คาดขาดทุนจำนำข้าวรัฐบาลก่อนพุ่งอีกกว่า 5 หมื่นล้าน ป.ป.ช.-อสส.เตรียมฟันธงคดียิ่งลักษณ์ นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง ประธานอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าว เปิดเผยว่า อนุกรรมการฯ จะประชุมปิดบัญชีจำนำข้าวถึงวันที่30 ก.ย. 2557 ในปลายเดือน ม.ค. 2558 ซึ่งยอมว่าผลขาดทุนจะเพิ่มจากการปิดบัญชีก่อนหน้านี้ ซึ่งอาจมีผลขาดทุนไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นล้านบาท โดยขณะนี้ทำงานปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวได้รับข้อมูล เพื่อใช้ในการปิดบัญชีครบหมดแล้ว
นายรังสรรค์ กล่าวว่า การปิดบัญชีจะคิดค่าเสื่อมของข้าวปีละ 10% เป็นเวลา 4 ปี หากเกิน 4 ปี ก็จะหยุดคิดค่าเสื่อมส่งผลให้โครงการข้าวของรัฐบาลก่อนหน้าที่ขาดทุน 5.19 แสนล้านบาท จะมีผลขาดทุนเพิ่มขึ้นอย่างน้อย10% หรือ 5 หมื่นกว่าล้านบาท เนื่องจากการจำนำข้าวทั้ง 4 โครงการยังหาค่าเสื่อมไม่ถึง 4 ปี อย่างไรก็ตาม ผลขาดทุนที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นครั้งนี้ยังเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น เนื่องจากยังไม่ได้รวมผลขาดทุนที่เพิ่มมาจากค่าบริหารจัดการทั้งดอกเบี้ยเงินกู้ ค่าเช่าโกดังเก็บข้าว และค่าจ้างบริษัทตรวจสอบคุณภาพข้าว เป็นต้น สำหรับการปิดบัญชีข่าวล่าสุดถึงวันที่ 22 พ.ค. 2557 มีผลขาดทุน 6.82 แสนล้านบาท จากการจำนำข้าวทั้งหมด 15 โครงการ เป็นผลขาดทุนของโครงการรับจำนำข้าวสมัยรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ทั้งหมด 4 โครงการ จำนวน 5.19 แสนล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นผลมาจากรัฐบาลก่อนหน้า
ด้านนายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงความคืบหน้าการทำงานของคณะทำงานร่วม ป.ป.ช. และอัยการสูงสุด (อสส.) ในการพิจารณาข้อไม่สมบูรณ์ในคดีอาญาของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กรณีไม่ระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าวที่จะมีการประชุมในวันที่ 25 ธ.ค.นี้ ว่า คงต้องสรุปได้แล้วว่าจะสั่งฟ้องหรือไม่ คงไม่สามารถปล่อยเวลาให้เลื่อนออกไปได้อีกแล้ว หลังจากที่การประชุมครั้งที่ผ่านมา อสส.มองว่าสำนวนยังไม่สมบูรณ์ เพราะในสำนวนมีการพูดถึงเรื่องทุจริต จึงต้องการให้ ป.ป.ช.สอบพยานในส่วนของการซื้อข้าวระหว่างรัฐ (จีทูจี) เพิ่มเติม
"หากที่ประชุมร่วมฯ ไม่สามารถตกลงกันได้ เลขาธิการ ป.ป.ช.ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานร่วมฝ่าย ป.ป.ช.ก็อาจจะนำผลการหารือรายงานต่อที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้ทันภายในวันพรุ่งนี้ ส่วนการดำเนินการต่อไปต้องรอ อสส.ส่งหนังสือให้ป.ป.ช.ว่าคณะทำงานร่วมฯ ไม่สามารถหาข้อสรุปได้ และให้ ป.ป.ช.ฟ้องเอง พร้อมทั้งส่งสำนวนคืน ป.ป.ช.หลังจากนั้นกรรมการ ป.ป.ช.ก็จะพิจารณาว่าเห็นด้วยหรือไม่ว่าจะฟ้องเอง หลังจากนั้นก็ต้องตั้งคนฟ้อง" นายปานเทพ กล่าว
ปิดบัญชีจำนำข้าวขาดทุนอีก5หมื่นล้าน
นายรังสรรค์ กล่าวว่า การปิดบัญชีจะคิดค่าเสื่อมของข้าวปีละ 10% เป็นเวลา 4 ปี หากเกิน 4 ปี ก็จะหยุดคิดค่าเสื่อมส่งผลให้โครงการข้าวของรัฐบาลก่อนหน้าที่ขาดทุน 5.19 แสนล้านบาท จะมีผลขาดทุนเพิ่มขึ้นอย่างน้อย10% หรือ 5 หมื่นกว่าล้านบาท เนื่องจากการจำนำข้าวทั้ง 4 โครงการยังหาค่าเสื่อมไม่ถึง 4 ปี อย่างไรก็ตาม ผลขาดทุนที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นครั้งนี้ยังเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น เนื่องจากยังไม่ได้รวมผลขาดทุนที่เพิ่มมาจากค่าบริหารจัดการทั้งดอกเบี้ยเงินกู้ ค่าเช่าโกดังเก็บข้าว และค่าจ้างบริษัทตรวจสอบคุณภาพข้าว เป็นต้น สำหรับการปิดบัญชีข่าวล่าสุดถึงวันที่ 22 พ.ค. 2557 มีผลขาดทุน 6.82 แสนล้านบาท จากการจำนำข้าวทั้งหมด 15 โครงการ เป็นผลขาดทุนของโครงการรับจำนำข้าวสมัยรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ทั้งหมด 4 โครงการ จำนวน 5.19 แสนล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นผลมาจากรัฐบาลก่อนหน้า
ด้านนายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงความคืบหน้าการทำงานของคณะทำงานร่วม ป.ป.ช. และอัยการสูงสุด (อสส.) ในการพิจารณาข้อไม่สมบูรณ์ในคดีอาญาของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กรณีไม่ระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าวที่จะมีการประชุมในวันที่ 25 ธ.ค.นี้ ว่า คงต้องสรุปได้แล้วว่าจะสั่งฟ้องหรือไม่ คงไม่สามารถปล่อยเวลาให้เลื่อนออกไปได้อีกแล้ว หลังจากที่การประชุมครั้งที่ผ่านมา อสส.มองว่าสำนวนยังไม่สมบูรณ์ เพราะในสำนวนมีการพูดถึงเรื่องทุจริต จึงต้องการให้ ป.ป.ช.สอบพยานในส่วนของการซื้อข้าวระหว่างรัฐ (จีทูจี) เพิ่มเติม
"หากที่ประชุมร่วมฯ ไม่สามารถตกลงกันได้ เลขาธิการ ป.ป.ช.ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานร่วมฝ่าย ป.ป.ช.ก็อาจจะนำผลการหารือรายงานต่อที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้ทันภายในวันพรุ่งนี้ ส่วนการดำเนินการต่อไปต้องรอ อสส.ส่งหนังสือให้ป.ป.ช.ว่าคณะทำงานร่วมฯ ไม่สามารถหาข้อสรุปได้ และให้ ป.ป.ช.ฟ้องเอง พร้อมทั้งส่งสำนวนคืน ป.ป.ช.หลังจากนั้นกรรมการ ป.ป.ช.ก็จะพิจารณาว่าเห็นด้วยหรือไม่ว่าจะฟ้องเอง หลังจากนั้นก็ต้องตั้งคนฟ้อง" นายปานเทพ กล่าว