เมื่อวันที่ 27 เวลาประมาณ 18.20 น. ผมขี่จักรยานยนต์โดยมีเพื่อนสาวผมซ้อนท้ายไปด้วย บริเวณ ถ.พระรามที่ 1 มุ่งหน้าสะพานกษัตริย์ศึก ขับขี่ตามปกติ แล้วมีรถมูลนิธิปอเต็ดตึ๊ง (ไม่ได้เปิดหวอไซเรน)ขับออกเส้นทางรองเพื่อที่จะเลี้ยวซ้ายเข้า ถ.พระรามที่ 1 ในขณะนั้นรถของผมพึ่งออกจากแยกมาจึงจำเป็นต้งใช้ความเร็วพร้อมกับสังเกตแล้วว่าถ้ารถปอเต็กตึ๊งเลี้ยวออกมาร่วมทางอาจเกิดอุบัติเหตุได้ จึงทำการบีบแตรเพื่อขอทาง แล้วแซงไป
หลังจากนั้นรถปอเต็กตึ๊งมีท่าทีไม่พอใจ บีบแตรไล่ตามผม พร้อมขับรถจี้ท้ายรถของผม ผมไม่อยากมีเรื่อง เลยขับต่อไปโดนไม่หันไปมอง แล้วรถปอเต็กตึ๊งก็ขับมาเทียบรถจักรยานยนต์ของผมและเปิดหน้าต่างตะโกนออกมาว่า "ขับรถอย่างนี้ไม่เคยตายเหรอ อยากตายเหรอ?" ในตอนนั้นผมอารมณ์เสียเลยสวนกลับไปว่า "แล้วขับรถเหี้..ไร?" หลังจากนั้นรถปอเต็กตึ๊งก็ขับรถปาดหน้าผมแล้วจอดขวาง
หลังจากนั้นคนขับก็ลงจากรถมาชกผมที่บริเวณศีรษะ (ขณะนั้นผมใส่หมวกกันน็อคอยู่) ผมก็ลุกขึ้นมองหน้าโดยเบื้องต้นคิดว่าจะชกคืน แต่กลัวว่าเรื่องจะบานปลาย เลยชี้หน้าบอกว่า "ทำแบบนี้ กูแจ้งความเอาเรื่องถึงที่สุดแน่" ในช่วงนั้นผู้เห็นเหตุการณ์ก็ลงจากรถมาดูค่อนข้างเยอะ ทำให้คนขับรถรีบขึ้นรถแล้วขับหนีไป ผมกับเพื่อนสาวก็รีบจดจำทะเบียนรถปอเต็กตึ๊งเพื่อเป็นข้อมูล พลเมืองดีคนหนึ่งให้ความช่วยเหลือโดยบอกว่าศูนย์ปอเต็กตึ๊งอยู่แถวนี้ เดี๋ยวพี่พาไปตาม
หลังจากนั้นผมก็ขี่จักรยานยนต์ไปที่ศูนย์ปอเต็กตึ๊งพร้อมเล่าเหตุการณ์ให้เจ้าหน้าที่ฟัง เจ้าหน้าที่ศูนย์ก็ตรวจสอบทะเบียนรถและหาตัวให้ แล้วก็เรียกให้คนขับเข้ามาคุย ผมต้องบอกก่อนเลยว่าในตอนนั้นถ้าคนขับเข้ามาสำนึกผิดและขอโทษผม ผมก็ไม่ติดใจเอาเรื่องอะไร แต่ตรงกันข้าม เขาเข้ามาในห้องที่ผมรออยู่แล้วบอกว่า "จะเอายังไง กูไม่ผิด" ผมได้ยินเลยล้มเลิกความคิดที่จะปล่อยเรื่องจบไป เลยบอกกลับไปว่า "ถ้าพี่ไม่ผิด งั้นเดี๋ยวพี่ไปคุยกับผมที่โรงพัก" แล้วผมก็เดินออกจากศูนย์เพื่อที่จะไปแจ้งความ ก่อนออกจากห้องเขายังสวนออกมาอีกว่า "ไปแจ้งความเอาตำรวจมาเลย กูไม่กลัว"
ผมได้ไปแจ้งความที่ สน. ปทุมวัน ในเวลาต่อมา โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจรับแจ้งความและตรวจสอบจนรู้ชื่อและที่อยู่อย่างชัดเจน และเจ้าหน้าที่ก็โทรไปหาหัวหน้าของคนขับ แล้วเหมือนจะให้มาที่ สน. เพื่อที่จะไกล่เกลี่ย แต่คู่กรณีก็ไม่ได้ม ที่ สน. เจ้าหน้าที่จึงออกใบส่งตัวให้ผม ไปพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ลงความเห็นเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บ
แพทย์ลงความเห็นว่าผมมีบริเวณบวมช้ำบริเวณใบหน้า เส้นผ่าศูย์กลาง 4 ซ.ม. อาการบวมจะลดลงและหายภายใน 7 วัน
***ผมอยากทราบว่าหลังจากนี้ผมต้องทำอย่างไรต่อครับ ผมรู้สึกไม่ดีกับเรื่องที่เกิดขึ้นเลย เพราะกลัวว่าคู่กรณีเป็นเจ้าหน้าที่ปอเต็กตึ๊งจะรู้จักกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะว่าทำงานร่วมกันในท้องที่ กลัวเรื่องจะหายและไม่ได้รับค่าเสียหาย(ค่ารักษาพยาบาล) ผมเลยอยากทราบวิธีการในการดำเนินการต่อไปครับ ***
สุดท้ายผมไม่อยากให้เขาไปทำพฤติดรรมแบบนี้กับคนอื่น เพราะว่าตนเองเป็นเจ้าหน้าที่ปอเต็กตึ๊งเพื่อสังคม กลับมาทำการลักษณะนี้ ผมรู้สึกไม่มั่นใจว่าจะไว้ใจใครได้อีกในสังคม
โดนทำร้ายร่างกาย(ชกต่อย)โดยเจ้าหน้าที่ ปอเต็กตึ๊ง เรียกร้อง/ฟ้องร้องอย่างไรได้บ้างครับ?
หลังจากนั้นรถปอเต็กตึ๊งมีท่าทีไม่พอใจ บีบแตรไล่ตามผม พร้อมขับรถจี้ท้ายรถของผม ผมไม่อยากมีเรื่อง เลยขับต่อไปโดนไม่หันไปมอง แล้วรถปอเต็กตึ๊งก็ขับมาเทียบรถจักรยานยนต์ของผมและเปิดหน้าต่างตะโกนออกมาว่า "ขับรถอย่างนี้ไม่เคยตายเหรอ อยากตายเหรอ?" ในตอนนั้นผมอารมณ์เสียเลยสวนกลับไปว่า "แล้วขับรถเหี้..ไร?" หลังจากนั้นรถปอเต็กตึ๊งก็ขับรถปาดหน้าผมแล้วจอดขวาง
หลังจากนั้นคนขับก็ลงจากรถมาชกผมที่บริเวณศีรษะ (ขณะนั้นผมใส่หมวกกันน็อคอยู่) ผมก็ลุกขึ้นมองหน้าโดยเบื้องต้นคิดว่าจะชกคืน แต่กลัวว่าเรื่องจะบานปลาย เลยชี้หน้าบอกว่า "ทำแบบนี้ กูแจ้งความเอาเรื่องถึงที่สุดแน่" ในช่วงนั้นผู้เห็นเหตุการณ์ก็ลงจากรถมาดูค่อนข้างเยอะ ทำให้คนขับรถรีบขึ้นรถแล้วขับหนีไป ผมกับเพื่อนสาวก็รีบจดจำทะเบียนรถปอเต็กตึ๊งเพื่อเป็นข้อมูล พลเมืองดีคนหนึ่งให้ความช่วยเหลือโดยบอกว่าศูนย์ปอเต็กตึ๊งอยู่แถวนี้ เดี๋ยวพี่พาไปตาม
หลังจากนั้นผมก็ขี่จักรยานยนต์ไปที่ศูนย์ปอเต็กตึ๊งพร้อมเล่าเหตุการณ์ให้เจ้าหน้าที่ฟัง เจ้าหน้าที่ศูนย์ก็ตรวจสอบทะเบียนรถและหาตัวให้ แล้วก็เรียกให้คนขับเข้ามาคุย ผมต้องบอกก่อนเลยว่าในตอนนั้นถ้าคนขับเข้ามาสำนึกผิดและขอโทษผม ผมก็ไม่ติดใจเอาเรื่องอะไร แต่ตรงกันข้าม เขาเข้ามาในห้องที่ผมรออยู่แล้วบอกว่า "จะเอายังไง กูไม่ผิด" ผมได้ยินเลยล้มเลิกความคิดที่จะปล่อยเรื่องจบไป เลยบอกกลับไปว่า "ถ้าพี่ไม่ผิด งั้นเดี๋ยวพี่ไปคุยกับผมที่โรงพัก" แล้วผมก็เดินออกจากศูนย์เพื่อที่จะไปแจ้งความ ก่อนออกจากห้องเขายังสวนออกมาอีกว่า "ไปแจ้งความเอาตำรวจมาเลย กูไม่กลัว"
ผมได้ไปแจ้งความที่ สน. ปทุมวัน ในเวลาต่อมา โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจรับแจ้งความและตรวจสอบจนรู้ชื่อและที่อยู่อย่างชัดเจน และเจ้าหน้าที่ก็โทรไปหาหัวหน้าของคนขับ แล้วเหมือนจะให้มาที่ สน. เพื่อที่จะไกล่เกลี่ย แต่คู่กรณีก็ไม่ได้ม ที่ สน. เจ้าหน้าที่จึงออกใบส่งตัวให้ผม ไปพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ลงความเห็นเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บ
แพทย์ลงความเห็นว่าผมมีบริเวณบวมช้ำบริเวณใบหน้า เส้นผ่าศูย์กลาง 4 ซ.ม. อาการบวมจะลดลงและหายภายใน 7 วัน
***ผมอยากทราบว่าหลังจากนี้ผมต้องทำอย่างไรต่อครับ ผมรู้สึกไม่ดีกับเรื่องที่เกิดขึ้นเลย เพราะกลัวว่าคู่กรณีเป็นเจ้าหน้าที่ปอเต็กตึ๊งจะรู้จักกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะว่าทำงานร่วมกันในท้องที่ กลัวเรื่องจะหายและไม่ได้รับค่าเสียหาย(ค่ารักษาพยาบาล) ผมเลยอยากทราบวิธีการในการดำเนินการต่อไปครับ ***
สุดท้ายผมไม่อยากให้เขาไปทำพฤติดรรมแบบนี้กับคนอื่น เพราะว่าตนเองเป็นเจ้าหน้าที่ปอเต็กตึ๊งเพื่อสังคม กลับมาทำการลักษณะนี้ ผมรู้สึกไม่มั่นใจว่าจะไว้ใจใครได้อีกในสังคม