ไม่รู้ว่าต้องทำยังไงกับอนาคต

นานาเสียใจ เรื่องราวมันเป็นความรักวัยรุ่นอ่ะค่ะ จะเรียกว่าความรักได้รึป่าวก็ไม่รู้นะคะ คือเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า ***ขอใช้คำเรียกคนที่เราแอบชอบ ว่า "คนคนนั้นล่ะกันนะคะ*** ตอนนั้นเราเข้ามา ม.1 แล้วถ้าเราไม่ร็จักใครเราจะเป็นคนเรียบร้อยคนอื่นจะมองเราเป็นเด็กเรียนนิดๆแต่พออยู่ไปด้วยแล้วเพื่อนจะมองเราเป็นติ๊งต๊องไปเลย แต่จริงๆแล้วเราร่าเริงมากกก(แต่ไม่ได้พูดมากนะ)
แล้วจู่ๆ วันหนึ่ง ม.1 เทอม2 [จะบอกว่าตอนนั้นเป็นช่วงที่เพื่อนๆเริ่มหากลุ่มที่เข้ากันได้อยู่ด้วยกัน เราก็ยังไม่มีกลุ่มแต่เราเล่น หรือคุยกันทุกคนในห้องได้] ขณะที่เราเรียน คณิตศาสตร์(คาบสุดท้าย)อยู่ในห้อง แล้วบังเอิญพอดีโต๊ะมันเหลือที่เดียวพอดี ต้องนั่งกับเพื่อนผู้ชาย ซึ่งเราก็นั่งไปเฉยๆแหละ แต่พอเรียนไปเรื่อยๆจนใกล้จะหมด ชม. คนคนนั้น(เพื่อนที่นั่งโต๊ะติดกันนั่นแหละ)ก็มาสะกิดไหล่เราเหมือนให้จะให้หันไปหา พอหันไปปุ๊ป เขากดโทรศัพท์ถ่ายรูป พอถ่ายเสร็จเราหันไปออกไปทางประตูใหญ่เลยเพราะ โรงเรียนเราประตูทางเข้าห้องเรียนมันจะมี 2 ประตูที่ใหญ่ มองออกไปด้วยสีหน้าคุ่นคิดอะไรสักอย่างหรือแบบงงๆนั้นเอง (ตอนนั้นเรางงมากๆ เพราะไม่เคยมีใครทำแบบนี้กับเรามาก่อน สำหรับเรามันเป็นความรู้สึกที่แปลก แต่ก็ด้วยความที่เป็นคนแบบ ซื่อมากกกก)... พอเลิกเรียนระหว่างกับบ้าน คุยกับแม่(เป็นคนที่เลิกเรียนกลับมาจะเล่าอะไรทุกอย่างให้แม่ฟังอยู่แล้ว) ก็เลยเล่าเรื่องนี้ให้แม่ฟัง แต่ตอนนั้นบอกไปว่า "แม่วันเนี้ยมีเพื่อนที่โรงเรียนคนหนึ่งแหละ เขาสะกิดไหล่หนูแล้วพอหันไปเขาก็ ถ่ายรูปหนูอ่ะแม่" พอพูดจบแม่ก็ถามว่า ผู้หญิงหรือผู้ชาย อ่ะลูก ? ตอนนั้นก็ไม่ร็คิดอะรไเลยตอบไปว่า กระเทยน่ะแม่
พอผ่านวันนั้นมา พอเริ่มขึ้น ม.2 เทอม1 เราก็เริ่มเข้าใจ ความรู้สึกล่ะ ว่าเขาทำแบบนี้เรารู้สึกดีกับเขานะ แต่ดันมีเหตุการณ์ที่เราอยากรู้คือ มีเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งค่อนข้างสนิทกับเพื่อนผู้ชายในห้องเกือบทุกคน และสนิทกับคนคนนั้นด้วย ตอนนั้นเป็นคาบเรียนวิชาภาษาอังกฤษ แต่คุณครูยังไม่ขึ้นมา พอดีเป็นคาบบ่ายเราขึ้นห้องเร็ว และมีเพื่อนอยู่ในห้องไม่กี่คน เรานั่งห่างจากเพื่อนผู้หญิงคนนั้นและคนนั้น สักประมาณ 3-4 โต๊ะน่าจะได้ แต่เราเป็นคนหูดีอ่ะ อยากรู้ว่าเขาคุยอะไรกันเลยนั่งทำเป็นไม่ได้ยินไม่สนใจอะไร พอเรานั่งฟังเขาคุยกัน เพื่อนผู้หญิงคนนั้น ก็ถามคนนั้นขึ้นมาว่า "แกชอบ...(ชื่อเรา)หรอ ...(ชื่อคนคนนั้น)?" คนคนนั้นตอบ ว่า "ไม่"  เหมือนจะไม่อยากให้เพื่อนผู้หญิงคนนั้นถามเซ้าซี้ หรือ ไม่อยากให้มาถามเรา เราก็ไม่รู้นะ ***เราอยากรู้มากเลยว่าทำไมเพื่อนผู้หญิงคนนั้นทำไม ถึงคิดว่าคนคนนั้นเขาชอบเรา***  
หลังจากที่ผ่านเรื่องนี้ไปสักพัก กำลังจะเข้า ม.2เทอม2 เขาคนคนนั้นก็ได้คบกับรุ่นพี่ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วค่ะ รุ่นพี่ ม.3 เราก็แอบเสียใจนิดๆถึงจะไม่รู้ตัวว่าเราชอบเขาเข้าแล้ว อยู่ห้องเดียวกันเจอกันทุกคน แต่ไม่ค่อยได้คุยกันเพราะเหมือนจะเป็นคนคล้ายๆกัน คนน้อยๆก็จะคุยกันเป็นกันเอง แต่ถ้าคนเยอะๆ นี่ แทบเหมือนเป็นคนเงียบๆเลย(เราเองนะ) แต่คนคนนั้นก็ร่าเริงเป็นปกติของเขา  (เหมือนตรงไหนเนี่ย- -" โอ้ยเถียงกับตัวเอง)
พอ ม.3 เทอม1 มาเราก็ว่ามันไม่ใช่ความรู้สึกที่ชอบหรอกมั้ง แต่ก็มีเรื่องที่ต้องทำให้เราประทับใจอีกเช่นเคย คือตอนนั้นเรียนวิทย์ แล้วต้องทำการทดลอง โดยจะแบ่งให้กลุ่มละ4-5 คนเราได้สุ่มเลขที่อยู่กลุ่มกับคนคนนั้นด้วยค่ะ แต่ก็มีเพื่อนผู้หญิงอีกคนที่อยู่ในกลุ่ม แอบชอบคนคนนั้นและเคยบอกไป (ปัจจุบันยังไม่ถูกเพื่อนในห้องเวลา นัดเจอกันกินเลี้ยงรุ่นกัน ยังไม่เลิกแซวเรื่องเคยแอบชอบคนคนนั้นเลยค่ะ .. แอบเคืองนิดๆแบบ อยากมีโมมเนต์นั้นบ้าง)  ในการทดลองเนี่ยจะต้องใช้เซลล์กระพุงแก้มเพื่อนส่องกล้องด้วย ในกลุ่มไม่มีใครอาสาเลย(จริงๆมันเป็นคาบบ่ายคาบแรกเพิ่งกินข้าวเที่ยง เสร็จ กลัวคนอื่นส่องแล้วมันสกปรกน่ะค่ะเลยไม่กล้า) พอนิ่งกันอยู่นาน คนคนนั้นก็เลยอาสาเอาเซลล์กระพุงแก้มของตัวเองให้เพื่อนคนกลุ่มได้ส่องกล้อง ทดลองกันตอนนั้นแบบ โห นายนายมีเสน่ห์มากอ่ะพลุ -///- แบบว่าโครตตตปลื้มนายเลย  
พอเราขึ้น ม.3 เทอม2 เราก็ได้แต่แอบมอง ห่างๆ และมีวันหนึ่งที่เราเรียนเพิ่มเติมคือจะเลือกลงวิชาเพิ่มเติมได้เองอะไรงี้ เราเลือกอยู่วิชาหนึ่งเป็นวิชาประมาณสังคมเศฐศาสตร์ไรงี้ แล้วเราเข้าห้องเรียนสายตอนนั้นมีแก๊งเพื่อนเล่นด้วยกันอยู่3คนรวมตัวเองเป็น4คน แล้วทุกคนที่เข้าห้องมาก่อน ก็นั่งข้างหลังกันหมดเลย ไม่รู้ว่าเป็นเพราะครูโหดหรืออยากคุยกับเพื่อนก็ไม่รู้นะ แต่พอเราได้นั่งแถวหน้ามันก็เก้าอี้ว่างตัวหนึ่งแล้ว มีผู้ชายต่างห้อง(คือวิชาเพิ่มเติมห้องไหนจะมาเรียนก็ได้แต่ต้องอยู่ ม.เดียวกัน นะ)เข้าสายกว่าเรานิดหน่อยมาขอนั่งข้างๆด้วย(เขาเป็นเด็กเรียนด้วยล่ะ และน่าตาดีด้วย)แล้วพอดีวันนั้นเขาลืมเอาปากกาน้ำเงินมา แล้วพอดีเราเอามา2แท่ง เลยให้เขายืมไป1แท่ง ทุกครั้งที่มาเรียนวิชาเพิ่มเติมทีไรเขาก็จะขอยืมทุกที จนกระทั่งวันหนึ่ง เราเรียนเสร็จพอดีเหลือเวลาใน ชม.อาจารย์เลยปล่อยตามสบาย ตอนนั้นเราเป็นคนที่บ้าหรือชอบประเทศ ฮาวายมาก เลยบ่นขึ้นว่า ฮาวายมันเป็นประเทศหรอหรืออะไร (ก็บ่นเล่นๆกันกับเพื่อนในกลุ่ม) แล้วพอหันไปอีกทีผู้ชายต่างห้องน่าตาดีคนนั้นเขาก็พิมพ์หาคำว่าฮาวายให้ แล้วบอกเราว่าฮาวายอ่ะมันไม่ใช่ประเทศแต่มันเป็นรัฐที่ตั้งอยู่บนเกาะ แล้วก็เริ่มประทับใจอีกล่ะ คือเราชอบด้วยอ่ะฮาวายเนี่ยแล้ว ลงทุนมากกกกก จนเราแอบอดยิ้มไม่ไหวเลยทำท่าแกล้งเป็นชอบผู้ชายต่างห้องคนนั้นไปเลยเพราะเพื่อนในกลุ่มชอบแซว ไม่อยากให้แซวคนคนนั้นด้วย จนกระทั่งเรียนจบวิชาเพิ่มเติมไป ผู้ชายน่าตาดีคนนั้น เขาก็ย้ายไปต่อที่อื่น  

จนกระทั่ง เราขึ้น ม.4 ได้อยู่โรงเรียนเดิมแต่อยู่กันคนละห้อง ตอนนั้นเราก็เริ่มไว้ผมยาวล่ะอยากไว้มานาน(หลังจากไม่ได้ไว้ตั้งแต่ ป.4 ตอนนั้นเราเข้าโรงเรียนเอกชน แล้วต้องย้ายไปเข้าโรงเรียนรัฐบาลเลยต้องตัดผมสั้นจนถึง ม.3) พอผมเรามันเริ่มยาวมันก็ดูดีขึ้นมานิดหน่อย แล้วเหตุบังเอิญมันก็มาเป็นช่วงๆ คือเดินไปซื้อข้าวคนเดียวพอตอนเดินกลับ ดันไปเจอกับคนคนนั้นซึ่งไม่มีใครที่รู้จักอยู่แถวนั้นด้วย เลยทักกันพูดคุยกันนิดหน่อย ก็มีหยอกกันบ้าง วางมือบนหัวเราบ้าง  *ขอชี้แจงนิดหนึ่งคือเราเป็นคนที่เปลี่ยนโทรศัพท์บ่อยมากเปลี่ยนแถบจะทุก3 เดือนเห็นจะได้) แต่แล้วตามยุคสมัยมันก็มี แอพพิเคชั่น ไลน์ขึ้นมา เราก็อยากคุยกับเขาบ้างตอนแรกไม่รู้จะทำไงพอดีเพื่อนในกลุ่มที่อยู่กัน3คนเก่า มีเบอร์เพราะว่าอยู่ห้องใหม่แล้วอยู่ห้องเดียวกับคนคนนั้น เราเลยอ่ะตัดสินใจ เมมเบอร์เขา แล้วมันก็เด้งขึ้นไลน์ ตอนนั้นคุยกันเยอะมากกกกกกก คือเราทักเขาไปก่อนเยอะมากแต่เขาก็คุยกับเราเยอะมากเหมือนกันนะ ทักเราก่อนบ้าง  แต่พอเราได้เปลี่ยนโทรศัพท์ใหม่ ไลน์เก่าเราก็ลืมไอดี เราก็จำเป็นต้องสมัครใหม่แอดใหม่ และทักขอโทดด้วยนะที่ไม่ได้แอดแกไปอ่ะแต่ต้องแอดจาดเบอร์โทรศัพท์แกแทน ไลน์ใหม่คุยกันได้สักประมาณ 5 ครั้งเห็นจะได้
หลังจากนั้น เริ่มขึ้น ม.5 ก็ได้ข่าวว่าคนคนนั้นเขาเริ่มห่างๆกับแฟนเขาล่ะ แต่ก่อนเราเคยคิดแบบเดี๋ยวก็เลิกกัน คนคนนั้นน่ะเป็นที่นิสัยดี ร่าเริง รักใครรักจริงเป็นสุภาพบุรุษมากเท่าที่เคยเจอมา แต่พอเขาจะเลิกกันจริงๆก็ได้ขอพรให้เขาอย่าเลิกกันเลย แล้วเขาก็กลับมารักกัน จนกระทั่งเขาเลิกกันจริงๆ *อันนี้ขอชี้แงนะคะว่าไอ่ที่เราแกล้งเป็นชอบผู้ชายต่างห้องน่าตาดีไปน่ะ แผนแตกซะแล้ว เพื่อนในแก๊งดัน มากดดันเราเหมือนหลอกถามแต่ต้องตอบ - -" ว่าเราชอบใครอยู่ แล้วถามต่ออีกว่าเพื่อนในห้องใช่ไหม? แล้วก็ไล่ชื่อเพื่อนผู้ชายในห้องทีล่ะคนเลย พอถึง ชื่อคนคนนั้น หน้าเราก็แดงไปหมด -/////- จนเพื่อนจับพิรุตได้ จนความลับแตกจนได้และก็รับรู้มาจนถึงปัจจุบันหรือสรุปง่ายๆสั้นๆคือ รู้ไส้รู้พุงกันหมดแล้วนั้นเอง*  *จะบอกว่าตอนที่ยังใช้โทรศัพท์เดิม เราแอบส่อง สถานะในไลน์เขาทุกวัน ว่าเขาคิดอะไรยังไงบ้าง แต่พอเปลี่ยนใหม่ ก็เห็นเพ้อเกือบทุกวันเลยไม่ค่อยอยากอ่านให้ช้ำใจ* แล้วเหตุคือเราอยากรู้มากว่าเขาคิดอะไรเราก็ไปอ่านสถานะเขา แล้วไปเห็น เลขอะไรสักอย่างเลยสงสัย ก็เลยถามเพื่อนแก๊งเดิมที่อยู่ห้องเดียวกันกับคนคนนั้นก็เพื่อนเก่าเรานั้นแหละ แต่พอเพื่อนเขาบอกว่าทำใจหน่อยนะ เพื่อนเขาก็บอกว่าไอ่คนคนนั้นน่ะมันแอบชอบเพื่อนในห้อง (ซึ่งผู้หญิงที่คนคนนั้นแอบชอบ ภายนอกคล้ายๆเราตอน ม.ต้นเลย ผมสั้น ซื่อๆ อ่อ!แล้วแฟนเก่าคนคนนั้นน่ะ ก็ผมสั้นด้วยนะ ... เราก็เลยคิดว่าคนคนนั้นน่ะเขาคงชอบผู้หญิงผมสั้นมั้ง แต่เมื่อดูไปสักพักผู้หญิงที่คนคนนั้นแอบชอบก็เริ่มไว้ผมยาว แต่คนคนนั้นก็ไม่มีทีท่าว่าจะหันไปชอบใครเลย เราก็ได้แต่ช้ำใจอยู่คนเดียว TT
จนปัจจุบันเราพยายามทำตัวเองให้ดีขึ้นทุกคน มีเพื่อนเก่าๆทักว่าสวยขึ้น แต่คนคนนั้นก็ไม่เคยเห็นเราอยู่ในสายตาบ้างเลย
.......................................จึงอยากจะรู้ว่า เราควรจะบอกให้เขารู้ว่า ตอน จบ ม.6 ว่าเรารู้สึกยังไงกับเขา แบบไหนดี................................
.......................................1.คืออยาก รวบรวมความกล้าแล้วบอกเขาไปตรงๆว่า เราแอบชอบเขามาตั้งแต่ ม.2 แล้ว................................
.................................หรือ 2. ทำฟอร์มจัดทำเป็นบอกว่า เคยชอบนายนะ ตอนที่เราอยู่ ม.2อ่ะ (เพื่อจะได้รู้ว่าเขาจะตอบกลับมายังไงดี........
.......................................+ประเด็นคือ ถ้าเราบอกเขาไปแล้วเขาจะกลับมาเป็นเพื่อนเราเหมือนเดิมไหม กลัวเสียเพื่อนที่ดีคนหนึ่งไป ในวันที่ไม่สามารถเอามันกลับคืนมาได้............. ไม่รู้ว่าจะทำยังไงจริงๆนะ เม่าคัทลอส  อยากอยู่ในสายตาเธอบ้างอ่ะ เม่าฝึกจิต
                                           ตอนนี้ขอแค่ในฝันเขาแอบชอบเราเหมือนที่เราแอบชอบเขาบ้างแค่นี้ ก็สุขใจ
แก้ไขข้อความเมื่อ

คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 1
ในฐานะที่ผมเป็นผู้ชายน้ะครับ. ผมว่าบอกกับเขาตรงๆไปเลยดีกว่าครับ มันแสดงถึงความจริงใจที่คุณมีให้เขาด้วยน่ะครับ. ถ้าไปกลัวว่าบอกออกไปแล้วถ้าเขาไม่รับรัก แล้วเราจะต้องเสียเพื่อน มันก็ยังดีส่ะกว่าไม่ได้ทำอะไรเลยไม่ใช่หรอครับ. ทำตามใจที่คุณต้องการอยากให้ทำเลยครับ อย่าได้ไปกลัวคำตอบ เพราะสิ่งที่คุณทำมันเป็นสิ่งที่ดีน้ะครับ. คุณลองถามตัวคุณเองดูสิ่ครับว่าจะต้องเก็บความรู้สึกนี้ไปอีกนานสักแค่ไหนกัน ถ้าเกิดคุณทั้งคู่เรียนจบ ม.6 กันไปแล้วต่างคนต่างก็แยกย้ายกันไปเรียนคนล่ะที่. แล้วคุณยังไม่ได้บอกให้เขารู้คุณจะรู้สึกเสียใจมากกว่าตอนที่ยังเห็นกันอยู่ไหนตอนนี้น่ะครับ. ความรู้สึกที่คุณมีให้กับเขา มาตั้งแต่ ม.2 จนถึงปัจจุบัน ผมว่ามันก็มากพอแล้วน่ะครับ ที่คุณควรจะบอกให้เขาได้รับรู้. ส่วนคำตอบที่จะออกมายังไงนั่นคุณอย่าไปสน เพราะสิ่งที่คุณได้บอกเขาไปมันคือ ความรู้สึกดีๆจากผู้หญิงคนหนึ่ง ที่มีให้เขาอย่างท่ีไม่เคยมีให้ใครมาก่อน ความรักมันเป็นสิ่งที่สวยงามมากน้ะครับ และความรู้สึกที่คุณได้มีให้กับเขามันก็สวยงามไม่แพ้ความรักหรอกครับ. คุณรวบรวมความกล้าให้เยอะๆ แล้วเดินเข้าไปบอกเขา. อย่างน้อยคุณก็ได้แสดงให้เขาได้เห็นแล้วว่า. คุณกล้าที่จะบอกความรู้สึกนี้กับผู้ชายเหมือนกันน้ะ. คุณกล้าจะที่เผชิญกับความจริงที่คุณต้องเจอน้ะ. คุณบอกออกไปเลยครับ...!!! นี้เป็นคำแนะนำจากผม.   ที่เหลือก็ขึ้นอยู่ที่ตัวคุณเองว่าอยากจะทำตามสิ่งที่หัวใจคุณอยากจะให้ทำหรือเปล่า.  ผมเชื่อในความรักน้ะ. มันอาจจะมีผิดหวังจากคำตอบบ้าง. มันอาจจะไม่ได้เป็นเหมือนที่เราคาดฝัน มันจะคิดหวังหรือเสียใจบ้าง มันคือรสชาติของความรักครับ. เพราะคนเราไม่ได้มีใครสมหวังในความรักกันทุกคนอยู่แล้ว.  แต่ผมขออวยพรให้คุณได้สมหวังกับความรักน่ะครับ ขอให้สิ่งที่คุณคิดเป็นเหมือนดั่งที่คุณคิด. ขอให้เจอกับคำตอบดีดี. ผมขอให้คุณโชคดีครับ... สู้ๆน้ะครับ. ผมเป็นกำลังใจให้ครับ ยิ้ม
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่