สวัสดีครับ ผมเป็นเด็กวัยรุ่นชายธรรมดาคนหนึ่งครับ อันนี้เป็นกระทู้แรกของผมครับ ^^
เรียนอยู่ ม.5 ใน ร.ร. แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เรียนสายวิทย์น่ะครับ หลายคนคงเข้าใจว่าสายนี้ก็เรียนหนักพอสมควร เนื่องจากหลายคนก็เคยผ่านสายนี้มาเยอะละ อิอิ
เอาเป็นว่าเข้าเรื่องกันก่อนเลยดีกว่านะครับ ในวันอาทิตย์ที่บ้านผมให้ติวเตอร์มาสอนที่บ้าน 2 ช.ม. ครับ เริ่มสอนตั้งแต่ผมยังอยู่ ม.1 ครับ ตอนแรกๆเค้าก็สอนดีอยู่คำถามในบทเรียนที่ผมสังสัยเค้าก็ช่วยเคลียร์ได้หมด จนกระทั่งผมอยู่ ม.3 เป็นช่วงที่ผมต้องเลือกสายการเรียนเพื่อที่จะเรียน ม.4 ในสายการเรียนที่ใช่ ผมก็ปรึกษาเค้าเรื่องแผนการเรียนประมาณว่าถ้าผมเรียนสายวิทย์ไม่ไหวผมควรเรียน ศิลป์-คำนวณ ดีมั้ย อย่างน้อยการเลือกคณะก็ยังพอกว้างอยู่ แต่คำตอบที่ผมนั้นได้กลับมาคือ "ไม่ว่ายังไงก็ต้องเรียนสายวิทย์ สายอื่นมันไม่โอเคมีแต่พวกเด็กแว๊นเท่านั้นแหละที่เรียน" ตอนนั้นคือผมอึ้งมาก คือทำไมเค้าถึงเอาพวกเด็กที่ถนัดสายศิลป์ไรพวกนี้ไปเปรียบเทียบกับเด็กแว๊นทั้งๆที่เด็กพวกนั้นก็แค่ไม่ถนัดด้านวิทย์แต่เก่งทางด้านสายศิลป์ และหลังจากนั้น พอผมขึ้น ม.ปลาย ติวเตอร์คนนั้นเริ่มสอนน้อยลงจาก 2 ช.ม. เหลือ 1 ช.ม. ครึ่ง
แต่กลับมาโม้เรื่องตัวเองมากขึ้นว่าตัวเองจบคณะนี้จาก ม.นั้น ม.นี้ มีธุรกิจส่วนตัวและรวยมาก ชอบคุยโทรศัพท์ขณะสอนแบบไม่เกรงใจ ชอบชวนคุยนอกเรื่อง (95% นอกเรื่อง 5% สอนจริง) ชอบพูดจาดูถูกชาวบ้านให้ผมฟัง และมีครั้งนึงผมเคยปรึกษาเรื่องการเข้ามหาลัยกับติวเตอร์คนนี้ ผมก็บอกไปว่าจะเข้าวิศวะลาดกระบัง เค้าก็บอกกลับมาว่า "เดี๋ยวนี้วิศวะตกงานง่ายอย่าเรียนเลยไปเรียนคณะที่เกี่ยวกับวิทย์อย่างอื่นดีกว่าหรือพวกบัญชี การเงิน บริหาร เพราระพวกนี้มีงานลองรับ" ตอนนั้นผมก็เออ ออ ไป จนกระทั่งตอนผมขึ้น ม.5 ผมตัดสินใจเปลี่ยนคณะที่อยากเข้าจากวิศวะเป็นเศรษฐศาสตร์เนื่องจากผมการเรียนของผม วิชาฟิสิกส์ได้น้อยมากและผมก็ไม่ถนัดวิชาพวกนี้ด้วย และผมก็ปรึกษาเค้าเรื่องนี้อีกครั้ง คำตอบก็เหมือนเดิมแต่ก็ทำผมสตั้นไปเลย เค้าบอกว่า "พวกเกี่ยวกับบริหาร เศรษฐศาสตร์ ไรงี้ก็ตกงานอยู่ดี ไปเรียนหมอ หรือไม่ก็วิศวะซะ" แล้วบ่นต่อเหมือนด่าผมทางอ้อมว่า ผมมันก็แค่ไอ้โง่คนนึง แล้วเค้าก็ชอบพูดจาเหมือนบังคับให้ผมเข้าแต่ ม.ดังๆ เช่น จุฬาฯ เกษตรฯ ธรรมศาสตร์ เป็นต้น ซึ่งอันนี้ผมมองว่าเค้ามีเหตุผลดีแต่ดันมีประโยคนึงที่เค้าพูดออกมาซึ่งทำให้ผมรู้สึกว่ามันขัดๆกันเลย เค้าพูดว่า "เข้าที่ไหนก็แต่อย่าไปเข้า ม. .... (ผมขอสงวนชื่อ มันตั้งอยู่ที่ ชลบุรี) เลย เป็น ม.ที่ผลิตแต่คนไร้ คุณภาพ จบมาก็ตกงาน"
ตามปกติแล้วผมเป็นเด็ก ม.ปลาย ธรรมดาคนนึงที่มีเล่นบ้างเรียนบ้างตามปกติ บางวันถ้าว่างก็ทบทวนบทเรียนวันไหนไม่ว่างก็ไม่ทบทวน ซึ่งบางครั้งผมก็ทบทวนเนื้อหาที่ติวเตอร์คนนี้มาสอน (สอนหรอวะ -*- นึกว่ามาโม้เรื่องธุรกิจให้ฟัง) ไม่ทัน แล้วเค้าก็มาพูดประมาณว่า ผมไม่ต่างไรจากเด็กแว๊นเพียงแต่ไม่มีมอเตอร์ไซต์ ตอนนั้นผมขึ้นมากแต่ก็โชคดีที่ผมระงับอารมณ์ตัวเองได้ แล้วบางครั้งเค้าก็ชอบมาพูดดูถูกพ่อผม อาชีพที่พ่อผมทำ (พอดีว่าเค้าเป็นญาติห่างๆกัน) ซึ่งพ่อผมก็ไม่ได้ทำอาชีพทุจริตไรเลย เป็นพนักงานบริษัทธรรมดาคนนึงและเป็นพ่อที่ดีสำหรับผมถึงแม้จะไม่ได้ดีที่สุด แถมดูถูกผมว่าผมโง่ไปเลือกพวกคณะ บริหาร-เศรษฐศาสตร์-บัญชี
มีครั้งหนึ่ง วันนั้นเป็นวันก่อนวันเกิดผม 1 อาทิตย์ ทางบ้านผมได้ขอลาหยุดให้ผมวันหนึ่งเพื่อจะได้พักผ่อนเต็มที่ในวันเกิด แต่ติวเตอร์คนนั้นเค้าพูดว่าเค้าจะไม่ชดเชย ซึ่งตามปกติเดือนนึงติวเตอร์คนนี้จะได้เดือนละ 4,000 ปลายเดือนหลังสอนเสร็จ ซึ่งเท่ากับว่าเค้าได้เงินฟรีๆไปเลย 1000
เมื่อเรื่องนั้นไปถึงหูยายผม ยายผมโกรธมาก และกำชับให้ผมบอกให้เค้าเลิกสอนภายในอีกเดือนนึง ซึ่งผมก็บอกเค้าเรียบร้อยและตกลงกันได้ ผมก็พยายามอดทนเรียนที่เรื่องอีก 2-3 ครั้งไปเรื่อยๆ ซึ่งระหว่างเรียนเค้าก็ดูถูกผม พ่อผม อื่นๆต่างๆนานา ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งวันสุดท้ายเค้าก็ฝากบอกว่า "คิดดีๆนะว่าอยากจะเรียน เพราะถ้าไม่รีบตัดสินใจก็สายแล้วนะ" ซึ่งผมก็ปฏิเสธไป หลังจากที่เค้ากลับไปแล้วผมจึงโล่งอกและพึมพำในใจว่า "หมดเวร หมดกรรมซะที"
เอ้อ ผมเป็นคนนึงที่ชอบเล่นเปียโนครับ วันอาทิตย์ช่วงบ่ายผมก็ไปเรียนประจำ แล้วติวเตอร์คนนั้นก็รู้ด้วย เค้าก็มักพูดประจำว่าเรียนทำไมกันเชยมาก ผมก็สุดจะทนเหมือนกันแต่ได้แต่บ่นในใจว่า "นั้นก็เรื่องของผมครับ" แล้วตอนเรียนเค้ามักจะพูดประจำว่า ถ้าเค้ามีลูกเค้าจะไม่ให้ลูกเค้าเล่นดนตรีเลยแม้แต่ชิ้นเดียว เพราะว่ามันไร้สาระ ซึ่งผมฟังอย่างนั้นแล้วทำให้ผมรู้เลยว่าเค้ามีอีโก้ค่อนข้างสูงท่าทางจะไม่รับฟังเหตุผลของใคร และนิสัยชอบพูดจากลับกรอก แถมยายผมรู้จักเค้าและรู้ว่าชีวิตเค้านั้นชอบทำตัวมีปัญหากับชาวบ้านจนคนอื่นไม่อยากคบหาด้วย
ปล.ถ้ามีใครมีประสบการณ์คล้ายๆแบบนี้มาแชร์ได้เลยนะครับ

ปล.2 ถ้ามีคำไหนไม่เหมาะสมผมก็ขอประทานโทษ ณ ที่นี้ด้วยครับ
ติวเตอร์คนนี้ดูถูกกันเกินไปรึเปล่า หรือว่าจริงอย่างที่เค้าพูด
เรียนอยู่ ม.5 ใน ร.ร. แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เรียนสายวิทย์น่ะครับ หลายคนคงเข้าใจว่าสายนี้ก็เรียนหนักพอสมควร เนื่องจากหลายคนก็เคยผ่านสายนี้มาเยอะละ อิอิ
เอาเป็นว่าเข้าเรื่องกันก่อนเลยดีกว่านะครับ ในวันอาทิตย์ที่บ้านผมให้ติวเตอร์มาสอนที่บ้าน 2 ช.ม. ครับ เริ่มสอนตั้งแต่ผมยังอยู่ ม.1 ครับ ตอนแรกๆเค้าก็สอนดีอยู่คำถามในบทเรียนที่ผมสังสัยเค้าก็ช่วยเคลียร์ได้หมด จนกระทั่งผมอยู่ ม.3 เป็นช่วงที่ผมต้องเลือกสายการเรียนเพื่อที่จะเรียน ม.4 ในสายการเรียนที่ใช่ ผมก็ปรึกษาเค้าเรื่องแผนการเรียนประมาณว่าถ้าผมเรียนสายวิทย์ไม่ไหวผมควรเรียน ศิลป์-คำนวณ ดีมั้ย อย่างน้อยการเลือกคณะก็ยังพอกว้างอยู่ แต่คำตอบที่ผมนั้นได้กลับมาคือ "ไม่ว่ายังไงก็ต้องเรียนสายวิทย์ สายอื่นมันไม่โอเคมีแต่พวกเด็กแว๊นเท่านั้นแหละที่เรียน" ตอนนั้นคือผมอึ้งมาก คือทำไมเค้าถึงเอาพวกเด็กที่ถนัดสายศิลป์ไรพวกนี้ไปเปรียบเทียบกับเด็กแว๊นทั้งๆที่เด็กพวกนั้นก็แค่ไม่ถนัดด้านวิทย์แต่เก่งทางด้านสายศิลป์ และหลังจากนั้น พอผมขึ้น ม.ปลาย ติวเตอร์คนนั้นเริ่มสอนน้อยลงจาก 2 ช.ม. เหลือ 1 ช.ม. ครึ่ง
แต่กลับมาโม้เรื่องตัวเองมากขึ้นว่าตัวเองจบคณะนี้จาก ม.นั้น ม.นี้ มีธุรกิจส่วนตัวและรวยมาก ชอบคุยโทรศัพท์ขณะสอนแบบไม่เกรงใจ ชอบชวนคุยนอกเรื่อง (95% นอกเรื่อง 5% สอนจริง) ชอบพูดจาดูถูกชาวบ้านให้ผมฟัง และมีครั้งนึงผมเคยปรึกษาเรื่องการเข้ามหาลัยกับติวเตอร์คนนี้ ผมก็บอกไปว่าจะเข้าวิศวะลาดกระบัง เค้าก็บอกกลับมาว่า "เดี๋ยวนี้วิศวะตกงานง่ายอย่าเรียนเลยไปเรียนคณะที่เกี่ยวกับวิทย์อย่างอื่นดีกว่าหรือพวกบัญชี การเงิน บริหาร เพราระพวกนี้มีงานลองรับ" ตอนนั้นผมก็เออ ออ ไป จนกระทั่งตอนผมขึ้น ม.5 ผมตัดสินใจเปลี่ยนคณะที่อยากเข้าจากวิศวะเป็นเศรษฐศาสตร์เนื่องจากผมการเรียนของผม วิชาฟิสิกส์ได้น้อยมากและผมก็ไม่ถนัดวิชาพวกนี้ด้วย และผมก็ปรึกษาเค้าเรื่องนี้อีกครั้ง คำตอบก็เหมือนเดิมแต่ก็ทำผมสตั้นไปเลย เค้าบอกว่า "พวกเกี่ยวกับบริหาร เศรษฐศาสตร์ ไรงี้ก็ตกงานอยู่ดี ไปเรียนหมอ หรือไม่ก็วิศวะซะ" แล้วบ่นต่อเหมือนด่าผมทางอ้อมว่า ผมมันก็แค่ไอ้โง่คนนึง แล้วเค้าก็ชอบพูดจาเหมือนบังคับให้ผมเข้าแต่ ม.ดังๆ เช่น จุฬาฯ เกษตรฯ ธรรมศาสตร์ เป็นต้น ซึ่งอันนี้ผมมองว่าเค้ามีเหตุผลดีแต่ดันมีประโยคนึงที่เค้าพูดออกมาซึ่งทำให้ผมรู้สึกว่ามันขัดๆกันเลย เค้าพูดว่า "เข้าที่ไหนก็แต่อย่าไปเข้า ม. .... (ผมขอสงวนชื่อ มันตั้งอยู่ที่ ชลบุรี) เลย เป็น ม.ที่ผลิตแต่คนไร้ คุณภาพ จบมาก็ตกงาน"
ตามปกติแล้วผมเป็นเด็ก ม.ปลาย ธรรมดาคนนึงที่มีเล่นบ้างเรียนบ้างตามปกติ บางวันถ้าว่างก็ทบทวนบทเรียนวันไหนไม่ว่างก็ไม่ทบทวน ซึ่งบางครั้งผมก็ทบทวนเนื้อหาที่ติวเตอร์คนนี้มาสอน (สอนหรอวะ -*- นึกว่ามาโม้เรื่องธุรกิจให้ฟัง) ไม่ทัน แล้วเค้าก็มาพูดประมาณว่า ผมไม่ต่างไรจากเด็กแว๊นเพียงแต่ไม่มีมอเตอร์ไซต์ ตอนนั้นผมขึ้นมากแต่ก็โชคดีที่ผมระงับอารมณ์ตัวเองได้ แล้วบางครั้งเค้าก็ชอบมาพูดดูถูกพ่อผม อาชีพที่พ่อผมทำ (พอดีว่าเค้าเป็นญาติห่างๆกัน) ซึ่งพ่อผมก็ไม่ได้ทำอาชีพทุจริตไรเลย เป็นพนักงานบริษัทธรรมดาคนนึงและเป็นพ่อที่ดีสำหรับผมถึงแม้จะไม่ได้ดีที่สุด แถมดูถูกผมว่าผมโง่ไปเลือกพวกคณะ บริหาร-เศรษฐศาสตร์-บัญชี
มีครั้งหนึ่ง วันนั้นเป็นวันก่อนวันเกิดผม 1 อาทิตย์ ทางบ้านผมได้ขอลาหยุดให้ผมวันหนึ่งเพื่อจะได้พักผ่อนเต็มที่ในวันเกิด แต่ติวเตอร์คนนั้นเค้าพูดว่าเค้าจะไม่ชดเชย ซึ่งตามปกติเดือนนึงติวเตอร์คนนี้จะได้เดือนละ 4,000 ปลายเดือนหลังสอนเสร็จ ซึ่งเท่ากับว่าเค้าได้เงินฟรีๆไปเลย 1000
เมื่อเรื่องนั้นไปถึงหูยายผม ยายผมโกรธมาก และกำชับให้ผมบอกให้เค้าเลิกสอนภายในอีกเดือนนึง ซึ่งผมก็บอกเค้าเรียบร้อยและตกลงกันได้ ผมก็พยายามอดทนเรียนที่เรื่องอีก 2-3 ครั้งไปเรื่อยๆ ซึ่งระหว่างเรียนเค้าก็ดูถูกผม พ่อผม อื่นๆต่างๆนานา ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งวันสุดท้ายเค้าก็ฝากบอกว่า "คิดดีๆนะว่าอยากจะเรียน เพราะถ้าไม่รีบตัดสินใจก็สายแล้วนะ" ซึ่งผมก็ปฏิเสธไป หลังจากที่เค้ากลับไปแล้วผมจึงโล่งอกและพึมพำในใจว่า "หมดเวร หมดกรรมซะที"
เอ้อ ผมเป็นคนนึงที่ชอบเล่นเปียโนครับ วันอาทิตย์ช่วงบ่ายผมก็ไปเรียนประจำ แล้วติวเตอร์คนนั้นก็รู้ด้วย เค้าก็มักพูดประจำว่าเรียนทำไมกันเชยมาก ผมก็สุดจะทนเหมือนกันแต่ได้แต่บ่นในใจว่า "นั้นก็เรื่องของผมครับ" แล้วตอนเรียนเค้ามักจะพูดประจำว่า ถ้าเค้ามีลูกเค้าจะไม่ให้ลูกเค้าเล่นดนตรีเลยแม้แต่ชิ้นเดียว เพราะว่ามันไร้สาระ ซึ่งผมฟังอย่างนั้นแล้วทำให้ผมรู้เลยว่าเค้ามีอีโก้ค่อนข้างสูงท่าทางจะไม่รับฟังเหตุผลของใคร และนิสัยชอบพูดจากลับกรอก แถมยายผมรู้จักเค้าและรู้ว่าชีวิตเค้านั้นชอบทำตัวมีปัญหากับชาวบ้านจนคนอื่นไม่อยากคบหาด้วย
ปล.ถ้ามีใครมีประสบการณ์คล้ายๆแบบนี้มาแชร์ได้เลยนะครับ
ปล.2 ถ้ามีคำไหนไม่เหมาะสมผมก็ขอประทานโทษ ณ ที่นี้ด้วยครับ