เหตุเกิด ณ ลานจอดรถของบริษัท
วันนั้นเป็นวันทำงานปกติ มาถึงบริษัทก็จอดรถเข้าซองอย่างเรียบร้อย
แต่บังเอิ๊นนน แม่แฟนโทรมาบอกว่าให้กลับไปรับแฟนไปโรงพยาบาล
เราก็เออ งั้นไปเลยดีกว่า แต่ด้วยความที่มันก็ใกล้เวลาเข้างาน
คนส่วนใหญ่เค้าก็ทยอยเข้าบริษัทกันเยอะแล้ว ตรงลานจอดก็เลยต้องมีรถที่ถูกจอดปิดท้าย
ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือรถเราเอง
ความจิงการจอดรถปิดท้ายรถอีกคันมันก็เรื่องปกตินะ เรารู้อยู่แล้วว่าต้องมีคนมาจอดปิด
ก็เลยบอกพี่ยามให้มาช่วยเข็นรถให้หน่อย
ปรากฎว่าเข็นไม่ได้ เพราะรถจอดอยู่เกียร์P พี่ยามก็เลยไปตามหาเจ้าของรถคันนี้มาให้
ตอนนั้นเราก็โกรธนะ คิดอยู่เหมือนกันว่าเฮ้ย ทำไมใส่เกียร์นี่ละ ลืมหรือเปล่า
หรือว่าตั้งใจ แบบว่าเลิกงานแล้วจะมาเลื่อนอะไรแบบนี้หรอ
คือตอนนั้นก็กะว่าถ้าเจ้าของรถมาแล้ว จะขอโทษเค้าซักหน่อย เพราะมันเพิ่งเป็นเวลาเข้างาน
คงไม่มีใครคิดว่าจะต้องมาเลื่อนรถแต่เช้าหรอก
เรายืนรอซักแปบก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งเดินมา เราก็แบบเตรียมตั้งท่าขอโทดละ
ปรากฏพอนางเดินไปเปิดประตูรถปุ๊บก็เหวี่ยงมาเลย
“นี่งัย ล็อกที่ไหน ไม่ได้ล็อกเลยนะ”
เราก็แบบ อ้าวเฮ้ย เหวี่ยงเลยหรอ พูดกันดีๆก็ได้ไม๊ -*-เงิบเบาๆ
“คือ พี่ยามเค้าบอกว่ารถพี่ใส่เกียร์Pไว้น่ะค่ะ”
“มาดูเลย มาดูเลย ล็อกที่ไหน!” แล้วก็หลบทางให้เราเดินเข้าไป
ไอเราก็แบบ ทำไมต้องเหวี่ยงด้วยฟร๊ะ เรื่องแค่นี้เอง ไม่ได้ขับชนซะหน่อย
ก็เลยเดินไปดู...
ชัดเลย... เกียร์P
“เอ่อ ใส่เกียร์Pอยู่ค่ะ.....”
“แล้วทำไม เกียร์Pเกี่ยวอะไรด้วย”
ป๊าดดดดนี่ เกี่ยวอัลไลงั้นเหรอคะ ให้ตายเถอะจอร์จ
“พี่ใส่เกียร์Pอยู่ค่ะ รถพี่มันขยับไม่ได้นะ ถ้าพี่จะจอดปิดท้ายคนอื่น ต้องเกียร์N” เริ่มอยากจะเหวี่ยงบ้าง แต่เห็นนางอาวุโสเลยเกรงจายย
“ไหน ทำไมขยับไม่ได้” แล้วนางก็ลองไปขยับเป็นเกียร์ N รถนางก็ไหลนิดนึง
จากนั้นก็ลงจากรถและบ่นพึมพำภาษาอาม่าอัลไลก็ไม่รู้ ก่อนเดินไปเข็นรถตัวเองให้เรา
ประเด็นคือผลักรถไปแรงมาก ซึ่งจะบอกว่าเห็นถนนตรงนั้นมันเหมือนจะเรียบๆ
แต่จริงๆแล้วมันเป็นเนินนะ ไม่งั้นเค้าจะเอาหินมาวางหลังล้อรถกันทำไมละยะ-*-
ก็เลยหวังดีบอกนางไปว่า “พี่คะ เข็นแรงรถมันไหลเร็วนะค่ะ”
นางก็เลยรีบวิ่งไปดันรถไว้ แหมๆ รถไหลขนาดนั้น คงจะเอาอยู่นะ
ซึ่งก็เป็นดังคาด นางดันไม่ไหว อีกไม่ถึงสองร้อยเมตรก็เสาไฟฟ้าแล้ว
ลึกๆก็อยากให้ท้ายรถป้าแกเสยเสาไฟซักรอบเหมือนกัน จะได้เข็ด แต่แหมะ! คนดีไปหน่อยก็เลยเดินเข้าไปช่วยดัน
จนรถหยุด....
ไม่มีขอบคุณซ้ากกกคำ คนที่ขอบคุณคือตูค้าบบบบ
“ขอบคุณนะคะ” ไม่รู้ว่าจะขอบคุณที่มาถอยรถให้หรือจะขอบคุณที่ทำให้รู้ว่า
คนที่ขับรถได้ ไม่ได้จะแปลว่าเค้า”ขับรถเป็น”เสมอไป
เราไม่แน่ใจเหมือนกัน ว่าเด๋วนี้เค้าจับฉลากได้ใบขับขี่กันแล้วหรือเปล่า
เราไม่รู้วหรอกว่าป้าแกขับรถมากี่ปีแล้ว หรือแกเข้าใจผิดมาตลอดแล้วครั้งนี้เป็นครั้งแรก
หวังอยู่เหมือนกันว่าแกจะไม่ไปเหวี่ยงใครโดยไม่ดูตาม้าตาเรือแบบนี้อีก
จิงๆคิดอยู่เหมือนกันว่าไอเรื่องเกียร์ P กับเกียร์Nนี่น่าจะเป็นปัญหาที่เกิดบ่อยแล้วสินะ ยอมรับว่าเพิ่งเคยเจอเหมือนกัน
มันจะกลายเป็นเรื่องธรรมดามาก ถ้านางไม่เหวี่ยงและคุยกันดีๆ เฮ้อ-*-
นี่หรือเปล่าเนี่ย ที่เค้าเรียกมนุษย์ป้า ไม่พูดพร่ำทำเพลง เหวี่ยงอย่างเดียว อารมณ์ว่ายังงัยชั้นก็ถูกยะ หล่อนต่างหากที่ผิด
บอกเลยค่ะ นู๋เพลีย -*-
นี่หรือเปล่านะ ที่เรียกว่า"มนุษย์ป้า"
วันนั้นเป็นวันทำงานปกติ มาถึงบริษัทก็จอดรถเข้าซองอย่างเรียบร้อย
แต่บังเอิ๊นนน แม่แฟนโทรมาบอกว่าให้กลับไปรับแฟนไปโรงพยาบาล
เราก็เออ งั้นไปเลยดีกว่า แต่ด้วยความที่มันก็ใกล้เวลาเข้างาน
คนส่วนใหญ่เค้าก็ทยอยเข้าบริษัทกันเยอะแล้ว ตรงลานจอดก็เลยต้องมีรถที่ถูกจอดปิดท้าย
ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือรถเราเอง
ความจิงการจอดรถปิดท้ายรถอีกคันมันก็เรื่องปกตินะ เรารู้อยู่แล้วว่าต้องมีคนมาจอดปิด
ก็เลยบอกพี่ยามให้มาช่วยเข็นรถให้หน่อย
ปรากฎว่าเข็นไม่ได้ เพราะรถจอดอยู่เกียร์P พี่ยามก็เลยไปตามหาเจ้าของรถคันนี้มาให้
ตอนนั้นเราก็โกรธนะ คิดอยู่เหมือนกันว่าเฮ้ย ทำไมใส่เกียร์นี่ละ ลืมหรือเปล่า
หรือว่าตั้งใจ แบบว่าเลิกงานแล้วจะมาเลื่อนอะไรแบบนี้หรอ
คือตอนนั้นก็กะว่าถ้าเจ้าของรถมาแล้ว จะขอโทษเค้าซักหน่อย เพราะมันเพิ่งเป็นเวลาเข้างาน
คงไม่มีใครคิดว่าจะต้องมาเลื่อนรถแต่เช้าหรอก
เรายืนรอซักแปบก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งเดินมา เราก็แบบเตรียมตั้งท่าขอโทดละ
ปรากฏพอนางเดินไปเปิดประตูรถปุ๊บก็เหวี่ยงมาเลย
“นี่งัย ล็อกที่ไหน ไม่ได้ล็อกเลยนะ”
เราก็แบบ อ้าวเฮ้ย เหวี่ยงเลยหรอ พูดกันดีๆก็ได้ไม๊ -*-เงิบเบาๆ
“คือ พี่ยามเค้าบอกว่ารถพี่ใส่เกียร์Pไว้น่ะค่ะ”
“มาดูเลย มาดูเลย ล็อกที่ไหน!” แล้วก็หลบทางให้เราเดินเข้าไป
ไอเราก็แบบ ทำไมต้องเหวี่ยงด้วยฟร๊ะ เรื่องแค่นี้เอง ไม่ได้ขับชนซะหน่อย
ก็เลยเดินไปดู...
ชัดเลย... เกียร์P
“เอ่อ ใส่เกียร์Pอยู่ค่ะ.....”
“แล้วทำไม เกียร์Pเกี่ยวอะไรด้วย”
ป๊าดดดดนี่ เกี่ยวอัลไลงั้นเหรอคะ ให้ตายเถอะจอร์จ
“พี่ใส่เกียร์Pอยู่ค่ะ รถพี่มันขยับไม่ได้นะ ถ้าพี่จะจอดปิดท้ายคนอื่น ต้องเกียร์N” เริ่มอยากจะเหวี่ยงบ้าง แต่เห็นนางอาวุโสเลยเกรงจายย
“ไหน ทำไมขยับไม่ได้” แล้วนางก็ลองไปขยับเป็นเกียร์ N รถนางก็ไหลนิดนึง
จากนั้นก็ลงจากรถและบ่นพึมพำภาษาอาม่าอัลไลก็ไม่รู้ ก่อนเดินไปเข็นรถตัวเองให้เรา
ประเด็นคือผลักรถไปแรงมาก ซึ่งจะบอกว่าเห็นถนนตรงนั้นมันเหมือนจะเรียบๆ
แต่จริงๆแล้วมันเป็นเนินนะ ไม่งั้นเค้าจะเอาหินมาวางหลังล้อรถกันทำไมละยะ-*-
ก็เลยหวังดีบอกนางไปว่า “พี่คะ เข็นแรงรถมันไหลเร็วนะค่ะ”
นางก็เลยรีบวิ่งไปดันรถไว้ แหมๆ รถไหลขนาดนั้น คงจะเอาอยู่นะ
ซึ่งก็เป็นดังคาด นางดันไม่ไหว อีกไม่ถึงสองร้อยเมตรก็เสาไฟฟ้าแล้ว
ลึกๆก็อยากให้ท้ายรถป้าแกเสยเสาไฟซักรอบเหมือนกัน จะได้เข็ด แต่แหมะ! คนดีไปหน่อยก็เลยเดินเข้าไปช่วยดัน
จนรถหยุด....
ไม่มีขอบคุณซ้ากกกคำ คนที่ขอบคุณคือตูค้าบบบบ
“ขอบคุณนะคะ” ไม่รู้ว่าจะขอบคุณที่มาถอยรถให้หรือจะขอบคุณที่ทำให้รู้ว่า
คนที่ขับรถได้ ไม่ได้จะแปลว่าเค้า”ขับรถเป็น”เสมอไป
เราไม่แน่ใจเหมือนกัน ว่าเด๋วนี้เค้าจับฉลากได้ใบขับขี่กันแล้วหรือเปล่า
เราไม่รู้วหรอกว่าป้าแกขับรถมากี่ปีแล้ว หรือแกเข้าใจผิดมาตลอดแล้วครั้งนี้เป็นครั้งแรก
หวังอยู่เหมือนกันว่าแกจะไม่ไปเหวี่ยงใครโดยไม่ดูตาม้าตาเรือแบบนี้อีก
จิงๆคิดอยู่เหมือนกันว่าไอเรื่องเกียร์ P กับเกียร์Nนี่น่าจะเป็นปัญหาที่เกิดบ่อยแล้วสินะ ยอมรับว่าเพิ่งเคยเจอเหมือนกัน
มันจะกลายเป็นเรื่องธรรมดามาก ถ้านางไม่เหวี่ยงและคุยกันดีๆ เฮ้อ-*-
นี่หรือเปล่าเนี่ย ที่เค้าเรียกมนุษย์ป้า ไม่พูดพร่ำทำเพลง เหวี่ยงอย่างเดียว อารมณ์ว่ายังงัยชั้นก็ถูกยะ หล่อนต่างหากที่ผิด
บอกเลยค่ะ นู๋เพลีย -*-