เนื่องจากพ่อของ จขกท เสียชีวิตไปเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2557 ที่ผ่านมา เราอยากจะมาสอบถามเรื่องของการปิดบัญชีธนาคารของธนาคารแห่งหนึ่ง
อยากสอบถามความเห็นของหลาย ๆ คนก่อนนะ และอยากจะบอกก่อนว่า เรื่องราวต่อไปนี้เป็นเพียงความเห็นส่วนตัวของเราเท่านั้น
เรื่องมีอยู่ว่า พ่อเรามีบัญชีฝากประจำไว้ที่ธนาคารแห่งหนึ่ง ทีนี้พอพ่อเสียไป เราก็ต้องไปปิดบัญชีพร้อมทั้งเบิกเงินจำนวนนั้นออกมา ก็ไม่มากไม่น้อยเกินไป
แต่ทางธนาคารได้บอกว่าให้เราไปยื่นเรื่องที่ศาลจังหวัดก่อน พร้อมทั้งเขียนเอกสารที่เราต้องขอให้เรามา วันนั้นเป็นวันที่ 29 ธันวาคม ค่ะ พอไปยื่นเรื่องทีศาลก็จะต้องรอ 30 วันก่อน แล้วก็รอเรียกไปขึ้นศาลว่าไม่มีผู้คัดค้านนะ ก็จะต้องนำเอกสารมาขอปิดบัญชีรับเงิน ทางพนักงงานก็ย้ำอยู่ว่า เผื่อมีคนค้านเช่น เมีย หรืออะไรแบบนี้ ตอนนั้นฉุนนิด ๆ เราเลยบอกว่า แม่ตายแล้ว เพราะแม่ตายแล้วจริง ๆ ส่วนพ่อมีแฟนที่คบ ๆ กันอยู่ แต่ก็ไม่ใช่ภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมาย (อันนี้มีดราม่า จะมาเขียนประสบการณ์งานศพอีกทีนะคะ) สรุป เราออกจากธนาคารมาโดยมีแพลนจะขับรถไปในตัวจังหวัด (อยู่ต่างอำเภอนะคะ) แต่ดูเวลาแล้ว กว่าจะรอน้องชายขับรถจากในหมู่บ้านที่อยู่นอกตัวเมืองเข้ามาในตัวอำเภอก็แลดูจะนาน ก็เลยจะไปกันวันที่ 30 ธันวาแทน แต่ก็เพื่อความชัวร์ในเรื่องเอกสาร ก็โทรถามที่ศาลว่าต้องเตรียมอะไรไปบ้าง ปรากฎว่า ทางศาลบอกว่าให้ไปสำนักงานอัยการแทนค่ะ แล้วจ่ายเงินให้ทางอัยการทำเรื่องมาเลย น่าจะประมาณ 2,000 - 5,000 บาท เราถามว่าทำไมราคาไม่แน่นอน ทางเจ้าหน้าที่ที่รับโทรศัพท์ก็อ้ำ ๆ อึ้ง ๆ นิดนึง อาจจะเกี่ยวกับมูลค่าทรัพย์สินหรือเปล่าไม่แน่ใจ อันนี้หากใครทราบก็โปรดบอกด้วยนะคะ เราก็เลยไม่ถามต่อ แต่เขาบอกมาว่าถ้าไม่ให้อัยการจัดการ ก็จ้างทนายเลย จ่ายเยอะนะ เราเลยบอกว่า ถ้าพี่ไม่สะดวกตอบว่าใช้เอกสารอะไรบ้างก็ไม่เป็นไร สรุปแค่มีเงินไปก็พอเน๊าะพี่ แค่นั้นแหละค่ะพอเห็นเขาไม่สะดวกตอบ ก็เลยโทรเข้าธนาคารค่ะ สอบถาม เขาบอกว่าจ่าย 5,000 ให้ทนาย (เจ้าหน้าที่ธนาคารแจ้งเองนะคะ) แล้วก็ต้องไปจ่ายค่าขึ้นศาล เอกสารมีใบมรณบัตร ฯลฯ หลังจากนั้นก็วางสายค่ะ จบการสนทนา
แต่... พอมานอนคิด ถ้าเราบังเอิญไม่มีเงินสำรองล่ะ ลางานมาตั้งแต่วันที่ 10 เงินเดือนไม่ได้ล่ะ ตาสีตาสา มีเงินในธนาคารแค่ 4,000 แล้วต้องไปเสียค่าอัยการ ค่าทนายเพื่อเอาเงิน 4-5 พัน เหมือนไม่ได้อะไรเลยล่ะ สมมติว่าเงินในธนาคารมีแค่ 3000 ล่ะ ทำไงทีนี้ ก็ต้องไม่เอาไปเลยสิ ใครจะไปเสียเงินเดินเรื่องตั้งหลายพันเพื่อเอาเงินไม่กี่พัน แล้วถ้านั่นคือเงิน 3000 สุดท้ายที่เรามีพอจะประทังชีวิตล่ะ
คิดได้... พอเช้าวันที่ 30 ธันวาคม (จริง ๆ นอนไม่หลับเลย) ก็โทรเข้า Call Center ของธนาคารนั้นค่ะ กดอยู่นาน ไม่ได้คุยกับพนักงานสักที ตัดไปหลายสายเพราะกดเลือกอะไรยังไงก็มีแต่ระบบตอบรับ จนกระทั่งกดไปเรื่องบัตรเครดิตล่ะมั้ง คือมั่ว ๆ เลยได้คุย เราก็เล่าให้น้องพนักงานฟัง ว่าต้องการอะไร จนได้คุยกับคนที่เขาสามารถรับเรื่องได้ เราก็อธิบายเรื่องของเรา ประเด็นคือเราแค่อยากจะทราบว่าถ้าคนอื่นที่เงินในบัญชีมีแค่ 3000 - 4000 บาท คือเขาก็ต้องยอมเสียเงินส่วนนั้นไปเลยใช่ไหม ถ้าค่าอัยการหรือทนายมันตั้ง 5000 บาท แล้วธนาคารเอาเงินนี้ไปทำอะไร (ตอนนั้นนึกฉุนนิด ๆ อีกแล้ว มันใกล้ปีใหม่ ว่าจะพูดว่าเอาไปจับฉลากให้พนักงาน ซื้อทองให้พนักงานจับรางวัล หรือไปเป็นโบนัสใช่ไหม ... แต่น้องเขาก็ไม่ได้ผิด ก็ไม่รู้จะไปใส่อารมณ์กับนางทำไม ก็เลยสงบไว้ก่อน) น้องพนังงานก็เงียบ นางคงเข้าใจ เลยบอกว่า พี่คะ ถือสายรอสักครุ่นะ เดี๋ยวขอลองสอบถามท่านอื่นก่อน ... คือเข้าใจเลยว่านางเกท จากน้ำเสียงที่กระตือรือล้นของนาง หลังจากรอสายได้สักพักน้องก็บอกว่า เดี๋ยวต่อสายให้คุยกับผู้จัดการสาขา... ให้นะคะ เบื้องต้นให้ทางเจ้าหน้าที่ลองคุยให้แล้ว น่าจะมีวิธีการอื่นที่ทางสาขาจะช่วยได้ค่ะ ... ก็รอโอนสาย ... จนเครื่องตัดสายค่ะ เงินหมด
ระหว่างพยายามเติมเงินผ่านมือถือนี่แหละ คือเนตสัญญาณต่ำมาก ก็มีสายเข้าเป็นสายจากธนาคารเอง น้องพนักงานโทรกลับมา บอกว่า "เห็นว่าสายหลุด ดิฉันเลยโทรกลับมาค่ะ เพื่อความสะดวกของคุณ ... ทางธนาคารจะให้ทาง ผจก สาขา ... โทรกลับนะคะ" เริ่ดมาก ประทับใจ
สอบถามความเห็น เรื่องการจ่ายเงินค่าต่าง ๆ เพื่อปิดบัญชีผู้ที่เสียชีวิตไปแล้วของธนาคาร
อยากสอบถามความเห็นของหลาย ๆ คนก่อนนะ และอยากจะบอกก่อนว่า เรื่องราวต่อไปนี้เป็นเพียงความเห็นส่วนตัวของเราเท่านั้น
เรื่องมีอยู่ว่า พ่อเรามีบัญชีฝากประจำไว้ที่ธนาคารแห่งหนึ่ง ทีนี้พอพ่อเสียไป เราก็ต้องไปปิดบัญชีพร้อมทั้งเบิกเงินจำนวนนั้นออกมา ก็ไม่มากไม่น้อยเกินไป
แต่ทางธนาคารได้บอกว่าให้เราไปยื่นเรื่องที่ศาลจังหวัดก่อน พร้อมทั้งเขียนเอกสารที่เราต้องขอให้เรามา วันนั้นเป็นวันที่ 29 ธันวาคม ค่ะ พอไปยื่นเรื่องทีศาลก็จะต้องรอ 30 วันก่อน แล้วก็รอเรียกไปขึ้นศาลว่าไม่มีผู้คัดค้านนะ ก็จะต้องนำเอกสารมาขอปิดบัญชีรับเงิน ทางพนักงงานก็ย้ำอยู่ว่า เผื่อมีคนค้านเช่น เมีย หรืออะไรแบบนี้ ตอนนั้นฉุนนิด ๆ เราเลยบอกว่า แม่ตายแล้ว เพราะแม่ตายแล้วจริง ๆ ส่วนพ่อมีแฟนที่คบ ๆ กันอยู่ แต่ก็ไม่ใช่ภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมาย (อันนี้มีดราม่า จะมาเขียนประสบการณ์งานศพอีกทีนะคะ) สรุป เราออกจากธนาคารมาโดยมีแพลนจะขับรถไปในตัวจังหวัด (อยู่ต่างอำเภอนะคะ) แต่ดูเวลาแล้ว กว่าจะรอน้องชายขับรถจากในหมู่บ้านที่อยู่นอกตัวเมืองเข้ามาในตัวอำเภอก็แลดูจะนาน ก็เลยจะไปกันวันที่ 30 ธันวาแทน แต่ก็เพื่อความชัวร์ในเรื่องเอกสาร ก็โทรถามที่ศาลว่าต้องเตรียมอะไรไปบ้าง ปรากฎว่า ทางศาลบอกว่าให้ไปสำนักงานอัยการแทนค่ะ แล้วจ่ายเงินให้ทางอัยการทำเรื่องมาเลย น่าจะประมาณ 2,000 - 5,000 บาท เราถามว่าทำไมราคาไม่แน่นอน ทางเจ้าหน้าที่ที่รับโทรศัพท์ก็อ้ำ ๆ อึ้ง ๆ นิดนึง อาจจะเกี่ยวกับมูลค่าทรัพย์สินหรือเปล่าไม่แน่ใจ อันนี้หากใครทราบก็โปรดบอกด้วยนะคะ เราก็เลยไม่ถามต่อ แต่เขาบอกมาว่าถ้าไม่ให้อัยการจัดการ ก็จ้างทนายเลย จ่ายเยอะนะ เราเลยบอกว่า ถ้าพี่ไม่สะดวกตอบว่าใช้เอกสารอะไรบ้างก็ไม่เป็นไร สรุปแค่มีเงินไปก็พอเน๊าะพี่ แค่นั้นแหละค่ะพอเห็นเขาไม่สะดวกตอบ ก็เลยโทรเข้าธนาคารค่ะ สอบถาม เขาบอกว่าจ่าย 5,000 ให้ทนาย (เจ้าหน้าที่ธนาคารแจ้งเองนะคะ) แล้วก็ต้องไปจ่ายค่าขึ้นศาล เอกสารมีใบมรณบัตร ฯลฯ หลังจากนั้นก็วางสายค่ะ จบการสนทนา
แต่... พอมานอนคิด ถ้าเราบังเอิญไม่มีเงินสำรองล่ะ ลางานมาตั้งแต่วันที่ 10 เงินเดือนไม่ได้ล่ะ ตาสีตาสา มีเงินในธนาคารแค่ 4,000 แล้วต้องไปเสียค่าอัยการ ค่าทนายเพื่อเอาเงิน 4-5 พัน เหมือนไม่ได้อะไรเลยล่ะ สมมติว่าเงินในธนาคารมีแค่ 3000 ล่ะ ทำไงทีนี้ ก็ต้องไม่เอาไปเลยสิ ใครจะไปเสียเงินเดินเรื่องตั้งหลายพันเพื่อเอาเงินไม่กี่พัน แล้วถ้านั่นคือเงิน 3000 สุดท้ายที่เรามีพอจะประทังชีวิตล่ะ
คิดได้... พอเช้าวันที่ 30 ธันวาคม (จริง ๆ นอนไม่หลับเลย) ก็โทรเข้า Call Center ของธนาคารนั้นค่ะ กดอยู่นาน ไม่ได้คุยกับพนักงานสักที ตัดไปหลายสายเพราะกดเลือกอะไรยังไงก็มีแต่ระบบตอบรับ จนกระทั่งกดไปเรื่องบัตรเครดิตล่ะมั้ง คือมั่ว ๆ เลยได้คุย เราก็เล่าให้น้องพนักงานฟัง ว่าต้องการอะไร จนได้คุยกับคนที่เขาสามารถรับเรื่องได้ เราก็อธิบายเรื่องของเรา ประเด็นคือเราแค่อยากจะทราบว่าถ้าคนอื่นที่เงินในบัญชีมีแค่ 3000 - 4000 บาท คือเขาก็ต้องยอมเสียเงินส่วนนั้นไปเลยใช่ไหม ถ้าค่าอัยการหรือทนายมันตั้ง 5000 บาท แล้วธนาคารเอาเงินนี้ไปทำอะไร (ตอนนั้นนึกฉุนนิด ๆ อีกแล้ว มันใกล้ปีใหม่ ว่าจะพูดว่าเอาไปจับฉลากให้พนักงาน ซื้อทองให้พนักงานจับรางวัล หรือไปเป็นโบนัสใช่ไหม ... แต่น้องเขาก็ไม่ได้ผิด ก็ไม่รู้จะไปใส่อารมณ์กับนางทำไม ก็เลยสงบไว้ก่อน) น้องพนังงานก็เงียบ นางคงเข้าใจ เลยบอกว่า พี่คะ ถือสายรอสักครุ่นะ เดี๋ยวขอลองสอบถามท่านอื่นก่อน ... คือเข้าใจเลยว่านางเกท จากน้ำเสียงที่กระตือรือล้นของนาง หลังจากรอสายได้สักพักน้องก็บอกว่า เดี๋ยวต่อสายให้คุยกับผู้จัดการสาขา... ให้นะคะ เบื้องต้นให้ทางเจ้าหน้าที่ลองคุยให้แล้ว น่าจะมีวิธีการอื่นที่ทางสาขาจะช่วยได้ค่ะ ... ก็รอโอนสาย ... จนเครื่องตัดสายค่ะ เงินหมด
ระหว่างพยายามเติมเงินผ่านมือถือนี่แหละ คือเนตสัญญาณต่ำมาก ก็มีสายเข้าเป็นสายจากธนาคารเอง น้องพนักงานโทรกลับมา บอกว่า "เห็นว่าสายหลุด ดิฉันเลยโทรกลับมาค่ะ เพื่อความสะดวกของคุณ ... ทางธนาคารจะให้ทาง ผจก สาขา ... โทรกลับนะคะ" เริ่ดมาก ประทับใจ