5 Days สุดเฮี้ยน

สวัสดีค่ะ เราเพิ่งกลับมาจากปฏิบัติธรรมเป็นเวลา5วัน ไม่นึกเลยว่าจะได้เจออะไรมากมายถึงขั้นต้องมาตั้งกระทู้กันเลยทีเดียว!

พอดีว่าเรากำลังเตรียมตัวไปเรียนต่อ โท ที่อังกฤษในปีหน้า เลยมีเวลาว่างช่วงนี้ที่จะพาตัวเองมาสัมผัสกับความสงบ ที่วัดเก่าแก่แห่งหนึ่งในเมืองเชียงใหม่มีอายุ700ปี ในส่วนของหอพักจะมีหอหญิงกับหอชายซึ่งจะอยู่ตรงข้ามกัน ในส่วนของสถานที่ปฏิบัตินั้นเป็นห้องกระจกให้มานั่งปฏิบัติรวมกันและรับประทานอาหาร ที่น่าแปลกคือเกินกว่าครึ่งเป็นชาวต่างชาติและส่วนมากยังเป็นวัยรุ่นเสียด้วย

เข้าเรื่องเลยแล้วกันว่าเราเจอเรื่องอะไรมาบ้างภายในระยะเวลาเพียง4วันที่นี่ค่ะ

ในคืนแรกเราหลับแล้วฝันไปว่ามีช้างตัวหนึ่งแต่งองค์ทรงเครื่องเหมือนช้างศึก ตัวเราในฝันนั่งอยู่บนที่นั่งคล้ายสะเหรี่ยงที่มีล้อไม้อธิบายไม่ถูกเหมือนกันส่วนช้างก็ลากไปข้างหน้า แล้วก็เห็นว่าบริเวณนั้นเป็นสุสานช้างโบราณ เป็นฝันก่อนตื่นคือเกือบรุ่งสาง ตื่นมาตอนเช้าก็ไม่ได้ใส่ใจเอามาตีเลขเด็ดแต่อย่างใดเพราะไม่เคยซื้อหวย ก็ไม่สนใจจบไป แต่ทีนี้งงตรงที่มีผู้หญิงคนนึงที่อยู่ห้องตรงข้ามเราจู่ๆก็ถามขึ้นว่า เมื่อตอนเช้ามืดมีใครได้ยินเสียงช้างร้องไหม? ปรากฏว่าไม่มีใครได้ยิน มีแต่พี่คนนี้ที่ได้ยินลักษณะเค้าดูเป็นคนปฏิบัติมานานค่อนข้างเคร่งไม่ชอบพูดกับใครโดยไม่จำเป็นเพราะตอนแรกเราทักเค้าแล้วเค้าไม่คุย แต่พอเล่าเรื่องความฝันให้ฟังหลังจากนั้นก็ได้คุยกันมากขึ้น เราจึงชวนกันไปเดินเล่นสำรวจบริเวณรอบๆนั้น ซึ่งวัดแห่งนี้เป็นวัดเก่าแก่โบราณจึงมีซากของสิ่งก่อสร้างด้วยอิฐที่รกร้างไปแล้วอยู่ตามจุดต่างๆ แล้วเราก็เดินไปเจอกับป้ายปักไว้ว่าจุดนี้เป็นโบราณสถานอันสำคัญแห่งหนึ่ง เป็นวิหารที่สร้างมาตั้งแต่สมัยพระยาเมงราย แล้วมีตราประทับรูปช้างศึกบนอิฐอายุราวพุทธศตวรรษที่21 ทีนี้เราขนลุกเลย เป็นช้างศึกจริงๆ กับ ตรารูปหงษ์ ซึ่งเค้าตีความว่าอาจเป็นสัญลักษณ์ของผู้หญิงอันนี้ตามการวิเคราะห์ของนักโบราณคดี อีกประการหนึ่งที่เรารู้สึกเองคือเป็นได้ว่าบริเวณนั้นจะเคยเป็นสุสานช้างเพราะว่าในสมัยก่อนที่วัดแห่งนี้จะเป็นปราการด้านแรกที่รับข้าศึกหากจะตีล้อมเมืองเชียงใหม่ เรายิ่งมองดูตราประทับอันนั้นก็ยิ่งรู้สึกอย่างบอกไม่ถูก ประนมมือตั้งจิตระรึกถึงช้างที่ปรากกฏในฝันแล้วแผ่เมตตาไปให้ ก็คล้ายๆได้ยินเสียงแว่วช้างร้องดังขึ้น

ในวันที่สองนั้นมีผู้หญิงนุ่งชุดขาวมาปฏิบัติธรรมกันเป็นกลุ่มทั้งหมดสามคน เดินเข้าห้องไปแต่พอออกมาปรากฏว่ามีกันอยู่สองคนอีกคนนึงหายไป ก็เลยถามว่าเพื่อนอีกคนหายไปไหน ทีนี้เค้ามองหน้ากันเองไปมางงๆแล้วตอบว่าเค้ามากันแค่สองคนนี่แหล่ะไม่ใช่สามคนแน่นอน เราก็งงแล้วนึกไปว่าสงสัยจะตาฝาดแต่ก็ไม่น่านะเพราะเห็นชัดว่าเป็นหญิงสาวผมสั้นนุ่งชุดขาวกางเกงแบบชุดมาปฏิบัติธรรมแน่นอน แล้วจากนั้นคุณพี่ที่ได้ยินเสียงช้างร้องคนนั้นก็มาแล้วก็ถามเหมือนกับเราว่าอ้าวแล้วเพื่อนอีกคนนึงล่ะ สองคนนั้นก็ยืนกรานว่าเค้ามากันแค่สองคนจริงๆ พี่เค้าก็เถียงว่าจะสองคนได้ไงก็เค้าเห็นเหมือนกันว่ามากันสามคน อีกคนผมสั้นห่มขาวแบบเดียวกับที่เราเห็นเป๊ะ สำหรับเราไม่เห็นอีกหลังจากนั้นแต่พี่คนนี้เห็นอีกในช่วงค่ำ เห็นเดินออกมาจากห้องปฏิบัติธรรมตามสองคนนั้นออกมา สองคนนั้นก็เริ่มขนลุกอยู่ไม่สุขแต่พอไปกราบพระท่านก็ว่าไม่ต้องกลัวเพราะคนที่ตามนั้นเค้าอยากมาปฏิบัติธรรมด้วยเค้าเคยมาที่นี่แล้วไม่มีอะไร

วันต่อมา วันที่สาม ปรากฏว่าผู้หญิงคนนึงในสองคนนั้นที่มาเกิดปวดท้องรุนแรง ไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไร ปวดอยู่อย่างนั้นทำอย่างไรก็ไม่หาย ก็ไปกราบพระอีกรอบ พระท่านก็พูดขึ้นมาเรื่องการทำแท้งเป็นบาป แล้วเค้าก็น้ำตาคลอยอมเล่าว่าเค้าเคยทำแท้งเมื่อนานมาแล้วสมัยยังเป็นวันรุ่นอยู่20ปีก่อน ตอนนั้นไม่พร้อมจริงๆแฟนก็บังคับให้ไปทำแท้ง หลังจากนั้นชีวิตมีแต่ตกต่ำลงทำอะไรไม่ขึ้นสักอย่าง พระท่านก็บอกว่าวิญญาณเด็กเค้าตามอาฆาตแค้น (แต่ไม่ใช่ผู้หญิงที่เราเห็น) ก็ให้อุทิตแผ่ส่วนบุญไปให้โดยตั้งจิตแผ่เมตตา แต่บอกว่าอย่าไปกรวดน้ำเพราะว่าการกรวดน้ำลำพังทำด้วยตนเองประเภทที่ได้รับก็มีแต่พวกเปรต ถ้าจะให้ไปถึงคนตายหรือวิญญาณประเภทอื่นๆต้องอาศัยพระเป็นผู้นำสวดส่งไปให้ วันต่อมาผู้หญิงคนที่ทำแท้งมานั้นเค้าก็หายปวดท้องมีอาการดีขึ้นเราก็ชวนเค้าไปนั่งสมาธิที่ใต้อุโมงค์เก่าของวัด ในนั้นสงบเย็นแอบน่ากลัวนิดๆเหมือนกันแต่เราชอบเพราะมันมืดยิ่งกว่าหลับตา คือมืดสนิทจริงๆเมื่อดับไฟตะเกียง พอนั่งเสร็จก็มีสุนัขโผล่ตรงมาหาเราทั้งคู่ มันนั่งหลังชิดขั้นกลางระหว่างเรา คือเราสองคนนั่งหันหน้าหากำแพงที่เป็นช่องหนึ่งของรูในอุงโมงค์ ส่วนหมาตัวนั้นมันนั่งหันหน้ามองทางเดินของอุโมงค์ทอดยาวมืดนั้นเหมือนจ้องดูอะไรแต่มันก็ไม่เห่า หมาที่นี่มีบุคลิคสงบเยือกเย็นเท่าที่เห็น แล้วเราก็เกิดอยากถ่ายรูปเพราะบรรยากาศพอจุดไฟตะเกียงมันก็สว่างวอมแวมแสงสะท้อนผนังอุโมงค์อิฐเก่าๆครึ้มเขียวดูแล้วเหมือนไม่ใช่ของปัจจุบัน เราขอให้อีกคนช่วยถ่ายรูปให้เราลุกขึ้นเดินไปตามทางมืดๆทอดยาวแล้วเค้าก็อุทานตกใจบอกว่ากล้องในมือถือจับภาพได้ข้างหลังเรามีดวงแสงสีขาวลอยวูบผ่านไป ขยี้ตามองดูของจริงไม่เห็นแต่กลับมามองที่หน้าจอมือถือก็เห็นว่ามีแสงประหลาดนั้นแต่วูบเดียวก็แว่บหายไป ก็เลยพากันออกจากอุโมงค์กลับวัดดีกว่า พระท่านก็ห้ามแต่แรกว่าอย่ามานั่งสมาธิที่นี่ แต่ก็ดีนะที่ได้มารู้สึกสงบเย็น(เย็นไปถึงไขสันหลัง ฮาๆ)

ระหว่างเดินกลับมีไก่ตัวผู้ตัวนึง มันเดินมาขวางหน้าพี่ที่มากับเรา พอเค้าก้าวขามันก็ตีปีกใส่กระโดดเอาตัวชนขาข้างนั้น เขาก็ถอย มันก็นิ่งไม่หลบ พอก้าวขาอีกมันก็ตีปีกใส่อีก ทีนี้พี่เค้าเลยชี้นิ้วบอกมันว่าเดี๋ยวจะทำบุญให้นะแล้วไปเกิดที่ดีๆ จากนั้นมันก็หลีกทางให้แต่โดยดี ก็น่าแปลกไก่อะไรฟังภาษาคนรู้เรื่อง พอกลับมาที่ห้องปรากฏว่ามีแมงมุมใหญ่เท่าฝ่ามือเกาะอยู่เหนือหัวเตียงเรา มันคงจะเข้ามาทางช่องใต้ประตูระเบียงที่เห็นอยู่เลยวุ่นวายต้องเรียกคนมาจับมัน เราก็ย้ำว่าอย่าทำมันตายนะให้เอาไปปล่อย ก็ขำว่าเพื่อนเจอไก่ส่วนเราแมงมุม เอิ่มม..

หลังจากมีเรื่องรบกวนอายตนะเป็นระยะๆระหว่างปฏิบัติธรรม ในวันสุดท้ายไม่วายมีเรื่องรบกวนหัวใจเข้าให้ อันนี้ต้องย้อนไปวันแรกก่อน คืออย่างที่บอกว่าที่นี่มีต่างชาติมาปฏิบัติกันมากและยังเป็นวัยหนุ่มสาว ตั้งแต่วันแรกที่มาเราก็สะดุดตากับคนๆนึงเป็นผู้ชายตัวสูงผมบลอนด์ตาฟ้าหน้าตาดี แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรเพราะตั้งใจมาปฏิบัติธรรม แต่ก็มีเหตุตอนที่เราเดินไปล้างจานของเรา เค้าก็เดินเข้ามาบอกว่าจะช่วยเราล้างจานเราก็บอกว่าไม่เป็นไรเค้าก็ถามย้ำว่าare you sure? เราก็ยิ้มให้บอกว่าชัวร์ แล้วหลังจากนั้นเพื่อนก็กระซิบสังเกตว่าเค้ามองเรา แต่เค้าแปลกที่ไม่คุยกับใคร กับต่างชาติด้วยกันก็ไม่เข้าไปทักไปอะไรเหมือนชอบปลีกตัวอยู่คนเดียวแล้วเวลาเดินก็ไม่ใส่รองเท้าปล่อยเท้าเปล่าสัมผัสดิน เราคิดว่าธรรมชาติเกินไปไหม แต่เค้าดูเป็นฝรั่งที่อ่อนน้อมกราบไหว้สวยมาก เจอพระก็ไหว้ เห็นอะไรก็จะช่วยเก็บกวาด พวกหมาวัดชอบเข้ามารุมล้อมเพราะเค้าดูใจดีมีเมตตา แล้ววันนั้นช่วงเย็นหลังจากทำวัดเย็นเสร็จเราก็มากวาดใบไม้บนลาน เราไม่สังเกตเลยว่ามีคนยืนอยู่หลังเราห่างจากเราไปแค่สองสามก้าว จนเพื่อนสะกิดไหล่พอหันไปก็คือเขาคนนั้นยืนมองเราอยู่ เราก็หันไปยิ้มให้แบบงงๆ เค้าก็ยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น เลยถามไปว่ามีอะไรรึเปล่าDo you have any questions? เค้าก็ยื่นแตงโมในถุงมาให้บอกว่าเค้าซื้อแตงโมมาจะแบ่งให้เรา เราก็ปฏิเสธว่าเราถือศีล8หลังเทียงห้ามทานอะไรแล้ว แล้วก็หันกลับไปกวาดใบไม้ต่อ คือพยายามไม่สนทนามากทั้งที่จริงๆเราเป็นคนคุยเก่งเข้ากับคนง่าย เพื่อนเราก็บอกว่าเห็นเค้ามาหยุดยืนอยู่นานละสายตามองมาที่เราแต่เราไม่รู้สึกตัวเพราะมัวแต่จดจ่ออยู่กับการกวาดใบไม้ ในใจนึกว่าเดี๋ยวรอพรุ่งนี้เช้าเราลาศีลแล้วมีโอกาสค่อยคุยแล้วกัน แต่ปรากฏว่าหลังจากลาศีลเสร็จปุ๊บ เรานึกว่าพอมีเวลาเพราะยังเช้าอยู่ตั้งใจว่าถ้าเจอหน้าคราวนี้เราจะทักเค้า แต่ปรากฏเค้าไปซะแล้ว อยากถามเหมือนกันว่าเค้าเป็นใครมาจากไหนทำไมสนใจมาปฏิบัติที่นี่ แต่ก็ไม่มีโอกาสนั้น เรานึกย้อนกลับไปในแต่ละวันเค้าจะมานั่งอยู่หน้าหอหญิงที่เราอยู่แล้วพอเรายืนอยู่มุมไหนเค้าก็เหมือนจะเดินไปอยู่มุมนั้น วันนั้นตั้งใจไปนั่งสมาธิในอุโมงค์ เค้าอยู่ตรงหน้าเรากำลังเล่นกับหมาท่าทางเค้าดูน่ารัก แวบนึงคิดว่าจะชวนไปนั่งสมาธิด้วยกันแต่ก็เปลี่ยนใจคิดว่าแยกๆกันน่ะดีละเรามาปฏิบัติธรรมเลยไม่ชวนก็ไปกับเพื่อนผู้หญิงดีกว่า นี่หล่อนคิดจะเป็นแม่ชีจริงๆใช่มะพี่สาวคนนึงกล่าว
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่