หากเราจะเปลี่ยน การนับถือจาก ศาสนาพุทธ มาเป็น ศาสนาคริสต์ ? จะต้องทำอย่างไรบ้าง

ก่อนอื่นต้องบอกว่า เราเรียนโรงเรียน คาทอลิก มาตั้งแต่ อนุบาล1 จนถึง ม.3 ค่ะ ทางโรงเรียนจะสอนวิชา ศาสนาคริสต์ด้วยเราก็เรียนก็คือเรียน เคารพพระแม่มารีย์ของพระเยซู แต่ไม่ได้จริงจัง บวกกับทาง ศาสนาพุทธ เราก็ไม่รู้เรื่องด้วยเช่นเดียวกัน เช่น บทสวดมนต์อ่านไม่เปน การเข้าวัด ไม่ร็ว่าจะต้องทำอย่างไร ตักบาตร หรือพิธีกรรมทางศาสนาพุทธแบบเบื้องต้นเราทำไม่เป็นเลย ทุกครั้งที่ครอบครัวไปทำบุญ เราก็ไปแบบนั้นเข้าวัด พ่อแม่ทำ ญาติพี่น้องทำ เราก็แค่ยกมือประนมมือที่หน้าอกแล้วก้มกราบแค่นั้น แต่ท่องอะไรคือท่องไม่เปน เมื่อก่อนเราจะ วันทามารีอา แบบนี้ทุกัน ทุกเช้า ทำเป็นแต่แบบนี้ จนจบ ม.3 เราย้ายมาเรียนโรงเรียน รัฐบาลของจังหวัด เพื่อนคนอื่นสวดมนต์หน้าแถว เรากลับท่องไม่ได้ จนต้องโดนเรียกออกไปนอกแถว และให้ยืนอยุ่แบบนั้น แค่ นะโม ตัสสะ ยังท่องไม่ได้ จนอาจาร์ย ต้องให้เราคัดลายมือบทสวดมนต์ทุกวัน จนเราท่องได้ แต่ก็ไม่ได้จริงจังที่จะนับถือ เหมือนว่าใจเราร็ว่าเราเชื่ออะไร เรารู้สึกอย่างไร และตัวเรารู้สึกเหมือนว่าพระเจ้าสถิตย์อยุ่กับเราตลอดเวลา ช่วงที่เราอยุ่โรเรียน คาทอลิก รร.จะปลูกฝังกับเรื่องนี้มากกกๆๆ จนเด็กอย่างเราก็ซึมซับเกี่ยวกับคาทอลิกมาตลอด อาจจะด้วยเราโตมาก็มาเรียน รร.คาทอลิกและอยู่หอด้วย จึงซึมซับเข้าไปหมดแต่ไม่ได้จริงจังถึงขั้นว่า ล้างบาป ประกอบพิธีมิสซา คือเราไม่ถึงขนาดนั้น เราก็ใช้ชีวิตมาแบบนั้น คือไม่ได้ยึดติดกับอะไร แค่รู้สึกว่าใจเราอยากอยู่ใกล้กับพระองค์ ทุกวันนี้ก็สับสนกับตัวเองเหลือเกินว่า เรานับถือศาสนาอะไร ? เพราะพอออกจาก โรงเรียนคาทอลิกมา เราก็สับสนเหมือนกัน คนรอบข้างจะแบบว่าเอ๋อกับเรามากว่า ทำไมเราทำไม่เป็น แค่ใส่บาตรตอนเช้าเรายังไม่ร็ว่าต้องทำอย่างไร ใส่อะไรบ้าง คือทำไม่เป็น รับพรใส่รองเท้าหรือถอดรองเท้า เข้าวัดอย่างแรกที่ต้องทำคืออะไร เราสับสนจิงๆ ทำไม่เป็น คนอื่นจะเข้าไปในวัดและก้มลงกราบ แต่สิ่งแรกที่เราไป คือยืนนิ่ง และอยุ่ในความสงบและมองดูพระพุทธรูปนั้นอย่างใจจดใจจ่อแค่นี้ แต่เพื่อนเราบอกว่า ไม่เหมาะสม!! เราจึงต้องปฏิบัติตัวแบบ เข้าตาหลิ่วก็ต้องหลิ่วตาตาม แต่ครอบครัวเรานับถือศาสนาพุทธค่ะ ทุกวันนี้ทำบุญก็ทำค่ะ แต่ส่วนมากเราจะเน้นทำทานมากกว่าการเข้าวัดค่ะ และหลังจากที่สวดมนต์เป็น เราก็หันมาสวดมนต์ก่อนนอนค่ะ จึงอยากเรียนถามผู้รู้ทุกๆท่านค่ะว่า หากเราจะเข้าเป็น คาทอลิกแบบเต็มตัวจะต้องเริ่มปฏิบัติตัวอย่างไร เราไม่ใช่ไม่เชื่อในคำสอนของพระพุทธเจ้านะค่ะ เราเชื่อและศรัทธาค่ะ แต่เราแค่ไม่เห็นด้วยกับบางวิธีในแบบชาวพุทธค่ะ
             และแรงจูงใจในการที่อยากจะศึกษาแบบจริงจังคือ เราได้ไปดูหนังเรื่องนึง คือเรื่อง The Book of Eli ที่พระเอกตาบอด และเก็บหนังสือเล่มนึงไว้ ซึ่งนั่นเป็นพระคัมภัร์ Bible พระเอกเชื่อตลอดว่า พระเจ้าสถิตย์อยุ่กับตนเองตลอด ไม่ว่าลูกจะทำอะไรลงไปล้วนแล้วแต่ลูกคิดดีแล้วทั้งสิ้น ถึงคนอื่นถึงจะขโมยไปได้แต่ก็ไม่มีใครอ่านออก เพราะคัมภีร์นั้นเป็นแบบภาษาเบล และที่สำคัญไปกว่านั้นคือ พระเอกอ่านคัมภีร์เล่มนั้นนั้นทุกวัน อ่านมาทั้งชีวิต จนสามารถถ่ายทอดออกมาและบันทึกจัดพิมพ์ Bible ขึ้นใหม่อีกครั้ง เรื่องนี้มันสอนในเรื่องความเชื่อ ความศรัทธา ในพระองค์อย่างแท้จริง หลังจากที่เราดูเรื่องนี้จบ เรามีคำถามขึ้นมาเลยว่า ทุกวันนี้ที่เราไปวัด เราไปเพื่ออะไร แล้วเราไปเราได้อะไร หากใจเราไม่ได้สถิตย์อยุ่ตรงนั้นด้วย
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 7
ขอตอบในฐานะผู้ที่เชื่อในพระเจ้าเช่นเดียวกับคุณนะครับ

ก่อนอื่น เราต้องเข้าใจก่อนว่า "พระเจ้ามีวัตถุประสงค์ในมนุษย์แต่ละคนแตกต่างกัน"
แต่ในความแตกต่างนั้น พระเจ้าก็มีวัตถุประสงค์ยิ่งใหญ่อันเดียวคือ "พระเจ้าทรงรักมนุษย์ และอยากให้มนุษย์กลับคืนดีกับพระองค์"
การที่เราได้ศึกษาในโรงเรียนคริสต์ นั่นก็คือแผนการณ์ของพระเจ้าอย่างหนึ่งในชีวิตของเรา
ที่ให้เรามีความเชื่อในพระองค์ และตัดขาดกับสิ่งที่พระองค์ไม่ต้องการให้มารบกวนจิตใจในช่วงเริ่มต้น
แต่พระเจ้าก็จำเป็นต้องมีบททดสอบในชีวิตของเรา เมื่อเราไม่ได้อยู่ในการควบคุมของพระองค์ เราจะยังเชื่อฟังพระองค์หรือไม่

เป็นแนวทางเดียวกับอดัมและเอวา ที่พระเจ้าสร้างมนุษย์และเปิดโอกาสให้มนุษย์ได้พบเจอกับความบาป
เหมือนกับที่เราอยู่ในโรงเรียนคริสต์ได้เพียง ม.3 ต่อจากนี้คือโลกจริงที่พระองค์ทรงทดสอบเรา
ต่อจากนี้คือสิ่งที่เราต้องทำคือ "ติดสนิทกับพระเจ้าให้มากขึ้น" และจะได้รับการเปิดเผยจากพระองค์ว่า เราควรทำอย่างไรต่อไป
จากหนังเรื่อง The Book of Eli ที่ทำให้เรามีแรงบันดาลใจ นี่ก็คือตัวอย่างการเปิดเผยจากพระองค์
ที่เตือนผ่านหนังเรื่องนี้ให้เรามุ่งมั่นในการ "อ่านพระคัมภีร์ Bible" และให้เรามีความเชื่อในพระองค์อย่างแท้จริง

มันแปลกไหมครับ ทำไมเราถึงได้เรียนในโรงเรียนคริสต์ ทั้งๆที่คนส่วนใหญ่ในประเทศไม่ได้เรียน
ทำไมเราถึงอยู่ครอบครัวพุทธ แต่เรากลับปฏิบัติตัวอย่างคนพุทธไม่เป็น
ทำไมเราถึงได้รับการลงโทษจากโรงเรียน เนื่องจากปัญหาการสวดมนต์ ทั้งๆที่ประเทศไทยให้สิทธิในการนับถือศาสนาอย่างเสรี
นี่คือแผนการของพระเจ้าที่ให้เราได้พบเจอสิ่งเหล่านี้ ล้วนมีความหมายต่อเราทั้งสิ้น

ผมชอบคำถามทิ้งท้ายของคุณมาก >> "ทุกวันนี้ที่เราไปวัด เราไปเพื่ออะไร แล้วเราไปเราได้อะไร หากใจเราไม่ได้สถิตย์อยู่ตรงนั้นด้วย"
จริงๆมันไม่ได้รวมแค่การที่คนต่างศาสนาไปวัดของอีกศาสนานะครับ
บางทีคนพุทธไปวัด หรือคนคริสต์ไปโบสถ์ แต่เราไม่ได้มุ่งไปหาหัวใจของศาสนา มันก็ไปแค่ตัวครับ ไม่มีประโยชน์อะไรเลย
เหมือนกับเราไปงานเลี้ยงแล้วไม่ได้พูดคุยกับใคร อยู่บ้านเล่น line คุยกับคนอื่น ยังมีประโยชน์ซะกว่า

ผมชอบอีกประเด็นด้วยครับ ที่คุณบอกว่า "ไม่เห็นด้วยกับบางวิถีในแบบของชาวพุทธ"
เวลาคนพุทธอ่านก็จะมองว่า ก็คุณไม่ได้เรียนพุทธมา จะเข้าใจวิถีพุทธได้ยังไง ครอบครัวก็ไม่ได้สอน
คนพุทธเขาก็ไม่เห็นด้วยกับวิถีคริสต์ อาจจะเป็นเหตุผลเดียวกัน เพราะเขาก็ไม่ได้เรียนคริสต์ ครอบครัวก็ไม่ใช่ จะเข้าใจได้ไง
คำถามคือ : แล้วอะไรคือความจริง อะไรคือความถูกต้อง ต้องศึกษาทั้งสองศาสนาให้เข้าใจก่อนหรือเปล่า ?
สำหรับบางคนก็อาจจะต้องทำอย่างนั้น แต่ถ้าจะให้เราไปศึกษาทุกศาสนาก่อนตัดสินใจ คงเป็นไปไม่ได้
สิ่งที่เป็นทางตรงสำหรับคำตอบนี้ คือการให้ผู้สร้างนั้นตัดสินว่า สิ่งใดถูก สิ่งใดผิด และเราก็เพียงรับการเปิดเผยจากพระองค์

การเริ่มต้น ควรเริ่มต้นโดยความเชื่อในพระเจ้า ให้เราทำทีละข้อนะครับ
1. ยอมรับความตัวเองเป็นคนบาป และยอมรับว่าไม่ว่าเราจะทำดีขนาดไหน ก็ไม่สามารถลบบาปที่ตัวเองเคยกระทำไปแล้วได้
2. ยอมรับว่าพระเยซู คือพระผู้ช่วยให้รอด เป็นบุตรของพระเจ้าที่มาเพื่อลบบาปของเรา
3. อธิษฐานต่อพระเจ้า/พระเยซู/พระแม่มารีย์ ว่าเรายอมให้พระองค์เข้ามาอยู่ในจิตใจของเรา
ที่เราจะเชื่อฟังพระองค์ เหมือนกับนักบุญสาวกของพระเยซูที่เชื่อฟังพระองค์
เหมือนกับมารีย์ ที่เชื่อฟังพระเจ้า อดทนต่อความลำบากในการรับบุตรของพระเจ้ามาเกิดครรภ์ ทั้งๆที่ไม่เคยมีสัมพันธ์กับคู่หมั้นมาก่อน
(อธิษฐานอย่างอื่น ตามแต่ที่เราต้องการจะบอกพระองค์)

จากนี้ก็ลองเริ่มจากไปติดต่อซิสเตอร์/บราเทอร์ ที่เรารู้จักจากโรงเรียนที่เราเคยอยู่ก็ได้ครับ
แล้วท่านจะแนะนำสู่วิธีการต่อไป ที่เหมาะสมกับคุณครับ

สงสัยอะไรติดต่อ line ผมได้นะ ID Line : Tailogy
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่