สวัสดีค่ะ ชาวพันทิพ(ที่หลงเข้ามาอ่าน)ทุกท่าน
กลับมาอีกครั้งกับอิหนูลูกเป็ด และครั้งนี้ก็เป็นการทำวีซ่า New Zealand ครั้งที่ 2
ถามว่ามันต่างจากครั้งแรกมั้ย??? ก็ไม่ต่างเท่าไหร่ โดยเฉพาะความรู้สึกระทึกใจ เท่าเดิมเป๊ะ!!
ในขณะที่ลูกเป็ดกำลังเขียนอยู่นี้ เรามี Visotor Visa ของ New Zealand อยู่ในมือเป็นที่เรียบร้อบแล้ว คือไม่กล้าเขียนตอนยังไม่ได้อ่ะ ตอนนี้ได้มาแล้วก็อยากเอามาแบ่งเป็นเพื่อเป็นข้อมูลสำหรับคนที่สนใจ หรือหลงเข้ามาอ่าน
เข้าเรื่องค่ะ ลูกเป็ดกำลังจะเดินทางไป Auckland วันที่ 16 ธันวาคม 2557 รู้ตัวว่าจะเดินทางตั้งแต่เดือนตุลาคม แต่เนื่องจากตอนนั้นลูกเป็ดยังอยู่ตุรกี และมิกล้าเสี่ยงที่จะขอวีซ่าจากที่ตุรกี เพราะเคยขอไปอังกฤษกับอเมริกาแล้วถูกปฏิเสธทั้งคู่ เนื่องจากไม่มีหลักฐานผูกพันธ์กับประเทศเค้าที่แน่นหนาพอ เราจึงกลับมาขอที่ไทย ซึ่งมีเวลาประมาณ 3 อาทิตย์ ก่อนวันเดินทาง เรากลับมาถึงไทยวันที่ 19 พฤศจิกายน, วันที่ 20 เตรียมเอกสาร, วันที่ 21 ยื่นวีซ่า แล้วเค้าก็โทรมาให้ไปรับพาสปอร์ตคืนวันที่ 2 ธันวาคม แต่เราไปรับวันที่ 4 ธันวาคม ใช้เวลาดำเนินการประมาณ 6 วันทำการเท่านั้นเอง!!! และนี่คือเซอร์ไพร์ซของเรา เพราะในตอนที่ไปยื่น เจ้าหน้าที่ที่รับยื่นบอกว่า ใช้เวลาประมาณ 10 วันทำการ หรือมากกว่า!!!!!
ถามว่าอะไรยังไง ทำไมเร็วขนาดนั้น ลูกเป็ดบอกเลยว่าตกใจมากตอนที่รับโทรศัพท์ แล้วเห็นเบอร์ขึ้นต้นด้วย 02 ระทึกมาก และกังวลด้วย หลังจากที่ทราบว่าเค้าให้ไปรับพาสปอร์ตคืนได้ กลัวว่าจะไม่ได้วีซ่านั่นแหละ >,< แถมตอนนั้นอยู่ต่างจังหวัด จะพุ่งตัวไปรับเลยก็ไม่ได้ วันรุ่งขึ้นก็ติดธุระ ตอนไปรับซองจากเจ้าหน้าที่นี่แบบว่าแอบมือสั่นอ่ะ พอเปิดดูว่าได้แล้วคือโล่งใจ ความรู้สึกเหมือนได้ปลดปล่อยความอัดอั้นตันใจที่ค้างคาไว้ อารมณ์เหมือนได้เข้าห้องงน้ำหลังท้องผูกมาหลายวันก็ว่าได้ ฮ่าๆๆๆๆ
ณ ตอนนี้ ก่อนการเดินทาง 1 วัน และพอมีเวลานิดหน่อยก็เลยอยากมาแบ่งปันให้คนที่กำลังหาข้อมูล หรือหลงเข้ามาอ่านเกี่ยวกับขั้นตอนและสิ่งที่ลูกเป็ดได้ทำลงไป ในการขอวีซ่าครั้งนี้ ขอเน้นนะคะ!! คนอื่นทำอย่างไรเราไม่ทราบ แต่นี่คือสิ่งที่เราทำ และได้วีซ่ามา ใครอ่านแล้วไม่เข้าใจ มีข้อสงสัย อยากได้ข้อมูลเพิ่มเติมหลังไมค์มาได้นะคะ เผื่อลูกเป็นเข้าพันทิพแต่ไม่ได้เช็คกระทู้จะได้เห็น
สิ่งที่ลูกเป็ดทำในการขอวีซ่าครั้งนี้สามารถเขียนออกเป็นขั้นตอนได้ดังนี้
1. ดูว่าต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง แล้วจดใส่กระดาษเป็นรายการไว้ เอาไว้ทำเช็คลิสต์ส่วนตัว เพื่อดูว่าเอกสารเราครบมั้ย ซึ่งก็มีดังนี้
เอกสารส่วนตัว
- พาสปอร์ตที่มีวันหมดอายุมากกว่า 6 เดือน และมีหน้าว่าง 2 หน้าขึ้นไป
- รูปถ่าย 2x2 ที่มีอายุไม่เกิน 6 เดือน 2 รูป (จริงๆ เราก็ไม่เคยวัดขนาดนะ ไปที่ร้านถ่ายรูปแล้วบอกเค้าว่า ถ่ายรูปไปยื่นวีซ่านิวซีแลนด์ ที่ร้านจะมี
มาตรฐานของแต่ละประเทศไว้อยู่แล้ว)
- เอกสารส่วนตัวที่ทางราชการออกให้ อันได้แก่ สำเนาทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน ใบขับขี่
- หลักฐานทางการเงิน อันได้แก่ สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากทุกเล่มที่มี สำเนาสลากออมสิน (ตัวเลขขี่เหร่ก็อย่าได้แคร์ เพราะเรามีผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็น
ทางการ)
- หลักฐานการทำงาน/ความผูกพันธ์กับประเทศที่เรายืนวีซ่า(ของลูกเป็ดคือ ประเทศไทย)
เนื่องจากตามทะเบียนบ้านของเราอยู่ที่เดียวกับแม่ แต่คนละที่กับพ่อ เนื่องจากพ่อมีธุรกิจส่วนตัว แต่เราอาศัยอยู่ที่บ้านที่พ่อถือทะเบียนบ้านอยู่ เราก็
ถ่ายรูปพ่อกับแม่ที่หน้าบ้าน สมาชิกครอบครัวที่หน้าบ้าน แล้วถ่ายเอกสารทะเบียนร้านค้า ทะเบียนบ้านพ่อ-แม่ แล้วก็เขียนคำอธิบายใส่ A4 แนบไป
- หลักฐานการจองตั๋วเครื่องบิน, ที่พัก, ประกันการเดินทาง
ครั้งแรกที่ยื่นวีซ่าลูกเป็ดไม่ได้ยื่นประกันการเดินทาง แต่ครั้งนี้ซื้อไว้ตั้งแต่ตอนไปยุโรปตอนต้นปี ก็เลยยื่นไปด้วย ส่วนเรื่องตั๋วเครื่องบินเราก็ซื้อเลย มีชื่อ
เรากับแฟนอยู่บนเอกสารเรียบร้อย ถ้าใครยังไม่อยากเสียเงินจองก่อนก็ลองหาเอานะ มันมีวิธีอยู่ หรือถ้าหาไม่ได้หลังไมค์มา เดี๋ยวช่วยหาไม่คิดตังค์
ส่วนหลักฐานที่พักนี่เราไม่มี เพราะเราไปอยู่บ้านน้องสาวแฟน
สำหรับคนที่มีผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการแบบลูกเป็ดก็ต้องมีเอกสารของเค้าด้วย อันได้แก่
- สำเนาพาสปอร์ตของผู้ที่จะมาเป็น Sponsor
- หลักฐานการทำมาหาเลี้ยงชีพ และหลักฐานทางการเงิน เช่น นามบัตร, Statement ส่วนนี้ค่อนข้างสำคัญสำหรับคนที่มี Sponsor เพราะทางสถานทูตจะ
พิจารณาจากส่วนนี้เป็นหลัก ถึงความเป็นไปได้ที่เราจะอยู่รอด และไม่กลายสภาพไปเป็นอย่างอื่นขณะที่เราอยู่ที่นู่น
- จดหมายแนะนำตัว เขียนให้เข้าใจว่าเค้าเป็นใคร แล้วก็เล่าถึงความสัมพันธ์ว่าเป็นอะไรกัน ถ้าเป็นแฟนกันก็ต้องบอกว่า เป็นเมื่อไหร่ อะไรยังไง ตอนนี้อยู่
ในสถานะไหน ทำไมจะพาไปนิวซีแลนด์ มีแพลนแต่งงานไหม อะไรก็ว่าไป และที่สำคัญต้องรับรองว่าจะเลี้ยงดูเราตอนอยู่ที่นู่น
- หลักฐานความสัมพันธ์ นี่เป็นอีกส่วนที่สำคัญมาก คือของลูกเป็ดที่ยื่นไปปึกหน้าเกือบนิ้ว เป็นเอกสารส่วนนี้แทบทั้งนั้น ประกอบไปด้วย ภาพถ่ายที่ถ่ายคู่
กัน คือเราถ่ายกันแบบเซลฟี่ในมือถือไง วิวข้างหลังก็ไม่ค่อยจะเห็น แต่ก็ปริ้นใส่กระดาษ A4 ไป หน้าละ 2 รูป แล้วก็เอกสารหลักฐานที่เคยเดินทางด้วย
กัน ครั้งที่แล้วลูกเป็ดใช้อีเมล์ที่เคยคุยกันด้วย แต่คราวนี้ไม่ได้ใช้ เพราะแค่ไฟล์ทที่บินด้วยกันเราก็สับสนจะแย่แล้ว เยอะกว่านี้เราจัดเรียงไม่ถูก เดี๋ยวจะดู
เยอะเกิ๊น แล้วก็ถ่ายเอกสารตราประทับเข้าเมือง - ออกเมือง ในเล่มพาสปอร์ต พร้อมเขียนอธิบายว่าหน้านี้ไปที่ไหน อยู่กี่วัน คือเขียนแยกออกมาใน A4
อีกแผ่นนึงเลย เรียงสวยงามประกอบกับไฟล์ทต่างๆ ตามวันที่ เอาให้เข้าใจง่ายที่สุด เพราะกลัวเจ้าหน้าที่เค้าดูไม่เข้าใจ
2. โหลดฟอร์มที่ต้องใช้มาเตรียมไว้ ซึ่งลูกเป็ดใช้ Visitor Visa Application Form กับ Sponsorship Form เพราะเรามีผู้ให้การสนับสนุน นั่นคือผู้ชายกีวี่ขอว
เรานั่นเอง
3. นั่งกรอกแบบฟอร์มกัน แล้วก็ปริ้นเอกสารทั้งหมดมาแนบ เรียงตามลำดับความสำคัญ
4. ตรวจสอบความเรียบร้อย ครบถูกต้องตามที่เราจดไว้ในเช็คลิสต์
5. นั่ง BTS ไปลงสถานีช่องนนทรี เดินย้อนกลับมาประมาณ 3 นาที เดินเข้าตึก ITF กดลิฟต์ด้านขวาไปที่ขึ้น 19 ลงทะเบียนกับรปภ.หน้าห้อง เข้าไปกดบัตรคิว แล้วยื่นเอกสารซะ อ้อ...ต้องจ่ายตังค์ด้วย ห้าพันกว่าบาท ของเราเลือกที่จะไปรับเอง ถ้าให้เค้าส่งไปรษณีย์มาเกือบๆ หกพันบาท เรียบร้อยแล้วก็กลับมานั่งระทึกใจรอที่บ้าน รอโทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่ให้ไปรับเล่มพาสปอร์ตคืน
ทั้งนี้ในบางกรณี อาจมีเจ้าหน้าที่ทางสถานทูตโทรมาสัมภาษณ์ หรือขอเอกสารเพิ่มเติม ก็ทำตามที่เค้าบอกไป ซึ่งเค้าอาจจะไม่โทรหาทุกคนนะคะ
สุดท้ายขอบ่นนิดนึง ไม่รู้ว่าเราคิดไปเองมั้ย หรือตอนนั้นเรากำลังตื่นเต้น เราก็เลยรู้สึกกลัวเค้าหรือเปล่า เรารู้สึกว่าเจ้าหน้าที่ด้านหน้าที่ศูนย์รับยื่นวีซ่าพูดเหมือนจะกัดเราเลยอ่ะ เีธหรือว่าเค้าหิวข้าว เพราะเราไปยื่นตอน 11 โมงกว่าๆ เนื่องจากว่าเราในแบบฟอร์ม Visitor Visa Application เรามีอยู่ ประมาณ 2-3 ข้อที่ไม่แน่ใจ ก็เลยไปถามเค้าก่อนที่จะเข้าไปยื่นด้านใน แต่ว่าเค้าทำหน้าเหมือนประจำเดือนไม่มา หรือว่ากำลังท้องผูก ตอบเหมือนเราเคยไปฆ่าแมวบ้านเค้าอย่างงั้นแหละ ตอนไปรับเล่มก็ดีขึ้นนิดนึง แต่หน้าก็ยังไม่ค่อยรับแขกอยู่ดี ถ้ามันเป็นความรู้สึกของเราคนเดียว หรือเราคิดไปเองก็ต้องขออภัยด้วยนะคะ อย่างไรก็ตาม คนที่ยังไม่เคยยื่นวีซ่าและกำลังจะไปยื่นวีซ่าจะได้ทำตัวถูกเนอะ
ขอให้โชคดี ได้วีซ่าไปแดนกีวี่กันทุกท่านนะคะ
วีซ่านิวซีแลนด์ (ครั้งที่ 2) กับเซอร์ไพร์ซเล็กๆ
กลับมาอีกครั้งกับอิหนูลูกเป็ด และครั้งนี้ก็เป็นการทำวีซ่า New Zealand ครั้งที่ 2
ถามว่ามันต่างจากครั้งแรกมั้ย??? ก็ไม่ต่างเท่าไหร่ โดยเฉพาะความรู้สึกระทึกใจ เท่าเดิมเป๊ะ!!
ในขณะที่ลูกเป็ดกำลังเขียนอยู่นี้ เรามี Visotor Visa ของ New Zealand อยู่ในมือเป็นที่เรียบร้อบแล้ว คือไม่กล้าเขียนตอนยังไม่ได้อ่ะ ตอนนี้ได้มาแล้วก็อยากเอามาแบ่งเป็นเพื่อเป็นข้อมูลสำหรับคนที่สนใจ หรือหลงเข้ามาอ่าน
เข้าเรื่องค่ะ ลูกเป็ดกำลังจะเดินทางไป Auckland วันที่ 16 ธันวาคม 2557 รู้ตัวว่าจะเดินทางตั้งแต่เดือนตุลาคม แต่เนื่องจากตอนนั้นลูกเป็ดยังอยู่ตุรกี และมิกล้าเสี่ยงที่จะขอวีซ่าจากที่ตุรกี เพราะเคยขอไปอังกฤษกับอเมริกาแล้วถูกปฏิเสธทั้งคู่ เนื่องจากไม่มีหลักฐานผูกพันธ์กับประเทศเค้าที่แน่นหนาพอ เราจึงกลับมาขอที่ไทย ซึ่งมีเวลาประมาณ 3 อาทิตย์ ก่อนวันเดินทาง เรากลับมาถึงไทยวันที่ 19 พฤศจิกายน, วันที่ 20 เตรียมเอกสาร, วันที่ 21 ยื่นวีซ่า แล้วเค้าก็โทรมาให้ไปรับพาสปอร์ตคืนวันที่ 2 ธันวาคม แต่เราไปรับวันที่ 4 ธันวาคม ใช้เวลาดำเนินการประมาณ 6 วันทำการเท่านั้นเอง!!! และนี่คือเซอร์ไพร์ซของเรา เพราะในตอนที่ไปยื่น เจ้าหน้าที่ที่รับยื่นบอกว่า ใช้เวลาประมาณ 10 วันทำการ หรือมากกว่า!!!!!
ถามว่าอะไรยังไง ทำไมเร็วขนาดนั้น ลูกเป็ดบอกเลยว่าตกใจมากตอนที่รับโทรศัพท์ แล้วเห็นเบอร์ขึ้นต้นด้วย 02 ระทึกมาก และกังวลด้วย หลังจากที่ทราบว่าเค้าให้ไปรับพาสปอร์ตคืนได้ กลัวว่าจะไม่ได้วีซ่านั่นแหละ >,< แถมตอนนั้นอยู่ต่างจังหวัด จะพุ่งตัวไปรับเลยก็ไม่ได้ วันรุ่งขึ้นก็ติดธุระ ตอนไปรับซองจากเจ้าหน้าที่นี่แบบว่าแอบมือสั่นอ่ะ พอเปิดดูว่าได้แล้วคือโล่งใจ ความรู้สึกเหมือนได้ปลดปล่อยความอัดอั้นตันใจที่ค้างคาไว้ อารมณ์เหมือนได้เข้าห้องงน้ำหลังท้องผูกมาหลายวันก็ว่าได้ ฮ่าๆๆๆๆ
ณ ตอนนี้ ก่อนการเดินทาง 1 วัน และพอมีเวลานิดหน่อยก็เลยอยากมาแบ่งปันให้คนที่กำลังหาข้อมูล หรือหลงเข้ามาอ่านเกี่ยวกับขั้นตอนและสิ่งที่ลูกเป็ดได้ทำลงไป ในการขอวีซ่าครั้งนี้ ขอเน้นนะคะ!! คนอื่นทำอย่างไรเราไม่ทราบ แต่นี่คือสิ่งที่เราทำ และได้วีซ่ามา ใครอ่านแล้วไม่เข้าใจ มีข้อสงสัย อยากได้ข้อมูลเพิ่มเติมหลังไมค์มาได้นะคะ เผื่อลูกเป็นเข้าพันทิพแต่ไม่ได้เช็คกระทู้จะได้เห็น
สิ่งที่ลูกเป็ดทำในการขอวีซ่าครั้งนี้สามารถเขียนออกเป็นขั้นตอนได้ดังนี้
1. ดูว่าต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง แล้วจดใส่กระดาษเป็นรายการไว้ เอาไว้ทำเช็คลิสต์ส่วนตัว เพื่อดูว่าเอกสารเราครบมั้ย ซึ่งก็มีดังนี้
เอกสารส่วนตัว
- พาสปอร์ตที่มีวันหมดอายุมากกว่า 6 เดือน และมีหน้าว่าง 2 หน้าขึ้นไป
- รูปถ่าย 2x2 ที่มีอายุไม่เกิน 6 เดือน 2 รูป (จริงๆ เราก็ไม่เคยวัดขนาดนะ ไปที่ร้านถ่ายรูปแล้วบอกเค้าว่า ถ่ายรูปไปยื่นวีซ่านิวซีแลนด์ ที่ร้านจะมี
มาตรฐานของแต่ละประเทศไว้อยู่แล้ว)
- เอกสารส่วนตัวที่ทางราชการออกให้ อันได้แก่ สำเนาทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน ใบขับขี่
- หลักฐานทางการเงิน อันได้แก่ สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากทุกเล่มที่มี สำเนาสลากออมสิน (ตัวเลขขี่เหร่ก็อย่าได้แคร์ เพราะเรามีผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็น
ทางการ)
- หลักฐานการทำงาน/ความผูกพันธ์กับประเทศที่เรายืนวีซ่า(ของลูกเป็ดคือ ประเทศไทย)
เนื่องจากตามทะเบียนบ้านของเราอยู่ที่เดียวกับแม่ แต่คนละที่กับพ่อ เนื่องจากพ่อมีธุรกิจส่วนตัว แต่เราอาศัยอยู่ที่บ้านที่พ่อถือทะเบียนบ้านอยู่ เราก็
ถ่ายรูปพ่อกับแม่ที่หน้าบ้าน สมาชิกครอบครัวที่หน้าบ้าน แล้วถ่ายเอกสารทะเบียนร้านค้า ทะเบียนบ้านพ่อ-แม่ แล้วก็เขียนคำอธิบายใส่ A4 แนบไป
- หลักฐานการจองตั๋วเครื่องบิน, ที่พัก, ประกันการเดินทาง
ครั้งแรกที่ยื่นวีซ่าลูกเป็ดไม่ได้ยื่นประกันการเดินทาง แต่ครั้งนี้ซื้อไว้ตั้งแต่ตอนไปยุโรปตอนต้นปี ก็เลยยื่นไปด้วย ส่วนเรื่องตั๋วเครื่องบินเราก็ซื้อเลย มีชื่อ
เรากับแฟนอยู่บนเอกสารเรียบร้อย ถ้าใครยังไม่อยากเสียเงินจองก่อนก็ลองหาเอานะ มันมีวิธีอยู่ หรือถ้าหาไม่ได้หลังไมค์มา เดี๋ยวช่วยหาไม่คิดตังค์
ส่วนหลักฐานที่พักนี่เราไม่มี เพราะเราไปอยู่บ้านน้องสาวแฟน
สำหรับคนที่มีผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการแบบลูกเป็ดก็ต้องมีเอกสารของเค้าด้วย อันได้แก่
- สำเนาพาสปอร์ตของผู้ที่จะมาเป็น Sponsor
- หลักฐานการทำมาหาเลี้ยงชีพ และหลักฐานทางการเงิน เช่น นามบัตร, Statement ส่วนนี้ค่อนข้างสำคัญสำหรับคนที่มี Sponsor เพราะทางสถานทูตจะ
พิจารณาจากส่วนนี้เป็นหลัก ถึงความเป็นไปได้ที่เราจะอยู่รอด และไม่กลายสภาพไปเป็นอย่างอื่นขณะที่เราอยู่ที่นู่น
- จดหมายแนะนำตัว เขียนให้เข้าใจว่าเค้าเป็นใคร แล้วก็เล่าถึงความสัมพันธ์ว่าเป็นอะไรกัน ถ้าเป็นแฟนกันก็ต้องบอกว่า เป็นเมื่อไหร่ อะไรยังไง ตอนนี้อยู่
ในสถานะไหน ทำไมจะพาไปนิวซีแลนด์ มีแพลนแต่งงานไหม อะไรก็ว่าไป และที่สำคัญต้องรับรองว่าจะเลี้ยงดูเราตอนอยู่ที่นู่น
- หลักฐานความสัมพันธ์ นี่เป็นอีกส่วนที่สำคัญมาก คือของลูกเป็ดที่ยื่นไปปึกหน้าเกือบนิ้ว เป็นเอกสารส่วนนี้แทบทั้งนั้น ประกอบไปด้วย ภาพถ่ายที่ถ่ายคู่
กัน คือเราถ่ายกันแบบเซลฟี่ในมือถือไง วิวข้างหลังก็ไม่ค่อยจะเห็น แต่ก็ปริ้นใส่กระดาษ A4 ไป หน้าละ 2 รูป แล้วก็เอกสารหลักฐานที่เคยเดินทางด้วย
กัน ครั้งที่แล้วลูกเป็ดใช้อีเมล์ที่เคยคุยกันด้วย แต่คราวนี้ไม่ได้ใช้ เพราะแค่ไฟล์ทที่บินด้วยกันเราก็สับสนจะแย่แล้ว เยอะกว่านี้เราจัดเรียงไม่ถูก เดี๋ยวจะดู
เยอะเกิ๊น แล้วก็ถ่ายเอกสารตราประทับเข้าเมือง - ออกเมือง ในเล่มพาสปอร์ต พร้อมเขียนอธิบายว่าหน้านี้ไปที่ไหน อยู่กี่วัน คือเขียนแยกออกมาใน A4
อีกแผ่นนึงเลย เรียงสวยงามประกอบกับไฟล์ทต่างๆ ตามวันที่ เอาให้เข้าใจง่ายที่สุด เพราะกลัวเจ้าหน้าที่เค้าดูไม่เข้าใจ
2. โหลดฟอร์มที่ต้องใช้มาเตรียมไว้ ซึ่งลูกเป็ดใช้ Visitor Visa Application Form กับ Sponsorship Form เพราะเรามีผู้ให้การสนับสนุน นั่นคือผู้ชายกีวี่ขอว
เรานั่นเอง
3. นั่งกรอกแบบฟอร์มกัน แล้วก็ปริ้นเอกสารทั้งหมดมาแนบ เรียงตามลำดับความสำคัญ
4. ตรวจสอบความเรียบร้อย ครบถูกต้องตามที่เราจดไว้ในเช็คลิสต์
5. นั่ง BTS ไปลงสถานีช่องนนทรี เดินย้อนกลับมาประมาณ 3 นาที เดินเข้าตึก ITF กดลิฟต์ด้านขวาไปที่ขึ้น 19 ลงทะเบียนกับรปภ.หน้าห้อง เข้าไปกดบัตรคิว แล้วยื่นเอกสารซะ อ้อ...ต้องจ่ายตังค์ด้วย ห้าพันกว่าบาท ของเราเลือกที่จะไปรับเอง ถ้าให้เค้าส่งไปรษณีย์มาเกือบๆ หกพันบาท เรียบร้อยแล้วก็กลับมานั่งระทึกใจรอที่บ้าน รอโทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่ให้ไปรับเล่มพาสปอร์ตคืน
ทั้งนี้ในบางกรณี อาจมีเจ้าหน้าที่ทางสถานทูตโทรมาสัมภาษณ์ หรือขอเอกสารเพิ่มเติม ก็ทำตามที่เค้าบอกไป ซึ่งเค้าอาจจะไม่โทรหาทุกคนนะคะ
สุดท้ายขอบ่นนิดนึง ไม่รู้ว่าเราคิดไปเองมั้ย หรือตอนนั้นเรากำลังตื่นเต้น เราก็เลยรู้สึกกลัวเค้าหรือเปล่า เรารู้สึกว่าเจ้าหน้าที่ด้านหน้าที่ศูนย์รับยื่นวีซ่าพูดเหมือนจะกัดเราเลยอ่ะ เีธหรือว่าเค้าหิวข้าว เพราะเราไปยื่นตอน 11 โมงกว่าๆ เนื่องจากว่าเราในแบบฟอร์ม Visitor Visa Application เรามีอยู่ ประมาณ 2-3 ข้อที่ไม่แน่ใจ ก็เลยไปถามเค้าก่อนที่จะเข้าไปยื่นด้านใน แต่ว่าเค้าทำหน้าเหมือนประจำเดือนไม่มา หรือว่ากำลังท้องผูก ตอบเหมือนเราเคยไปฆ่าแมวบ้านเค้าอย่างงั้นแหละ ตอนไปรับเล่มก็ดีขึ้นนิดนึง แต่หน้าก็ยังไม่ค่อยรับแขกอยู่ดี ถ้ามันเป็นความรู้สึกของเราคนเดียว หรือเราคิดไปเองก็ต้องขออภัยด้วยนะคะ อย่างไรก็ตาม คนที่ยังไม่เคยยื่นวีซ่าและกำลังจะไปยื่นวีซ่าจะได้ทำตัวถูกเนอะ
ขอให้โชคดี ได้วีซ่าไปแดนกีวี่กันทุกท่านนะคะ