:: ควันหลงแชมป์ซูซูกิคัพ - ยังมีการบ้านอีกเยอะสำหรับ ทีมชาติไทย ::

กระทู้สนทนา
สวัสดีครับ

ผ่านกันไปสักพักแล้วเหมือนกันแต่เชื่อว่าทุกคนก็ยังอยู่ในบรรยากาศปลื้มปิติกับประวัติศาสตร์ฟุตบอลไทย พร้อมๆ เทศกาลคริสต์มาสเสียเลย ช่วงที่ได้แชมป์ไม่มีเวลา ตอนนี้ขอแสดงทรรศนะย้อนหลังสักหน่อย


ทีมชาติไทย โชคดี และเล่นไม่ได้ดีในแบบที่ควรจะเป็นในนัดชิงเลก 2 ที่ บูกิต จาลิล

นี่คือมุมมองตรงๆ ของผมเลย


ทีมชาติไทยมาด้วยเกมรุกเหมือนเดิม คาแรคเตอร์ที่เด่นชัดของทีมชาติไทยคือ เคลื่อนที่กันเร็ว ทำให้เกิดช่องสำหรับมิดฟิล์ดได้แทงขึ้นไป ไม่ว่าจะจากกองหน้าเอง กลางที่ดันเสริม หรือกระทั่งแบ็คที่โอเว่อร์แล็บขึ้นไป

เราเป็นทีมที่เล่นบอลกับเท้าได้ดี แต่ก็ Direct สลับบ้าง คือถ้าเห็นช่องวิ่ง ก็พร้อมตักจังหวะเดียวเข้ากรอบไปเลย ไม่ใช่จะต่อบอลเล่นชิ่งทุกครั้งไป


แต่ที่ บูกิต จาลิล ความผิดพลาดอย่างร้ายแรงของไทยคือการไม่สามารถครองบอลเอาไว้ได้ ด้วย philosophy ที่จะพาบอลขึ้นหน้าตลอดและทุกครั้งที่ทำได้ ทำให้เกมนี้ดูเผินๆ ถ้าคนไม่รู้สกอร์มาก่อน อาจนึกว่าเป็นรอบชิงรอบเดียวและสกอร์ยังเท่ากันอยู่

คือ ทีมชาติไทยล้มเหลวที่จะควบคุม และครองสถานการณ์ในการเป็นทีมนำ โดยสิ้นเชิง

มาเลเซีย ไม่มีอะไรให้เสีย พวกเค้าก็มาพร้อมกับการบดบี้หนัก เล่นประชิดตัว ตามสไตล์ และโดนเหลืองว่อนไปพอสมควร ไม่มีอะไรเซอร์ไพรซ์

ไทยเสียบอลบ่อยมาก ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นกับทีมที่นำและต้องการชัยชนะอย่างยิ่งยวด อย่างที่บอกว่าแม้ส่วนหนึ่งจะมาจากแท็คติดไม่มีอะไรต้องเสียของมาเลเซีย บดบี้ขยี้ไม่เลิก แต่ก็เป็นไทยเองที่ไม่ค่อยพยายามอมบอล ไม่ครองบอลได้ ไม่รักษา possession แต่ยังพยายามจะ "คายบอล" เพื่อแลกกับโอกาสทำประตูทุกครั้งที่ทำได้

และนำมาสู่ 2 ประตูที่ไม่ควรจะเสียเลยในเกมสำคัญขนาดนี้ (จุดโทษติงต๊องไม่นับ)


ทีมไทย เล่นได้ถ้าไม่ต่ำกว่ามาตรฐาน ก็ไม่ได้ดีมากอย่างที่ควรจะเป็น


เราเป็นเหมือน หอก ที่คมกริบ พร้อมทิ่มแทงศัตรูตลอดเวลา แต่ลำก้านหอกกลับง่อนแง่น รักษาทรงลำบาก และพาลจะถูกคู่แข่งแทงกลับสิ้นชื่อเสียก่อน


เชื่อว่าหลายๆ ท่านน่าจะดูฟุตบอลมาเยอะ เยอะมาก และน่าจะคุ้นชินกับลักษณะที่ว่า ทีมนำทีมีคุณภาพจะครองบอลเหนียวแน่นมาก

บางครั้ง เราอาจได้เห็น 10 นาทีเต็มๆ ที่ทีมนำครองบอลเหนียว รักษาสถานการณ์อยู่ฝ่ายเดียว โดยปล่อยให้ทีมตามต้องวิ่งไล่อย่างหงุดหงิด พาบอลไปมุมธง โดนอีกฝ่ายฟิวส์ขาดหวดเอาดื้อๆ ก็มีอยู่บ่อยๆ


เราเห็นทีมชาติไทยทำสิ่งเหล่านี้บ้างไหม?

แม้กระทั้งเวลาโคตรชี้เป็นชี้ตายสุดๆ อย่างที่ทวงคืนมาได้ในช่วงนาที 80+ ที่ไม่ควรต้องเสียอีกเด็ดขาด เราก็ยังเห็น มาเลย์เซีย ได้มีลูกฮึดมีความพยายามที่จะพาบอลมาได้เรื่อยๆ เพราะเราพลาดและคายบอลออกไปให้เค้าเองเรื่อยๆ


"น่าจะปิดเกมแล้วครับ น่าจะครองบอลไปจนหมดเวลาแล้วครับ" เราจะได้ยินอะไรแบบนี้จะผู้บรรยายบ่อยๆ เวลาทีมนำได้บอล ในสถานการณ์ได้เปรียบ ยิ่งโดยเฉพาะช่วงท้ายๆ เกม

ติกี้ตะก้าที่ฮือฮากันในเลกแรก มันจะไร้ประโยชน์ไปเลยถ้าทำได้เพียงแค่การต่อไปเพื่อเกมรุกอย่างเดียว แต่ไม่สามารถครองหรือรักษาสถานการณ์เอาไว้ได้

ประโยชน์หลักของบอลสั้นเท้าสู่เท้าคือ "ความแน่นอน" อย่าให้หลักนี้เสียไป



ผมไม่เห็นด้วยกับคำพูดทำนองว่า เคยเห็นบาซ่าเล่นเกมรับไหม (จริงๆ ก็มีนะ) แต่ประเด็นคือ เราต้องรู้ว่าคุณภาพเราอยู่ตรงไหน ทำได้แค่ไหน ถ้าคิดจะก็อปปี้ขนาดนั้น ก็ต้องดูด้วยว่าคุณภาพเราดีพอให้ก็อปเขาหรือไม่

บาซ่า อาจจะนำแล้วยังเดินเกมรุกพร้อมทั้งครองบอลบ้าเลือดชนิด 70%+ ได้สบาย แต่แล้วต้องมาดูด้วย ว่าเราทำได้ไหม


ถ้ารู้ตัวว่าเรายังไม่ขนาดนั้น ก็ควรเล่นโดยยืนพื้นฐานบนทรัพยากรที่เรามี

อย่าให้ถึงกับต้องพูดว่า เหลิง



อย่างที่บอก เรากลับมาได้ด้วยความร้อนแรงของเกมรุก แต่การนำแล้วปล่อยให้โดนแซงแล้วจนต้องมาลนลานพยายามยิงแซงอีกครั้ง ไม่ใช่วิสัยของคนที่จะควบคุมสถานการณ์ได้ดี

คาแรคเตอร์ที่สื่อออกมา มันคือฟุตบอลวัยรุ่นของจริง ร้อนแรง แต่ก็ขาดความใจเย็น ความ "เขี้ยวลากดิน" ในการควบคุมสิ่งแวดล้อม


เราล้มเหลวในการเป็นผู้ควบคุมสถานการณ์ทุกอย่าง และได้แต่ปล่อยให้มันไหลในกระแสของคู่แข่ง แล้วพยายามช่วงชิงคืนมาเท่านั้นเอง



นี่เป็นเรื่องร้ายแรงนะ ในสายตาผม ยิ่งถ้าคิดจะไต่ไประดับเอเชีย ระดับคัดบอลโลก คุณต้องได้เจอแน่ๆ กับสถานการณ์แบบวิ่งลนลานหาบอลเวลาเล่นกับทีมเคี่ยวๆ และทีมระดับนั้นจะไม่พลาดมาเสียบอลคายบอลที่ไม่มีคุณภาพแบบบอลอาเซียนกันบ่อยๆ

ต้อง "ละเอียด" ให้มากขึ้นด้วยนั่นเอง


หลายๆ คนในเกมนั้นก็เล่นด้วยฟอร์มต่ำกว่ามาตรฐาน ซึ่งแน่นอนว่าส่วนหนึ่งก็อย่างที่บอกว่าต้องชมมาเลย์เซียด้วยที่ไล่บี้ติดหนักจริงๆ จนเห็นแล้วยังรำคาญแทนนักฟุตบอลเรา

แต่นั่น ก็คือ หนึ่งในบทเรียนล้ำค่าที่ต้องจำไว้

อีกหน่อย ทุกทีมได้เห็นแล้วว่า มาเลย์เซียเล่นด้วยแท็คติคแบบนี้แล้วนำไทยได้ 3-0 เค้าก็จะเอาบ้าง เราต้องเจออีกแน่ และที่สำคัญคือต้องระลึกว่าไม่ใช่ทุกทีมที่จะมาปล่อยให้เราสอยเอาง่ายๆ อีก 2 ประตู



ผมเป็นคนนึงที่ตะโกนโหวกเหวกโวยวายฉลองในค่ำคืนวันนั้น

แต่ในฐานะ "คนดูบอล" ก็อย่างที่บอกว่า ยังเห็นการบ้านให้ซิโก้และลูกทีมนำไปปรับแก้กันอีกไม่น้อย

มันไม่มีคำถามแล้ว สำหรับทัศนคติในการเล่นเกมรุกของทีมชาติไทยชุดพลังหนุ่มนี้ แต่ที่ยังสอบตก คือ ความใจเย็น ความเคี่ยว ความเก๋าที่เป็นกุมชะตาและสถานการณ์ในเกมของตัวเอง

หวังด้วยความหวังดีในฐานะแฟนบอลว่าเราจะทำได้ดีกว่านี้ในอนาคตครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่