อ่านหนังสือเรียนอยู่ดีๆก็นึกขึ้นมาเองและอยากเล่าซะงั้น ทั้งที่ผ่านมานานละ และไม่เคยเล่าที่ไหนเลย เราเป็นคนที่ไม่กลัวผีมาตั้งแต่เด็กแต่ถามว่าเชื่อไหมก็ครึ่งๆกลางๆอะนะ แต่ก็มีหลายๆเหตุการณ์ที่เจอแล้ว งง ต้องถามตัวเองว่าอะไร แต่ขอเล่าแค่สองเรื่องที่ประทับใจคะ
เรื่องแรกที่ นวนคร คะเราเรียนจบ ปวช มา แล้วมาทำงานโรงงานและพักอยู่หอพักนึงในนิคม อยู่มาเรื่อยๆก็ไม่มีรัยผิดปกติ ทำงานปีนึงเราก็เรียน ปวส ต่อพอจบ ปวส ก็จะย้ายมาเรียนมหาลัยแถวเพชรเกษม รวมแล้วพักอยู่สามปีและก่อนเราย้ายออกห้าวัน ด้วยความที่อยู่คนเดียวแฟนที่คบกันเลยบอกว่า เก็บของเตรียมไว้แต่เนินๆ นะ วันย้ายจะได้ไม่ลืมเพราะของเราเยอะมากกกกก ทั้งทีวี ตู้เย็น ที่นอน ตู้เสื้อผ้า และอื่นๆอีกมากมายเราก็เก็บทุกอย่างประมาณว่าวันย้ายเราจะเดิมลงมาแต่ตัว ให้คุณแฟนยกของกะพนักงานขนของ เราก็เก็บลงหมดทุกอย่างเข้ากระเป๋ากล่องเหลือแค่เสื้อผ้าที่นอนและของใช้ที่จำเป็น แม้แต่พระพิฆเนสเราก็ยัดลงถุงซะ เพราะองค์ใหญ่หนัก เราเลือกบูชาพระพิฆเนสเพราะเราเชื่อว่าท่านเป็นเทพ ภูติ ผี ปีศาษ ต่างๆจะไม่เข้าใกล้เรา เก็บเสร็จก็นอนคะและก็มาตื่นอีกทีเวลาไหนไม่รู้ ที่รู้ ตื่นเพราะมีรัยบางอย่างมาวิ่งเล่นบนที่นอน เราก็ไม่ได้สนใจนอนต่อ แต่ยังไม่หลับทีนี้มันวิ่งแรงขึ้นเราก็โมโหกำลังจะตะโกนด่าว่าขนุนมี๊จะนอนนะเล่นเบาๆ (ขนุนคือน้องหมาที่เราเลี้ยงในห้อง) แต่จิตใต้สำนึกก็ผุดขึ้นมาว่า ขนุน ตายแล้วนี้หว่า ด้วยความที่เรารักขนุนมากและเค้าเพิ่งเสียได้ไม่นานเลยชอบลืมบ่อยๆว่าเค้าเสียแล้วและเผลอคิดอยู่เรื่อยว่าเค้ายังอยู่เผลอซื้อกับข้าวมาเผื่อตลอด
พอวินาทีนั้นจิตบอกว่าขนุนตายแล้วนะ เท่านั้นแหละ สร่างขึ้นมาทันที ร้อนมากๆทั้งที่ห้องก็เย็น เหงื่อออกเต็มตัว แต่ยังห่มผ้า เวรละไม่มีขนุน ไม่มีใคร แกอยู่คนเดียวนะ อ่าวแล้วมันอะไรมาวิ่งเล่นบนที่นอนตรงปลายเท้าวะ เท่านั้นแหละรู้เลยเจอดีละอีฝนเอ้ย!!! ตัวแข็งขยับไม่ได้ ไม่ใช่ผีมันอำนะ แต่เรากลัวจนไม่กล้าขยับนอนตะแคงอยู่อย่างนั้นแหละตาก็ไม่กล้าลืม ได้แต่หลับตาปี๋ นึกขึ้นได้สวดมนต์สิแผ่เมตตาสิ เราเลยท่องบทแผ่เมตตากลัวก็กลัว หัวใจนี้วิววาบวูบๆ ท่องไปผิดไป ไม่ใช่กลัวจนท่องผิดนะ แต่ด้วยความที่ไม่เคยท่องหรือสวดมนต์เลย อาศัยจำได้ตอนเด็กที่ไปนอนวัดจำศิลกะปู่เลยพอมีเข้ามาในสมองบ้างพอเราก็ท่องผิดเท่านั้นแหละ เสียงหัวเราะมาเลย

ประมาณว่าหัวเราะที่เราท่องผิด เสียงเหมือนจะเป็นผู้หญิงหรือเด็กนี่แหละไม่แน่ใจแต่เสียงเล็กๆ ไม่ได้มีสมาธิจำ จำแต่อารมณ์ตัวเองตอนนั้นคือกลัวมากกกกกกก หลังจากเสียงหัวเราะเท่านั้นแหละรู้สึกได้ว่าแม่เจ้าผม ผม ผมมันขยับได้เอง ถ้าเป็นผู้หญิงจะนึกภาพออกว่าถ้าผมยาว ผู้หญิงเราจะไม่นอนทับผมแต่จะปัดผมขึ้นบนหมอนบางคนยาวหน่อยจะเลยหมอนขึ้นไปอะ ถามว่ารู้ได้ไงว่าผมขยับก็เรานอนตะแคงใช่ปะมันรู้สึกเหมือนมีคนเล่นผมเราอะ และมีผมบางส่วนลงมาปิดหน้าเราด้วยทีละน้อย ทีละน้อย ทั้งที่เราไม่ได้ขยับ พัดลมก็ไม่มี แล้วไอ้ผมที่อยู่บนหมอนมันจะปัดมาปิดหน้าได้ไง สักพักได้ยินเสียงเล็กๆนับหนึ่ง สอง สาม ......ตามด้วยนิ้วมือเราที่วางหงายอยู่โยกตามเสียงนับ อธิบายนิดนึงนะคะว่าเวลาเรานอนตะแคงมือด้านที่หงายอยู่ไม่ว่าจะอยู่ท่าไหนมันจะกุมไม่สนิท นั้นแหละคะเหมือนมีอะไรมาจิ้มที่นิ้วเราทีละนิ้ว ทีละนิ้ว แล้วนับไปด้วยไม่รู้มันจะมานับทำไมมันก็มีห้านิ้วนั้นแหละโว้ย!!!! ตอนนี้อะตลกได้แต่ตอนั้นกลัวมากนึกถึงคุณพระ นึกถึงพระคุณพ่อแม่ และตา ยาย ที่เสียแล้ให้ท่านปกปักรักษาคุ้มครองลูกด้วยนะสาธุ!! ขนาดหมายังนึกถึงกลัวไม่กลัวก็นึกดูนะทุกคนบ่นพรึมๆ ขนุน คุ้มครองมี๊ด้วยนะ
กลัวมากกกก เหงื่อท้วมตัว แต่เหมือนเรายิ่งกลัวเสียงหัวเราะยิ่งชอบใจ แต่เราอะไม่ไหวแล้วเรานอนท่านี้มานานมากคือไม่ไหวแต่ไม่กล้าขยับ และไม่กล้าลืมตาดูเพราะ กลัวจะเห็นอะไรที่มันสยองกว่านี้ พอสักพักทุกอย่างเริ่มเงียบได้ยินเสียงห้องข้างๆลุกอาบน้ำและเสียงเปิด ปิดประตูไปทำงาน ด้วยความที่ได้ยินเสียงคนด้วยกัน เราเลยเริ่มอุ่นใจขึ้นมากเลยตัดสินใจ เอาวะเป็นไงเป็นกัน ฉันต้องลุกไปเปิดไฟ เพราะนอนท่านี้ไม่ไหวละ ตัดสินใจลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว พรวดพราดตรงไปเปิดไฟเลย ทุกอย่างว่างป่าวไม่มีอะไร แต่เชื่อว่าเราไม่ได้คิดไปเองแน่ หลังเปิดไฟสิ่งแรกที่ค้น หา คือพระพิฆเนสนั้นเอง เหตุการณ์นี้ทำให้เรายิ่งนับถือท่านมากเพราะอยู่มาสามปี ไม่เคยเจอ เก็บท่านลงปุ๊บเจอเลย พอเช้าโทรหาแม่ แม่บอกไหว้เจ้าที่ยังจะออกอะ บอกไม่ และไม่เคยไหว้เลยตั้งแต่มาอยู่ แม่บอกไปทำบุญนะ ตอบไม่มันมาอย่างนี้น่าทำให้ตายละถ้าเป็นคนนะ มีแต่จะได้.....ีน แทนอะ มางี้นะฝันเอาเถอะว่าจะได้เศษบุญจากนู๋ บอกตรง แม้แต่เศษเท่าขี้เล็บขบก็ไม่ให้ ยังโกรธอยู่เลย เชอะ!!! หลังจากนั้นเราก็นอนเปิดไฟมาสามวันวันที่สี่หายกลัวลืมๆไป ก็ปกติปิดไฟนอนได้เพราะต้องนอน แค่สองคืนก็ย้ายละเลยปิดไฟนอนได้ สุดท้ายก็ลืมและกลับมาไม่กลัวเหมือนเดิม5555555 ถามว่าเป็นคนกลัวผีไหมตอบไม่ แต่ถ้าเจอจริงๆก็กลัวนะแต่ไม่นานก็ลืม เคยเจอบ่อยๆ นะคะ แต่ที่ประทับใจก็มีแค่สองเหตุการณ์เท่านั้นคะ ที่ประทับใจเพราะมันทำให้เรากลัว หัวใจฉูบฉีดเลือดได้ดี ตื่นเต้น และมั่นใจเวอร์ว่ามันใช่อะ ไม่กลัวแต่ไม่อยากเจอ เพราะเจอแล้วกว่าเราจะหายระแวงได้ก็หลายวันทีเดียว อิอิ ขอบคุณที่อ่านจนจบนะคะว่าจะเล่าสองเรื่อง แต่ดูแล้วยาวละ เกรงใจคนอ่าน แฮ่ๆ (เพิ่งนึกได้อะเก้าขอโท๊ด) เรื่องมันสั้นนะแต่...ไมเล่าเป็นตัวหนังสือไมยาวจังเนอะ ใครอยากฟังเรื่องที่สองก็เม้นมาละกันนาาาา ถ้าขี้เกลียดอ่านก็จบเรื่องนี้ละกัน อิอิ บายจ้า (เขียนภาษาไทยผิดบ้างต้องขออภัยเพราะเราไม่เก่งภาษาไทยเลยพูดยังไม่ชัดเลย555555)
เมื่อคนไม่กลัวผี เจอเรื่องที่ยากต่อการอธิบาย
เรื่องแรกที่ นวนคร คะเราเรียนจบ ปวช มา แล้วมาทำงานโรงงานและพักอยู่หอพักนึงในนิคม อยู่มาเรื่อยๆก็ไม่มีรัยผิดปกติ ทำงานปีนึงเราก็เรียน ปวส ต่อพอจบ ปวส ก็จะย้ายมาเรียนมหาลัยแถวเพชรเกษม รวมแล้วพักอยู่สามปีและก่อนเราย้ายออกห้าวัน ด้วยความที่อยู่คนเดียวแฟนที่คบกันเลยบอกว่า เก็บของเตรียมไว้แต่เนินๆ นะ วันย้ายจะได้ไม่ลืมเพราะของเราเยอะมากกกกก ทั้งทีวี ตู้เย็น ที่นอน ตู้เสื้อผ้า และอื่นๆอีกมากมายเราก็เก็บทุกอย่างประมาณว่าวันย้ายเราจะเดิมลงมาแต่ตัว ให้คุณแฟนยกของกะพนักงานขนของ เราก็เก็บลงหมดทุกอย่างเข้ากระเป๋ากล่องเหลือแค่เสื้อผ้าที่นอนและของใช้ที่จำเป็น แม้แต่พระพิฆเนสเราก็ยัดลงถุงซะ เพราะองค์ใหญ่หนัก เราเลือกบูชาพระพิฆเนสเพราะเราเชื่อว่าท่านเป็นเทพ ภูติ ผี ปีศาษ ต่างๆจะไม่เข้าใกล้เรา เก็บเสร็จก็นอนคะและก็มาตื่นอีกทีเวลาไหนไม่รู้ ที่รู้ ตื่นเพราะมีรัยบางอย่างมาวิ่งเล่นบนที่นอน เราก็ไม่ได้สนใจนอนต่อ แต่ยังไม่หลับทีนี้มันวิ่งแรงขึ้นเราก็โมโหกำลังจะตะโกนด่าว่าขนุนมี๊จะนอนนะเล่นเบาๆ (ขนุนคือน้องหมาที่เราเลี้ยงในห้อง) แต่จิตใต้สำนึกก็ผุดขึ้นมาว่า ขนุน ตายแล้วนี้หว่า ด้วยความที่เรารักขนุนมากและเค้าเพิ่งเสียได้ไม่นานเลยชอบลืมบ่อยๆว่าเค้าเสียแล้วและเผลอคิดอยู่เรื่อยว่าเค้ายังอยู่เผลอซื้อกับข้าวมาเผื่อตลอด
พอวินาทีนั้นจิตบอกว่าขนุนตายแล้วนะ เท่านั้นแหละ สร่างขึ้นมาทันที ร้อนมากๆทั้งที่ห้องก็เย็น เหงื่อออกเต็มตัว แต่ยังห่มผ้า เวรละไม่มีขนุน ไม่มีใคร แกอยู่คนเดียวนะ อ่าวแล้วมันอะไรมาวิ่งเล่นบนที่นอนตรงปลายเท้าวะ เท่านั้นแหละรู้เลยเจอดีละอีฝนเอ้ย!!! ตัวแข็งขยับไม่ได้ ไม่ใช่ผีมันอำนะ แต่เรากลัวจนไม่กล้าขยับนอนตะแคงอยู่อย่างนั้นแหละตาก็ไม่กล้าลืม ได้แต่หลับตาปี๋ นึกขึ้นได้สวดมนต์สิแผ่เมตตาสิ เราเลยท่องบทแผ่เมตตากลัวก็กลัว หัวใจนี้วิววาบวูบๆ ท่องไปผิดไป ไม่ใช่กลัวจนท่องผิดนะ แต่ด้วยความที่ไม่เคยท่องหรือสวดมนต์เลย อาศัยจำได้ตอนเด็กที่ไปนอนวัดจำศิลกะปู่เลยพอมีเข้ามาในสมองบ้างพอเราก็ท่องผิดเท่านั้นแหละ เสียงหัวเราะมาเลย
กลัวมากกกก เหงื่อท้วมตัว แต่เหมือนเรายิ่งกลัวเสียงหัวเราะยิ่งชอบใจ แต่เราอะไม่ไหวแล้วเรานอนท่านี้มานานมากคือไม่ไหวแต่ไม่กล้าขยับ และไม่กล้าลืมตาดูเพราะ กลัวจะเห็นอะไรที่มันสยองกว่านี้ พอสักพักทุกอย่างเริ่มเงียบได้ยินเสียงห้องข้างๆลุกอาบน้ำและเสียงเปิด ปิดประตูไปทำงาน ด้วยความที่ได้ยินเสียงคนด้วยกัน เราเลยเริ่มอุ่นใจขึ้นมากเลยตัดสินใจ เอาวะเป็นไงเป็นกัน ฉันต้องลุกไปเปิดไฟ เพราะนอนท่านี้ไม่ไหวละ ตัดสินใจลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว พรวดพราดตรงไปเปิดไฟเลย ทุกอย่างว่างป่าวไม่มีอะไร แต่เชื่อว่าเราไม่ได้คิดไปเองแน่ หลังเปิดไฟสิ่งแรกที่ค้น หา คือพระพิฆเนสนั้นเอง เหตุการณ์นี้ทำให้เรายิ่งนับถือท่านมากเพราะอยู่มาสามปี ไม่เคยเจอ เก็บท่านลงปุ๊บเจอเลย พอเช้าโทรหาแม่ แม่บอกไหว้เจ้าที่ยังจะออกอะ บอกไม่ และไม่เคยไหว้เลยตั้งแต่มาอยู่ แม่บอกไปทำบุญนะ ตอบไม่มันมาอย่างนี้น่าทำให้ตายละถ้าเป็นคนนะ มีแต่จะได้.....ีน แทนอะ มางี้นะฝันเอาเถอะว่าจะได้เศษบุญจากนู๋ บอกตรง แม้แต่เศษเท่าขี้เล็บขบก็ไม่ให้ ยังโกรธอยู่เลย เชอะ!!! หลังจากนั้นเราก็นอนเปิดไฟมาสามวันวันที่สี่หายกลัวลืมๆไป ก็ปกติปิดไฟนอนได้เพราะต้องนอน แค่สองคืนก็ย้ายละเลยปิดไฟนอนได้ สุดท้ายก็ลืมและกลับมาไม่กลัวเหมือนเดิม5555555 ถามว่าเป็นคนกลัวผีไหมตอบไม่ แต่ถ้าเจอจริงๆก็กลัวนะแต่ไม่นานก็ลืม เคยเจอบ่อยๆ นะคะ แต่ที่ประทับใจก็มีแค่สองเหตุการณ์เท่านั้นคะ ที่ประทับใจเพราะมันทำให้เรากลัว หัวใจฉูบฉีดเลือดได้ดี ตื่นเต้น และมั่นใจเวอร์ว่ามันใช่อะ ไม่กลัวแต่ไม่อยากเจอ เพราะเจอแล้วกว่าเราจะหายระแวงได้ก็หลายวันทีเดียว อิอิ ขอบคุณที่อ่านจนจบนะคะว่าจะเล่าสองเรื่อง แต่ดูแล้วยาวละ เกรงใจคนอ่าน แฮ่ๆ (เพิ่งนึกได้อะเก้าขอโท๊ด) เรื่องมันสั้นนะแต่...ไมเล่าเป็นตัวหนังสือไมยาวจังเนอะ ใครอยากฟังเรื่องที่สองก็เม้นมาละกันนาาาา ถ้าขี้เกลียดอ่านก็จบเรื่องนี้ละกัน อิอิ บายจ้า (เขียนภาษาไทยผิดบ้างต้องขออภัยเพราะเราไม่เก่งภาษาไทยเลยพูดยังไม่ชัดเลย555555)