สวัสดีค่ะ นี่เป็นกระทู้แรกในชีวิตเลยค่ะ พิมพ์ผิดพิมพ์ถูกก็ต้องขอโทษไว้ก่อนนะค่ะ
กระทู้นี้เราได้แรงบันดาลใจมาจากเพลงของคุณ ตู่ นันทิดา แก้วบัวสาย ค่ะ เพลงเจ็บจนเข้าใจ
เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องจริงค่ะ เป็นเรื่องของเรากับแฟนเก่าคนล่าสุด ขอใช้ตัวย่อว่า โอ นะค่ะ
บทนำ
เรารู้จักกับแฟนเก่าตอน ม.ปลายค่ะ เราทำงานร่วมกันงานหนึ่งจนเริ่มสนิทกันค่ะ แต่ก็ไม่ได้สนิทกันมากมายอะไรค่ะ
เรามีเรื่องอะไรให้ช่วย เขาก็ช่วยตลอดเลยค่ะ ตอน ม.ปลาย เราก็ยังไม่ได้คิดอะไรมากมายค่ะ
แต่ช่วงที่เราเริ่มมีใจให้เขาคือ ม.๖ ค่ะ เขาก็คุยกันมาตลอด คุยกันมาเรื่อยๆ มีเรื่องอะไรก็ปรึกษาเขาค่ะ
พอเข้ามหาวิทยาลัยเราเรียนคนละที่ค่ะ เขาหันเหตัวเองไปเรียนทางด้านอาชีพเกี่ยวกับพาณิชย์ทางทะเลค่ะ
เราก็เรียนทางสายอุดมศึกษา (มหาวิทยาลัย) ไป เราเจอกันสองสามเดือนครั้งค่ะ เค้าไปเรียนที่ชลบุรี เราก็อยู่ที่จังหวัดตัวเองไป
ถึงช่วงตอนนั้นก็ยังไม่ได้เป็นเเฟนกันค่ะ
พอเข้ามหาวิทยลัยก็มีคนเข้ามามากมายเลยค่ะ เราเหงามากๆ เลยค่ะ เพราะช่วงที่มหาวิทยาลัยเราเปิด เขาก็ไปออกทะเลเเล้ว
สามสี่เดือนก็เจอกันที แต่เขาก็โทรหาเราตลอดนะค่ะ พอถึงฟั่งเขาก็โทรหาค่ะ ก็ให้กำลังใจกันตลอด
ช่วงเป็น Freshy ใหม่ๆก็มีคนเข้ามาค่ะเยอะอยู่นะ ฮ่าๆ (ไม่ได้สวยนะค่ะ คงเพราะว่าเป็นช่วงเปลี่ยนสถานที่ เจอคนเยอะแยะ)
แต่มีแค่สองคนค่ะที่เรารู้สึกว่าเข้าถึงเรา เขาเข้ามาพร้อมกันค่ะ อยู่หอเดียวกัน ห้องตรงข้ามกัน บังเอิ้ญบังเอิญ (เพี้ยนเพื่อเสียงนะค่ะ)
คนแรกนี่หล่อค่ะจัดว่าหล่อแต่เขาเข้ามาเหมือนจับปลาสองมือค่ะ เราเลยเซย์โนไปค่ะ
คนที่สองขอเรียกว่า เอส นะค่ะ เอสนี่ไม่หล่อค่ะ หัวฟูด้วย =^= แต่เค้าน่ารักมากค่ะบอกเลย ดูแลเทคแคร์เราอย่างดี ซื้อนู่นนี่นั่นมาให้กิน
พาไปหาหมอช่วงที่สองคนนี้เข้ามาเราก็คุยกับโออยู่ค่ะ นิสัยไม่ดีเนาะเหมือนจับปลาหลายมือเลย TT^TT
แต่เราก็บอกโอนะค่ะว่านี่มีเอสคอยช่วยเรา จนมาถึงเดือนธันวาคมค่ะ โอขอเราเป็นแฟน เราดีใจนะค่ะ แต่เราก็รู้ค่ะว่าเขาไม่ได้รักเราเลย
เขาเลือกเราเพราะเราเป็นคนที่ซื่อสัตย์ค่ะ เขาเชื่อว่าถ้าเขาไปไหนไกลเราจะไม่ทรยศเขา เราตอบตกลงเป็นแฟนกับเขาค่ะ
แต่เราก็ยังไม่กล้าบอกเอสนะค่ะ แต่เหมือนกันเขาก็รู้นะค่ะ เพียงแต่เขาไม่พูด เขาก็ยังปฏิบัติกับเราเหมือนเดิม เราบอกตรงๆเลยค่ะ
เราเองก็รู้สึกดีกับเขามากๆ ตอนนั้นสับสนมากว่าจะเลือกใคร จนมาถึงวันคริสต์มาสของปีนั้นค่ะ เขาเอาของที่ยืมเรามาคืนค่ะ
เขาเกิดเดือนธันวาคมพอดี เราไม่รู้ว่าจะให้ของขวัญอะไรเขาดี เราเลยชวนเขาไปดูดาว
บอกตามตรงเราอยากจะเคลียร์กับเขาด้วยและอยากใช้เวลากับเขาก่อนที่เราจะจากกันค่ะ
เราเลือกที่จะจบกับสิ่งที่ไม่ถูกต้องค่ะ เราเลือกสิ่งที่ถูกต้องมากกว่าสิ่งที่ถูกใจค่ะ เพราะอย่างน้อยเราก็ภูมิใจและสบายใจกับสิ่งที่ถูกต้อง
ตอนเอสเอาของมาคืน เขาก็ตอบตกลงที่จะไปดูดาวกับเรานะค่ะ พอประมาณตีสามเราก็เคลียร์กับเขาค่ะ บอกเขาไปเลยว่า
เราคบกับโอแล้ว เขาก็บอกว่า รู้มาสักระยะหนึ่งแล้ว (โอขอเราคบต้นเดือนธันวาคม) แล้วบทสนทนาก็เริ่มน้อยลงเรื่อยๆค่ะ
เราก็ไม่รู้จะทำยังไง ก็พยายามชวนคุย เขาก็ทำท่าทีเหมือนปกติ เราก็รู้สึกโล่งใจนะค่ะ เราอยู่ตรงนั้นกันถึงเช้า แล้วเขาก็มาส่งเราที่หอค่ะ
จากนั้นเราก็แถบจะไม่คุยกันอีกเลยค่ะ เราเลี่ยงทุกอย่าง เลี่ยงการเจอ เลี่ยงแม้แต่การจัดตารางสอน เราบอกเลย เรากลัวใจตัวเอง
แล้วก็มีเรื่องอะไรบางอย่างที่ทำให้เราบล็อค facebook และเบอร์ของเอสไป
บทที่ 1 สงคราม
จากนั้นเราก็สบายใจมากค่ะ คบกับแฟนก็คบกันมาเรื่อยๆ ไม่เคยทะเลาะอะไรกันเลย เขาก็โทรมาหาทุกครั้งที่มีโอกาส
เมื่อไหร่ที่เขาขึ้นท่าก็จะโทรหา หรือเมื่อไหร่ที่เขากลับไทยเขาก็จะมาหา พาไปเที่ยวไปกินข้าวกัน
แต่ว่าพอมาถึงช่วงหนึ่งที่เราเรียนหนักมากๆงานเอย รายงานเอย สอบเอย
มหาวิทยาลัยที่เราเรียนอยู่สองเดือนสอบกลางภาคสองเดือนถัดไปสอบปลายภาค เราเป็นคนบ้างานมาก
อีกอย่างเราเองก็รู้สึกว้าเหว่มากๆ พอมองไปที่เพื่อนเมท เขาก็เป็นคนมีคู่กันเกือบทั้งนั้น มุ้งมิ้งครุคริฟุ้งฟริ้งกันไป อิจฉา
ก็ได้งานนี่ละที่ทำให้เราไม่มีเวลาคิดเรื่องพวกนี้ ช่วงนั้นช่วงสอบด้วย เขาโทรมาเราก็บอกว่า คุยนานไม่ได้นะ เราต้องอ่านหนังสือสอบ
ขอโทษนะ เขาก็บอกไม่เป็นไรเข้าใจ ให้เราตั้งใจเรียน เรานี่มีกำลังใจเลยละ อย่างตั้งใจอ่านเลย
เราอยากให้เขาภูมิใจที่มีเเฟนที่เรียนเก่ง ก็ดูไม่มีปัญหาอะไร จนมาวันหนึ่งเราเข้าไปดู facebook เขา
เจอผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามาเม้นท์ facebook เขาเยอะมาก จนเราเอะใจ เราเป็นพวกพอ sence แรงค่ะ
เราก็ถามเขาว่า นี่ใครเหรอ ทำไมดูสนิทกันจังเลย เขาก็ตอบว่า อ๋อเป็นน้องไม่มีอะไรหรอก ไม่ต้องคิดมาก เขายังรักเราเหมือนเดิม
ถามว่าเราเชื่อไหม เราไม่เชื่อเขาเต็มร้อยหรอกค่ะ แต่เราไม่อยากทะเลาะ เพราะแค่เขาทำงานกลางทะเลมันก็เหนื่อยพอแล้ว
แต่เราก็ติดตามดูมาเรื่อยๆนะค่ะ จนถึงวันเกิดเขาเราเลยทำคลิปวีดีโอให้เขา แล้วก็ไปอวยพรหน้า facebook
เราเขียนประมาณว่ามาจากแฟน เราจำไม่ได้ว่าเราแอด facebook ผญ. คนนั้นไป หรือเขาแอดมาหลังจากเห็นโพสต์เรา
แต่เราสามารถเห็นโพสต์เขาได้ ซึ่งดูเขาค่อนข้างเสียใจ เราก็เข้าใจนะ เราอายุเยอะกว่า ผญ. คนนนั้น เราเห็นใจเขานะ
เราเลยส่งข้อความประมาณว่า เข้าใจนะ แล้วก็เข้าใจด้วยว่าโอเนี่ยไปยุ่งกับเธอก่อน เราไม่โทษเธอเลย
แต่ไม่เป็นไรหรอกเพราะว่าเวลาจะช่วยรักษาใจเรา ประมาณนี้ละมั้ง แล้วเราก็ลงท้ายไปนิดหน่อยว่าเราเองก็ไม่ใช่คนดีอะไร
เราก็ไม่อยากเสียคนที่เรารักไปเหมือนกัน ผญ. คนนั้นเขาก็เอาไปให้เพื่อนเขาอ่าน เท่านั้นละเรื่องยาวเลย
เพราะเพื่อนเขาไม่เชื่อว่าเราบริสุทธิ์ใจจริงๆ คิดว่าเรา

เท่านั้นละ ด่าเราสาดเสียเทเสียใน facebook เราเลย
จนความอดทนเราหมด เราเลยขึ้นสเตตัสตอบโต้ไป สงครามเลยเกิดขึ้น เป็นแค่สงคราสเตตัสนะค่ะ
เราเห็นสเตตัสของเขาจาก facebook เพื่อนเราค่ะ เพราะเขาบล็อคเรา แต่เพื่อนเขามี facebook เราก็เอาสเตตัสเราไปบอก
ซึ่งบางสเตตัสไม่เกี่ยวกับเขาเลย มันเกี่ยวกับงานของเรา เพราะตอนนั้นมีการทำงานเอาหน้าค่ะ ==
จนมีสเตตัสหนึ่งของเขาที่ว่าเราเสียหายมากๆ เพื่อนเขาก็มา comment ดูเป็นเรื่องสนุกไปเลย โดยมี comment หนึ่งที่บอกว่าเรา
"รออานอไม่เอก" เท่านั้นละเราขึ้นเลยค่ะ ปรอทแตกเลยค่ะ เราเลยขึ้นสเตตัสเลยว่า แน่จริงก็มาคุยตรงๆเลย เอาไงว่ามาเลย
เท่านั้นละค่ะ น้อง Unblock เรา แล้วเข้ามาถล่ม facebook เราเลยค่ะ แต่เราก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันหนักอะไรมากมายค่ะ
เราคิดว่าเราสามารถรับมือได้ค่ะ เพราะเราไม่ได้ทำอะไรผิด เราก็ตอบแบบดีๆไป ไม่มีคำหยาบค่ะ
เค้าเปรียบเราเป็นเมียหลวงค่ะ แต่เราก็ไม่ได้อะไรค่ะ เพราะถ้าเขาเปรียบเราเป็นเมียหลวง นั้นหมายความว่าเขาเป็นเมียน้อย
ถ้าอยากว่าตัวเอง ตามสบาย เขาก็ว่าเราสาดเสียเทเสียเลยค่ะ รุมกันเข้าไป พอเพื่อนเราเห็น ปรี๊ดยิ่งกว่าเราอีกค่ะ บอกเราว่า
ทำไมถึงยอม ยอมไม่ได้รู้ไหม เพื่อนเราเลยบอกมานี่จัดการเอง ปากอย่างนี้ต้องเจอ เราแบบคว้าโทรศัพท์เลยค่ะ โทรบอกเห่ยใจเย็นๆ
เราไม่ได้ยอม แต่เราไม่จำเป็นต้องหยาบคาย เพื่อนเราบอกอยู่เงียบๆไปเลย จัดการเอง เท่านั้นละค่ะ บู้ม กลายเป็นโกโก้ครั้ชชี่ไปเลย
แล้วเขาบอกเราว่า ถ้าแน่จริงเนี่ย อย่าเอาเพื่อนมารุม เรานี่งงเลยค่ะ คือตอนเพื่อนเราไปใส่นี่เราไม่ได้ตอบโต้เขาเลยค่ะ
เราเลยบอกเขาว่า เรานะไม่ได้ไปเรียกมา แต่ว่าเพื่อนเรานะมาเห็นเองต่างหาก ด้วยความรักเพื่อนเลยออกมาปกป้องเพื่อน
ก็ไม่ต่างกับที่เพื่อนของคุณกำลังปกป้องคุณหรอกทั้งที่คุณนะผิด แต่ตอนนั้นเราบอกขอสงบศึกก่อน เรามีสอบ สอบเสร็จละเจอกัน
บท 3 ชัยชนะ
พอสอบเสร็จเราจัดเลยค่ะ ไม่รอช้า ต่อกันยาวเลยทีเดียว เราเลยจัดหมัดหนักใส่ไปหมัดนึง
เอาประจานหน้า facebook เลยเพราะเขาโกหกค่ะ เรื่องที่เขาโกหกคือ เขาโกหกว่าเขานะโดนแทงแล้วได้รับเลือดจากโอ
เราก็งงว่า เอ้าได้เหรอ มันติดชื่อไว้เหรอ โอก็เชื่อนะค่ะ เพราะโอบอกว่า เขาบอกชื่อจริงนามสกุลจริงโอถูก เรานี่แบบคิดในใจ
ทำไมโง่อย่างนี้นะ เราเลยไปถามสภากาชาดเลยค่ะว่าที่ถุงบริจาคเลือดมีชื่อติดไหม สถากาชาดก็บอกว่าไม่มีชื่อติดไว้นะค่ะ
เราก็นั่นละ จัดเลยค่ะ แท็กชื่อไปด้วย แล้ว ผญ. คนนั้นก็บล็อคเราไป พอมาถึงตอนนี้เราก็ว่าสิ่งที่เรา
ทำไมมันงี่เง่าจังเลยนะ == ทำไปได้เนาะ เพราะอารมณ์แท้ๆ ก่อนหน้าที่เราจะจัดหนักไป โอเริ่มเครียดค่ะ
เลยประชุมในแชทว่าจะเอาอะไรอย่างไร เราเลยถามว่าตกลงโอจะเลือกใคร เขาก็ตอบว่าเขาเลือกเราค่ะ
เราก็รู้สึกละเลยค่ะเหมือนว่าเราชนะแล้ว แล้วเราก็บอกว่าต้องจบจริงๆ นะ อย่าคุยกันอีกได้ไหม เขาก็สัญญาค่ะ
บทที่ 4 หมดทุกอย่าง(ความอดทน ความเชื่อใจ ความรัก)
สุดท้ายคือโอเลือกเราค่ะ แต่ มี แต่ค่ะ เขาไม่ได้หยุดคุยกับ ผญ คนนั้นค่ะ เพราะเขาบอกว่าสงสาร ผญ คนนั้นหนีออกจากบ้าน
เพื่อนของ ผญ คนนั้นติดต่อ ผญ คนนั้นไม่ได้เลย เขาเป็นห่วงจะเป็นบ้าตายอยู่แล้ว แล้ว ผญ คนนั้นก็ขึ้นสเตตัสว่าเศร้าๆ อยากตาย
โอยิ่งเป็นห่วงค่ะ เรานี่แบบเจ็บมากค่ะแต่อีกเหตุผลคืออะไรรู้ไหมค่ะ เขาบอกเขาเหงาค่ะ อยู่บนเรือเหงา แล้วเราไม่ค่อยว่าง
เขาคุยเป็นเพื่อนเท่านั้น เราเลยบอกว่า ถ้าโอไม่จบ เรื่องนี้ก็จะไม่จบ ก็แล้วแต่โอละกันว่าจะจัดการเรื่องนี้อย่างไรดี
เขาก้ไม่ได้ตอบอะไรต่อค่ะ จากนั้นเราก็บอกว่าเราต้องการรหัสผ่าน facebook เขา ตอนแรกก็ไม่ให้จนเราบอกว่า เราไม่เคยขออะไรเลย
เราขอได้ไหม เขาเลยให้เราแต่โดยดีค่ะ พอเราเข้า facebook ไม่รอช้าค่ะ อ่านกล่องแชทกับ ผญ คนนั้นเลยค่ะ
สิ่งที่เห็นคือเขายังคุยกันอยู่ เรานี่ตัวชาเลยค่ะ เย็นค่ะ ตั้งแต่หัวจดปลายเท้า น้ำตายังไม่ไหลค่ะ ไม่คลอด้วย
ทนอ่านค่ะ ทนอ่านให้เจ็บใจเล่นๆอ่านจนจบ จนหมด copy เอาไว้หมด ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่มันเจ็บมากเลยค่ะ
ตั้งแต่มีเรื่องเข้ามาเราร้องไห้หนักมาก สิ่งที่เขาเห็นคือเราเข้มแข็งเราไม่เป็นอะไร เพราะเราไม่เคยร้องไห้ให้เขาเห็นเลย
เราบอกตลอดว่าเราไหว เขาเลยไม่สงสารเรามั้ง เขาเลยสงสาร ผญ คนนั้นแทน เราร้องจนหลับไปเลยค่ะ
หลายครั้งที่แอบไปร้องที่ระเบียงหลังห้องเพราะกลัวเพื่อนตื่น มันเจ็บมากค่ะ เจ็บจนแบบเข้าใจจริงๆว่าเราอยู่ตรงนี้
แต่ใจเขาไม่ได้อยู่กับเรา ไม่รู้จะยื้อไปทำไม ไม่ว่า ผญ คนนั้นจะว่าจะด่าอะไรเรา เขาไม่เคยว่าหรือเตือน ผญ คนนั้นเลย แต่กับเรา
เขาบอกว่าให้เราหยุด อย่าไปทำอะไร ผญ คนนั้น ถือว่าเขาขอ เรานี่ร้องไห้หน้า Notebook เลยค่ะ
เราร้องไห้เป็นอาทิตย์เลยค่ะ แต่เขาก็ไม่รู้ จนมีวันหนึ่งมันเหมือนทุกอย่างพอแล้ว ฉันไม่เอาแล้ว ฉันเข้าใจนะความเจ็บนะ
และฉันไม่ต้องการเจ็บอีกต่อไปแล้ว เราบอกเลิกเขาค่ะ แบบไม่มีการเตรียมการอะไรทั้งนั้นค่ะ ตอนนั้นก็คุยกันปกติ
แต่ตอนนั้นคือเราพอแล้วค่ะ ข้ออ้างที่เราใช้คือเรายังไม่ต้องการแต่งงานมีลูกค่ะ
เราไม่เคยเกลียดเขาเลยค่ะ ตอนนั้นเรายังผูกพันธ์กับเขาอยู่ค่ะ แม้แต่ตอนนี้เราก็ไม่เกลียดเขาค่ะ
เราดีใจนะค่ะว่าครั้งหนึ่ง เราเคยคบกับเขา เราผ่านมาได้เพราะครอบครัวค่ะ เพราะเราคิดว่าแม่ยังไม่อยากให้เราเจ็บเลยสักนิด
ทำไมเราต้องเอาใจและตัวเราไปเจ็บเพราะ ผช เพียงคนเดียว คนที่เขาลืมมองคุณค่าของเราทั้งๆที่เราเป็นแฟนกัน
ตอนที่เราบอกเลิกเขาเรายังรักเขาอยู่ค่ะ ยังผูกพันธ์ ยังเจ็บมากๆ ด้วย แต่เวลาก็ช่วยเยียวยาค่ะ
เพราะชีวิตมันต้องเดินต่อไปค่ะ ตอนนี้เราไม่ได้รักเขาแล้วค่ะ เขาเองก็มีแฟนใหม่แล้วคือ ผญ คนนั้นละค่ะ
เราก็ดีใจกับเขานะค่ะ ดูเขาเข้ากันได้ดี ^^
เพลงที่บอกความรู้สึกเราตอนนั้นนะค่ะ เราฟังตอนนั้นจริงๆ ค่ะ
กว่าจะเข้าใจ . . . เจ็บจนเข้าใจ ครั้งหนึ่งของชีวิตวัยรุ่น
กระทู้นี้เราได้แรงบันดาลใจมาจากเพลงของคุณ ตู่ นันทิดา แก้วบัวสาย ค่ะ เพลงเจ็บจนเข้าใจ
เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องจริงค่ะ เป็นเรื่องของเรากับแฟนเก่าคนล่าสุด ขอใช้ตัวย่อว่า โอ นะค่ะ
บทนำ
เรารู้จักกับแฟนเก่าตอน ม.ปลายค่ะ เราทำงานร่วมกันงานหนึ่งจนเริ่มสนิทกันค่ะ แต่ก็ไม่ได้สนิทกันมากมายอะไรค่ะ
เรามีเรื่องอะไรให้ช่วย เขาก็ช่วยตลอดเลยค่ะ ตอน ม.ปลาย เราก็ยังไม่ได้คิดอะไรมากมายค่ะ
แต่ช่วงที่เราเริ่มมีใจให้เขาคือ ม.๖ ค่ะ เขาก็คุยกันมาตลอด คุยกันมาเรื่อยๆ มีเรื่องอะไรก็ปรึกษาเขาค่ะ
พอเข้ามหาวิทยาลัยเราเรียนคนละที่ค่ะ เขาหันเหตัวเองไปเรียนทางด้านอาชีพเกี่ยวกับพาณิชย์ทางทะเลค่ะ
เราก็เรียนทางสายอุดมศึกษา (มหาวิทยาลัย) ไป เราเจอกันสองสามเดือนครั้งค่ะ เค้าไปเรียนที่ชลบุรี เราก็อยู่ที่จังหวัดตัวเองไป
ถึงช่วงตอนนั้นก็ยังไม่ได้เป็นเเฟนกันค่ะ
พอเข้ามหาวิทยลัยก็มีคนเข้ามามากมายเลยค่ะ เราเหงามากๆ เลยค่ะ เพราะช่วงที่มหาวิทยาลัยเราเปิด เขาก็ไปออกทะเลเเล้ว
สามสี่เดือนก็เจอกันที แต่เขาก็โทรหาเราตลอดนะค่ะ พอถึงฟั่งเขาก็โทรหาค่ะ ก็ให้กำลังใจกันตลอด
ช่วงเป็น Freshy ใหม่ๆก็มีคนเข้ามาค่ะเยอะอยู่นะ ฮ่าๆ (ไม่ได้สวยนะค่ะ คงเพราะว่าเป็นช่วงเปลี่ยนสถานที่ เจอคนเยอะแยะ)
แต่มีแค่สองคนค่ะที่เรารู้สึกว่าเข้าถึงเรา เขาเข้ามาพร้อมกันค่ะ อยู่หอเดียวกัน ห้องตรงข้ามกัน บังเอิ้ญบังเอิญ (เพี้ยนเพื่อเสียงนะค่ะ)
คนแรกนี่หล่อค่ะจัดว่าหล่อแต่เขาเข้ามาเหมือนจับปลาสองมือค่ะ เราเลยเซย์โนไปค่ะ
คนที่สองขอเรียกว่า เอส นะค่ะ เอสนี่ไม่หล่อค่ะ หัวฟูด้วย =^= แต่เค้าน่ารักมากค่ะบอกเลย ดูแลเทคแคร์เราอย่างดี ซื้อนู่นนี่นั่นมาให้กิน
พาไปหาหมอช่วงที่สองคนนี้เข้ามาเราก็คุยกับโออยู่ค่ะ นิสัยไม่ดีเนาะเหมือนจับปลาหลายมือเลย TT^TT
แต่เราก็บอกโอนะค่ะว่านี่มีเอสคอยช่วยเรา จนมาถึงเดือนธันวาคมค่ะ โอขอเราเป็นแฟน เราดีใจนะค่ะ แต่เราก็รู้ค่ะว่าเขาไม่ได้รักเราเลย
เขาเลือกเราเพราะเราเป็นคนที่ซื่อสัตย์ค่ะ เขาเชื่อว่าถ้าเขาไปไหนไกลเราจะไม่ทรยศเขา เราตอบตกลงเป็นแฟนกับเขาค่ะ
แต่เราก็ยังไม่กล้าบอกเอสนะค่ะ แต่เหมือนกันเขาก็รู้นะค่ะ เพียงแต่เขาไม่พูด เขาก็ยังปฏิบัติกับเราเหมือนเดิม เราบอกตรงๆเลยค่ะ
เราเองก็รู้สึกดีกับเขามากๆ ตอนนั้นสับสนมากว่าจะเลือกใคร จนมาถึงวันคริสต์มาสของปีนั้นค่ะ เขาเอาของที่ยืมเรามาคืนค่ะ
เขาเกิดเดือนธันวาคมพอดี เราไม่รู้ว่าจะให้ของขวัญอะไรเขาดี เราเลยชวนเขาไปดูดาว
บอกตามตรงเราอยากจะเคลียร์กับเขาด้วยและอยากใช้เวลากับเขาก่อนที่เราจะจากกันค่ะ
เราเลือกที่จะจบกับสิ่งที่ไม่ถูกต้องค่ะ เราเลือกสิ่งที่ถูกต้องมากกว่าสิ่งที่ถูกใจค่ะ เพราะอย่างน้อยเราก็ภูมิใจและสบายใจกับสิ่งที่ถูกต้อง
ตอนเอสเอาของมาคืน เขาก็ตอบตกลงที่จะไปดูดาวกับเรานะค่ะ พอประมาณตีสามเราก็เคลียร์กับเขาค่ะ บอกเขาไปเลยว่า
เราคบกับโอแล้ว เขาก็บอกว่า รู้มาสักระยะหนึ่งแล้ว (โอขอเราคบต้นเดือนธันวาคม) แล้วบทสนทนาก็เริ่มน้อยลงเรื่อยๆค่ะ
เราก็ไม่รู้จะทำยังไง ก็พยายามชวนคุย เขาก็ทำท่าทีเหมือนปกติ เราก็รู้สึกโล่งใจนะค่ะ เราอยู่ตรงนั้นกันถึงเช้า แล้วเขาก็มาส่งเราที่หอค่ะ
จากนั้นเราก็แถบจะไม่คุยกันอีกเลยค่ะ เราเลี่ยงทุกอย่าง เลี่ยงการเจอ เลี่ยงแม้แต่การจัดตารางสอน เราบอกเลย เรากลัวใจตัวเอง
แล้วก็มีเรื่องอะไรบางอย่างที่ทำให้เราบล็อค facebook และเบอร์ของเอสไป
บทที่ 1 สงคราม
จากนั้นเราก็สบายใจมากค่ะ คบกับแฟนก็คบกันมาเรื่อยๆ ไม่เคยทะเลาะอะไรกันเลย เขาก็โทรมาหาทุกครั้งที่มีโอกาส
เมื่อไหร่ที่เขาขึ้นท่าก็จะโทรหา หรือเมื่อไหร่ที่เขากลับไทยเขาก็จะมาหา พาไปเที่ยวไปกินข้าวกัน
แต่ว่าพอมาถึงช่วงหนึ่งที่เราเรียนหนักมากๆงานเอย รายงานเอย สอบเอย
มหาวิทยาลัยที่เราเรียนอยู่สองเดือนสอบกลางภาคสองเดือนถัดไปสอบปลายภาค เราเป็นคนบ้างานมาก
อีกอย่างเราเองก็รู้สึกว้าเหว่มากๆ พอมองไปที่เพื่อนเมท เขาก็เป็นคนมีคู่กันเกือบทั้งนั้น มุ้งมิ้งครุคริฟุ้งฟริ้งกันไป อิจฉา
ก็ได้งานนี่ละที่ทำให้เราไม่มีเวลาคิดเรื่องพวกนี้ ช่วงนั้นช่วงสอบด้วย เขาโทรมาเราก็บอกว่า คุยนานไม่ได้นะ เราต้องอ่านหนังสือสอบ
ขอโทษนะ เขาก็บอกไม่เป็นไรเข้าใจ ให้เราตั้งใจเรียน เรานี่มีกำลังใจเลยละ อย่างตั้งใจอ่านเลย
เราอยากให้เขาภูมิใจที่มีเเฟนที่เรียนเก่ง ก็ดูไม่มีปัญหาอะไร จนมาวันหนึ่งเราเข้าไปดู facebook เขา
เจอผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามาเม้นท์ facebook เขาเยอะมาก จนเราเอะใจ เราเป็นพวกพอ sence แรงค่ะ
เราก็ถามเขาว่า นี่ใครเหรอ ทำไมดูสนิทกันจังเลย เขาก็ตอบว่า อ๋อเป็นน้องไม่มีอะไรหรอก ไม่ต้องคิดมาก เขายังรักเราเหมือนเดิม
ถามว่าเราเชื่อไหม เราไม่เชื่อเขาเต็มร้อยหรอกค่ะ แต่เราไม่อยากทะเลาะ เพราะแค่เขาทำงานกลางทะเลมันก็เหนื่อยพอแล้ว
แต่เราก็ติดตามดูมาเรื่อยๆนะค่ะ จนถึงวันเกิดเขาเราเลยทำคลิปวีดีโอให้เขา แล้วก็ไปอวยพรหน้า facebook
เราเขียนประมาณว่ามาจากแฟน เราจำไม่ได้ว่าเราแอด facebook ผญ. คนนั้นไป หรือเขาแอดมาหลังจากเห็นโพสต์เรา
แต่เราสามารถเห็นโพสต์เขาได้ ซึ่งดูเขาค่อนข้างเสียใจ เราก็เข้าใจนะ เราอายุเยอะกว่า ผญ. คนนนั้น เราเห็นใจเขานะ
เราเลยส่งข้อความประมาณว่า เข้าใจนะ แล้วก็เข้าใจด้วยว่าโอเนี่ยไปยุ่งกับเธอก่อน เราไม่โทษเธอเลย
แต่ไม่เป็นไรหรอกเพราะว่าเวลาจะช่วยรักษาใจเรา ประมาณนี้ละมั้ง แล้วเราก็ลงท้ายไปนิดหน่อยว่าเราเองก็ไม่ใช่คนดีอะไร
เราก็ไม่อยากเสียคนที่เรารักไปเหมือนกัน ผญ. คนนั้นเขาก็เอาไปให้เพื่อนเขาอ่าน เท่านั้นละเรื่องยาวเลย
เพราะเพื่อนเขาไม่เชื่อว่าเราบริสุทธิ์ใจจริงๆ คิดว่าเรา
จนความอดทนเราหมด เราเลยขึ้นสเตตัสตอบโต้ไป สงครามเลยเกิดขึ้น เป็นแค่สงคราสเตตัสนะค่ะ
เราเห็นสเตตัสของเขาจาก facebook เพื่อนเราค่ะ เพราะเขาบล็อคเรา แต่เพื่อนเขามี facebook เราก็เอาสเตตัสเราไปบอก
ซึ่งบางสเตตัสไม่เกี่ยวกับเขาเลย มันเกี่ยวกับงานของเรา เพราะตอนนั้นมีการทำงานเอาหน้าค่ะ ==
จนมีสเตตัสหนึ่งของเขาที่ว่าเราเสียหายมากๆ เพื่อนเขาก็มา comment ดูเป็นเรื่องสนุกไปเลย โดยมี comment หนึ่งที่บอกว่าเรา
"รออานอไม่เอก" เท่านั้นละเราขึ้นเลยค่ะ ปรอทแตกเลยค่ะ เราเลยขึ้นสเตตัสเลยว่า แน่จริงก็มาคุยตรงๆเลย เอาไงว่ามาเลย
เท่านั้นละค่ะ น้อง Unblock เรา แล้วเข้ามาถล่ม facebook เราเลยค่ะ แต่เราก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันหนักอะไรมากมายค่ะ
เราคิดว่าเราสามารถรับมือได้ค่ะ เพราะเราไม่ได้ทำอะไรผิด เราก็ตอบแบบดีๆไป ไม่มีคำหยาบค่ะ
เค้าเปรียบเราเป็นเมียหลวงค่ะ แต่เราก็ไม่ได้อะไรค่ะ เพราะถ้าเขาเปรียบเราเป็นเมียหลวง นั้นหมายความว่าเขาเป็นเมียน้อย
ถ้าอยากว่าตัวเอง ตามสบาย เขาก็ว่าเราสาดเสียเทเสียเลยค่ะ รุมกันเข้าไป พอเพื่อนเราเห็น ปรี๊ดยิ่งกว่าเราอีกค่ะ บอกเราว่า
ทำไมถึงยอม ยอมไม่ได้รู้ไหม เพื่อนเราเลยบอกมานี่จัดการเอง ปากอย่างนี้ต้องเจอ เราแบบคว้าโทรศัพท์เลยค่ะ โทรบอกเห่ยใจเย็นๆ
เราไม่ได้ยอม แต่เราไม่จำเป็นต้องหยาบคาย เพื่อนเราบอกอยู่เงียบๆไปเลย จัดการเอง เท่านั้นละค่ะ บู้ม กลายเป็นโกโก้ครั้ชชี่ไปเลย
แล้วเขาบอกเราว่า ถ้าแน่จริงเนี่ย อย่าเอาเพื่อนมารุม เรานี่งงเลยค่ะ คือตอนเพื่อนเราไปใส่นี่เราไม่ได้ตอบโต้เขาเลยค่ะ
เราเลยบอกเขาว่า เรานะไม่ได้ไปเรียกมา แต่ว่าเพื่อนเรานะมาเห็นเองต่างหาก ด้วยความรักเพื่อนเลยออกมาปกป้องเพื่อน
ก็ไม่ต่างกับที่เพื่อนของคุณกำลังปกป้องคุณหรอกทั้งที่คุณนะผิด แต่ตอนนั้นเราบอกขอสงบศึกก่อน เรามีสอบ สอบเสร็จละเจอกัน
บท 3 ชัยชนะ
พอสอบเสร็จเราจัดเลยค่ะ ไม่รอช้า ต่อกันยาวเลยทีเดียว เราเลยจัดหมัดหนักใส่ไปหมัดนึง
เอาประจานหน้า facebook เลยเพราะเขาโกหกค่ะ เรื่องที่เขาโกหกคือ เขาโกหกว่าเขานะโดนแทงแล้วได้รับเลือดจากโอ
เราก็งงว่า เอ้าได้เหรอ มันติดชื่อไว้เหรอ โอก็เชื่อนะค่ะ เพราะโอบอกว่า เขาบอกชื่อจริงนามสกุลจริงโอถูก เรานี่แบบคิดในใจ
ทำไมโง่อย่างนี้นะ เราเลยไปถามสภากาชาดเลยค่ะว่าที่ถุงบริจาคเลือดมีชื่อติดไหม สถากาชาดก็บอกว่าไม่มีชื่อติดไว้นะค่ะ
เราก็นั่นละ จัดเลยค่ะ แท็กชื่อไปด้วย แล้ว ผญ. คนนั้นก็บล็อคเราไป พอมาถึงตอนนี้เราก็ว่าสิ่งที่เรา
ทำไมมันงี่เง่าจังเลยนะ == ทำไปได้เนาะ เพราะอารมณ์แท้ๆ ก่อนหน้าที่เราจะจัดหนักไป โอเริ่มเครียดค่ะ
เลยประชุมในแชทว่าจะเอาอะไรอย่างไร เราเลยถามว่าตกลงโอจะเลือกใคร เขาก็ตอบว่าเขาเลือกเราค่ะ
เราก็รู้สึกละเลยค่ะเหมือนว่าเราชนะแล้ว แล้วเราก็บอกว่าต้องจบจริงๆ นะ อย่าคุยกันอีกได้ไหม เขาก็สัญญาค่ะ
บทที่ 4 หมดทุกอย่าง(ความอดทน ความเชื่อใจ ความรัก)
สุดท้ายคือโอเลือกเราค่ะ แต่ มี แต่ค่ะ เขาไม่ได้หยุดคุยกับ ผญ คนนั้นค่ะ เพราะเขาบอกว่าสงสาร ผญ คนนั้นหนีออกจากบ้าน
เพื่อนของ ผญ คนนั้นติดต่อ ผญ คนนั้นไม่ได้เลย เขาเป็นห่วงจะเป็นบ้าตายอยู่แล้ว แล้ว ผญ คนนั้นก็ขึ้นสเตตัสว่าเศร้าๆ อยากตาย
โอยิ่งเป็นห่วงค่ะ เรานี่แบบเจ็บมากค่ะแต่อีกเหตุผลคืออะไรรู้ไหมค่ะ เขาบอกเขาเหงาค่ะ อยู่บนเรือเหงา แล้วเราไม่ค่อยว่าง
เขาคุยเป็นเพื่อนเท่านั้น เราเลยบอกว่า ถ้าโอไม่จบ เรื่องนี้ก็จะไม่จบ ก็แล้วแต่โอละกันว่าจะจัดการเรื่องนี้อย่างไรดี
เขาก้ไม่ได้ตอบอะไรต่อค่ะ จากนั้นเราก็บอกว่าเราต้องการรหัสผ่าน facebook เขา ตอนแรกก็ไม่ให้จนเราบอกว่า เราไม่เคยขออะไรเลย
เราขอได้ไหม เขาเลยให้เราแต่โดยดีค่ะ พอเราเข้า facebook ไม่รอช้าค่ะ อ่านกล่องแชทกับ ผญ คนนั้นเลยค่ะ
สิ่งที่เห็นคือเขายังคุยกันอยู่ เรานี่ตัวชาเลยค่ะ เย็นค่ะ ตั้งแต่หัวจดปลายเท้า น้ำตายังไม่ไหลค่ะ ไม่คลอด้วย
ทนอ่านค่ะ ทนอ่านให้เจ็บใจเล่นๆอ่านจนจบ จนหมด copy เอาไว้หมด ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่มันเจ็บมากเลยค่ะ
ตั้งแต่มีเรื่องเข้ามาเราร้องไห้หนักมาก สิ่งที่เขาเห็นคือเราเข้มแข็งเราไม่เป็นอะไร เพราะเราไม่เคยร้องไห้ให้เขาเห็นเลย
เราบอกตลอดว่าเราไหว เขาเลยไม่สงสารเรามั้ง เขาเลยสงสาร ผญ คนนั้นแทน เราร้องจนหลับไปเลยค่ะ
หลายครั้งที่แอบไปร้องที่ระเบียงหลังห้องเพราะกลัวเพื่อนตื่น มันเจ็บมากค่ะ เจ็บจนแบบเข้าใจจริงๆว่าเราอยู่ตรงนี้
แต่ใจเขาไม่ได้อยู่กับเรา ไม่รู้จะยื้อไปทำไม ไม่ว่า ผญ คนนั้นจะว่าจะด่าอะไรเรา เขาไม่เคยว่าหรือเตือน ผญ คนนั้นเลย แต่กับเรา
เขาบอกว่าให้เราหยุด อย่าไปทำอะไร ผญ คนนั้น ถือว่าเขาขอ เรานี่ร้องไห้หน้า Notebook เลยค่ะ
เราร้องไห้เป็นอาทิตย์เลยค่ะ แต่เขาก็ไม่รู้ จนมีวันหนึ่งมันเหมือนทุกอย่างพอแล้ว ฉันไม่เอาแล้ว ฉันเข้าใจนะความเจ็บนะ
และฉันไม่ต้องการเจ็บอีกต่อไปแล้ว เราบอกเลิกเขาค่ะ แบบไม่มีการเตรียมการอะไรทั้งนั้นค่ะ ตอนนั้นก็คุยกันปกติ
แต่ตอนนั้นคือเราพอแล้วค่ะ ข้ออ้างที่เราใช้คือเรายังไม่ต้องการแต่งงานมีลูกค่ะ
เราไม่เคยเกลียดเขาเลยค่ะ ตอนนั้นเรายังผูกพันธ์กับเขาอยู่ค่ะ แม้แต่ตอนนี้เราก็ไม่เกลียดเขาค่ะ
เราดีใจนะค่ะว่าครั้งหนึ่ง เราเคยคบกับเขา เราผ่านมาได้เพราะครอบครัวค่ะ เพราะเราคิดว่าแม่ยังไม่อยากให้เราเจ็บเลยสักนิด
ทำไมเราต้องเอาใจและตัวเราไปเจ็บเพราะ ผช เพียงคนเดียว คนที่เขาลืมมองคุณค่าของเราทั้งๆที่เราเป็นแฟนกัน
ตอนที่เราบอกเลิกเขาเรายังรักเขาอยู่ค่ะ ยังผูกพันธ์ ยังเจ็บมากๆ ด้วย แต่เวลาก็ช่วยเยียวยาค่ะ
เพราะชีวิตมันต้องเดินต่อไปค่ะ ตอนนี้เราไม่ได้รักเขาแล้วค่ะ เขาเองก็มีแฟนใหม่แล้วคือ ผญ คนนั้นละค่ะ
เราก็ดีใจกับเขานะค่ะ ดูเขาเข้ากันได้ดี ^^
เพลงที่บอกความรู้สึกเราตอนนั้นนะค่ะ เราฟังตอนนั้นจริงๆ ค่ะ