แอบยาวนะ อ่านไม่ไหวก็ไม่ต้องอ่านก็ได้ แห่ะ
พอดีว่าได้วีซ่ามาแล้ว และตอนนี้ก็รอวันเดินทางไปออสเตรเลีย ก็เลยอยากแบ่งปันข้อมูลเล็กน้อย เพราะว่าตอนเราค้นหาข้อมูลก่อนยื่น ก็ไม่ค่อยจะมีใครเขียนละเอียดหรือตอบได้ตรงจุดเลย
เราเขียนไม่ค่อยเก่งนะคะ และมันอาจจะยังไม่ครอบคลุมทุกเรื่อง และมันอาจจะยาวไปนิด แต่ก็เขียนไว้ให้อ่านเพื่อเป็นแนวทางให้สำหรับคนที่กำลังจะยื่นนะคะ ถ้ามันไม่ตอบตรงคำถามในใจ ก็ขออภัยล่วงหน้าค่ะ ^^'
เรายื่นวีซ่าท่องเที่ยวแบบ 3 เดือน มีแฟนเป็นสปอรเซอร์ให้ เอกสารที่เตรียมไปมีครบทุกอย่างตามที่ Aussie Gorv. ระบุไว้ใน website เขา เราเพิ่มใบปริญญา ใบรับรองเงินเดือนการเป็นพนักงาน + เงินเดือนไปด้วย ขาดแต่ bank statement ที่ไม่ได้ยื่นเพราะเค้าไม่ขอของเรา แต่ขอของแฟนแทน เราก็เลยไม่ได้แนบ
ส่วนสำคัญของการยื่นวีซ่าท่องเที่ยวแบบมีแฟนเป็นสปอนเซอร์ให้คือ
1. ตัวเราควรมีประวัติดี (ไม่เคยติดคุก ไม่มีประวัติช่อโกงต่างๆ ไม่มีประวัติเคยเข้าประเทศเค้าแล้วโดนแบนอะไรสักอย่าง
ตรงนี้ไม่ค่อยมีใครพูดถึงนะไม่รู้ทำไม แต่มีหลายคนพูดอยู่ว่า ต้องไม่เข้าข่ายเคยเป็นผู้หญิงขายบริการหรือว่าเป็นอยู่ หรืออาจจะผู้หญิงอาชีพธรรมดาที่มีการศึกษาแต่ว่าเคยไปออสหรือประเทศอื่นกับ sponsor ไม่ซ้ำหน้า) เราก็ฟังๆมา ก็เฉยๆเพราะเราเพิ่งจะไปต่างประเทศครั้งแรกและไม่เคยย่ำกรายหรือทำงานในวงจรแบบนั้นเลย แต่เราก็แอบกังวลเพราะภาพลักษณ์หญิงไทยมันก็นะ.... (ถอนหายใจ) แต่เราก็มั่นใจใน profile เราอยู่
(นอกเรื่องนิดนึง ไม่ต้องอ่านก็ได้นะ ข้ามไปข้อ 2 เลย คือว่าผู้หญิงที่ขายอ่ะ เราคิดว่ามันเป็นสิทธฺในการดำเนินชีวิตของเค้า เค้าใช้หอยเค้าไม่ใช่หอยเรา แต่ว่าน่าจะขายแบบเงียบๆหน่อย ไม่ใช่ทำกันซะโจ่งครึ่มโจ่งแจ้งมาก คือแบบคุณจะขายเพื่อหาเลี้ยงครอบครัวส่งให้พ่อแม่หรืออะไรก็ตามแต่ที่คุณจะอ้าง หรือนิสัยจริงๆข้างในคุณจะดีหรือชั่วก็แล้วแต่ แต่คุณต้องเข้าใจและยอมรับด้วยว่าอาชีพแบบนั้นมันต่ำและน่าอาย และมันทำให้ภาพพจน์ของผู้หญิงไทยทั้งประเทศถูกเหมารวม ซึ่งตรงนี้ embassy ไม่ได้ระบุไว้หรอก ไม่งั้นดราม่ากันตายเลย แต่มันก็เป็นอะไรที่รู้ๆกันอยู่ ผู้หญิงไทยบางคน look ภายนอกเหมือนจะใช่ผู้หญิงอย่างว่า แต่จริงๆแล้วเค้าไม่ใช่เลย แต่ Aussie Embassy สามารถชี้นกเป็นนกชี้ไม้เป็นไม้ได้ ผู้หญิงปรกติๆที่ไม่ได้ทำงานตามบาร์หรือสถาณที่เสื่อมๆแบบนั้นบางทีเวลาบอกว่า I come from Thailand. เค้าก็รู้สึกว่าอยู่ยากนะ.. ขนาดเราเป็นผู้หญิงตัวสูงๆขาวๆนะคะ เรายังรู้สึกอึดอัดเลยบางที เพราะเวลาเราแต่งตัวเราก็ชอบใส่ dress , dress ที่ผู้หญิงแบบว่าก็แต่งกัน เพราะมันเป็นแฟชั่นขายตามร้านทั่วๆไปค่ะ ผู้หญิงดีดีคนอื่นที่ทำตัวเราดีแต่มีผู้คนคนอื่น(ทั้งชายและหญิง)มาคิดดูถูกเรา เราก็รู้สึกว่ามันไม่แฟร์อ่ะค่ะ แต่ที่มั่นหน้าได้ก็เพราะรู้อยู่แก่ใจว่าเราเป็นคน decent.
แต่เราก็แอบเห็นผู้หญิงอย่างว่าได้ไปต่างประเทศบ่อยอยู่ อาจเป็นเพราะเค้าอาจจะเลิกพฤติกรรมนั้นแล้ว ประกอบกับเค้าก็มีแฟนที่จริงจังกับเขาจริงๆ ก็เลยทำให้สถาณฑูติออสมั่นใจว่าพวกเธอเหล่านั้นจะไม่ไปที่นู่นแล้วหนีวีซ่าเพื่อขายอะไรทำนองนี้มั้ง (เราฟังเพื่อนเราเล่ามานะ)
อ่ะต่อๆ
2. สถาณภาพทางการเงินของ สปอรเซอร์เราต้องมีเงินมากพอที่จะ afford ค่าครองชีพของเราตามระยะเวลาที่ขอไป (ซึ่งของเราคือ 3 เดือน)
และการแสดง pay slip ของเค้าด้วย Sponsor เราก็ต้องมีจดหมายรับรองเงินเดือนด้วยนะ มันจะได้สอดคล้องกับยอดเงินที่เข้าบัญชีของเค้า
3. จดหมายเชิญจาก sponsor ควรเขียนตามจริง และระบุความสัมพันธ์ว่าคบมากี่ปี พบกันยังไง จะดูแลค่าใช้จ่ายให้เรายังไง จะให้เราอยู่ที่ไหน และเขาจะพาเราไปออสทำไม ซึ่งตรงที่ถามว่าไปออสทำไม คำตอบตรงนี้ตัวเราเองก็จะได้ตอบเวลากรอกในฟอร์มยื่นวีซ่าด้วย เหตุผลมันต้องสอดคล้องกัน อย่าลืมแนบรูปถ่ายด้วย เห็นของคนอื่นแนบบทสนทนา หรือรายการโทรเข้าโทรออกเพื่อแสดงว่าติดต่อกัน แต่ของเราไม่ได้แนบนะ แนบไปแค่ภาพถ่ายพร้อมวันที่โพสบนเฟสบุ้ค ใครจะแนบก็เอาเลยค่ะ ไม่เสียหายอะไร
4. ตอนเรากรอกฟอร์ม เค้าจะถามหลายอย่าง หลักๆที่ควรใส่ใจเวลาตอบคือ ไปออสทำไม, รู้จักใครที่นั่นไหม, และคุณจะเอาเงินจากไหนมาเป็นค่าครองชีพ
ของเราหลักๆเน้นว่าไปเพื่อทำความรู้จักกับครอบครัวแฟน และอยากรู้จักออส คนรู้จักก็คือแฟนเรา และแฟนเราจะเป็นคนดูแลค่าใช้จ่ายทั้งหมดตลอดช่วงเวลาที่เราอยูที่นู่น ทุกอย่างต้องพูดความจริง และตอบตรงคำถาม ไม่ต้องพร่ำพรรณนา ตอบให้กระชับและชัดเจน
5. เรื่องตรวจสุขภาพ เรายื่นไปนะ แต่เห็นหลายคนบอกว่าไม่ได้ยื่น แต่เราไปตรวจทรวงอก (Chest X-ray) ประจำปีจากที่ทำงาน เราก็เลยยื่นๆไปด้วย มันก็ไม่เสียหายอะไร เรื่องฉีดวัคซีนพวกหัดเยอรมันนี่เราก็คงได้รับกับทุกคน แต่เราก็ไปฉีดอีกครั้งเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาค่ะ แล้วพวกเชื้อไวรัสตับอักเสบ A กับ B เนี่ย คน Aussies เค้าจะได้รับวัคซีนนี้อยู่กันทุกคน (อ้างอิงจากคำพูดของแฟนเรา) แต่ว่าตอนยื่นวีซ่าเราไม่ได้ฉีดไปนะ แต่ก็ผ่าน นั่นก็แปลว่าไม่ต้องฉีดก็เข้าไป เพราะเราไม่ได้อยู่ออสเกิน 3 เดือนมั้ง แต่ว่าหลังได้วีซ่าเราก็ไปฉีดค่ะ ทันฉีดได้แค่ 2 เข็ม เข็มที่ 3 คงได้ฉีดตอนกลับมาจากออส ที่ฉีดเพราะว่าเราต้องเดินทางจะพบป่ะกับคนมากมายทั้งในเครื่องบิน ในสนามบิน ก็กันไว้ก่อนก็ดีค่ะ ไม่เสียหาย เราฉีดวัคซีนป้องกันพิศสุนัขบ้ากับบาดทะยักมาเมื่อเดือนที่แล้ว บาดทะยักเข็มที่ 3 ก็คงได้ฉีดหลังกลับมาออสพร้อมๆกับวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ A + B ค่ะ สิ่งเหล่านี้ค่ะถ้า embassy อยากให้คุณฉีดอะไรหรือตรวจอะไรเค้าจะแจ้งมาอีก ของเราไม่มีแจ้งให้ฉีดอะไรและได้วีซ่ามาก็แปลว่าไม่ต้องฉีด แต่เราก็ไปฉีดมาเพื่อป้องกันตัวเองค่ะ คิดว่ามันก็ไม่ได้เสียหายอะไร
หลักๆมีเท่านี้ เอกสารที่เหลือก็เตรียมไปให้ครบตามที่ embassy ระบุไว้ที่หน้า website เค้าเลย และไม่ต้องจองตั๋วเครื่องบินไปก่อนนะคะ เพราะว่าไม่จำเป็นเลย ถึงจะจองแบบ refund ได้หรืออะไรก็แล้วแต่ก็ไม่จำเป็นค่ะ
เราไปยื่นผ่าน VFS ด้วยตัวเอง และขอให้ส่งผลมาให้ทางไปรษณีย์ หมดไปทั้งหมดประมาณ 5000 บาท เขาบอกว่าใช้เวลาทำการ 10 วัน (ไม่นับ ส-อ และวันหยุดต่างๆ) แต่ของเราผ่านไป 5-6 วันทำการ ผลก็ออกแล้ว ตอนนั้นตื่นเต้นมากมาก ลุ้นว่าจะได้ไม่ได้ แอบกังวลด้วย สุดท้ายก็คือได้ ดีใจมากมาก แม่แฟนก็ดีใจ แต่พ่อแม่เราเค้าแอบเป็นห่วง แต่เค้าก็ไว้ใจเราว่าเราดูแลตัวเองได้ ตอนนี้ก็รอวันเดินทาง
เราตอบได้แค่วีซ่าท่องเที่ยวด้วยตัวเองแบบมี sponsor นะ แบบอื่นนอกเหนือจากนี้เราตอบไม่ได้ค่ะเพราะไม่มีประสบการ์ณตรง ขอโทษด้วยค่ะ
ส่วนใครที่กำลังกรอกฟอร์มภาษาอังกฤษไม่เข้าใจตรงไหนถามหลังไมค์ได้ค่ะ ยินดีช่วย
เราได้โทอิค 795 (ไม่ได้สูงมากแต่ก็จัดว่าดีอยู่ เพื่อนเราหลายคนได้เต็มค่ะ! เก่งเวอร์) และจบจากมหาลัยที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อการเรียนการสอนมา (ไม่ได้อวดหรืออะไรนะ อย่าพึ่งตีความผิด แต่พูดเพื่อเป็นเครดิตตัวเอง เพื่อที่ว่าคนที่มาขอให้ช่วยแปลจะได้มั่นใจในตัวคนแปล ถ้าครูไม่จบตรงตามวิชาที่สอน นักเรียนคงไม่กล้าลงเรียนด้วยเพราะไม่มีความเชื่อมั่นจริงไหมคะ แค่นั้นเองค่ะ และเราก็ไม่ได้เป้ะอะไรมาก ก็มีผิดพลาดบ้างค่ะ แห่ะๆ ^_^ ถามได้ฟรีๆเลยค่ะ อยากช่วย)
ปล.ขอออกนอกฝั่งอีกนิด ที่จริงเราไม่เคยคิดว่าแฟนเราจะพาเราไปออสเตรเลียนะ ตอนเช่าคอนโดที่กรุงเทพเราออกค่าห้อง 30% + ค่าน้ำค่าไฟ (เพราะแฟนจะไปทำงาน 4 สัปดาห์แล้วกลับมาไทย 1 อาทิตย์ ก็คือเราอยู่คอนโดใช้น้ำไฟมากที่สุด) และถ้าอยากได้อะไรก็ขอแฟนได้เค้าซื้อให้ได้หมด แต่เค้าไม่ชอบถ้าเราจะงอมืองอเท้าขอตลอดประมาณนี้ค่ะ ชีวิตเราก็คือทำงานเลี้ยงตัวเองด้วยเงินเดือนเดือนละ 2x,xxx จนวันที่แฟนบอกว่าจะพาไปออสเตรเลียเพื่อเป็นการขอบคุณที่แสดงให้เค้ารู้สึกว่าเรารักเค้าจริงๆ เราดีใจมากมากเลย ยิ่งตอนที่รู้ว่าวีซ่าผ่านอ่ะเราแทบจะกระโดดหัวพุ่งชนเพดานแหน่ะ เรารู้สึกว่าเราภูมิใจในสิ่งที่เราเคยปฏิบัติต่อเค้าและรู้สึกว่าเราสมควรได้รับความสุขนี้ เราจะเป็นคนเวอร์อ่ะค่ะ ตอนนี้ก็ตื่นเต้นรอวันที่จะบินไปออส แห่ะๆ แม่แฟนก็ตื่นเต้นมากมากด้วย
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ ถ้าคุณกำลังจะยื่นวี ก็ขอให้โชคดีค่ะ
*พยายามเข้ามาแก้คำผิดค่ะ ถ้ายังมีคำผิดอยู่แล้วทำให้อ่านสะดุดก็ขอโทษด้วยนะคะ*
มีใครอยากยื่นวีซ่าท่องเที่ยวไปออสเตรเลียแบบ 3 เดือนมั้ยค้ะ
พอดีว่าได้วีซ่ามาแล้ว และตอนนี้ก็รอวันเดินทางไปออสเตรเลีย ก็เลยอยากแบ่งปันข้อมูลเล็กน้อย เพราะว่าตอนเราค้นหาข้อมูลก่อนยื่น ก็ไม่ค่อยจะมีใครเขียนละเอียดหรือตอบได้ตรงจุดเลย
เราเขียนไม่ค่อยเก่งนะคะ และมันอาจจะยังไม่ครอบคลุมทุกเรื่อง และมันอาจจะยาวไปนิด แต่ก็เขียนไว้ให้อ่านเพื่อเป็นแนวทางให้สำหรับคนที่กำลังจะยื่นนะคะ ถ้ามันไม่ตอบตรงคำถามในใจ ก็ขออภัยล่วงหน้าค่ะ ^^'
เรายื่นวีซ่าท่องเที่ยวแบบ 3 เดือน มีแฟนเป็นสปอรเซอร์ให้ เอกสารที่เตรียมไปมีครบทุกอย่างตามที่ Aussie Gorv. ระบุไว้ใน website เขา เราเพิ่มใบปริญญา ใบรับรองเงินเดือนการเป็นพนักงาน + เงินเดือนไปด้วย ขาดแต่ bank statement ที่ไม่ได้ยื่นเพราะเค้าไม่ขอของเรา แต่ขอของแฟนแทน เราก็เลยไม่ได้แนบ
ส่วนสำคัญของการยื่นวีซ่าท่องเที่ยวแบบมีแฟนเป็นสปอนเซอร์ให้คือ
1. ตัวเราควรมีประวัติดี (ไม่เคยติดคุก ไม่มีประวัติช่อโกงต่างๆ ไม่มีประวัติเคยเข้าประเทศเค้าแล้วโดนแบนอะไรสักอย่าง
ตรงนี้ไม่ค่อยมีใครพูดถึงนะไม่รู้ทำไม แต่มีหลายคนพูดอยู่ว่า ต้องไม่เข้าข่ายเคยเป็นผู้หญิงขายบริการหรือว่าเป็นอยู่ หรืออาจจะผู้หญิงอาชีพธรรมดาที่มีการศึกษาแต่ว่าเคยไปออสหรือประเทศอื่นกับ sponsor ไม่ซ้ำหน้า) เราก็ฟังๆมา ก็เฉยๆเพราะเราเพิ่งจะไปต่างประเทศครั้งแรกและไม่เคยย่ำกรายหรือทำงานในวงจรแบบนั้นเลย แต่เราก็แอบกังวลเพราะภาพลักษณ์หญิงไทยมันก็นะ.... (ถอนหายใจ) แต่เราก็มั่นใจใน profile เราอยู่
(นอกเรื่องนิดนึง ไม่ต้องอ่านก็ได้นะ ข้ามไปข้อ 2 เลย คือว่าผู้หญิงที่ขายอ่ะ เราคิดว่ามันเป็นสิทธฺในการดำเนินชีวิตของเค้า เค้าใช้หอยเค้าไม่ใช่หอยเรา แต่ว่าน่าจะขายแบบเงียบๆหน่อย ไม่ใช่ทำกันซะโจ่งครึ่มโจ่งแจ้งมาก คือแบบคุณจะขายเพื่อหาเลี้ยงครอบครัวส่งให้พ่อแม่หรืออะไรก็ตามแต่ที่คุณจะอ้าง หรือนิสัยจริงๆข้างในคุณจะดีหรือชั่วก็แล้วแต่ แต่คุณต้องเข้าใจและยอมรับด้วยว่าอาชีพแบบนั้นมันต่ำและน่าอาย และมันทำให้ภาพพจน์ของผู้หญิงไทยทั้งประเทศถูกเหมารวม ซึ่งตรงนี้ embassy ไม่ได้ระบุไว้หรอก ไม่งั้นดราม่ากันตายเลย แต่มันก็เป็นอะไรที่รู้ๆกันอยู่ ผู้หญิงไทยบางคน look ภายนอกเหมือนจะใช่ผู้หญิงอย่างว่า แต่จริงๆแล้วเค้าไม่ใช่เลย แต่ Aussie Embassy สามารถชี้นกเป็นนกชี้ไม้เป็นไม้ได้ ผู้หญิงปรกติๆที่ไม่ได้ทำงานตามบาร์หรือสถาณที่เสื่อมๆแบบนั้นบางทีเวลาบอกว่า I come from Thailand. เค้าก็รู้สึกว่าอยู่ยากนะ.. ขนาดเราเป็นผู้หญิงตัวสูงๆขาวๆนะคะ เรายังรู้สึกอึดอัดเลยบางที เพราะเวลาเราแต่งตัวเราก็ชอบใส่ dress , dress ที่ผู้หญิงแบบว่าก็แต่งกัน เพราะมันเป็นแฟชั่นขายตามร้านทั่วๆไปค่ะ ผู้หญิงดีดีคนอื่นที่ทำตัวเราดีแต่มีผู้คนคนอื่น(ทั้งชายและหญิง)มาคิดดูถูกเรา เราก็รู้สึกว่ามันไม่แฟร์อ่ะค่ะ แต่ที่มั่นหน้าได้ก็เพราะรู้อยู่แก่ใจว่าเราเป็นคน decent.
แต่เราก็แอบเห็นผู้หญิงอย่างว่าได้ไปต่างประเทศบ่อยอยู่ อาจเป็นเพราะเค้าอาจจะเลิกพฤติกรรมนั้นแล้ว ประกอบกับเค้าก็มีแฟนที่จริงจังกับเขาจริงๆ ก็เลยทำให้สถาณฑูติออสมั่นใจว่าพวกเธอเหล่านั้นจะไม่ไปที่นู่นแล้วหนีวีซ่าเพื่อขายอะไรทำนองนี้มั้ง (เราฟังเพื่อนเราเล่ามานะ)
อ่ะต่อๆ
2. สถาณภาพทางการเงินของ สปอรเซอร์เราต้องมีเงินมากพอที่จะ afford ค่าครองชีพของเราตามระยะเวลาที่ขอไป (ซึ่งของเราคือ 3 เดือน)
และการแสดง pay slip ของเค้าด้วย Sponsor เราก็ต้องมีจดหมายรับรองเงินเดือนด้วยนะ มันจะได้สอดคล้องกับยอดเงินที่เข้าบัญชีของเค้า
3. จดหมายเชิญจาก sponsor ควรเขียนตามจริง และระบุความสัมพันธ์ว่าคบมากี่ปี พบกันยังไง จะดูแลค่าใช้จ่ายให้เรายังไง จะให้เราอยู่ที่ไหน และเขาจะพาเราไปออสทำไม ซึ่งตรงที่ถามว่าไปออสทำไม คำตอบตรงนี้ตัวเราเองก็จะได้ตอบเวลากรอกในฟอร์มยื่นวีซ่าด้วย เหตุผลมันต้องสอดคล้องกัน อย่าลืมแนบรูปถ่ายด้วย เห็นของคนอื่นแนบบทสนทนา หรือรายการโทรเข้าโทรออกเพื่อแสดงว่าติดต่อกัน แต่ของเราไม่ได้แนบนะ แนบไปแค่ภาพถ่ายพร้อมวันที่โพสบนเฟสบุ้ค ใครจะแนบก็เอาเลยค่ะ ไม่เสียหายอะไร
4. ตอนเรากรอกฟอร์ม เค้าจะถามหลายอย่าง หลักๆที่ควรใส่ใจเวลาตอบคือ ไปออสทำไม, รู้จักใครที่นั่นไหม, และคุณจะเอาเงินจากไหนมาเป็นค่าครองชีพ
ของเราหลักๆเน้นว่าไปเพื่อทำความรู้จักกับครอบครัวแฟน และอยากรู้จักออส คนรู้จักก็คือแฟนเรา และแฟนเราจะเป็นคนดูแลค่าใช้จ่ายทั้งหมดตลอดช่วงเวลาที่เราอยูที่นู่น ทุกอย่างต้องพูดความจริง และตอบตรงคำถาม ไม่ต้องพร่ำพรรณนา ตอบให้กระชับและชัดเจน
5. เรื่องตรวจสุขภาพ เรายื่นไปนะ แต่เห็นหลายคนบอกว่าไม่ได้ยื่น แต่เราไปตรวจทรวงอก (Chest X-ray) ประจำปีจากที่ทำงาน เราก็เลยยื่นๆไปด้วย มันก็ไม่เสียหายอะไร เรื่องฉีดวัคซีนพวกหัดเยอรมันนี่เราก็คงได้รับกับทุกคน แต่เราก็ไปฉีดอีกครั้งเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาค่ะ แล้วพวกเชื้อไวรัสตับอักเสบ A กับ B เนี่ย คน Aussies เค้าจะได้รับวัคซีนนี้อยู่กันทุกคน (อ้างอิงจากคำพูดของแฟนเรา) แต่ว่าตอนยื่นวีซ่าเราไม่ได้ฉีดไปนะ แต่ก็ผ่าน นั่นก็แปลว่าไม่ต้องฉีดก็เข้าไป เพราะเราไม่ได้อยู่ออสเกิน 3 เดือนมั้ง แต่ว่าหลังได้วีซ่าเราก็ไปฉีดค่ะ ทันฉีดได้แค่ 2 เข็ม เข็มที่ 3 คงได้ฉีดตอนกลับมาจากออส ที่ฉีดเพราะว่าเราต้องเดินทางจะพบป่ะกับคนมากมายทั้งในเครื่องบิน ในสนามบิน ก็กันไว้ก่อนก็ดีค่ะ ไม่เสียหาย เราฉีดวัคซีนป้องกันพิศสุนัขบ้ากับบาดทะยักมาเมื่อเดือนที่แล้ว บาดทะยักเข็มที่ 3 ก็คงได้ฉีดหลังกลับมาออสพร้อมๆกับวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ A + B ค่ะ สิ่งเหล่านี้ค่ะถ้า embassy อยากให้คุณฉีดอะไรหรือตรวจอะไรเค้าจะแจ้งมาอีก ของเราไม่มีแจ้งให้ฉีดอะไรและได้วีซ่ามาก็แปลว่าไม่ต้องฉีด แต่เราก็ไปฉีดมาเพื่อป้องกันตัวเองค่ะ คิดว่ามันก็ไม่ได้เสียหายอะไร
หลักๆมีเท่านี้ เอกสารที่เหลือก็เตรียมไปให้ครบตามที่ embassy ระบุไว้ที่หน้า website เค้าเลย และไม่ต้องจองตั๋วเครื่องบินไปก่อนนะคะ เพราะว่าไม่จำเป็นเลย ถึงจะจองแบบ refund ได้หรืออะไรก็แล้วแต่ก็ไม่จำเป็นค่ะ
เราไปยื่นผ่าน VFS ด้วยตัวเอง และขอให้ส่งผลมาให้ทางไปรษณีย์ หมดไปทั้งหมดประมาณ 5000 บาท เขาบอกว่าใช้เวลาทำการ 10 วัน (ไม่นับ ส-อ และวันหยุดต่างๆ) แต่ของเราผ่านไป 5-6 วันทำการ ผลก็ออกแล้ว ตอนนั้นตื่นเต้นมากมาก ลุ้นว่าจะได้ไม่ได้ แอบกังวลด้วย สุดท้ายก็คือได้ ดีใจมากมาก แม่แฟนก็ดีใจ แต่พ่อแม่เราเค้าแอบเป็นห่วง แต่เค้าก็ไว้ใจเราว่าเราดูแลตัวเองได้ ตอนนี้ก็รอวันเดินทาง
เราตอบได้แค่วีซ่าท่องเที่ยวด้วยตัวเองแบบมี sponsor นะ แบบอื่นนอกเหนือจากนี้เราตอบไม่ได้ค่ะเพราะไม่มีประสบการ์ณตรง ขอโทษด้วยค่ะ
ส่วนใครที่กำลังกรอกฟอร์มภาษาอังกฤษไม่เข้าใจตรงไหนถามหลังไมค์ได้ค่ะ ยินดีช่วย
เราได้โทอิค 795 (ไม่ได้สูงมากแต่ก็จัดว่าดีอยู่ เพื่อนเราหลายคนได้เต็มค่ะ! เก่งเวอร์) และจบจากมหาลัยที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อการเรียนการสอนมา (ไม่ได้อวดหรืออะไรนะ อย่าพึ่งตีความผิด แต่พูดเพื่อเป็นเครดิตตัวเอง เพื่อที่ว่าคนที่มาขอให้ช่วยแปลจะได้มั่นใจในตัวคนแปล ถ้าครูไม่จบตรงตามวิชาที่สอน นักเรียนคงไม่กล้าลงเรียนด้วยเพราะไม่มีความเชื่อมั่นจริงไหมคะ แค่นั้นเองค่ะ และเราก็ไม่ได้เป้ะอะไรมาก ก็มีผิดพลาดบ้างค่ะ แห่ะๆ ^_^ ถามได้ฟรีๆเลยค่ะ อยากช่วย)
ปล.ขอออกนอกฝั่งอีกนิด ที่จริงเราไม่เคยคิดว่าแฟนเราจะพาเราไปออสเตรเลียนะ ตอนเช่าคอนโดที่กรุงเทพเราออกค่าห้อง 30% + ค่าน้ำค่าไฟ (เพราะแฟนจะไปทำงาน 4 สัปดาห์แล้วกลับมาไทย 1 อาทิตย์ ก็คือเราอยู่คอนโดใช้น้ำไฟมากที่สุด) และถ้าอยากได้อะไรก็ขอแฟนได้เค้าซื้อให้ได้หมด แต่เค้าไม่ชอบถ้าเราจะงอมืองอเท้าขอตลอดประมาณนี้ค่ะ ชีวิตเราก็คือทำงานเลี้ยงตัวเองด้วยเงินเดือนเดือนละ 2x,xxx จนวันที่แฟนบอกว่าจะพาไปออสเตรเลียเพื่อเป็นการขอบคุณที่แสดงให้เค้ารู้สึกว่าเรารักเค้าจริงๆ เราดีใจมากมากเลย ยิ่งตอนที่รู้ว่าวีซ่าผ่านอ่ะเราแทบจะกระโดดหัวพุ่งชนเพดานแหน่ะ เรารู้สึกว่าเราภูมิใจในสิ่งที่เราเคยปฏิบัติต่อเค้าและรู้สึกว่าเราสมควรได้รับความสุขนี้ เราจะเป็นคนเวอร์อ่ะค่ะ ตอนนี้ก็ตื่นเต้นรอวันที่จะบินไปออส แห่ะๆ แม่แฟนก็ตื่นเต้นมากมากด้วย
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ ถ้าคุณกำลังจะยื่นวี ก็ขอให้โชคดีค่ะ
*พยายามเข้ามาแก้คำผิดค่ะ ถ้ายังมีคำผิดอยู่แล้วทำให้อ่านสะดุดก็ขอโทษด้วยนะคะ*