เราตัดสินใจลาออกจากงานที่กำลังไปได้สวย และไม่รับทุนเรียนต่อ เนื่องจากต้องการกับไปดูแลพ่อ
การตัดสินใจครั้งนี้รวดเร็วมาก ภายใน 1 สัปดาห์ เพื่อนในที่ทำงานตกใจมากว่าเกิดอะไรขึ้น
เราว่าเราเป็นคนเดียวที่ไม่บ่นเรื่ององค์กรนะ พอเราออกทุกคนก็จะถามว่ามีปัญหากับใครหรอ ??
เพราะปัญหาตอนนี้ขององค์กรคือเรื่องเงิน ทุกคนบ่นเรื่องเงิน เราก็มีปัญหาว่าเงินได้ไม่ตรงตามเวลาเหมือนกัน
แต่ขี้เกียจบ่น เพราะบ่นไปองค์กรก็เป็นเหมือนเดิม เรื่องนี้มันเกินความควบคุมของเรา
คือประหนึ่งทุบหม้อข้าวทิ้งทั้งๆที่ยังไม่มีที่ไป กะว่าจะกลับไปอยู่บ้าน ไปเป็นเกษตรกรสักพัก
ไปเป็นแขนขาให้พ่อ พ่อป่วยด้วยโรคจอประสาทตาเสื่อม พ่อเราห่างกับเรา 40 ปี มีโรคประจำตัวเป็นเบาหวาน
ไม่ค่อยแข็งแรง แม่ก็ต้องดูยายที่เป็นอัมพาตอีก จริงๆไม่ได้ลำบากนะ แต่เราลูกคนเดียวไง
มีกันอยู่แค่นี้ไม่ให้ดูแลคนในครอบครัว เราจะไปดูแลใคร
advisor เราเสียใจมาก ที่เด็กในสังกัดที่พยายามจะปั้นทิ้งอนาคตตัวเอง แกพยายามหว่านล้อมทุกทางให้อยู่
แต่เราก็ยืนยันคำตอบเดิมพ่อสำคัญสุด เราไม่รู้หรอกว่าชีวิตเราจะยืนยาวเท่าไหร่ ความฝันเรามันมีหนทาง
อาจจะไม่ใช่ทางตรงบนถนนเหมือนคนอื่นเขา แต่ยังไงก็มีอีกหลายทางที่จะไปถึงที่หมายเหมือนกัน
อาจจะแค่ช้ากว่า ไม่ได้สบายเหมือนเก่า อละอาจทำให้เราแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้นเอง
จริงๆตอนนี้เรานั่งว่างๆ จนรู้สึกว่าคิดถูกไหมเนี่ย ลาออกไปยังไม่มีงานเลย เหมือนจะกลับไปเกาะพ่อกินยังไงไม่รุ
แต่ก่อนจะลาออกเราได้เตรียมเงินไว้ก้อนนึงสำหรับใช้ชีวิตที่ไม่มีงานได้ประมาณ 4 เดือนในบ้านนอก
ความรู้สึกมันขัดแย้งในตัวเองยังไงบอกไม่ถูก เห้อ!!!!!!
เหมาะสมไหมกับการตัดสินใจลาออกครั้งนี้
การตัดสินใจครั้งนี้รวดเร็วมาก ภายใน 1 สัปดาห์ เพื่อนในที่ทำงานตกใจมากว่าเกิดอะไรขึ้น
เราว่าเราเป็นคนเดียวที่ไม่บ่นเรื่ององค์กรนะ พอเราออกทุกคนก็จะถามว่ามีปัญหากับใครหรอ ??
เพราะปัญหาตอนนี้ขององค์กรคือเรื่องเงิน ทุกคนบ่นเรื่องเงิน เราก็มีปัญหาว่าเงินได้ไม่ตรงตามเวลาเหมือนกัน
แต่ขี้เกียจบ่น เพราะบ่นไปองค์กรก็เป็นเหมือนเดิม เรื่องนี้มันเกินความควบคุมของเรา
คือประหนึ่งทุบหม้อข้าวทิ้งทั้งๆที่ยังไม่มีที่ไป กะว่าจะกลับไปอยู่บ้าน ไปเป็นเกษตรกรสักพัก
ไปเป็นแขนขาให้พ่อ พ่อป่วยด้วยโรคจอประสาทตาเสื่อม พ่อเราห่างกับเรา 40 ปี มีโรคประจำตัวเป็นเบาหวาน
ไม่ค่อยแข็งแรง แม่ก็ต้องดูยายที่เป็นอัมพาตอีก จริงๆไม่ได้ลำบากนะ แต่เราลูกคนเดียวไง
มีกันอยู่แค่นี้ไม่ให้ดูแลคนในครอบครัว เราจะไปดูแลใคร
advisor เราเสียใจมาก ที่เด็กในสังกัดที่พยายามจะปั้นทิ้งอนาคตตัวเอง แกพยายามหว่านล้อมทุกทางให้อยู่
แต่เราก็ยืนยันคำตอบเดิมพ่อสำคัญสุด เราไม่รู้หรอกว่าชีวิตเราจะยืนยาวเท่าไหร่ ความฝันเรามันมีหนทาง
อาจจะไม่ใช่ทางตรงบนถนนเหมือนคนอื่นเขา แต่ยังไงก็มีอีกหลายทางที่จะไปถึงที่หมายเหมือนกัน
อาจจะแค่ช้ากว่า ไม่ได้สบายเหมือนเก่า อละอาจทำให้เราแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้นเอง
จริงๆตอนนี้เรานั่งว่างๆ จนรู้สึกว่าคิดถูกไหมเนี่ย ลาออกไปยังไม่มีงานเลย เหมือนจะกลับไปเกาะพ่อกินยังไงไม่รุ
แต่ก่อนจะลาออกเราได้เตรียมเงินไว้ก้อนนึงสำหรับใช้ชีวิตที่ไม่มีงานได้ประมาณ 4 เดือนในบ้านนอก
ความรู้สึกมันขัดแย้งในตัวเองยังไงบอกไม่ถูก เห้อ!!!!!!