สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 2
จากประสบการในการทำ Start up โดยที่ product เป็น Mobile application, Web application
หรือคล้ายๆ กันนี้ "ยาก" ครับ ที่จะสามารถจดลิขสิทธิ์ "ไอเดีย" ได้
ก่อนอื่นเลย ต้องแยกกันระหว่าง
1. Business idea
2. Application design
Business idea จากที่ทราบมา "ไม่สามารถจดลิขสิทธิ์ได้"
สิ่งที่จดได้คือ "การออกแบบ หรือ ผลิตภัณฑ์ "
แต่ไม่สามาจด "ความคิดที่เป็นจินตนาการ" ได้
นั่นหมายถึง ถ้ามีใครเห็นไอเดียแนวธุรกิจของคุณเขาก็สามารถนำมันไปทำได้เลยครับ
Application Design งานการออกแบบเป็นลิขสิทธิ์ตั้งแต่คุณสร้างสรรค์มันขึ้นมาครับ
แต่ Application Design ถ้าคนเค้าจะก้อบคุณ ก็ทำได้ง่ายๆ เลยครับ
เพราะแค่เอาไปดัดแปลงดีไซน์ ขึ้น Mockup ใหม่หมด ก็จบกันครับ
ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ เช่นคุณจะทำแอพ "หาที่จอดรถ"
คุณไม่สามารถจดได้ว่า ห้ามใครในโลกนี้ทำแอพ "หาที่จอดรถ" อีก
แต่คุณสามารถจดลิขสิทธิ์ "หน้าจอแอพ" ที่คุณออกแบบได้
หรือ คุณสามารถจดลิขสิทธิ์ "algorithm" ที่ใช้คำนวณจุดจอดรถ อะไรแบบนั้นได้
------------------------------------------------------------------------
เอาละ มาพูดถึงเรื่อง How to start up บริษัทที่มี base product เป็น mobile application กันหน่อย
ผมจะบอกเลยครับว่าถ้าคุณจะ start up ได้ และคุณมี "ตัวคนเดียว" คุณต้องมีอย่างใดอย่างหนึ่งระหว่าง
1. Solid Programming Skills
2. เงิน
ถ้ามี 1. Solid Programming Skills คุณต้องสร้าง Prototype ขึ้นมาครับ
Prototype ที่สามารถ function ได้ (proof of concept)
แล้วนำ Prototype ตัวนี้ไปหา Investor (จะคุยเรื่องนี้ทีหลังสุด)
ถ้ามี 2. เงิน ก็จ้าง programmer ขึ้นมาเขียน prototype ตัวนี้ครับ
แล้วนำ Prototype ตัวนี้ไปหา Investor (จะคุยเรื่องนี้ทีหลังสุด)
สำหรับประสบการณ์ส่วนตัวนั้น ผมมี Idea ที่ดีมากๆ และผมมีข้อที่ 1 ครับ
ผมมี Solid Programming Skills ขั้นเทพ (แต่ไม่มีตัง 555+)
และผมโชคดีที่ผมเจอคนที่มีข้อที่ 2. มีเงิน (บ้างพอที่จะผลักดันให้ prototype เกิดขึ้นมาได้)
ผมบังเอิญไปเจอเพื่อนคนนี้ที่บาร์ ตอนไป Scuba Diving ที่เกาะพีพี
เราคุยถูกคอและบังเอิญว่าไอเดียเราเหมือนกัน
ผมและเขาเลยเป็น Co-Founder โดยผมรับผิดชอบทางด้านการสร้าง product
ผมลงทุนโดยใช้สมอง สองมือ และ เวลาที่ผมมี (นอกเวลางานหลักและเสาร์อาทิตย์)
และเพื่อนผม มีหน้าที่ใน operation อื่นๆ และค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมด (ที่ไม่เกี่ยวกับผม)
เช่น จ้างคนมาทำ content จ้างคนทำ website และอื่นๆ
ทั้งนี้เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่ "ดึงดูดนักลงทุน" "สร้างความมั่นใจ"
และ "เพิ่มโอกาส" ที่จะทำให้ Investor (นักลงทุน) สนใจที่จะลงทุนกับเราครับ
ไม่มีนักลงทุนคนไหน กล้าลงทุนกับ "ความฝัน" ลมๆ แล้งๆ ครับ
------------------------------------------------------------------------
เมื่อเรามี prototype แล้ว ทีนี้ ผมจะพูดเรื่องว่าเราจะหา Investor มาจากไหน
ก็ตามที่คุณพูดมา พวก Kickstarter เว็บไซต์ก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะหานักลงทุนได้
แต่!! นั่นคือคุณต้องมี prototype ให้พวกเขาดูครับ
อีกช่องทางนึง คือ มันจะมีบริษัทที่เป็น "Hub" สำหรับ Starters และ Investors
บริษัทพวกนี้ จะเปิดให้เรานำเสนอ Idea
ทั้งที่ยังไม่มี prototype เป็นแค่ความคิดในเศษกระดาษ
หรือมี product แล้วก็ตาม
เค้าจะทำการพิจารณาว่า "มันคุ้มค่าที่จะลงทุนไหม"?
ถ้าเค้าสนใจ เค้าจะให้เงินกับคุณก้อนนึง (แล้วแต่บริษัท)
ก็ 50k - 200k USD เลยก็มี
หลังจากนั้น เค้าก็จะมีโปรแกรมที่ให้คุณไปทำงานที่ site
โดยเค้าจะจัดหาพนักงาน ให้คำแนะนำต่างๆ
แต่ที่สำคัญคือ เราจะมีโอกาสเข้าถึง Investors จำนวนหลายร้อยคนเลยทีเดียว
บริษัทพวกนี้มีเยอะมากครับ ไม่แน่ใจว่าในไทยมีไหม
แต่ที่ต่างประเทศมีกันแทบทุกรัฐ
ยกตัวอย่าง
https://angel.co
http://www.gener8tor.com
------------------------------------------------------------------------
หวังว่าประสบการณ์ของผมคงพอจะช่วยไกด์แนวทางให้คุณได้บ้างนะครับ
ผมอยากทิ้งไว้ตรงนี้ว่า
"มันง่ายและมีความสุขที่จะนั่งเพ้อฝัน นั่งคิด นั่งจินตนาการ กว่าการลงมือทำ"
ขอให้ประสบความสำเร็จครับ
หรือคล้ายๆ กันนี้ "ยาก" ครับ ที่จะสามารถจดลิขสิทธิ์ "ไอเดีย" ได้
ก่อนอื่นเลย ต้องแยกกันระหว่าง
1. Business idea
2. Application design
Business idea จากที่ทราบมา "ไม่สามารถจดลิขสิทธิ์ได้"
สิ่งที่จดได้คือ "การออกแบบ หรือ ผลิตภัณฑ์ "
แต่ไม่สามาจด "ความคิดที่เป็นจินตนาการ" ได้
นั่นหมายถึง ถ้ามีใครเห็นไอเดียแนวธุรกิจของคุณเขาก็สามารถนำมันไปทำได้เลยครับ
Application Design งานการออกแบบเป็นลิขสิทธิ์ตั้งแต่คุณสร้างสรรค์มันขึ้นมาครับ
แต่ Application Design ถ้าคนเค้าจะก้อบคุณ ก็ทำได้ง่ายๆ เลยครับ
เพราะแค่เอาไปดัดแปลงดีไซน์ ขึ้น Mockup ใหม่หมด ก็จบกันครับ
ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ เช่นคุณจะทำแอพ "หาที่จอดรถ"
คุณไม่สามารถจดได้ว่า ห้ามใครในโลกนี้ทำแอพ "หาที่จอดรถ" อีก
แต่คุณสามารถจดลิขสิทธิ์ "หน้าจอแอพ" ที่คุณออกแบบได้
หรือ คุณสามารถจดลิขสิทธิ์ "algorithm" ที่ใช้คำนวณจุดจอดรถ อะไรแบบนั้นได้
------------------------------------------------------------------------
เอาละ มาพูดถึงเรื่อง How to start up บริษัทที่มี base product เป็น mobile application กันหน่อย
ผมจะบอกเลยครับว่าถ้าคุณจะ start up ได้ และคุณมี "ตัวคนเดียว" คุณต้องมีอย่างใดอย่างหนึ่งระหว่าง
1. Solid Programming Skills
2. เงิน
ถ้ามี 1. Solid Programming Skills คุณต้องสร้าง Prototype ขึ้นมาครับ
Prototype ที่สามารถ function ได้ (proof of concept)
แล้วนำ Prototype ตัวนี้ไปหา Investor (จะคุยเรื่องนี้ทีหลังสุด)
ถ้ามี 2. เงิน ก็จ้าง programmer ขึ้นมาเขียน prototype ตัวนี้ครับ
แล้วนำ Prototype ตัวนี้ไปหา Investor (จะคุยเรื่องนี้ทีหลังสุด)
สำหรับประสบการณ์ส่วนตัวนั้น ผมมี Idea ที่ดีมากๆ และผมมีข้อที่ 1 ครับ
ผมมี Solid Programming Skills ขั้นเทพ (แต่ไม่มีตัง 555+)
และผมโชคดีที่ผมเจอคนที่มีข้อที่ 2. มีเงิน (บ้างพอที่จะผลักดันให้ prototype เกิดขึ้นมาได้)
ผมบังเอิญไปเจอเพื่อนคนนี้ที่บาร์ ตอนไป Scuba Diving ที่เกาะพีพี
เราคุยถูกคอและบังเอิญว่าไอเดียเราเหมือนกัน
ผมและเขาเลยเป็น Co-Founder โดยผมรับผิดชอบทางด้านการสร้าง product
ผมลงทุนโดยใช้สมอง สองมือ และ เวลาที่ผมมี (นอกเวลางานหลักและเสาร์อาทิตย์)
และเพื่อนผม มีหน้าที่ใน operation อื่นๆ และค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมด (ที่ไม่เกี่ยวกับผม)
เช่น จ้างคนมาทำ content จ้างคนทำ website และอื่นๆ
ทั้งนี้เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่ "ดึงดูดนักลงทุน" "สร้างความมั่นใจ"
และ "เพิ่มโอกาส" ที่จะทำให้ Investor (นักลงทุน) สนใจที่จะลงทุนกับเราครับ
ไม่มีนักลงทุนคนไหน กล้าลงทุนกับ "ความฝัน" ลมๆ แล้งๆ ครับ
------------------------------------------------------------------------
เมื่อเรามี prototype แล้ว ทีนี้ ผมจะพูดเรื่องว่าเราจะหา Investor มาจากไหน
ก็ตามที่คุณพูดมา พวก Kickstarter เว็บไซต์ก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะหานักลงทุนได้
แต่!! นั่นคือคุณต้องมี prototype ให้พวกเขาดูครับ
อีกช่องทางนึง คือ มันจะมีบริษัทที่เป็น "Hub" สำหรับ Starters และ Investors
บริษัทพวกนี้ จะเปิดให้เรานำเสนอ Idea
ทั้งที่ยังไม่มี prototype เป็นแค่ความคิดในเศษกระดาษ
หรือมี product แล้วก็ตาม
เค้าจะทำการพิจารณาว่า "มันคุ้มค่าที่จะลงทุนไหม"?
ถ้าเค้าสนใจ เค้าจะให้เงินกับคุณก้อนนึง (แล้วแต่บริษัท)
ก็ 50k - 200k USD เลยก็มี
หลังจากนั้น เค้าก็จะมีโปรแกรมที่ให้คุณไปทำงานที่ site
โดยเค้าจะจัดหาพนักงาน ให้คำแนะนำต่างๆ
แต่ที่สำคัญคือ เราจะมีโอกาสเข้าถึง Investors จำนวนหลายร้อยคนเลยทีเดียว
บริษัทพวกนี้มีเยอะมากครับ ไม่แน่ใจว่าในไทยมีไหม
แต่ที่ต่างประเทศมีกันแทบทุกรัฐ
ยกตัวอย่าง
https://angel.co
http://www.gener8tor.com
------------------------------------------------------------------------
หวังว่าประสบการณ์ของผมคงพอจะช่วยไกด์แนวทางให้คุณได้บ้างนะครับ
ผมอยากทิ้งไว้ตรงนี้ว่า
"มันง่ายและมีความสุขที่จะนั่งเพ้อฝัน นั่งคิด นั่งจินตนาการ กว่าการลงมือทำ"
ขอให้ประสบความสำเร็จครับ
แสดงความคิดเห็น
การจดลิขสิทธิ์ application ในกรณีที่มีเพียง conceptual design + interface มีขั้นตอนอย่างไรบ้างครับ ?
จะทำโปรเจ็กต์ application ลง kickstarter น่ะครับ แต่ว่าผมทำได้แค่ conceptual design กับ interface (แต่เป็นแอปพลิเคชั่นที่ไม่ได้ซับซ้อนอะไรมากครับ แต่คิดว่าไอเดีย + องค์ความรู้ด้านอื่นจากที่รีเสิร์จมา สามารถนำมาต่อยอดได้มากกว่า เลยอยากลองทำ)
เลยคิดว่าก่อนที่จะลงโปรเจ็กต์ + จ้างโปรแกรมเมอร์เขียนโปรแกรมให้ ควรจะ protect ไอเดียตัวเองหน่อยนึง
คิดว่าจะจดลิขสิทธิ์เอาไว้ก่อน มีขั้นตอน หรือต้องใช้ข้อมูลอะไรอย่างไรบ้างครับ ?
หรือมีวิธี protect ด้วยวิธีอื่น ? , หรือคำแนะนำเกี่ยวกับการจ้างโปรแกรมเมอร์ , การดีลงานหรือคิดราคา
สามารถแนะนำเป็นวิทยาทานให้ตรงนี้ได้ด้วยจะขอบคุณมากเลยครับ
รบกวนด้วยนะครับ : )
ปล. ระหว่าง kickstarter กับ indiegogo ในหมวด application นี่ความสนใจในแต่ละฝั่งต่างกันอย่างไรบ้างครับ ?
ปล2. แท็ก "กฏหมายชาวบ้าน" ถือว่าแท็กผิดมั้ยครับ ไม่ทราบจริงๆ 555