สวัสดียามเช้าวันจันทร์ วันทำงานวันแรก ของสัปดาห์ ครับ พีๆ น้องๆ ชาว ขาS และ ขาL & ชาว Put,Call ทุกๆท่าน ครับ
อากาศหนาวแล้ว ดูแลสุขภาพกันด้วยนะครับ
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา SET index ยังคงย่อตัวลงมาอย่างต่อเนื่อง ตามตลาดภูมิภาคเอเชีย และ อีกปัจจัยกดดัน ดัชนีไว้นั้นก็คือ
ราคาน้ำมันดิบโลกที่ร่วงลงมาอย่างไร้แนวรับ ทำให้หุ้นกลุ่มพลังงาน พักตัว อย่างรุนแรง อีกทั้งนักลงทุนส่วนมาก ขายทำกำไร
เพื่อลดความเสี่ยงเพราะไกล้จะถึงช่วงวันหยุดยาว เทศกาลปีใหม่แล้ว ดังนั้น จึงทำให้ดัชนี SET index ร่วงลงไปปิดตัว
ที่ระดับ 1514 จุด -11.86 จุด วันนี้มาติดตามกันต่อ ว่า ดัชนีจะสามารถฟื้นตัว ขึ้นไปได้หรือไม่
Fundamental
เอเชียเช้านี้ ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงร่วงลง 271.36 จุด หรือ 1.17% เปิดที่ 22,977.84 จุดในวันนี้ เพราะได้รับแรงกดดัน
จากการร่วงลงอย่างหนักของตลาดหุ้นนิวยอร์กเมื่อวันศุกร์
ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ร่วงลง 315.51 จุด หรือ 1.79% ปิดที่ 17,280.83 จุด เนื่องจากภาวะการซื้อขายถูกกดดัน
จากราคาน้ำมันที่ยังคงปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้จุดกระแสวิตกกังวลเกี่ยวกับการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก
"ฝั่งสหรัฐ" ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดดิ่งลงเมื่อวันศุกร์ (12 ธ.ค.) ส่งผลให้ตลอดทั้งสัปดาห์ดัชนีร่วงลงหนักสุด
ในรอบ 3 ปี เนื่องจากภาวะการซื้อขายถูกกดดันจากราคาน้ำมันที่ยังคงปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้จุดกระแสวิตกกังวลเกี่ยวกับ
การขยายตัวของเศรษฐกิจโลก
ดัชนีดาวโจนส์ร่วงลง 315.51 จุด หรือ 1.79% ปิดที่ 17,280.83 จุด
ดัชนี S&P 500 ลบ 33.00 จุด หรือ 1.62% ปิดที่ 2,002.33 จุด
ดัชนี Nasdaq ปรับตัวลง 54.57 จุด หรือ 1.16% ปิดที่ 4,653.60 จุด
สำหรับตลอดสัปดาห์ ดัชนีดาวโจนส์ร่วง 3.8% ซึ่งเป็นการลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2554 และดัชนี S&P ร่วง 3.5% หนักสุด
นับตั้งแต่เดือนพ.ค.2555 หรือในรอบกว่า 2 ปี ขณะที่ดัชนี Nasdaq ลดลง 2.7% ในรอบสัปดาห์
หุ้นสหรัฐปรับตัวลดลงเช่นเดียวกับตลาดหุ้นทั่วโลก หลังจากราคาน้ำมันร่วงลงจนฉุดไม่อยู่ โดยสัญญาน้ำมันดิบสหรัฐส่งมอบเดือนม.ค.
ลดลงต่ำกว่า 58 ดอลลาร์/บาร์เรล ในวันศุกร์ หลังจากที่เมื่อวันพฤหัสบดี ราคาได้ลดลงต่ำกว่า 60 ดอลลาร์ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่
เดือนก.ค. 2552 การปรับตัวลงอย่างต่อเนื่องของราคาน้ำมันได้จุดกระแสวิตกกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก
ซึ่งถูกตอกย้ำ ด้วยรายงานตลาดน้ำมันประจำเดือนธ.ค.ของสำนักงานพลังงานสากล (IEA) ที่เผยแพร่วานนี้ โดย IEA ได้ปรับลด
แนวโน้มอุปสงค์น้ำมันทั่วโลกในปี 2558 ลงอีก 230,000 บาร์เรล/วัน สู่ระดับ 900,000 บาร์เรล/วัน จากการคาดการณ์ว่าการบริโภค
เชื้อเพลิงจะลดต่ำลงในรัสเซีย และประเทศผู้ส่งออกน้ำมันอื่นๆ
การขยายตัวในประเทศจีน ซึ่งเป็นผู้นำเข้าพลังงานรายใหญ่ กำลังชะลอตัวลง นอกจากนี้ IEA ชี้ว่าราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงจะสร้างความ
เสี่ยงต่อยุโรปและญี่ปุ่น เนื่องจากทั้งยุโรปและญี่ปุ่นต่างเผชิญกับอัตราเงินเฟ้อต่ำที่ต่ำมากอยู่แล้ว
ความวิตกกังวลว่าการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกจะลุกลามมาถึงสหรัฐ ได้กระตุ้นให้เกิดแรงเทขายในตลาดหุ้น เพื่อไปซื้อสินทรัพย์
ที่ปลอดภัยกว่า เช่น พันธบัตร
รายงานของ IEA มีขึ้นหลังจากที่เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปค) ได้ปรับลดคาดการณ์อุปสงค์
น้ำมันดิบในปีหน้าเช่นกัน
ทั้งนี้ แม้ดัชนีหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันพฤหัสบดี เพราะได้แรงหนุนจากรายงานยอดค้าปลีกเดือนพ.ย.ของสหรัฐที่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุด
ในรอบ 8 เดือน ซึ่งบ่งชี้ว่าตัวเลขการใช้จ่ายของผู้บริโภคยังคงแข็งแกร่ง นอกจากนี้ จำนวนคนว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐซึ่งปรับตัว
ลดลงในสัปดาห์ที่แล้ว ยังช่วยหนุนมุมมองที่เป็นบวกเกี่ยวกับตลาดแรงงานของสหรัฐด้วย
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ออกมาสดใส ไม่สามารถช่วยหนุนให้ตลาดปิดแดนบวกได้ในวันศุกร์ โดยดัชนีความเชื่อมั่น
ผู้บริโภคเบื้องต้นเดือนธ.ค.ของทอมสัน รอยเตอร์/มหาวิทยาลัยมิชิแกน แตะที่ 93.8 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบเกือบ 8 ปี และดีกว่า
การคาดการณ์ของตลาด ขณะที่กระทรวงแรงงานเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ลดลง 0.2% ในเดือนพ.ย. นำโดยการปรับตัวลง
ของราคาพลังงาน
นอกจากการร่วงลงของราคาน้ำมันแล้ว ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นยังถูกกดดันจากข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอของจีน โดยผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของจีนขยายตัว 7.2% เมื่อเทียบรายปีในเดือนพ.ย. ลดลงจากที่เพิ่มขึ้น 7.7% ในเดือนต.ค. และ 8% ในเดือนก.ย.
"ฝั่งยุโรป" ตลาดหุ้นยุโรปปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (12 ธ.ค.) เนื่องจากราคาน้ำมันที่ยังคงปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องได้กระตุ้น
ให้นักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มพลังงานทั่วโลก
ดัชนี Stoxx Europe 600 ลดลง 2.6% ปิดที่ 330.42 จุด โดยเป็นการปรับตัวลดลงมากที่สุดในรอบเกือบ 2 เดือน
ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดลดลง 116.93 จุด หรือ 2.77% ที่ 4,108.93 จุด
ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดลดลง 267.80 จุด หรือ 2.72% ที่ 9,594.73 จุด
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนลดลง 161.07 จุด หรือ 2.49% ปิดที่ 6,300.63 จุด
การร่วงลงอย่างหนักเมื่อวันศุกร์ ส่งผลให้ตลอดทั้งสัปดาห์ ดัชนี Stoxx Europe 600 ดิ่งลงไปถึง 5.8% ซึ่งเป็นการลดลงมากที่สุด
ในรอบกว่า 3 ปี โดยในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา หุ้นบริษัทพลังงานยุโรปลดลงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2552 ขณะที่หุ้นกลุ่มสินค้า
โภคภัณฑ์ก็ร่วงลงหนักสุดนับตั้งแต่ช่วงกลางปี 2555 หลังจากที่ราคาน้ำมันร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปี นอกจากนี้ ภาวะการ
ซื้อขายยังถูกกดดันจากสถานการณ์วุ่นวายทางการเมืองในกรีซ
ดัชนีหุ้นกรีซปรับตัวลดลงแตะระดับต่ำสุดตั้งแต่เดือนก.ค.2556 ในวันศุกร์ นำโดยหุ้นกลุ่มธนาคารอย่าง พิแรอุส แบงก์ และเนชั่นแนล
แบงก์ ออฟ กรีซ ที่ร่วงลงกว่า 27% ในสัปดาห์นี้ ติดกลุ่มหุ้นที่ร่วงลงหนักสุดในบรรดาหุ้นที่คำนวณในดัชนี Stoxx 600
รัฐบาลกรีซประกาศเมื่อต้นสัปดาห์ว่าจะเริ่มกระบวนการเลือกตั้งประธานาธิบดีให้เร็วขึ้น ทำให้มีแนวโน้มว่านายกรัฐมนตรี แอนโทนิส
ซามาราส จะต้องจัดการเลือกตั้งทั่วไปก่อนกำหนด ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสร้างความวิตกกังวลไม่เพียงเฉพาะในกรีซ แต่ยังลาม
ไปทั่วภูมิภาค เพราะมีความเป็นไปได้ที่พรรคไซรีซา ซึ่งต่อต้านมาตรการรัดเข็มขัด จะคว้าชัยในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น อันจะสร้าง
ความเสี่ยงต่อยูโรโซนอย่างที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว
หุ้นกลุ่มน้ำมันและก๊าซถูกเทขาย หลังจากที่ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงอีกวานนี้ ต่อเนื่องจากวันก่อน และแตะระดับต่ำอย่างที่ไม่เคยเห็น
มาตั้งแต่ช่วงภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอยรุนแรงสุดเมื่อปี 2552 เนื่องจากความกังวลที่เพิ่มมากขึ้นเกี่ยวกับภาวะอุปทานน้ำมันล้นตลาด
และอุปสงค์ที่อ่อนแอ
โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ร่วงลงสู่ระดับต่ำกว่า 62 ดอลลาร์/บาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบสหรัฐลดลงต่ำกว่า 58 ดอลลาร์
ด้านหุ้นบริษัทเหมืองแร่ดิ่งลง 8.5% แตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค.ปีที่แล้ว โดยหุ้นบีเอชพี บิลลิตัน ลบ 10% และริโอ ทินโต ลบ 7.4%
Credit : สำนักข่าวอินโฟวเควสท์
Technical Analysis
SET index TF day : เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ยังคงถูกแรงเทขายทำกำไรออกมาต่อเนื่อง แต่อย่างไรก็ตาม
ยังไม่หลุด เส้น EMA200 วัน ลงไป และ พร้อมกับ Indicator หลายๆตัวที่เข้าสู่สภาวะ Over Sold
แนวโน้มวันนี้ จึง คาดว่า มีโอกาสเกิด Technical Rebound ขึ้นได้ / แต่ถ้าไม่มี Rebound ก็ระวัง
Panic Sell ที่จะเกิดขึ้นอีกครั้ง
S50Z14 TF day : เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ยังคงถูกแรงเทขายทำกำไรออกมาต่อเนื่อง แต่อย่างไรก็ตาม
ยังไม่หลุด เส้น EMA200 วัน ลงไป และ พร้อมกับ Indicator หลายๆตัวที่เข้าสู่สภาวะ Over Sold
แนวโน้มวันนี้ จึง คาดว่า มีโอกาสเกิด Technical Rebound ขึ้นได้ / แต่ถ้าไม่มี Rebound ก็ระวัง
Panic Sell ที่จะเกิดขึ้นอีกครั้ง
TF60 : ยังคงไหลร่วงลงมาต่อเนื่อง แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อวันศุกร์แท่งเทียน ไม่ได้ทำ New Low พร้อมกับ
Indicator หลายๆตัวที่เข้าสู่ภาวะ Over Sold จึงคาดว่า แนวโน้มวันนี้ น่าจะมี Technical
Rebound เกิดขึ้นได้ / / แต่ถ้าไม่มี Rebound ก็ระวัง Panic Sell ที่จะเกิดขึ้นอีกครั้ง
Resistance 1010 1015 / 1520 1525 1530
Support 1000 995 990 / 1510 1500 1495
*EOD End of day
ผิดพลาดประการใดโปรดชี้แนะ
สำหรับพี่ๆ น้องๆ ที่ เล่น Put,Call Option ครับ ผมอาจจะไม่ ถนัดด้านนี้
แต่ ในกระทู้นี้ รับรองว่ามี จอมขมังเวทย์ Option เยอะครับ เชิญแชร์ iDea เจ๋งๆ เด็ดๆ / หรือข้อสงสัย สอบถามกันตามสบายเลยครับ
กู๊ดมอนิ่ง ชาว ขาS และ ขาL & ชาว Put,Call ( 15 Dec 14 )
สวัสดียามเช้าวันจันทร์ วันทำงานวันแรก ของสัปดาห์ ครับ พีๆ น้องๆ ชาว ขาS และ ขาL & ชาว Put,Call ทุกๆท่าน ครับ
อากาศหนาวแล้ว ดูแลสุขภาพกันด้วยนะครับ
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา SET index ยังคงย่อตัวลงมาอย่างต่อเนื่อง ตามตลาดภูมิภาคเอเชีย และ อีกปัจจัยกดดัน ดัชนีไว้นั้นก็คือ
ราคาน้ำมันดิบโลกที่ร่วงลงมาอย่างไร้แนวรับ ทำให้หุ้นกลุ่มพลังงาน พักตัว อย่างรุนแรง อีกทั้งนักลงทุนส่วนมาก ขายทำกำไร
เพื่อลดความเสี่ยงเพราะไกล้จะถึงช่วงวันหยุดยาว เทศกาลปีใหม่แล้ว ดังนั้น จึงทำให้ดัชนี SET index ร่วงลงไปปิดตัว
ที่ระดับ 1514 จุด -11.86 จุด วันนี้มาติดตามกันต่อ ว่า ดัชนีจะสามารถฟื้นตัว ขึ้นไปได้หรือไม่
Fundamental
เอเชียเช้านี้ ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงร่วงลง 271.36 จุด หรือ 1.17% เปิดที่ 22,977.84 จุดในวันนี้ เพราะได้รับแรงกดดัน
จากการร่วงลงอย่างหนักของตลาดหุ้นนิวยอร์กเมื่อวันศุกร์
ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ร่วงลง 315.51 จุด หรือ 1.79% ปิดที่ 17,280.83 จุด เนื่องจากภาวะการซื้อขายถูกกดดัน
จากราคาน้ำมันที่ยังคงปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้จุดกระแสวิตกกังวลเกี่ยวกับการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก
"ฝั่งสหรัฐ" ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดดิ่งลงเมื่อวันศุกร์ (12 ธ.ค.) ส่งผลให้ตลอดทั้งสัปดาห์ดัชนีร่วงลงหนักสุด
ในรอบ 3 ปี เนื่องจากภาวะการซื้อขายถูกกดดันจากราคาน้ำมันที่ยังคงปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้จุดกระแสวิตกกังวลเกี่ยวกับ
การขยายตัวของเศรษฐกิจโลก
ดัชนีดาวโจนส์ร่วงลง 315.51 จุด หรือ 1.79% ปิดที่ 17,280.83 จุด
ดัชนี S&P 500 ลบ 33.00 จุด หรือ 1.62% ปิดที่ 2,002.33 จุด
ดัชนี Nasdaq ปรับตัวลง 54.57 จุด หรือ 1.16% ปิดที่ 4,653.60 จุด
สำหรับตลอดสัปดาห์ ดัชนีดาวโจนส์ร่วง 3.8% ซึ่งเป็นการลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2554 และดัชนี S&P ร่วง 3.5% หนักสุด
นับตั้งแต่เดือนพ.ค.2555 หรือในรอบกว่า 2 ปี ขณะที่ดัชนี Nasdaq ลดลง 2.7% ในรอบสัปดาห์
หุ้นสหรัฐปรับตัวลดลงเช่นเดียวกับตลาดหุ้นทั่วโลก หลังจากราคาน้ำมันร่วงลงจนฉุดไม่อยู่ โดยสัญญาน้ำมันดิบสหรัฐส่งมอบเดือนม.ค.
ลดลงต่ำกว่า 58 ดอลลาร์/บาร์เรล ในวันศุกร์ หลังจากที่เมื่อวันพฤหัสบดี ราคาได้ลดลงต่ำกว่า 60 ดอลลาร์ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่
เดือนก.ค. 2552 การปรับตัวลงอย่างต่อเนื่องของราคาน้ำมันได้จุดกระแสวิตกกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก
ซึ่งถูกตอกย้ำ ด้วยรายงานตลาดน้ำมันประจำเดือนธ.ค.ของสำนักงานพลังงานสากล (IEA) ที่เผยแพร่วานนี้ โดย IEA ได้ปรับลด
แนวโน้มอุปสงค์น้ำมันทั่วโลกในปี 2558 ลงอีก 230,000 บาร์เรล/วัน สู่ระดับ 900,000 บาร์เรล/วัน จากการคาดการณ์ว่าการบริโภค
เชื้อเพลิงจะลดต่ำลงในรัสเซีย และประเทศผู้ส่งออกน้ำมันอื่นๆ
การขยายตัวในประเทศจีน ซึ่งเป็นผู้นำเข้าพลังงานรายใหญ่ กำลังชะลอตัวลง นอกจากนี้ IEA ชี้ว่าราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงจะสร้างความ
เสี่ยงต่อยุโรปและญี่ปุ่น เนื่องจากทั้งยุโรปและญี่ปุ่นต่างเผชิญกับอัตราเงินเฟ้อต่ำที่ต่ำมากอยู่แล้ว
ความวิตกกังวลว่าการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกจะลุกลามมาถึงสหรัฐ ได้กระตุ้นให้เกิดแรงเทขายในตลาดหุ้น เพื่อไปซื้อสินทรัพย์
ที่ปลอดภัยกว่า เช่น พันธบัตร
รายงานของ IEA มีขึ้นหลังจากที่เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปค) ได้ปรับลดคาดการณ์อุปสงค์
น้ำมันดิบในปีหน้าเช่นกัน
ทั้งนี้ แม้ดัชนีหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันพฤหัสบดี เพราะได้แรงหนุนจากรายงานยอดค้าปลีกเดือนพ.ย.ของสหรัฐที่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุด
ในรอบ 8 เดือน ซึ่งบ่งชี้ว่าตัวเลขการใช้จ่ายของผู้บริโภคยังคงแข็งแกร่ง นอกจากนี้ จำนวนคนว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐซึ่งปรับตัว
ลดลงในสัปดาห์ที่แล้ว ยังช่วยหนุนมุมมองที่เป็นบวกเกี่ยวกับตลาดแรงงานของสหรัฐด้วย
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ออกมาสดใส ไม่สามารถช่วยหนุนให้ตลาดปิดแดนบวกได้ในวันศุกร์ โดยดัชนีความเชื่อมั่น
ผู้บริโภคเบื้องต้นเดือนธ.ค.ของทอมสัน รอยเตอร์/มหาวิทยาลัยมิชิแกน แตะที่ 93.8 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบเกือบ 8 ปี และดีกว่า
การคาดการณ์ของตลาด ขณะที่กระทรวงแรงงานเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ลดลง 0.2% ในเดือนพ.ย. นำโดยการปรับตัวลง
ของราคาพลังงาน
นอกจากการร่วงลงของราคาน้ำมันแล้ว ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นยังถูกกดดันจากข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอของจีน โดยผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของจีนขยายตัว 7.2% เมื่อเทียบรายปีในเดือนพ.ย. ลดลงจากที่เพิ่มขึ้น 7.7% ในเดือนต.ค. และ 8% ในเดือนก.ย.
"ฝั่งยุโรป" ตลาดหุ้นยุโรปปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (12 ธ.ค.) เนื่องจากราคาน้ำมันที่ยังคงปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องได้กระตุ้น
ให้นักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มพลังงานทั่วโลก
ดัชนี Stoxx Europe 600 ลดลง 2.6% ปิดที่ 330.42 จุด โดยเป็นการปรับตัวลดลงมากที่สุดในรอบเกือบ 2 เดือน
ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดลดลง 116.93 จุด หรือ 2.77% ที่ 4,108.93 จุด
ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดลดลง 267.80 จุด หรือ 2.72% ที่ 9,594.73 จุด
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนลดลง 161.07 จุด หรือ 2.49% ปิดที่ 6,300.63 จุด
การร่วงลงอย่างหนักเมื่อวันศุกร์ ส่งผลให้ตลอดทั้งสัปดาห์ ดัชนี Stoxx Europe 600 ดิ่งลงไปถึง 5.8% ซึ่งเป็นการลดลงมากที่สุด
ในรอบกว่า 3 ปี โดยในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา หุ้นบริษัทพลังงานยุโรปลดลงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2552 ขณะที่หุ้นกลุ่มสินค้า
โภคภัณฑ์ก็ร่วงลงหนักสุดนับตั้งแต่ช่วงกลางปี 2555 หลังจากที่ราคาน้ำมันร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปี นอกจากนี้ ภาวะการ
ซื้อขายยังถูกกดดันจากสถานการณ์วุ่นวายทางการเมืองในกรีซ
ดัชนีหุ้นกรีซปรับตัวลดลงแตะระดับต่ำสุดตั้งแต่เดือนก.ค.2556 ในวันศุกร์ นำโดยหุ้นกลุ่มธนาคารอย่าง พิแรอุส แบงก์ และเนชั่นแนล
แบงก์ ออฟ กรีซ ที่ร่วงลงกว่า 27% ในสัปดาห์นี้ ติดกลุ่มหุ้นที่ร่วงลงหนักสุดในบรรดาหุ้นที่คำนวณในดัชนี Stoxx 600
รัฐบาลกรีซประกาศเมื่อต้นสัปดาห์ว่าจะเริ่มกระบวนการเลือกตั้งประธานาธิบดีให้เร็วขึ้น ทำให้มีแนวโน้มว่านายกรัฐมนตรี แอนโทนิส
ซามาราส จะต้องจัดการเลือกตั้งทั่วไปก่อนกำหนด ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสร้างความวิตกกังวลไม่เพียงเฉพาะในกรีซ แต่ยังลาม
ไปทั่วภูมิภาค เพราะมีความเป็นไปได้ที่พรรคไซรีซา ซึ่งต่อต้านมาตรการรัดเข็มขัด จะคว้าชัยในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น อันจะสร้าง
ความเสี่ยงต่อยูโรโซนอย่างที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว
หุ้นกลุ่มน้ำมันและก๊าซถูกเทขาย หลังจากที่ราคาน้ำมันปรับตัวลดลงอีกวานนี้ ต่อเนื่องจากวันก่อน และแตะระดับต่ำอย่างที่ไม่เคยเห็น
มาตั้งแต่ช่วงภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอยรุนแรงสุดเมื่อปี 2552 เนื่องจากความกังวลที่เพิ่มมากขึ้นเกี่ยวกับภาวะอุปทานน้ำมันล้นตลาด
และอุปสงค์ที่อ่อนแอ
โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ร่วงลงสู่ระดับต่ำกว่า 62 ดอลลาร์/บาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบสหรัฐลดลงต่ำกว่า 58 ดอลลาร์
ด้านหุ้นบริษัทเหมืองแร่ดิ่งลง 8.5% แตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค.ปีที่แล้ว โดยหุ้นบีเอชพี บิลลิตัน ลบ 10% และริโอ ทินโต ลบ 7.4%
Credit : สำนักข่าวอินโฟวเควสท์
Technical Analysis
SET index TF day : เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ยังคงถูกแรงเทขายทำกำไรออกมาต่อเนื่อง แต่อย่างไรก็ตาม
ยังไม่หลุด เส้น EMA200 วัน ลงไป และ พร้อมกับ Indicator หลายๆตัวที่เข้าสู่สภาวะ Over Sold
แนวโน้มวันนี้ จึง คาดว่า มีโอกาสเกิด Technical Rebound ขึ้นได้ / แต่ถ้าไม่มี Rebound ก็ระวัง
Panic Sell ที่จะเกิดขึ้นอีกครั้ง
S50Z14 TF day : เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ยังคงถูกแรงเทขายทำกำไรออกมาต่อเนื่อง แต่อย่างไรก็ตาม
ยังไม่หลุด เส้น EMA200 วัน ลงไป และ พร้อมกับ Indicator หลายๆตัวที่เข้าสู่สภาวะ Over Sold
แนวโน้มวันนี้ จึง คาดว่า มีโอกาสเกิด Technical Rebound ขึ้นได้ / แต่ถ้าไม่มี Rebound ก็ระวัง
Panic Sell ที่จะเกิดขึ้นอีกครั้ง
TF60 : ยังคงไหลร่วงลงมาต่อเนื่อง แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อวันศุกร์แท่งเทียน ไม่ได้ทำ New Low พร้อมกับ
Indicator หลายๆตัวที่เข้าสู่ภาวะ Over Sold จึงคาดว่า แนวโน้มวันนี้ น่าจะมี Technical
Rebound เกิดขึ้นได้ / / แต่ถ้าไม่มี Rebound ก็ระวัง Panic Sell ที่จะเกิดขึ้นอีกครั้ง
Resistance 1010 1015 / 1520 1525 1530
Support 1000 995 990 / 1510 1500 1495
*EOD End of day
ผิดพลาดประการใดโปรดชี้แนะ
สำหรับพี่ๆ น้องๆ ที่ เล่น Put,Call Option ครับ ผมอาจจะไม่ ถนัดด้านนี้
แต่ ในกระทู้นี้ รับรองว่ามี จอมขมังเวทย์ Option เยอะครับ เชิญแชร์ iDea เจ๋งๆ เด็ดๆ / หรือข้อสงสัย สอบถามกันตามสบายเลยครับ