สุชาติ ศรีสุวรรณ : "ของขวัญปีใหม่" ที่อยากได้ คอลัมน์ ที่เห็นและเป็นไป ....มติชนออนไลน์ .../sao..เหลือ..noi

กระทู้สนทนา
วันเดือนเดินทางมาถึงสัปดาห์สุดท้ายของปี 2557 อีกไม่กี่วันจะเริ่มต้นปี 2558

เป็นวัฒนธรรม ประเพณีของมนุษย์ทั่วโลกที่ในช่วงต่อปีเก่าสู่ปีใหม่เช่นนี้ จะช่วยกันทำให้
เกิดความรู้สึกดีๆ แก่กัน

มนุษย์เรียนรู้ว่าความรู้สึกดีๆ นั้นเกิดได้ น้ำใจไมตรีที่มีให้กันและกัน

ช่วงเทศกาลปีใหม่เป็นประเพณีที่จะช่วยกันสร้างความรู้สึกดีๆ ในการอยู่ร่วมกัน จึงเป็น
ห้วงเวลาแห่งการให้

ไม่ว่าจะเป็นการให้ทางวัตถุ เช่น ของขวัญหรือบัตรอวยพร โบนัส การขึ้นเงินเดือน
หรือการให้ทางจิตใจ เช่น การให้ความระลึกถึง ความเคารพ อภัย ให้ความหวัง

บรรยากาศในสังคมที่เต็มไปด้วยการให้ ทำให้สังคมโดยรวมสัมผัสถึงความสุขของการอยู่ร่วมกัน

ประเทศไทยเราในสังคมระดับชุมชน หรือความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรไม่มีปัญหาอะไร
วัฒนธรรม ประเพณีที่ทำติดต่อกันมายาวนาน นำพาให้ทุกคนให้กันอยู่แล้ว

ของขวัญปีใหม่ บัตรอวยพร งานเลี้ยงสังสรรค์ การระลึกถึงกันเป็นเรื่องที่ไม่มีใครละเลยที่จะปฏิบัติ

ในช่วงเวลาเช่นนี้ คนส่วนใหญ่จะอยู่ด้วยความรู้สึกที่เป็นสุขกับการรำลึกถึงของเพื่อนร่วมสังคม

แม้ประเทศเราจะยังมีบรรยากาศของความขัดแย้ง จนทำให้คนจำนวนหนึ่งไม่สามารถนำจิต
ของตัวเองออกมาจากความเกลียดชัง จนสูญเสียโอกาสในการเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่
อย่างเปี่ยมพลังได้ แต่นั่นเป็นเรื่องของคนส่วนน้อย

ส่วนใหญ่แล้วคำสอนของพุทธศาสนาที่เน้นเรื่องอภัยทาน ทำให้คิดชำระล้างจิตที่ถูกครอบงำ
ด้วยความเคียดแค้นชิงชังได้ไม่ยาก

ถือว่าเป็นห้วงเวลาที่ควรจะน้อมใจมาอยู่กับบรรยากาศของการแบ่งปันความสุข

แม้แต่รัฐบาลเองยังพยายามที่จะให้สิ่งต่างๆ ในช่วงนี้ โดยหวังว่าประชาชนจะมีความสุขจาก
การให้นั้น การ "คืนความสุข" ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติทำมาต่อเนื่องในรูปของการให้
"ความบันเทิง" ด้วยการ "จัดคอนเสิร์ต" ให้ประชาชนได้ชม โดยทยอยจัดไปทั่วประเทศที่ผ่าน
มา ถึงวันนี้เพิ่มรูปแบบมาเป็นการลดราคาสินค้าให้ประชาชนได้จับจ่ายใช้สอย

เป็นการขอความร่วมมือจากห้างสรรพสินค้าดังๆ นำข้าวของเครื่องใช้ทั้งอุปโภค บริโภค
มาขายลดราคาให้ประชาชนทั่วประเทศ เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่

ซึ่งเป็นการ "คืนความสุข" อีกรูปแบบหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม "ความสุขที่รัฐบาลคืนให้" ทั้ง "คอนเสิร์ต" ที่สร้างความรื่นเริง และ "สินค้าลดราคา"
นั้น เอาเข้าจริงเป็นแค่ "ความสุขชั่วคราว" เลิกแล้วเลิกกัน

ความเป็นจริงที่ประชาชนต้องเผชิญหลังจากนี้คือ "ราคาพืชผลทางการเกษตรที่ยังตกต่ำ
เศรษฐกิจที่ยังไม่มีแนวโน้มจะดีขึ้น ทำให้ไม่สามารถเพิ่มรายได้ ขณะที่รายจ่ายจ่อคิวเพิ่ม
ขึ้นในทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นราคาอาหาร ราคาสินค้า ค่าทางด่วน ค่าโดยสาร ค่าแท็กซี่และอื่นๆ"


เหล่านี้รัฐบาลอนุมัติให้ขึ้นไปรอล่วงหน้าแล้ว หลัง "ความสุขฉาบฉวยที่คืนให้ ประชาชน
จะต้องเจอความเดือดร้อนที่แท้จริงรออยู่"

การให้ย่อมนำความสุขมาสู่บรรยากาศของการอยู่ร่วมกัน

ปีใหม่เราต่างให้กัน

อย่างไรก็ตาม ของขวัญปีใหม่ที่ประชาชนอยากได้จริงๆ คงไม่ใช่ "ความรื่นเริงฉาบฉวย"
ในนามของ "โครงการคืนความสุข"


ประชาชนคนปรารถนา "การบริหารเศรษฐกิจด้วยทีมงานที่มีความรู้ความสามารถในระดับ
ที่คาดหวังได้ว่าจะรับมือวิกฤตที่เกิดจากปัจจัยที่ซับซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ"



(มติชนรายวัน ฉบับว้นที่ 21 ธันวาคม 2557)

http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1419146056

สาวแว่น
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่