สงครามน้ำมัน “ห้องทดลองยุทธการณ์แยกโลก” แค่ความคิดเห็นโปรดใช้วิจารณญาณ

กระทู้ข่าว
สงครามน้ำมัน “ห้องทดลองยุทธการณ์แยกโลก” มองในภาพกว้างแล้ว โลกเรานี้อาจมีกลุ่มประเทศสี่กลุ่มเท่านั้น ที่สามารถกำหนดทิศทางน้ำมันได้ หนึ่งคืออเมริกากับอียู   สองคือจีนรวมกับอินเดีย  สามคือรัสเซียรวมกับกลุ่มโซเวีตเก่า  และสุดท้ายคือกลุ่มโอเปค เป็นที่รู้กันว่าราคาน้ำมันที่ร่วงลงมาอย่างหนักนั้นเกิดจาก สงครามน้ำมันระหว่างอเมริกากับกลุ่มโอเปค ที่อยู่ๆอเมริกาออกมาขุดน้ำมันเพื่อทุ่มตลาดหรือเพื่อให้น้ำมันนั้นล้นตลาด อันที่จริงมันมีเหตุสนับสนุนลึกๆนั้นอีกสองสามข้อ
ข้อแรกคือ
ความขัดแย้งระหว่าอเมริกากับรัสเซียอันเนื่องมาจากสงครามกบฏในยูเครน โดยอเมริกาเห็นว่ารัสเซียให้การสนับสนุนกลุ่มกบฏในการพยายามที่จะรวมยูเครนเป็นประเทศเดียวกับรัสเซียและยูเครนก็มีผลประโยชน์ในน้ำมันและและบบท่อส่งต่อยุโรปมาก   รัสเซียนั้นเป็นประเทศส่งออกน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก หากราคาน้ำมันตกต่ำจะสร้างความเสียหายให้กับรัสเซียในมูลค่าสูงถึงหลักล้านล้านบาท
ข้อสอง
การทุ่มตลาดเพื่อแย่งกลุ่มลูกค้าและลดอำนาจของกลุ่มโอเปค   ไม่เคยมีสื่อสำนักใดเคยตั้งข้อสงสัยว่า อเมริกาประเทศที่เป็นหัวหอกทางด้านพลังงานทดแทน ในช่วงสี่ห้าปีมานี้ ที่เน้นย้ำและพูดเสมอว่า นโยบายทางด้านพลังงานทดแทนเป็นนโยบายอันดับแรกๆของประเทศนั้น จะกลายเป็นประเทศที่ฉุดให้ราคาน้ำมันลดต่ำลงมาเสียเองอันจะมีผลทางด้านแรงจูงใจในการพัฒนาพลังงานทดแทนทั่วโลก  ในหัวข้อต่อไปจะมีคำอธิบาย
ข้อสาม
อาจเห็นได้ว่าเมื่อราคาน้ำมันลดต่ำลงประเทศที่น่าจะได้ประโยชน์สูงสุดคือกลุ่ม จีนและอินเดียในฐานะผู้นำเข้าและบริโภคน้ำมันในลักษณะโรงงานโลก  แต่ความจริงคือมันตรงกันข้าม จีนมีความพยายามใช้พลังงานอื่นๆจากอาเซียนเพื่อลดการพึงพาน้ำมันอันที่จริงคือ เพราะไม่พอใช้มากกว่า  ขณะนี้จีนกลายเป็นประเทศที่เศษฐกิจมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก อันเนื่องมาจาก ประเทศต่างๆใส่พานถวายความรู้ เทคโนโลยี และรูปแบบการค้าสมัยใหม่ โดยข้อได้เปรียบของจีนคือความกว้างใหญ่ไพศาล และแรงงานราคาถูก  เมื่อราคาน้ำมันลดต่ำลงมาก  แรงงานที่มีราคาถูกนั้น อาจไม่ใช่ตัวเลือกที่น่าสนใจอีกต่อไป
ข้อสี่
ผลพวงมาจากสมมติฐานก่อนหน้านี้  หลายสิบปีมาแล้วที่คนเราเก็บสะสมความมั่งคั่งรวมถึงทุนสำรองระหว่างประเทศในรูปแบบ น้ำมัน ทองคำ และยูเอสดอลล่า  สามอย่างนี้ถ้าสิ่งหนึ่งสิ่งใดเสื่อมค่าคนเราจะพุ่งไปหาสิ่งที่เหลือและมูลค่าของมันจะเพิ่มสูงขึ้น  และเมื่อความเป็นจริงที่ว่า ราคาทองคำลงไปแล้ว และอเมริกาก็ทุบราคาน้ำมันลงไปแล้ว แต่ยูเอสดอลล่าก็เสื่อมค่าลงเช่นกัน แสดงว่าโลกมีตัวเลือกใหม่ ซึ่งก็คือ เงินสกุลอื่นๆที่ไม่ใช่สกุลยูเอส (อาจจะเป็นหยวน เพราะหลายๆประเทศประกาศใช้เงินสกุลหยวนแลกเปลี่ยนกันแล้ว เช่น สิงค์โปร์)
ข้อห้า
เพื่อเริ่มการกีดกันสินค้านอกกลุ่มและส่งสัญญาณเรียกนักลงทุนกลับบ้าน  นับจากนี้อเมริกาจะไม่รับรองความมั่งคงทางธุรกิจให้กับนักลงทุนที่ใช้ประเทศแถบเอเชียเป็นฐานที่มั่น อเมริกากำลังเรียกนักลงทุนให้กลับมาละตินอเมริกาและเสียภาษีให้บ้านเกิด  และนับจากนี้สินค้าจากนอกกลุ่มอียูและอเมริกาจะถูกกีดกันมากขึ้นโดย เน้นให้คนบริโภคสินค้าภายในกลุ่ม ตรงกันข้าม ประเทศนอกกลุ่มจะต้องนำเข้าและเพิ่งพาเทคโนโลยีจากกลุ่มอเมริกาอียูมากขึ้น
ข้อหก
ดำเนินนโยบายสร้างความเข้มแข็งกลุ่มและลดความสัมพันธ์กับประเทศนอกกลุ่ม  เป็นสัญญาณว่าอเมริกาจะวางมือจากความพยายามเป็นส่วนหนึ่งในความขัดแย้งและการประสานประโยชน์ทางเศษฐกิจ ถ้าหากอ่านถึงตรงนี้แล้วก็พอจะ เห็นคล้อยตามได้ว่า กลุ่มประเทศใหม่ที่อเมริกากำลังพยายามสถาปนาขึ้นมาคือ  ออสเตเรีย อียู อเมริกาเหนือใต้ ละตินอเมริกา  โดยเฉพราะ การพื้นฟูความสัมพันธ์อย่างลับๆจนเริ่มเปิดเผยระหว่าอเมริกาและคิวบา เพื่อนบ้านคู่ปรับตลอดการ นี่คือฐานอำนาจใหม่ทางเศษฐกิจที่อเมริกากำลังสร้างขึ้น เพื่อทวงคืนสิ่งที่อเมริกาได้เสียไป    มีคนตั้งคำถามว่าประเทศที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ จะเผชิญกับความหิวโหยได้อย่างไร..  ได้ซิครับเมื่อประชากรประเทศนั้นๆเพิ่มขึ้นสักสามเท่า
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่