คนกับควาย คมคิดฅนเขียน เขื่อนขันธ์ เดลินิวส์ออนไลน์.../sao..เหลือ..noi

กระทู้สนทนา
ข้อเสนอของอนุกรรมาธิการชุดต่าง ๆ ประจำ สปช. และข้อสรุปของ กมธ.วิสามัญติดตาม
และให้ข้อเสนอแนะการยกร่างรัฐธรรมนูญ สนช. ก็ทำให้เครือข่าย ’กลุ่มอำนาจเก่า“ และ
บรรดาพวกกลัวการตรวจสอบออกอาการเหมือน “ผีเข้า”


ยังไม่ทันลงในเนื้อหา แค่ ข้อเสนอของอนุกรรมาธิการ (กมธ.) ชุดต่าง ๆ ประจำ สปช. และข้อสรุปของ
กมธ.วิสามัญติดตามและให้ข้อเสนอแนะการยกร่างรัฐธรรมนูญ สนช. ก็ทำให้ เครือข่าย ’กลุ่มอำนาจเก่า“
และบรรดาพวกกลัวการตรวจสอบ ออกอาการเหมือน “ผีเข้า” กันเป็นแถว

โดยเฉพาะ การเพิ่มอำนาจให้องค์กรตรวจสอบ อย่าง กกต. และ ป.ป.ช. อ้างว่า จะทำให้บรรดานักการเมือง
ไม่กล้าลงสมัคร นักเลือกตั้งไม่อยากเป็นตัวแทนประชาชน คงลืมไปว่า เคยกล่าวหาว่ารัฐธรรมนูญ 50 เป็น
กับดักประชาธิปไตย ทำให้บางพรรคการเมืองมีปัญหา กระบวนการตรวจสอบไม่ยึดโยงกับประชาชน

แต่ขบวนการปล้นงบประมาณ ผลาญชาติผลาญแผ่นดินกันเป็นแสนล้านบาท ยังเหิมเกริม หาช่องทางเข้ามา
แทะเข้ามาเล็ม หาผลประโยชน์ได้เป็นประจำ กล้าพูดกันหรือเปล่า โครงการรับจำนำข้าวไม่มีการทุจริต
โครงการบริหารจัดการน้ำไม่ได้ล็อกสเปก

โครงการก่อสร้างระบบพื้นฐานการพัฒนาประเทศ 2.2ล้านบาท ไม่มีใครแอบไปตั้งบริษัทรับงานเป็นที่ปรึกษา
โครงการ หวังฟาดงบประมาณเป็นหมื่น ๆ ล้านบาท คิดดู...ขนาดโครงการยังไม่เกิด ยังถลุงงบพีอาร์ไปกว่า
200 ล้านบาท สนามฟุตซอลฉาวที่โผล่ประจาน ให้เห็นความฉ้อฉลของผู้มีอำนาจบางคน แถมยังทำให้ ครู
หลายคนต้องตกเป็นจำเลย จนต้องออกมาโอดครวญกันเป็นแถว นี่ยังไม่นับโครงการที่ยังตรวจสอบไม่พบ

แล้วถ้า กระบวนการตรวจสอบที่ผ่านมาดีจริง ทำไมกระบวนการโกงกินยังทำงานได้ แล้วขอซะที..อย่าพูด
เลย ถ้าหากมีนโยบาย ที่ทำให้เกิดความเสียหายหรือทุจริต ต้องให้เสียงของประชาชนมาเป็นเครื่องมือตัดสิน
องค์กรอิสระและกระบวนการยุติธรรม ไม่ควรมีอำนาจตรวจสอบ

บอกตรง ๆ เห็นความคิดอย่างนี้แล้ว ผมยังตกใจ พูดง่าย ๆ คงหวังว่า ถ้าหากพรรคการเมืองทำทุจริต หรือ
โกงกินจาก นโนบายที่กำหนดไว้ ถ้าคว้าชัยชนะจากการเลือกตั้งได้ ถือว่าไม่ผิด ไม่ต้องรับผิดชอบใด ๆ
ทั้งสิ้น เชื่อเลยว่า ถ้านำมาใช้กับประเทศไทยจริง ๆ การเลือกตั้งในอนาคต ต้องมีใครกล้าทุ่มซักแสนล้านบาท
หวังเข้าคุมอำนาจรัฐ จากนั้นก็เข้ามาถอนทุน ดีนะที่ เครือข่าย กลุ่มอำนาจเก่า ไม่เสนอให้ยกเลิกกระบวนการ
ยุติธรรม

ที่น่าแปลกคือ มักออกมา เรียกร้องให้ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพ แต่พอ สปช. เสนอ ให้มี สภาตรวจสอบภาค
ประชาชน สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ เพื่อติดตามตรวจสอบในเรื่องของจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทาง
การเมือง หรือผู้บริหารระดับสูง

ตั้งสภาคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและคุ้มครองผู้บริโภค มีที่มาจากประชาชน องค์กรภาคประชาชนและองค์กร
ภาคประชาสังคม กลับออกมาค้าน กลัวว่าจะเป็นปัญหากับนักการเมือง

แล้วเลิกพูดซะทีเถอะครับ .. กับประโยคว่า “กระบวนการตรวจสอบต้องยึดโยงกับประชาชน” ยกรัฐธรรมนูญ
ปี 40 มาเป็นข้ออ้าง จำไม่ได้หรือแกล้งลืม เวลาให้สิทธิกับพรรคการเมือง เลือกตัวแทนเข้าไปทำงานใน
องค์กรอิสระมักเกิดกรณีบล็อกโหวตเป็นประจำ พรรคร่วมรัฐบาลจะรวมหัวลงคะแนนให้ ’นอมินี“ ของตัวเอง
พูดง่าย ๆ ว่า ลงคะแนนกันกี่รอบ ก็หนีไม่พ้น พวกสั่งได้ซื้อได้

จะแน่ใจได้อย่างไร คนทำหน้าที่ตรวจสอบ จะกล้าลงโทษคนที่เลือกตัวเองเข้ามา คงต้องนึกถึงบุญคุณ นึกถึง
การตอบแทนบ้างล่ะ เลยไม่ใช่เรื่องแปลก ในอดีตเรามักได้ยินว่า คนทำงานในองค์กรอิสระ มีบัญชีลับอยู่
ต่างประเทศ มีการจ่ายเงินจ่ายค่าตอบแทน แลกกับการไม่ถูกชี้มูลความผิด

คิดดูบางยุคบางสมัย เหิมเกริมถึงขนาดนำ “ถุงขนม 2 ล้านบาท” ไปมอบให้เจ้าหน้าที่ธุรการศาลฎีกา แต่
เจ้าหน้าที่ไม่ยอมรับ นำเรื่องไปแจ้งให้ผู้บริหารได้รับทราบ ต้องบอกว่าน่าชื่นชมและน่ายกย่อง สมกับการ
ปฏิบัติหน้าที่ในศาลยุติธรรม

แต่พอซื้อศาลไม่ได้ คราวนี้เลยเล่นของหนัก ใช้ทั้งเอ็ม 79 ระเบิดร้ายแรง ยิงถล่มทั้ง ศาลแพ่ง ศาลอาญา
มาถึงวันนี้ยังจับกุมคนก่อเหตุไม่ได้ รวมถึง บุคคลที่ทำงานในองค์กรอิสระ ก็ถูกทั้งข่มขู่และคุกคามในรูป
แบบต่าง ๆ เรื่องอย่างนี้ นักวิชาการ สื่อบางค่าย นักการเมืองบางพรรค อย่าแกล้งลืมเลยเชียว เดี๋ยวจะถูก
ครหาเอาได้ว่า ’เลือกปฏิบัติ“

ขอให้จำไว้ว่า อาสามารับใช้ประชาชน ต้องทนได้กับกระบวนการตรวจสอบ ไม่ใช่พอตัวเองได้ประโยชน์
ก็บอกว่า “ยุติธรรม” แล้ว แต่พอทำผิดแล้วถูกจับได้ กลับอ้าง ’สองมาตรฐาน“ คนนะครับไม่ใช่ควายจะได้
ลืมอะไรง่าย ๆ.


"เขื่อนขันธ์"

http://www.dailynews.co.th/Content/Article/287296/%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A2



สาวแว่น
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่