู่แล้ว เพราะนั่นคือชีวิตที่มีความสุขโดยไม่ต้องฝึกฝนเลย
รวบรวมความคิดสุดยอดของ วอร์เรน บัฟเฟตต์( Warren Buffett )มหาเศรษฐีโลก พลาดไม่ได้จริงๆ สำหรับนักลงทุน
2.จงอย่าลงทุนในธุรกิจที่คุณไม่เข้าใจ
3.จงกลัวเมื่อผู้อื่นโลภ และจงโลภเมื่อผู้อื่นกลัว
4.ถ้าคุณไม่สบายใจที่จะถืออะไร 10 ปี ก็อย่าถือแม้แต่ 10 นาทีเลย
5.ความสามารถในการพูดว่า"ไม่"คือข้อดีมหาศาลของนักลงทุน
6.นักลงทุนควรทำราวกับว่าพวกเขาถือบัตรตัดสินใจอยู่ใบหนึ่งซึ่งสามารถตอกได้เพียงยี่สิบครั้งในชั่วชีวิต
7.คำแนะนำที่ว่า"คุณไม่มีวันจนหากคุณขายทำกำไร"เป็นคำแนะนำโง่ๆ
8.ไม่ว่ากำลังพูดถึงถุงเท้าหรือหุ้น ผมจะซื้อสินค้าที่มีคุณภาพ
9.ราคาคือสิ่งที่คุณจ่ายไป มูลค่าคือสิ่งที่คุณได้รับ
10.สิ่งที่คุณต้องสนใจ คือ ตลาดหุ้นไม่มีตัวตน จงลืมมันซะ
11.เราเพลินกับการดำเนินการมากกว่ารายได้
12.อย่าจริงจังกับผลประกอบการประจำปีเกินไป ให้มุ่งไปที่ถัวเฉลี่ยสี่หรือห้าปี
13.ความเฉื่อยแฉะถึงขั้นเกียจคร้าน ควรจะเป็นหลักสำคัญของสไตล์การลงทุน
14.หากคุณไม่รู้เรื่องเพชรพลอย ขอให้รู้จักคนขายเพชรพลอย
15.อนุพันธ์คืออาวุธทำลายล้างกำลังสูงทางการเงิน
16.ตลาดหุ้นออกแบบเพื่อให้เงินเปลี่ยนมือจากคนดีๆ ไปยังคนป่วย
17.จำไว้ว่าตลาดหุ้นเป็นโรคจิตประเภทสุขสลับซึมเศร้า
18.นักลงทุนวันนี้จะไม่ทำกำไรจากการเติบโตของธุรกิจเมื่อวาน
19.วอลล์สตรีทคือที่เดียวที่คนขับโรลล์รอยซ์ไปทำงานขอคำปรึกษาจากคนขึ้นรถไฟใต้ดิน
20.ไม่จำเป็นต้องทำสิ่งเลิศล้ำเพื่อให้ได้ผลล้ำเลิศ
21.ตัวประกอบสำคัญในการตัดสินใจลงทุนคือ หามูลค่าแฝงของธุรกิจ แล้วจ่ายเงินซื้อในราคายุติธรรมหรือราคาลด
22.คุณไม่ควรอยู่ในตลาดหุ้น นอกเสียจากจะสามารถนั่งมองหุ้นที่คุณถือมีราคาลดลง 50% โดยไม่ตื่นตระหนก
23.ตอนที่น้ำลงเท่านั้นที่คุณจะเห็นว่าใครแก้ผ้าว่ายน้ำบ้าง
24.เมื่อถามว่าทำไมเขาจึงประสบความสำเร็จมากในการลงทุน บัฟเฟตต์ตอบว่า เพราะเราอ่านงบประจำปีเป็นร้อยๆ ทุกปี
25.การที่คนมีความโลภ ความกลัว ความโง่นั้นเป็นสิ่งทำนายได้ แต่ผลของมันคือ"ไม่"
26.ถ้าธุรกิจไปได้ดี หุ้นจะขึ้นตามในที่สุด
27.จงมองความผันผวนของตลาดในฐานะเพื่อนมากกว่าศัตรู แล้วทำกำไรจากความโง่แทนที่จะร่วมโง่ด้วย
28.ผมคงเป็นขอทานถือถ้วยสังกะสีบนถนนไปแล้ว หากตลาดมีประสิทธิภาพตลอดเวลา
29.ทำไมผมถึงชอบธุรกิจบุหรี่ เพราะมันมีค่าทำแค่หนึ่งเพนนี แต่ขายได้หนึ่งดอลลาร์ และมันเป็นสิ่งเสพติด แถมความซื่อสัตย์ต่อยี้ห้อก็สูงเยี่ยม
30.ชื่อเสียงใช้เวลาสั่งสม 20 ปี เวลาทำลาย 5 นาที หากคุณคิดถึงข้อนี้ คุณจะเปลี่ยนวิธีทำสิ่งต่างๆใหม่
31.ในโลกธุรกิจ กระจกมองหลังมักจะชัดกว่ากระจกหน้ารถเสมอ
32.บ่อยครั้งที่ความสำเร็จมาจากการนื่งเฉย แต่นักลงทุนส่วนใหญ่ไม่สามารถต้านทาน ความอยากที่จะซื้อและขายอยู่เสมอได้
33.คุณสามารถลดความเสี่ยงได้อย่างมากด้วยการมุ่งถือครองเพียงสองสามบริษัท
34.กฎข้อแรกคือห้ามแพ้ กฎข้อที่สองคืออย่าลืมกฎข้อแรก
35.หากข้อมูลในอดีตเท่านั้น ที่สำคัญสำหรับเกมนี้ คนที่รวยที่สุดคงเป็นบรรณารักษ์ไปแล้ว
36.นักลงทุนควรถือส่วนเล็กๆ ของธุรกิจที่โดดเด่นอย่างเหนียวแน่น ดุจเดียวกับผู้ซึ่งเป็นเจ้าของกิจการทั้งหมด
37.การทำให้คนมีบ้าน แม้จะเป็นเป้าหมายแรกของประเทศ เป้าหมายควรเป็นการทำให้พวกเขารักษาบ้านไว้ได้
38.ความเสี่ยงเกิดจากการไม่รู้ว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่
39.คุณไม่ได้ถูกหรือผิดเพราะคนอื่นๆ ไม่เห็นด้วย ( หรือเห็นด้วย )กับคุณ แต่คุณถูกเพราะข้อมูลและเหตุผลของคุณถูก
40.การกระจายการลงทุนให้หลากหลาย จำเป็นต่อเมื่อนักลงทุนไม่รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่เท่านั้น
41.ให้พวกหัวเหลี่ยม อ่านที่พวกหัวเหลี่ยมเขียนไป
การรอ เป็นนิสัยที่ดูขัดแย้งกับความสำเร็จในมุมมองของงานทั่ว ๆ ไป ว่า “ทำมากได้มาก” แต่สำหรับการลงทุน “ทำน้อยอาจจะได้ มากกว่า” เสียอีก บัฟเฟตต์บอกว่าการลงทุนดี ๆ แค่ 20 ครั้ง ก็เพียงพอสำหรับเปลี่ยนชีวิตคุณได้แล้ว “การรอ” คือนิสัยที่ทำได้ยากมาก ไม่ว่าจะเป็นการรอจังหวะซื้อหุ้นที่ราคาดี ๆ และ รอคอย “เวลา” ที่หุ้นจะเติบโตไปถึงจุดที่ดีที่สุดของมัน ทั้งสามนิสัยนั้นนักลงทุนต้องฝึกให้เป็น “พฤติกรรมอัตโนมัติ” และคุณจะโชคดีมาก ถ้านิสัยเหล่านี้เป็นสิ่งที่คุณชอบอยู่แล้ว เพราะนั่นคือชีวิตที่มีความสุขโดยไม่ต้องฝึกฝนเลย