เคยแอบชอบคนเดียวกันกับเพื่อน แล้วเลิกคบกันเป็นเพื่อนไปเลยไหม?

เมื่อซัมเมอร์ปี 2557 ที่ผ่านมาเราได้ไปเรียนพิเศษที่เป็นค่ายแห่งหนึ่งอยู่ทั้งหมดรวม 2 เดือน ก็ธรรมดาภาษาเด็กค่ายทุกคนต้องทำความรู้จักกัน เราก็เป็นคนออกจะอัธยาศัยดีหน่อย เลยรู้จักคนไปหม๊ดด วันต่อมาเรามารอเรียนกับเพื่อนๆอีก 3 คน นั่งกินหมูปิ้งอยู่หน้าเซ็นเตอร์กัน เห็นผู้ชาย 3 คนเดินข้ามถนนมาทางเรา แล้วเลยปิ๊งงงง ทันที (อาการของวัยรุ่นที่ตกหลุมรักเมื่อแรกเจออ่ะ) เราเลยสกิดเพื่อนเราอีกสามคนดู เราบอกว่าคนกลางอ่ะสเปคเลย >< เพื่อนเราอีกคน (ให้ชื่อเอล่ะกันนะ) บอกว่ากูจอง ของกู! ไรงี้ อารมณ์แบบพูดกันหยอกๆ อีกสองคนมันก็บอกว่า กูจองคนนั้นๆๆ

ผ่านไปพอเข้าติววิชาแรก เราเหลือบไปเห็นว่าอิผู้ชายสามคนนนั้นเป็นเด็กค่ายเดียวกัน (เอาแล้วไง ><!!) เขาสามคนนั่งกันตรงแถวหน้าเรากับเพื่อนๆ เราก็มีแอบมองบ้างนะ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร พอตกเย็นพี่ๆค่ายพาทำกิจกรรมสานสัมพันธ์กันในค่าย มันเล่นเกมส์อะไรสักอย่างที่ต้องจับมือกัน แล้วเราอ่ะจะได้จับมือกับคนนั้นพอดี แต่เอเพื่อนเรามันเหมือนจะยังไงไม่รู้ ด้วยนิสัยส่วนตัวของมัน มันก็วิ่งเข้ามาแทรกกลางปุ๊บ แล้วทุกอย่างก็ไม่ได้เป็นอย่างที่เราฝัน... เชอะ!

หลายวันต่อมาเราสองกลุ่มเริ่มสนิทกันมากขึ้น เธอเป็นคนที่พูดเก่งมาก คนทั้งค่ายรู้จักเธอ ชอบเธอกันใหญ่ เราก็เป็นหนึ่งในนั้น สุดท้ายท้ายที่สุดแล้วไอ่ เอ เพื่อนเรามันดันมาบอกว่าชอบเค้าคนนนั้น (คนที่เราแอบชอบอ่ะ) เราแบบสตั๊นไปเลยตอนนั้นแต่ก็ได้แต่เก็บอารมณ์ไม่คิดว่าจะมาชอบคนเดียวกันอย่างนี้ ทั้งที่ผ่านมาแฟนเอ เราเป็นแม่สื่อให้เกือบหมด และก็คงจะไม่พ้นหน้าที่เดิม ว่าเราก็ต้องช่วยมันอีกครั้ง เพราะเรากับคนนนั้นสนิทกันมาก อย่างกับรู้จักกันมานานแล้ว (เอ้อ! ลืมบอกไปเลยว่าไอ่เอมันให้เราขอเฟสเค้าคนนนั้นด้วย ปรากฏว่าเขามีแฟนแล้ว คบกันนนานแล้ว เกือบปี เราก็แห้วเหมือนกัน..) จากนั้นเวลาเข้าติว เราก็ต้องเป็นคนจอวที่นั่งให้ทั้งเพื่อนเรา และเค้าคนนั้นกับเพื่อนอีกสองคน นับวันเราสนิทกันมากขึ้น เอก็ได้คุยกับเขาผ่านเฟสทุกวัน จนบางครั้งเรารู้สึกเหมือนกับเรากำลังทำตรงข้ามกับใจตัวเองอยู่ จนมาวันนึง วันนั้นเป็นวันหยุดประจำสัปดาห์ของค่าย เราเป็นคนตื่นเช้าอยู่แล้ว ตื่นมาเลยมาเปิดเฟส ปรากฏว่าเค้าคนนั้นทักมาแล้วบอกว่า "เราเลิกกับแฟนแล้วนะ" ตอนแรกเราก็งงนะ ว่าอะไรยังไง เราเลยถามว่า "แล้วไงล่ะ" เขาบอกให้พาออกไปกินข้าวหน่อย เพื่อนยังไม่ตื่นกันไม่มีใครพาไปกิน เราก็เลยตอบตกลงโดยบอกเพื่อนว่า ไปหาเพื่อนเก่านะ (เพราะที่ซัมเมอร์มันเป็นถิ่นเก่าเรา) แล้วเราก็ออกมาเจอกันด้วยสภาพชุดกีฬาขาสั้นทั้งคู่ (คิดแล้วก็ขำ) เลยคุยกันว่าจะไปกินที่ไหนกันดี เราเลยบอกไม่รู้ไปไหนก็ได้แต่พาไปกดตังก่อนตังหมดแล้ว เขาบอกว่า 555 ไม่ต้องห่วง มากะกูทั้งทีเดี๋ยวกูเลี้ยง (แต่เขาก็เลี้ยงเราจริงๆนะ) เขาเลยบอกว่า งั้นไปเซ็นฯกันป่ะ อยากดูหนัง พอดีช่วงนั้นหนังเรื่อง 300 มันเข้าพอดีตรงกับเราอยากดูด้วย พอไปถึง เขาก็บอกว่า "เอางี้ม่ะ...เรามาทำตัวเป็นแฟนกันสักวัน" ตายล่ะ!! ดูมันพูดกะเราซิ ทำงคนต่าาเอาเราตัวแข็งไปหมดเลย มันเลยถามว่าเป็นอะไร? พูดแค่นี้ถึงกับอึ้งหรอ 555 ไม่เป็นไรๆ ไม่เป็นก็ได้กูแค่พูดเล่นน่า ป่ะๆ ไปจองตั๋วหนังกัน.. เราก็ทำอะไรไม่ถูกได้แต่คิดว่า "นี่พูดเล่นแบบนี้กะกูหรอฮ้ะ!" เราเลยไปจองตั๋วกัน (จะบอกว่ามีแต่คนมองเราสองคน คงเป็นเพราะชุดที่เราใส่มานั่นแหล่ะ 5555) เวลามันเหลือประมาณ หนึ่งชั่วโมงเราเลยไปเดินหาอะไรกินกัน สุดท้ายก็แวะเข้าร้านพิซซ่า แล้วมันก็เลี้ยงเรา (อิอิ ลาบปากเลยงานนี้) วันนั้นเขาหมดไปกะเราน่าจะราวๆ 2000 พันได้นะ พอดูหนังเสร็จเราก็เดินคุยฆ่าเวลาไปเรื่อยๆ แลกกันคุย เขาก็คุยให้ฟังว่าทำไมถึงเลิกกับแฟนเก่า เราก็เลยตัดสินใจบอกเขาไปว่า "แล้วรู้ไหม? ว่าเอน่ะมันชอบนะ..." ต่างคนต่างเงียบ แล้วเราเลยตัดบทด้วยการหัวเราะ แล้วบอกว่า "อึ้ง อึ้ง อึ้งไปเลยใช่ม้าา 55555 หน้าตาอย่างนี้ก็มีคนแอบชอบเนอะ" แล้วเราก็วิ่งไล่กันไปทั่วเซ็นฯ กลับมาที่พักอีกทีก็ค่ำแล้ว วันนั้นเรามีความสุขมาก แต่ก็พอกลับมาเจอหน้าเพื่อนก็รู้สึกผิดอยู่ดีที่โกหกเพื่อนตัวเอง แต่ด้วยความคิดที่ว่า "กูต้องทำให้มันคบกันให้ได้" เลยทำให้เราไม่กล้าบอกความจริง หลังจากนั้นมา เขาสองคนก็เริ่มสนิทกันเรื่อยๆๆๆ จนต้องไปกินข้าวเที่ยงด้วยกัน (แบบไปเป็นกลุ่มเพื่อนๆนะ) ตกเย็นเลิกติวก็ไปว่ายน้ำเล่นด้วยกัน ไอเรามันก็ได้แต่นั่งมองแล้วก็คิดว่า "เฮ้อ...นี่แหล่ะเนอะ ทำให้คนรักกันได้ มันมีความสุขอย่างนี้นี่เอง" แต่ในความสุขนั้นยังมีความเศร้าที่อยู่ลึกภายในใจเรามากมายจนแทบทะลักออกมา เราก็ไล่เขียนไดอารี่มาเรื่อยๆ ทุกวันๆ เขียนความรู้สึกลงไปหวังว่าเมื่อปิดค่าย เราจะเอาให้เขา แต่ก็ทำได้แค่คิดแหล่ะ

อยู่มาวันนึงพี่ๆในค่ายแซวเค้าคนนนั้นกับผู้หญิงอีกคนในค่าย ว่าแอบจิ้นกัน อันนี้เราก็เพิ่งรู้เหมือนกัน เอมันก็ถามเราว่า รู้เรื่องไหม ทำไมไม่บอกกู กับมันสนิทกันนิ อะไรประมาณนี้ เราก็บอกว่าเรื่องนี้มันไม่ได้เล่าให้กูฟัง แล้วทั้งสองก็ทะเลาะกัน แต่ไม่ถึงกับเลิกคุย ต่อมาเราก็มารู้อีกว่าเค้าคนนั้นเริ่มคุยกับผู้หญิงในค่ายอีกคนพร้อมๆกับคุยกับเพื่อนเรา เรานี่แอบจุกเลย แล้วเขาทั้งสองก็เหมือนจะคุยกันไปเรื่อยๆ แต่แล้วเพื่อนเราดว้ยนิสัยส่วนตัวของมัน มันก็แอบคุยกะอีกคนนึงซึ่งเป็นน้องที่เจอแถวๆนั้น ไม่รู้ว่าไปรู้จักกันได้ยังไง จนช่วงหลังๆมาเพื่อนเรามันก็เที่ยวกลางคืนบ่อยมาก เราก็ไม่ไปกะมันเลยต้องนอนเฝ้าห้องคนเดียวกลับมาทีก็ผับปิด เราก็แอบกลัวนะ คืนสองคืนแรกไม่เท่าไหร่หรอก แต่พอหลายคืนเข้า เราก็ไม่ไหวด้วยความที่ขี้กลัวเลยย้ายไปนอนช่วงที่เพื่อนเราไปที่ยวกลางคืน นอนกับเพื่อนอีกกลุ่มนึงที่อยู่ห้องเดียวกัน (เพื่อนสนิทอีกกลุ่มเรียนที่เดียวกัน) แล้วเราก็เริ่มรู้สึกว่าเรากับเอก็เริ่มห่างๆกันออกมา ด้วยความที่มันเที่ยวดึก แล้วไม่ค่อยไปติว เราเลยต้องไปกับเพื่อนอีกกลุ่ม แล้วเค้าคนนั้นก็ถามว่า ทำไมเอไม่มาเรียนเลย เราก็บอกโทหามันดิมันไม่ค่อยสบาย (รู้สึกเหมือนเป็นนางเอก) ก็เป็นแบบนี้มาเรื่อยๆจนเค้าคนนั้นมาเห็นอีกทีก็เอนั่งกินข้าวกับน้องคนที่มันคุยด้วย ที่นั่งอยู่กับเราสามคน (คือกินข้าวด้วยกันอ่ะ) แล้วเค้าคนนั้นก็บังเอิญมาซื้อข้าวแล้วมาเห็น เขาไม่มองหน้าเพื่อนเราแม้แต่น้อย พอกลับห้องไปเพื่อนเราก็โทไปหาแล้วทะเลาะกันรุนแรงมาก เสียงดังมาก จนวันต่อมาเค้าคนนั้นบอกเราให้ไปบอกเอว่า “บอกมันไม่ต้องโทมาหากูอีกนะ” เราก็ไม่ได้บอกนะ แล้วเอก็เริ่มกลับไปคุยกับเค้าเหมือนเดิม ช่วงหลังมาเราห่างกับเพื่อนเรามาก จนวันๆไม่ค่อยจะได้คุยอะไรกันเลย ถ้าคืนไหนมันออกไปเที่ยวเราก็จะไปนอนอีกห้องนึง พอใกล้จะจบค่ายพี่ๆ เขาให้เขียนเหมือนเป็นที่อยู่ติดต่อ เบอร์โทไรงี้อ่ะ ให้กันและกัน เค้าคนนั้นเอาโน้ตที่ผู้หญิงในค่ายที่แอบคุยกันอ่ะ เอามาให้อ่าน มันเป็นการเขียนความรู้สึกกุ๊กกิ๊กกันมาก เราอ่านแล้วอยากจะฉีกทิ้งเลยแหล่ะทั้งทนไม่ได้กับตัวเอง และทนไม่ได้แทนเพื่อนที่เหมือนโดนหลอก มีช่วงนึงเพื่อนเรากลับบ้านแล้วเราอยู่คนเดียว เอทักเฟสมาถามเราว่า เราชอบเค้าคนนั้นไหม? เราก็บอก...ไม่ กูเพื่อนนะ (ถ้าใครได้รู้แบบนี้ก็ต้องล่งใจใช่มั๊ยคะ เพราะมันคือเพื่อนรักของเรา) เอก็เลยไม่ว่าอะไร  แต่เอบอกทิ้งท้ายว่า กูแค่ไม่อยากเห็นคนที่กูรักเป็นแฟนกับเพื่อนตัวเอง... เราอึ้งไปเลย เราก็ไม่ได้คิดจะเป็นเจ้าของหรอก แค่เราชอบในใจเท่านั้น แค่บางครั้งเราอาจจะแสดงความไม่พอใจมากเกินไป แต่ก็ไม่มีใครรู้ พอวันจบค่ายเราน่ะเอาไดอารี่ไปให้เค้า แล้วก็คืนแหวนของแฟนเก่าที่เขาเคยให้เรา (ลืมบอกว่าเขาให้แหวนเราใส่ตอนไปดูหนังกันครั้งแรกอ่ะ) แต่พอวันจบค่ายเขาก็เอาแหวนของเขาน่ะให้เราใส่แทนแล้วบอกว่า “มันสมควรจะอยู่กับมากกว่า เพราะมันเป็นแหวนของกู” เราน่ะซึ้งมากเลยนะ ไม่คิดว่าเขาจะแคร์ความรู้สึกเราขนาดนี้ พอการแสดงค่ายอะไรจบก็พากันเดินกลับหอกัน แล้วคืนนั้นเค้าไปเอามอไซค์ใครมาไม่รู้เอาไปส่งผู้หญิงในค่ายอีกคนที่แอบคุยกันมาอ่ะ ไปส่งอยู่หอ แบบขี่ผ่านหน้าเราไป เราถึงกับอึ้งไปเลยอ่ะ (ในใจคิดว่าไปส่งกันขนาดนี้ต้องคบกันแน่ๆ) หลังจากนั้นเราก็แยกย้ายกลับบ้านใครบ้านมันแต่เราก็ยังติดต่อกันอยู่เรื่อยๆ เขาบอกอีกว่าวันไหนไม่ได้ยินสียงเค้า เหมือนจะลงแดงตาย ประมาณนี้ คือตอนนั้นเรายอมรับว่าเราถึงกับหลงไปเลยอ่ะ แต่ก็ยังไม่ลืมนะว่าเพื่อนเราเคยบอกว่าไง พอเปิดเทอมเราก็คุยกันมาเรื่อย สไกป์กันเรื่อยๆ และเรากับเอก็นอนติดกัน คือเราก็คุยโทสับกับเค้าคนนั้นทุกคืน จนเหมือนเอเริ่มสงสัยว่าคุยกับใคร พักหลังมาเรากับเอก็ไม่ค่อยได้คุยกันเท่าไหร่ เพราะเราก็ไปกับเพื่อนที่อยู่ห้องเดียวกัน จนมาวันนึงเราน่ะคุยสไกป์กับเค้าคนนนั้น แล้วเอแอบให้เพื่อนน่ะเดินมาดูว่าคุยกับใคร วันต่อมาเอก็ขึ้นสเตตัสในเฟสประมาณว่า “คนที่ไว้ใจสุดท้ายก็หักหลังกู” อะไรประมาณเนี้ย เราก็..อ้าว! หมายถึงกูรึเปล่า ก็เลยคุยกับเค้าคนนั้นดู แล้วเอก็ทักไปหาประมาณว่า รู้ใช่ไหมว่าเราน่ะชอบเธอ (หมายถึงเราอ่ะชอบเค้าคนนั้น) เขาก็บอกว่ารู้ทำไมอ่ะ ห้ามเพื่อนไม่ให้ชอบหรอ แล้วอะไรไม่รู้เขาก็ทะเลาะกัน แล้วเราก็พยายามไม่ยุ่งกับเค้าคนนั้นเลย  แต่มันก็ทำไม่ได้คือตอนนั้นความรักมันครอบงำมาก TT พอโรงเรียนปิดไป 3-4 วัน เราไม่ได้กลับบ้านเราเลยเอาไม้อัดอ่ะ มากั้นเตียงเรากะเอไว้ (ตอนนั้นเราคิดแค่ว่าหัวเราะทีหลังดังกว่า มันเป็นความคิดที่เลวมาก) พอเอกลับมา เอถึงกับอึ้งในสิ่งที่เห็น แล้วเอก็ดึงเตียงเขาออกไปปล่อยให้เตียงเราอยู่เดี่ยวๆ โดๆ ไม่มีเตียงไหนอยู่ข้างๆเลย หลังจากนั้นมาเรามารู้อีกทีว่า เปิดเทอมที่ผ่านมาเอเอาเราไปนินทาสารพัดมาก นินทาบางเรื่องก็ปั้นน้ำเป็นตัวทำให้เราทะเล่าะกับเพื่อนที่อยู่ห้องเดียวกัน บอกว่าเราคบพวกนั้นแค่ “ เพื่อนร่วมห้อง” ความจริงเราเคยพูดคำนี้นะ แต่พูดว่า “กูก็มีเพื่อนอยุ่แค่สองกลุ่มก็มีพวกที่เป็นเพื่อนต่างห้อง กับพวกนั้นที่เป็นร่วมห้อง” เข้าใจไหมว่าเราไม่ได้เจตนาว่าคบแค่เพื่อนร่วมห้องเลย แต่เขาก็เอาไปพูดในทางลบมาก จนเพื่อนในห้องเขาตีตัวออกจาก นินทาเราใส่กระดาษเหมือนเด็กๆเขาทำกัน เราพยายามเข้าไปปรับความเข้าใจแล้วนะ แต่เขาก็ไม่ยอมให้เราเข้าถึงเลย เป็นประมาณแบบว่าอยากทำให้เราสำนึก แต่นิสัยเราคือไม่ง้อคน แต่เราน่ะตามง้อเพื่อนมาราวเดือนนึง เราเลยขอถอยดีกว่า เราเหนื่อยเต็มทนแล้ว เพื่อนไม่เข้าใจ ไม่รับฟังกัน เราก็อย่าเป็นเพื่อนกันเลยดีกว่า เราเลยตัดสินใจทิ้งกลุ่มออกมาอยู่คนเดียวสักพัก ต่อมาอิเพื่อนกลุ่มในห้องเราเนี่ยก็พาลไปให้เพื่อนบางคนเกลียดเราไปด้วย คือเอาอคติเข้าเป่าหูอ่ะ เรารู้สึกเหมทือนเราเคว้งคว้างมาก คือทำดีกบเพื่อนแค่ไหน ผลตอบแทนที่ได้มันทำร้ายชีวิตเรามากๆเลย เราตั้งใจไว้แล้วว่าปีสุดท้ายที่เราเรียนที่นี่เราจะแข่งกีฬาเชื่อมสัมพันธ์ แต่เราก็ไม่ได้แข่งเพราะทีมเรามันเป็นเพื่อนที่ทิ้งเราไปทั้งทีม เราหมดอนาคตหลายด้านมากๆเลย สิ่งไหนที่เราตั้งใจไว้ก็พังลง เพียงเพราะคำพูดพล่อยๆจากคนไม่มีเหตุผล ต่อมา(ปลายเดือนพฤษภา)เค้าคนนั้นเลิกกับแฟนในค่ายที่แอบคุยกันอ่ะ แล้วก็มาขอเราคบประมาณสองสัปดาห์ต่อมาอ่ะ เราเลยยอมตกลงคบไป ตอนนั้นก็คิดถึงเออยู่นะ ว่าเอจะเสียใจไหม แต่พอมาย้อนนึกถึงเรื่องที่เขาทำกับเรา เราเลยตกลงคบไปแบบไม่แคร์ใคร พอคบกันเข้าเดือนที่สองนิสัยเดิมๆของมันก็เริ่มมา คือเจ้าชู้ พอเราถามนั่นนี่ ก็หาว่าเราไม่เหมือนตอนแรกที่คบกัน (เราคิดว่าก็มันจะเหมือนได้ไงตอนนั้นรักกูใหม่ๆนิ) จากนั้นมาเราก็เลิกกัน สองวันต่อมาเขาก็มีแฟนใหม่ แสดงว่าคุยกันนานแล้ว เราติดตามเค้าคนนั้นมาตลอดเลยนะ เขาคบกันได้ประมาณ  3 เดือนก็เลิกกัน แล้วเขาก็กลับมาหาเรา ทั้งๆที่วันนั้นเขาเป็นคนทิ้งเราไปอย่างไปเหลือใยดี มาบอกว่าขอโอกาสได้ไหม? คือตอนนี้เราไม่เหลือหัวใจแล้ว หัวใจ ความรู้สึกบอบช้ำเกินทนแล้ว มันเกินไปกับคนๆนึงที่ต้องมานั่งทนเจ็บกับเรื่องราวที่มันถาโถมเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง สุดท้ายเราก็บอกเขาไปว่า...เราเป็นเพื่อนกันเถอะ ที่ผ่านมาเราเจ็บมาก ถึงวันนี้เราดูแลแผลนั้นให้หายเกือบดีแล้ว เรายังไม่อยากจะกลับไปทำให้แผลเดิมอักเสบอีก... เขาบอกเหมือนโดนถีบหน้าเลย 5555
จบค่ะ ขอบคุณทุกคนที่ตามอ่านมาจนจบนะคะ ขอบคุณจริงๆ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่