เขาเป็นคนที่ผมไม่รู้จัก ไม่เคยเห็นหน้า ไม่รู้จักชื่อ ไม่ได้เป็นอะไรด้วยซ้ำ
ปัจจุบันมักมีเหตุการณ์อะไรแปลกๆเกิดขึ้นมากมาย เพราะความที่เทคโนโลยีมันก้าวหน้าไปไกลกระมังครับ
----------------------------------------------------------------------------
คือเมื่อประมาณวันสองวันก่อน ตอนบ่ายๆผมกำลังจะกลับบ้านในช่วงปีใหม่ไปหาครอบครัวครับ
ซึ่งผมต้องนั่ง mrt ไปลงสถานีกำแพงเพชรแล้วต่อหมอชิตกลับบ้าน
ซึ่งวันนั้นผมสะพายกระเป๋าเล็กๆไว้ด้านหลัง
เป็นกระเป๋าคล้ายๆเต๋าและก็ถือเสื้อกันหนาวสีดำไว้ในมือ ผมเคยกลับบ้านไปครั้งหนึ่งแล้วครับ
แล้วผมมีธุระต้องกลับมาที่มหาลัย พอกลับบ้านครั้งนี้เลยไม่ต้องหอบเป้พะรุงพะรังอะไรเยอะนัก
แค่กระเป๋าสะพายเล็กๆใบเดียวพอ
...
เหตุการณ์ก็เหมือนชีวิตคนทั่วไปโดยปกติ จนกระทั่งมาถึงตอนที่ผมขึ้น mrt ครับ
ผมเป็นคนที่ไม่ชอบนั่งบน mrt ถ้าไม่ใช่ช่วงที่คนน้อยจริงๆหรือใกล้สุดสถานีปลายทาง
เพราะว่าเวลามีคนเยอะๆ ผมต้องลุกให้สุภาพสตรีนั่งแล้วหาที่ยืนเกาะกับราว ซึ่งผมยืนเลยตลอดทางโอเคกว่า
ลองจินตนาการตามนะครับ ประตู mrt เปิดออก มีเสาในเกาะอยู่ตรงกลาง
ด้านขวาเป็นที่นั่งยาวไปตลอดโบกี้ ส่วนด้านซ้ายเป็นทางเชื่อมระหว่างโบกี้
ผมเดินเข้าไปจากหน้าประตูจนเกือบถึงอีกฝั่งของประตู ด้านซ้ายเป็นผนังกระจก
ด้านขวาเป็นผนังทึบและผมก็แทรกตัวเข้าไปในด้านขวาและจับจองพื้นที่ตรงนั้น
ตอนผมขึ้นคนยังน้อยครับ ผมขึ้นจากสถานีสามย่านเกือบสุดปลายทาง
พอรถวิ่งได้สักพักหนึ่งคนเริ่มเยอะครับ คราวนี้ก็มีคนพากันมาจับจองเสาบ้าง
จับจองผนังตรงทางเชื่อมระหว่างโบกี้บ้าง จับจองที่แถวๆประตูบ้าง
นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาอะไร จู่ๆก็มีคนๆหนึ่งเข้ามา
แบกกระเป๋าใหญ่ๆเข้ามาเหมือนจะกลับบ้านในช่วงปีใหม่ด้วย
เขาเข้ามาในโซนผมครับ ซึ่งตอนนั้นผมเล่นโทรศัพท์อยู่
แล้วพยายามจะเอื้อพื้นที่ให้เขาเข้ามาวางสัมภาระด้วยโดยการเบียดตัวเข้าผนังทำตัวลีบๆแคบๆ
แต่ดูเหมือนจะเป็นการสื่อสารการผิด
เขาคงเข้าใจว่าผมพยายามจะยึดที่ตรงหัวมุมไว้
เลยทำให้เขาไม่เข้ามาแล้ววางกระเป๋าไว้ตรงกลางจับราวไว้
ผมก็ไม่ได้สนใจอะไรมาก จนกระทั่งคนเริ่มซาลง
เขาเริ่มเปลี่ยนจากตรงกลางไปเป็นฝั่งตรงข้ามแล้วจับจองพื้นที่ตรงนั้น
เรื่องควรจะจบแค่นี้ใช่ไหมครับ แต่ว่าอยู่ๆเขาก็ถ่ายรูปผม
ตอนนั้นผมเล่นโทรศัพท์เขาคงคิดว่าผมไม่เห็นเขาหรอก
แต่หางตาของผมเห็นแฟลชที่เขาลืมเปิดพุ่งออกมาจากโทรศัพท์ที่เขาทำท่าถ่ายเนียนๆ
ตอนนั้นผมเหวอมากครับ เอาละไง
คงได้เป็นชายหนุ่มที่โดนสังคมประณามชั่วข้ามคืนแน่
ผมเลยอยากขอมาชี้แจงดักไว้ก่อนที่จะมีอะไรเกิดขึ้น
1. ผมอยากจะขอโทษในการสื่อสารของผม ผมไม่ได้จะหวงพื้นที่ตรงนั้นหรืออะไรนะ
แต่เนื่องจากคนเยอะและผมไม่รู้ว่าจะอยู่มุมไหนดี
ผมเลยอยากอยู่ตรงนี้ แต่ถ้าไม่เป็นการรบกวนก็เชิญร่วมใช้พื้นที่ของผมได้
2. คงเพราะว่าคุณคิดว่าผมสะพายกระเป๋าเล็กๆไปเที่ยวหรือไปทำอะไรแล้วแต่
คุณเลยเห็นว่าผมควรจะแบ่งพื้นที่ให้คุณมากกว่าผมจับจอง
พื้นที่ปัจจุบัน ซึ่งวันนั้นผมค่อนข้างเหนื่อยครับเพราะผมเพิ่งเดินทางบ้านมามหาลัยแล้วจะกลับจากมหาลัยไปบ้านอีก
ผมอยากขอผนังเอาไว้หนุนหลังผมสักเล็กน้อยครับ
3. ถ้าหากคุณรู้ตัวหลังจากอ่านกระทู้นี้แล้ว
ไม่ต้องขอโทษหรืออะไรทั้งนั้นหรอกครับ ไม่เป็นไร แต่ถ้าเกิดมีเหตุการณ์แบบนี้อีกครั้งหน้า
อยากให้พิจารณาดีๆว่าการถ่ายรูปแล้วเตรียมตัวจะเอามาประจานเนี่ยมันถูกต้องแล้วหรือ
คนที่เราถ่ายเขาทำผิดจริงๆหรือเรามีอคติบังตาจนทำให้ใช้อารมณ์ในการตัดสินรึเปล่า
----------------------------------------------------------------------------
และก็อยากฝากอีกเรื่อง เรื่องการถ่ายรูปครับ
ทุกวันนี้เริ่มมีเคสตัวอย่างให้เห็นเยอะแล้วเกี่ยวกับการไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไร
แล้วไปถ่ายรูปประจานเขาเนี่ย
คุณถ่ายรูป คุณไม่ผิดครับ
แต่เมื่อใดก็ตาม ที่คุณเริ่มเอารูปประจานโดยที่คุณไม่ได้รู้ขอเท็จจริงอะไรเนี่ย
ทำเขาเสียหายไม่พอ พาลทำตัวเองเดือดร้อนด้วยนะครับ
และอีกเรื่องคือคนใน Social Network หรือเพจต่างๆที่มีคน subscribe เป็นแสนเป็นล้านเนี่ย
ผมเห็นหลายทีละนะที่นำเรื่องราวต่างๆที่ก่อขึ้นอย่างผิดๆมาแชร์ มาเผยแพร่จนทำให้คนอื่นเขาเสียหายกันเนี่ย
มันเกิดขึ้นบ่อยแล้วนะครับและก็ยังคงเกิดขึ้นเรื่อยๆทุกวันซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยไม่มีทางแก้ไขได้
หยุดเถอะครับ แล้วหันมาไตร่ตรองอะไรสักนิดก่อนเผยแพร่อะไร
อย่างน้อยๆก็ถ้าหน้าแตกไปแล้วก็ช่วยกันแก้ข่าวสักนิดก็ยังดี
ไม่ใช่ปล่อยให้คนอื่นโดนสังคมประณามในความผิดที่ตนเองไม่ได้ก่ออีกต่อไป
สักวันจะไม่มีใครเชื่อคุณครับและคุณเองจะเป็นคนที่โดนสังคมประณามแทน
ช่วยๆกันครับ คนละไม้คนละมือ เพื่อให้สังคมออนไลน์เราน่าอยู่ต่อไปครับ
----------------------------------------------------------------------------
จะเห็นว่าวรรคตอน 2 ไม่ค่อยเกี่ยวกับเรื่องที่ผมโดนถ่ายรูปบน MRT สักเท่าไหร่
เป็นความในใจส่วนตัวของเพจๆหนึ่งครับ รวมรวบคลิป (คงรู้กันแล้วละครับว่าเพจอะไร)
ที่ชอบแชร์เรื่องราวของแบบผิดๆและไม่ยอมกลั่นกรอง คน subscribe เยอะซะเปล่า
แต่ไม่ได้ทำหน้าที่ของบุคคลตัวอย่างที่แบกรับ subscribe เป็นแสนๆล้านๆแม้แต่น้อยเลยครับ
ไม่ใช่คือแอดมินเพจอย่างเดียวนะครับที่น่าหนักใจ ลูกเพจบางคนด้วย นอกจากจะไม่ไตร่ตรอง
ยังไม่มีความคิดที่จะแยกแยะเรื่องถูกๆผิดๆอีก ผมละหนักใจ
ขอบคุณทุกท่านที่อ่านจนจบนะครับ เป็นกระทู้ที่ยาวที่สุดที่ผมเคยตั้งเลย
ผมอยากจะขอโทษและชี้แจง คนที่ผมเจอบน MRT เมื่อวันก่อนครับ
ปัจจุบันมักมีเหตุการณ์อะไรแปลกๆเกิดขึ้นมากมาย เพราะความที่เทคโนโลยีมันก้าวหน้าไปไกลกระมังครับ
----------------------------------------------------------------------------
คือเมื่อประมาณวันสองวันก่อน ตอนบ่ายๆผมกำลังจะกลับบ้านในช่วงปีใหม่ไปหาครอบครัวครับ
ซึ่งผมต้องนั่ง mrt ไปลงสถานีกำแพงเพชรแล้วต่อหมอชิตกลับบ้าน
ซึ่งวันนั้นผมสะพายกระเป๋าเล็กๆไว้ด้านหลัง
เป็นกระเป๋าคล้ายๆเต๋าและก็ถือเสื้อกันหนาวสีดำไว้ในมือ ผมเคยกลับบ้านไปครั้งหนึ่งแล้วครับ
แล้วผมมีธุระต้องกลับมาที่มหาลัย พอกลับบ้านครั้งนี้เลยไม่ต้องหอบเป้พะรุงพะรังอะไรเยอะนัก
แค่กระเป๋าสะพายเล็กๆใบเดียวพอ
...
เหตุการณ์ก็เหมือนชีวิตคนทั่วไปโดยปกติ จนกระทั่งมาถึงตอนที่ผมขึ้น mrt ครับ
ผมเป็นคนที่ไม่ชอบนั่งบน mrt ถ้าไม่ใช่ช่วงที่คนน้อยจริงๆหรือใกล้สุดสถานีปลายทาง
เพราะว่าเวลามีคนเยอะๆ ผมต้องลุกให้สุภาพสตรีนั่งแล้วหาที่ยืนเกาะกับราว ซึ่งผมยืนเลยตลอดทางโอเคกว่า
ลองจินตนาการตามนะครับ ประตู mrt เปิดออก มีเสาในเกาะอยู่ตรงกลาง
ด้านขวาเป็นที่นั่งยาวไปตลอดโบกี้ ส่วนด้านซ้ายเป็นทางเชื่อมระหว่างโบกี้
ผมเดินเข้าไปจากหน้าประตูจนเกือบถึงอีกฝั่งของประตู ด้านซ้ายเป็นผนังกระจก
ด้านขวาเป็นผนังทึบและผมก็แทรกตัวเข้าไปในด้านขวาและจับจองพื้นที่ตรงนั้น
ตอนผมขึ้นคนยังน้อยครับ ผมขึ้นจากสถานีสามย่านเกือบสุดปลายทาง
พอรถวิ่งได้สักพักหนึ่งคนเริ่มเยอะครับ คราวนี้ก็มีคนพากันมาจับจองเสาบ้าง
จับจองผนังตรงทางเชื่อมระหว่างโบกี้บ้าง จับจองที่แถวๆประตูบ้าง
นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาอะไร จู่ๆก็มีคนๆหนึ่งเข้ามา
แบกกระเป๋าใหญ่ๆเข้ามาเหมือนจะกลับบ้านในช่วงปีใหม่ด้วย
เขาเข้ามาในโซนผมครับ ซึ่งตอนนั้นผมเล่นโทรศัพท์อยู่
แล้วพยายามจะเอื้อพื้นที่ให้เขาเข้ามาวางสัมภาระด้วยโดยการเบียดตัวเข้าผนังทำตัวลีบๆแคบๆ
แต่ดูเหมือนจะเป็นการสื่อสารการผิด
เขาคงเข้าใจว่าผมพยายามจะยึดที่ตรงหัวมุมไว้
เลยทำให้เขาไม่เข้ามาแล้ววางกระเป๋าไว้ตรงกลางจับราวไว้
ผมก็ไม่ได้สนใจอะไรมาก จนกระทั่งคนเริ่มซาลง
เขาเริ่มเปลี่ยนจากตรงกลางไปเป็นฝั่งตรงข้ามแล้วจับจองพื้นที่ตรงนั้น
เรื่องควรจะจบแค่นี้ใช่ไหมครับ แต่ว่าอยู่ๆเขาก็ถ่ายรูปผม
ตอนนั้นผมเล่นโทรศัพท์เขาคงคิดว่าผมไม่เห็นเขาหรอก
แต่หางตาของผมเห็นแฟลชที่เขาลืมเปิดพุ่งออกมาจากโทรศัพท์ที่เขาทำท่าถ่ายเนียนๆ
ตอนนั้นผมเหวอมากครับ เอาละไง
คงได้เป็นชายหนุ่มที่โดนสังคมประณามชั่วข้ามคืนแน่
ผมเลยอยากขอมาชี้แจงดักไว้ก่อนที่จะมีอะไรเกิดขึ้น
1. ผมอยากจะขอโทษในการสื่อสารของผม ผมไม่ได้จะหวงพื้นที่ตรงนั้นหรืออะไรนะ
แต่เนื่องจากคนเยอะและผมไม่รู้ว่าจะอยู่มุมไหนดี
ผมเลยอยากอยู่ตรงนี้ แต่ถ้าไม่เป็นการรบกวนก็เชิญร่วมใช้พื้นที่ของผมได้
2. คงเพราะว่าคุณคิดว่าผมสะพายกระเป๋าเล็กๆไปเที่ยวหรือไปทำอะไรแล้วแต่
คุณเลยเห็นว่าผมควรจะแบ่งพื้นที่ให้คุณมากกว่าผมจับจอง
พื้นที่ปัจจุบัน ซึ่งวันนั้นผมค่อนข้างเหนื่อยครับเพราะผมเพิ่งเดินทางบ้านมามหาลัยแล้วจะกลับจากมหาลัยไปบ้านอีก
ผมอยากขอผนังเอาไว้หนุนหลังผมสักเล็กน้อยครับ
3. ถ้าหากคุณรู้ตัวหลังจากอ่านกระทู้นี้แล้ว
ไม่ต้องขอโทษหรืออะไรทั้งนั้นหรอกครับ ไม่เป็นไร แต่ถ้าเกิดมีเหตุการณ์แบบนี้อีกครั้งหน้า
อยากให้พิจารณาดีๆว่าการถ่ายรูปแล้วเตรียมตัวจะเอามาประจานเนี่ยมันถูกต้องแล้วหรือ
คนที่เราถ่ายเขาทำผิดจริงๆหรือเรามีอคติบังตาจนทำให้ใช้อารมณ์ในการตัดสินรึเปล่า
----------------------------------------------------------------------------
และก็อยากฝากอีกเรื่อง เรื่องการถ่ายรูปครับ
ทุกวันนี้เริ่มมีเคสตัวอย่างให้เห็นเยอะแล้วเกี่ยวกับการไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไร
แล้วไปถ่ายรูปประจานเขาเนี่ย
คุณถ่ายรูป คุณไม่ผิดครับ
แต่เมื่อใดก็ตาม ที่คุณเริ่มเอารูปประจานโดยที่คุณไม่ได้รู้ขอเท็จจริงอะไรเนี่ย
ทำเขาเสียหายไม่พอ พาลทำตัวเองเดือดร้อนด้วยนะครับ
และอีกเรื่องคือคนใน Social Network หรือเพจต่างๆที่มีคน subscribe เป็นแสนเป็นล้านเนี่ย
ผมเห็นหลายทีละนะที่นำเรื่องราวต่างๆที่ก่อขึ้นอย่างผิดๆมาแชร์ มาเผยแพร่จนทำให้คนอื่นเขาเสียหายกันเนี่ย
มันเกิดขึ้นบ่อยแล้วนะครับและก็ยังคงเกิดขึ้นเรื่อยๆทุกวันซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยไม่มีทางแก้ไขได้
หยุดเถอะครับ แล้วหันมาไตร่ตรองอะไรสักนิดก่อนเผยแพร่อะไร
อย่างน้อยๆก็ถ้าหน้าแตกไปแล้วก็ช่วยกันแก้ข่าวสักนิดก็ยังดี
ไม่ใช่ปล่อยให้คนอื่นโดนสังคมประณามในความผิดที่ตนเองไม่ได้ก่ออีกต่อไป
สักวันจะไม่มีใครเชื่อคุณครับและคุณเองจะเป็นคนที่โดนสังคมประณามแทน
ช่วยๆกันครับ คนละไม้คนละมือ เพื่อให้สังคมออนไลน์เราน่าอยู่ต่อไปครับ
----------------------------------------------------------------------------
จะเห็นว่าวรรคตอน 2 ไม่ค่อยเกี่ยวกับเรื่องที่ผมโดนถ่ายรูปบน MRT สักเท่าไหร่
เป็นความในใจส่วนตัวของเพจๆหนึ่งครับ รวมรวบคลิป (คงรู้กันแล้วละครับว่าเพจอะไร)
ที่ชอบแชร์เรื่องราวของแบบผิดๆและไม่ยอมกลั่นกรอง คน subscribe เยอะซะเปล่า
แต่ไม่ได้ทำหน้าที่ของบุคคลตัวอย่างที่แบกรับ subscribe เป็นแสนๆล้านๆแม้แต่น้อยเลยครับ
ไม่ใช่คือแอดมินเพจอย่างเดียวนะครับที่น่าหนักใจ ลูกเพจบางคนด้วย นอกจากจะไม่ไตร่ตรอง
ยังไม่มีความคิดที่จะแยกแยะเรื่องถูกๆผิดๆอีก ผมละหนักใจ
ขอบคุณทุกท่านที่อ่านจนจบนะครับ เป็นกระทู้ที่ยาวที่สุดที่ผมเคยตั้งเลย