เพื่อนๆคิดว่า การให้กับคนอื่นมากๆ จะโดนเอาเปรียบหรือเปล่าครับ

กระทู้คำถาม
ผมเป็นเด็กต่างจังหวัด เข้ามาศึกษาต่อที่กรุงเทพ
  - เริ่มแรกคือ ตอน ม.ปลาย ผมคบกับเพื่อนแบบไม่ต้องคิดอะไร ไปไหนไปกัน ช่วยเหลือกันตลอด ไม่หวังผลประโยชน์
   - ตอนเข้ามาเรียนมหาลัย ปีหนึ่ง ผมมีเพื่อนค่อนข้างมาก เป็นกลุ่มใหญ่ ผู้ชายล้วน เจอเพื่อนหลากหลายทั้งเด็กเก่ง เด็กอีโก้สูง เด็กต่างจังหวัดเหมือนกัน ก็สนุกดีครับ ไปเที่ยวด้วยกัน กินนอนด้วยกัน เมาหัวทิ่มด้วยกัน
   - พอขึ้นปีสอง เพื่อนๆต่างแยกย้ายเข้าภาควิชา ทำให้ห่างกัน เจอเพื่อนที่ภาคใหม่ แต่ก็ยังไปมาหาสู่กับเพื่อนตอนปีหนึ่งเสมอ
    - ปีสาม เริ่มรู้สึกว่าบางอย่างๆมันดูเปลี่ยนไป หรือเริ่มโต ความคิดไม่เหมือมเดิม เพื่อนบางคนก็เปลี่ยนไปในระดับค่อนข้างสูง คิดเรื่องผลประโยชน์ของตนเองมากไป เอาแต่ได้ ไม่เคยให้อะไรคนอื่น ผมก็ไม่คิดอะไร เพราะคิดว่าการให้ มันดีนะ มันรู้สึกดี รู้สึกว่าคนรอบข้างอยากอยู่กับเรา ส่วนตัวผมก็มีข้อเสียนะแต่ว่าทำไมไม่มาด่าผมตรงๆ ทำไมต้องให้ผมไปได้ยินจากปากคนอื่น จนผมเริ่มรู้สึกว่า  โดนแทงข้างหลัง จากเพื่อนบางคน สำหรับเพื่อน เราเก็บความลับได้หมด ไม่เคยพูดต่ออีกทอด  โดนเพื่อนบางคนเอาความลับไปเปิดเผย ของที่เพื่อนบางคนยืมไป ก็เสียบ้าง ไม่ได้คืนบ้าง จักรยานก็ยืมไปแบบไม่ค่อยถนอมของเราเลย เลยรู้สึกว่าโดนเอาเปรียบ จนเหลือเพื่อนที่สนิทใจจริงๆ 2 คน (มหาลัย) ทำให้ผมคิดถึงเพื่อนสมัยมอปลายมาก
ตอนนี้ผมมีกำแพงในใจ คือ  คนไหนสนิทผมให้ใจเลย 100 % คนไหนทำกับผมยังไง ผมลดใจทันทีแล้วไม่อยากให้อะไรอีกเลย
      ผมไม่อยากเป็นแบบนี้เลยนะ อยากให้อะไรไปเหมือนเดิม แบบไม่คิดอะไร ทำไมต้องอยู่แบบระวังการถูกเอารัดเอาเปรียบ ประโยคที่ว่า "การให้คือการสื่อสารที่ดีที่สุด" มันเป็นไปได้ในชีวิตจริงได้หรอ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่