เหตุผลที่ผมมาเขียนลงพันทิปเพราะ
1.คดีเงียบ ตำรวจไม่ติดต่อกลับมาแจ้งความคืบหน้าเลย ต้องโทรไปตามตลอด
2.ประกันเรียกเก็บค่า excess โดยไม่ลงมาดูแลผู้ซื้อประกันเลย
3.เรื่องทุกอย่างหลังจากเกิดเหตุต้องตามเรื่องเองทั้งหมด
ขออธิบายก่อนนะครับ
รถผู้เสียหาย เป็นรถเก๋ง นิวยาริส ออกจากศูนย์มาได้ 6 เดือน
รถคู่กรณี เป็นรถกระบะ วีโก้ ตัวล่าสุด ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่มีประกัน
จากที่ผมตรวจสอบทะเบียนรถมาแล้ว ยี่ห้อรถ รุ่นรถ สีรถ ตรงเป๊ะ
เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ 31/10/2557 เวลาประมาน 20.30น. สถานที่เกิดเหตุ หน้าโรงเรียนคลองเกลือปากเกร็ด จ.นนทบุรี
ผมขับขึ้นทางด่วนจากถนนเส้นรัชโยธินมาลงถนนแจ้งวัฒนะฝั่งตรงข้ามทางเข้าเมืองทองธานี หลังจากลงทางด่วนมาแล้วผมก็ขับมาทางเบี่ยงที่จะออกเส้นแจ้งวัฒนะเพื่อตรงไปห้าแยกปากเกร็ดตามปกติ ซึ่งรถก็ไหลไปเรื่อยๆเพราะช่วงนั้นฝนตก ถนนช่วงนั้นมี 4 เลน ( เลน 1,2 วิ่งใต้สะพาน เลน 3,4 วิ่งขึ้นสะพาน ) พอผมวิ่งออกมาถนนเส้นหลักก็เบี่ยงมาเลน 2 จากนั้นผมก็สังเกตุเห็นรถกระบะทางซ้ายมือที่วิ่งมาจากเลน 3..
ลักษณะการขับของกระบะคันนั้นเหมือนหนีอะไรมา คือเร่งเครื่องและขับจ่อตูดคันหน้า โดนเท่าที่ได้ยินเสียงคือเบิ้ลเครื่องตลอดเวลา(รถคันนั้นทำท่อ เสียงเลยดังมาก) ในเลนผมรถแต่ละคันก็ไหลไปตามปกติแต่พอถึงช่วงคอสะพานรถผมก็วิ่งตามคันหน้าเรื่อยๆผ่านกระบะคันนั้นไปแล้วทั้งคัน จากนั้นก็ได้ยินเสียงกระบะคันนั้นเบิ้ลเครื่องอีกครั้งและก็
ตุ๊บ!! กระบะคันดังกล่าวพุงมาจูบเข้าที่บริเวณซุ้มล้อหลังขวาผมเต็มๆ
ซึ่งตอนโดนชนนั้นผมก็มองกระจกข้างซ้าย-ขวาเพื่อดูรถคันหลัง และกำลังเปิดประตูไปดูรถคู่กรณี แต่แล้วคู่กรณีก็ได้หักหัวรถและเร่งเครื่องหนีขึ้นสะพานไป ซึ่งผมมองตามไปแต่..อ้าวมันไม่มีป้ายทะเบียนหลังนี่หว่า ซึ่งจังหว่ะนั้นผมคิดว่าเอาแล้วไงมันชนแล้วหนีแล้วจะทำไงหล่ะเนี่ย แต่เมื่อผมมองขึ้นสะพานไปรถมันติดอยู่นี่หว่า ผมเลยขับตามคู่กรณีไปเส้นใต้สะพานเพราะมองไปแล้วรถไม่ค่อยติด
หลังจากนั้นผมก็ไปจอดรอคู่กรณีที่คอสะพานฝั่งตรงข้าม ซึ่งพอรถคู่กรณีมาถึงและเห็นรถผมจอดรออยู่ก็พยายามเร่งเครื่องและหาช่องเพื่อหนี แต่ถนนช่วงนั้นใกล้ถึงหน้าเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะรถจึงติดมาก ซึ่งรถคันดังกล่าวไม่สามารถหนีไปได้ โดยผมพยายามบีบแตรให้รถคู่กรณีหยุดเพราะว่าจะได้เคลียร์แต่คู่กรณีก็พยายามหนีอย่างเดียว ผมเลยขับแซงขึ้นไปเพื่อพยายามดูทะเบียนหน้า
แต่แล้วคู่กรณีก็ชนผมอีกครั้งที่ประตูหลังซ้าย ซึ่งผมมองเห็นป้ายทะเบียนหน้าชัดเจน ถล-233x กทม. แต่คู่กรณีก็ยังไม่ยอมลงมาดูและได้ขับหนีไปอีก โดยตอนขับตามผมก็โทรไปที่ 191 ซึ่งจะให้สกัดจับ เพราะข้างหน้าจะมียูเทิร์นและปกติจะมีเจ้าหน้าที่จราจรยืนโปกรถอยู่ แต่แล้วกลับได้รับคำแนะนำจากเจ้าหน้า 191 ที่ "ให้หยุดตามและไปแจ้งความที่ สน. เอา.."
หลังจากวางสาย 191 ผมก็ติดต่อไปทางประกันของผมซึ่งผมใช้ ไอโออิ กรุงเทพประกันภัย โดยเจ้าหน้าที่ ที่รับเรื่องถามแต่ว่าเหตุเกิดที่ไหนชนกี่โมงเพื่อจะออกเลขเครม ผมเลยถามย้อนกลับไปว่า "ไม่มาเอาหลักฐาน(ไฟล์กล้องติดรถ)และดูสภาพรถเลยหลอ" แต่ผมได้คำตอบกลับมาว่า "ไม่อยากให้เจ้าหน้าที่เสียเวลา เพราะไม่มีคู่กรณี" และได้แจ้งให้ผมเอารถไปเข้าศูนย์และเครมประกันไปเลย
หลังจากคุยกับประกันแล้วผมก็ไปแจ้งความที่ สน.ปากเกร็ด ไว้และรอเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับมาเพื่อทราบผมการดำเนินการ
วันเสาร์ที่ 1/11/2557 ผมเอารถไปที่ศูนย์ ให้ทางศูนย์ทำเรื่องเครมประกัน และนำสำเนาใบแจ้งความให้กับทางศูนย์เพื่อส่งให้ประกันอีกทีซึ่งทางศูนย์ก็รับเรื่องและแจ้งว่าจะติดต่อกลับ
วันอังคารที่ 4/11/2557 ทางศูนย์โทรมาแจ้งว่าประกันอนุมัติวงเงินซ่อมแล้ว แต่ผมต้องเสียค่า excess 1000 บาท เพราะไม่มีคู่กรณี ผมเลยย้อนกลับไปว่า "ทำไมผมต้องเสียด้วยในเมื่อมีคู่กรณีแต่มันหนี ซึ่งผมก็มีหลักฐาน" แต่ทางศูนย์แจ้งกลับมาว่าประกันแจ้งมาว่าให้เราคุยกับประกันเอง
วันพุธที่ 5/11/2557 ผมลางานไปตามเรื่องกับ ตร. แต่ได้รับคำตอบว่ายังไม่ได้ส่งหมายเรียกเพราะไม่มีหลักแน่นอนว่ารถที่ชนเป็นทะเบียนนี้ ซึ่งผมก็เลยยืนยันไปเลยว่าเป็นทะเบียนนี้จริงๆและให้ออกหมายเรียกไว้เลย ซึ่งเจ้าหน้าที่เลยบอกผมว่า "เดี๋ยวช่วงบ่ายผมออกหมายเรียกให้"
หลังจากผมคุยกับ ตร.เรียบร้อยผมก็ไปเทศบาลปากเกร็ดเพื่อขอดูกล้องจราจร แต่แล้วเหมือนฟ้าจะเป็นใจ **กล้องจราจรเส้นแจ้งวัฒนะฝั่งเซ็นทรัลแจ้งเสียทั้งเส้น รองบอนุมัติซ่อมอยู่** ผมจึงกลับบ้านมือเปล่าไม่ได้ทั้งหลักฐานอีกทั้งเสียเวลางานอีก
วันเสาร์ที่ 8/11/2557 ผมนำรถเข้าซ่อมกับทางศูนย์ ทางศูนย์แจ้งว่าประกันยังไม่ปลดค่า excess ให้ เพราะฉนันถ้าซ่อมเสร็จจะต้องจ่ายเพื่อนำรถออก ไม่งั้นจะไม่สามารถรับรถได้
วันจันทร์ที่ 10/11/2557 ผมไปตามเรื่องกับ ตร. เพื่อขอสำเนาหมายเรียกแต่ทาง ตร.หาไม่เจอแจ้งว่าให้มาเอาพรุ้งนี้อีกที
ผมโทรไปหาประกัน 3 ครั้งเพื่อตามเรื่อง
ครั้งที่ 1 เจ้าหน้าที่แจ้งว่าให้ส่งสำเนาหมายเรียกไป ทางประกันถึงจะระงับค่า excess ให้
ครั้งที่ 2 โทรไปอีกครั้งเพราะจะขอหมายเลขแฟกซ์ แต่เจ้าหน้าที่ท่านที่ 2 แจ้งว่า "ต่อให้ส่งเอกสารมาทางบริษัทก็ไม่สามารถระงับค่า excess ได้เพราะเนื่องจากคู่กรณีไม่มารับทางข้อกล่าวหา" ซึ่งผมก็วางสายไปแบบงงๆ
ครั้งที่ 3 ผมโทรไปโวยเจ้าหน้าที่ว่าทำไม คนที่ 1 กับ 2 ให้คำแนะนำไม่เหมือนกัน และทำไมบริษัทถึงไม่ตามเรื่องให้ลูกค้า เราเสียเงินไปแล้วนะควรจะได้ความดูแล ไม่ใช้หวังจะเอาเงินอย่างเดียวแต่ไม่ทำอะไรเลย ซึ่งเจ้าหน้าที่ประกันท่านที่ 3 ก็รับเรื่องไว้และแจ้งว่าให้แฟกซ์สำเนามาแล้วเค้าจะทำเรื่องให้
วันอังคารที่ 11/11/2557 ผมไปสำเนาอีกครั้งแต่ไม่พบ ตร.ที่ดูคดีของผม ตร.ท่านอื่นแจ้งว่าวันนี้หมวดไม่มา ซึ่งผมโทรมานัดหมายล่วงหน้าช่วงเช้าแล้วนะว่าจะเข้ามา แต่ทาง ตร. ก็ผิดนัด
วันพุธที่ 12/11/2557 ผมโทรไปหา ตร.อีกครั้ง แต่ได้คำตอบว่ายังหาเอกสารไม่เจอเดี๋ยวค่อยมาเอาพรุ้งนี้ละกัน ซึ่ง ณ ตอนนี้ผมเริ่มเชื่อละว่าราชกาลไทยทำงานแบบเช้าชามเย็นชาม
วันพฤหัสที่ 14/11/2557 ติดต่อไปหา ตร.อีกครั้งและได้แจ้งว่าจะเข้าไปเอาสำเนาหมายเรียก ซึ่งทาง ตร.แจ้งว่าเจอเอกสารแล้วกำลังจะโทรหาพอดี
วันศุกร์ที่ 15/11/2557 ทำการส่งแฟกซ์สำเนาหมายเรียกคู่กรณีไปให้กันทางประกัน โดยที่ทางประกันดำเนินการแค่ประมาน 10นาที ก็ปลดค่า excess ให้ละ แต่เค้าได้แจ้งกลับมาว่า "หากยังไม่สามารถตามคู่กรณีได้ เข้จะมีการเรียกเก็บค่า excess ย้อนหลัง"
วันเสาร์ที่ 16/11/2557 ไปรับรถจากทางศูนย์และขับไปตามเรื่องกับ ตร.อีกครั้ง แต่ก็ไม่เจอ ตร.ที่รับคดี
หลังจากนั้นผมกก็โทรตามเรื่อง 3-4วัน/ครั้ง ซึ่งพยายามไม่โทรถี่จนเกินไปเพื่อกันทาง ตร.รําคาญ แต่ผลที่ได้รับคำตอบจากทาง ตร.คือ
- ไม่ว่างตามเรื่องให้ และพูดกลับมาว่า "ให้โทรมาตามเองเรื่อยๆ"
- อยู่ศาลไม่สะดวกตามเรื่องให้ "เดี๋ยวติดต่อกลับ" (ซึ่งก็ไม่เคยติดต่อกลับมาซักครั้ง)
- ลืม (และก็พูดว่า "เดี๋ยวตามเรื่องให้" แต่ก็เงียบไปอีก)
ปัจจุบันเรื่องเงียบไปเลยซึ่งผมก็คงคาดหวังอะไรจากเจ้าหน้าที่ไม่ได้แล้ว โดยถ้าหากคดีเงียบไปจริงๆและประกันเรียกเก็บค่า excess มาผมคงต้องจ่ายไปดีกว่าเพื่อตัดความรำคาญและปีหน้าก็เปลี่ยนประกันเอาเพราะมันไม่เคยช่วยอะไรเลย
หลังจากเกิดเหตุการมาผมยังไม่เคยเจอหน้ากับเจ้าหน้าที่ประกันซักครั้ง ซึ่งจากการเกิดเหุครั้งนี้ทำให้ผมได้รับบทเรียนหลายอย่างมาก เช่น อย่างหวังอะไรกับ ตร.ไทย , บ.ประกันมันหวังแต่เงิน , การทำเรื่องแจ้งความทุกอย่างต้องทำให้เร็วไม่งั้นหลักฐานจะหายหมด
ปล.สุดท้ายนี้ เหตุการณ์นี้ทำให้ผมเหนื่อยมาก เสียเวลา เสียเงินค่าโทรศัพท์เยอะมาก เสียสุขภาพจิตรมากเพราะต้องตามเรื่องเองทั้งหมด ผมได้แนบไฟล์วิดีโอมาเพื่อเป็นหลักฐานซึ่ง ทางตำรวจกับประกันไม่เอาไป

หากภาพไม่ชัดให้เลือกความละเอียดเป็น 720p หรือ 1080p
และหากอยากทราบเลขทะเบียนคู่กรณีสามารถเข้าไปดูได้ในลิ้ง youtube
โดนชนแล้วหนี ตำรวจไม่ตามเรื่องต่อให้
1.คดีเงียบ ตำรวจไม่ติดต่อกลับมาแจ้งความคืบหน้าเลย ต้องโทรไปตามตลอด
2.ประกันเรียกเก็บค่า excess โดยไม่ลงมาดูแลผู้ซื้อประกันเลย
3.เรื่องทุกอย่างหลังจากเกิดเหตุต้องตามเรื่องเองทั้งหมด
ขออธิบายก่อนนะครับ
รถผู้เสียหาย เป็นรถเก๋ง นิวยาริส ออกจากศูนย์มาได้ 6 เดือน
รถคู่กรณี เป็นรถกระบะ วีโก้ ตัวล่าสุด ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่มีประกัน
จากที่ผมตรวจสอบทะเบียนรถมาแล้ว ยี่ห้อรถ รุ่นรถ สีรถ ตรงเป๊ะ
เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ 31/10/2557 เวลาประมาน 20.30น. สถานที่เกิดเหตุ หน้าโรงเรียนคลองเกลือปากเกร็ด จ.นนทบุรี
ผมขับขึ้นทางด่วนจากถนนเส้นรัชโยธินมาลงถนนแจ้งวัฒนะฝั่งตรงข้ามทางเข้าเมืองทองธานี หลังจากลงทางด่วนมาแล้วผมก็ขับมาทางเบี่ยงที่จะออกเส้นแจ้งวัฒนะเพื่อตรงไปห้าแยกปากเกร็ดตามปกติ ซึ่งรถก็ไหลไปเรื่อยๆเพราะช่วงนั้นฝนตก ถนนช่วงนั้นมี 4 เลน ( เลน 1,2 วิ่งใต้สะพาน เลน 3,4 วิ่งขึ้นสะพาน ) พอผมวิ่งออกมาถนนเส้นหลักก็เบี่ยงมาเลน 2 จากนั้นผมก็สังเกตุเห็นรถกระบะทางซ้ายมือที่วิ่งมาจากเลน 3..
ลักษณะการขับของกระบะคันนั้นเหมือนหนีอะไรมา คือเร่งเครื่องและขับจ่อตูดคันหน้า โดนเท่าที่ได้ยินเสียงคือเบิ้ลเครื่องตลอดเวลา(รถคันนั้นทำท่อ เสียงเลยดังมาก) ในเลนผมรถแต่ละคันก็ไหลไปตามปกติแต่พอถึงช่วงคอสะพานรถผมก็วิ่งตามคันหน้าเรื่อยๆผ่านกระบะคันนั้นไปแล้วทั้งคัน จากนั้นก็ได้ยินเสียงกระบะคันนั้นเบิ้ลเครื่องอีกครั้งและก็ ตุ๊บ!! กระบะคันดังกล่าวพุงมาจูบเข้าที่บริเวณซุ้มล้อหลังขวาผมเต็มๆ
ซึ่งตอนโดนชนนั้นผมก็มองกระจกข้างซ้าย-ขวาเพื่อดูรถคันหลัง และกำลังเปิดประตูไปดูรถคู่กรณี แต่แล้วคู่กรณีก็ได้หักหัวรถและเร่งเครื่องหนีขึ้นสะพานไป ซึ่งผมมองตามไปแต่..อ้าวมันไม่มีป้ายทะเบียนหลังนี่หว่า ซึ่งจังหว่ะนั้นผมคิดว่าเอาแล้วไงมันชนแล้วหนีแล้วจะทำไงหล่ะเนี่ย แต่เมื่อผมมองขึ้นสะพานไปรถมันติดอยู่นี่หว่า ผมเลยขับตามคู่กรณีไปเส้นใต้สะพานเพราะมองไปแล้วรถไม่ค่อยติด
หลังจากนั้นผมก็ไปจอดรอคู่กรณีที่คอสะพานฝั่งตรงข้าม ซึ่งพอรถคู่กรณีมาถึงและเห็นรถผมจอดรออยู่ก็พยายามเร่งเครื่องและหาช่องเพื่อหนี แต่ถนนช่วงนั้นใกล้ถึงหน้าเซ็นทรัลแจ้งวัฒนะรถจึงติดมาก ซึ่งรถคันดังกล่าวไม่สามารถหนีไปได้ โดยผมพยายามบีบแตรให้รถคู่กรณีหยุดเพราะว่าจะได้เคลียร์แต่คู่กรณีก็พยายามหนีอย่างเดียว ผมเลยขับแซงขึ้นไปเพื่อพยายามดูทะเบียนหน้า
แต่แล้วคู่กรณีก็ชนผมอีกครั้งที่ประตูหลังซ้าย ซึ่งผมมองเห็นป้ายทะเบียนหน้าชัดเจน ถล-233x กทม. แต่คู่กรณีก็ยังไม่ยอมลงมาดูและได้ขับหนีไปอีก โดยตอนขับตามผมก็โทรไปที่ 191 ซึ่งจะให้สกัดจับ เพราะข้างหน้าจะมียูเทิร์นและปกติจะมีเจ้าหน้าที่จราจรยืนโปกรถอยู่ แต่แล้วกลับได้รับคำแนะนำจากเจ้าหน้า 191 ที่ "ให้หยุดตามและไปแจ้งความที่ สน. เอา.."
หลังจากวางสาย 191 ผมก็ติดต่อไปทางประกันของผมซึ่งผมใช้ ไอโออิ กรุงเทพประกันภัย โดยเจ้าหน้าที่ ที่รับเรื่องถามแต่ว่าเหตุเกิดที่ไหนชนกี่โมงเพื่อจะออกเลขเครม ผมเลยถามย้อนกลับไปว่า "ไม่มาเอาหลักฐาน(ไฟล์กล้องติดรถ)และดูสภาพรถเลยหลอ" แต่ผมได้คำตอบกลับมาว่า "ไม่อยากให้เจ้าหน้าที่เสียเวลา เพราะไม่มีคู่กรณี" และได้แจ้งให้ผมเอารถไปเข้าศูนย์และเครมประกันไปเลย
หลังจากคุยกับประกันแล้วผมก็ไปแจ้งความที่ สน.ปากเกร็ด ไว้และรอเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับมาเพื่อทราบผมการดำเนินการ
วันเสาร์ที่ 1/11/2557 ผมเอารถไปที่ศูนย์ ให้ทางศูนย์ทำเรื่องเครมประกัน และนำสำเนาใบแจ้งความให้กับทางศูนย์เพื่อส่งให้ประกันอีกทีซึ่งทางศูนย์ก็รับเรื่องและแจ้งว่าจะติดต่อกลับ
วันอังคารที่ 4/11/2557 ทางศูนย์โทรมาแจ้งว่าประกันอนุมัติวงเงินซ่อมแล้ว แต่ผมต้องเสียค่า excess 1000 บาท เพราะไม่มีคู่กรณี ผมเลยย้อนกลับไปว่า "ทำไมผมต้องเสียด้วยในเมื่อมีคู่กรณีแต่มันหนี ซึ่งผมก็มีหลักฐาน" แต่ทางศูนย์แจ้งกลับมาว่าประกันแจ้งมาว่าให้เราคุยกับประกันเอง
วันพุธที่ 5/11/2557 ผมลางานไปตามเรื่องกับ ตร. แต่ได้รับคำตอบว่ายังไม่ได้ส่งหมายเรียกเพราะไม่มีหลักแน่นอนว่ารถที่ชนเป็นทะเบียนนี้ ซึ่งผมก็เลยยืนยันไปเลยว่าเป็นทะเบียนนี้จริงๆและให้ออกหมายเรียกไว้เลย ซึ่งเจ้าหน้าที่เลยบอกผมว่า "เดี๋ยวช่วงบ่ายผมออกหมายเรียกให้"
หลังจากผมคุยกับ ตร.เรียบร้อยผมก็ไปเทศบาลปากเกร็ดเพื่อขอดูกล้องจราจร แต่แล้วเหมือนฟ้าจะเป็นใจ **กล้องจราจรเส้นแจ้งวัฒนะฝั่งเซ็นทรัลแจ้งเสียทั้งเส้น รองบอนุมัติซ่อมอยู่** ผมจึงกลับบ้านมือเปล่าไม่ได้ทั้งหลักฐานอีกทั้งเสียเวลางานอีก
วันเสาร์ที่ 8/11/2557 ผมนำรถเข้าซ่อมกับทางศูนย์ ทางศูนย์แจ้งว่าประกันยังไม่ปลดค่า excess ให้ เพราะฉนันถ้าซ่อมเสร็จจะต้องจ่ายเพื่อนำรถออก ไม่งั้นจะไม่สามารถรับรถได้
วันจันทร์ที่ 10/11/2557 ผมไปตามเรื่องกับ ตร. เพื่อขอสำเนาหมายเรียกแต่ทาง ตร.หาไม่เจอแจ้งว่าให้มาเอาพรุ้งนี้อีกที
ผมโทรไปหาประกัน 3 ครั้งเพื่อตามเรื่อง
ครั้งที่ 1 เจ้าหน้าที่แจ้งว่าให้ส่งสำเนาหมายเรียกไป ทางประกันถึงจะระงับค่า excess ให้
ครั้งที่ 2 โทรไปอีกครั้งเพราะจะขอหมายเลขแฟกซ์ แต่เจ้าหน้าที่ท่านที่ 2 แจ้งว่า "ต่อให้ส่งเอกสารมาทางบริษัทก็ไม่สามารถระงับค่า excess ได้เพราะเนื่องจากคู่กรณีไม่มารับทางข้อกล่าวหา" ซึ่งผมก็วางสายไปแบบงงๆ
ครั้งที่ 3 ผมโทรไปโวยเจ้าหน้าที่ว่าทำไม คนที่ 1 กับ 2 ให้คำแนะนำไม่เหมือนกัน และทำไมบริษัทถึงไม่ตามเรื่องให้ลูกค้า เราเสียเงินไปแล้วนะควรจะได้ความดูแล ไม่ใช้หวังจะเอาเงินอย่างเดียวแต่ไม่ทำอะไรเลย ซึ่งเจ้าหน้าที่ประกันท่านที่ 3 ก็รับเรื่องไว้และแจ้งว่าให้แฟกซ์สำเนามาแล้วเค้าจะทำเรื่องให้
วันอังคารที่ 11/11/2557 ผมไปสำเนาอีกครั้งแต่ไม่พบ ตร.ที่ดูคดีของผม ตร.ท่านอื่นแจ้งว่าวันนี้หมวดไม่มา ซึ่งผมโทรมานัดหมายล่วงหน้าช่วงเช้าแล้วนะว่าจะเข้ามา แต่ทาง ตร. ก็ผิดนัด
วันพุธที่ 12/11/2557 ผมโทรไปหา ตร.อีกครั้ง แต่ได้คำตอบว่ายังหาเอกสารไม่เจอเดี๋ยวค่อยมาเอาพรุ้งนี้ละกัน ซึ่ง ณ ตอนนี้ผมเริ่มเชื่อละว่าราชกาลไทยทำงานแบบเช้าชามเย็นชาม
วันพฤหัสที่ 14/11/2557 ติดต่อไปหา ตร.อีกครั้งและได้แจ้งว่าจะเข้าไปเอาสำเนาหมายเรียก ซึ่งทาง ตร.แจ้งว่าเจอเอกสารแล้วกำลังจะโทรหาพอดี
วันศุกร์ที่ 15/11/2557 ทำการส่งแฟกซ์สำเนาหมายเรียกคู่กรณีไปให้กันทางประกัน โดยที่ทางประกันดำเนินการแค่ประมาน 10นาที ก็ปลดค่า excess ให้ละ แต่เค้าได้แจ้งกลับมาว่า "หากยังไม่สามารถตามคู่กรณีได้ เข้จะมีการเรียกเก็บค่า excess ย้อนหลัง"
วันเสาร์ที่ 16/11/2557 ไปรับรถจากทางศูนย์และขับไปตามเรื่องกับ ตร.อีกครั้ง แต่ก็ไม่เจอ ตร.ที่รับคดี
หลังจากนั้นผมกก็โทรตามเรื่อง 3-4วัน/ครั้ง ซึ่งพยายามไม่โทรถี่จนเกินไปเพื่อกันทาง ตร.รําคาญ แต่ผลที่ได้รับคำตอบจากทาง ตร.คือ
- ไม่ว่างตามเรื่องให้ และพูดกลับมาว่า "ให้โทรมาตามเองเรื่อยๆ"
- อยู่ศาลไม่สะดวกตามเรื่องให้ "เดี๋ยวติดต่อกลับ" (ซึ่งก็ไม่เคยติดต่อกลับมาซักครั้ง)
- ลืม (และก็พูดว่า "เดี๋ยวตามเรื่องให้" แต่ก็เงียบไปอีก)
ปัจจุบันเรื่องเงียบไปเลยซึ่งผมก็คงคาดหวังอะไรจากเจ้าหน้าที่ไม่ได้แล้ว โดยถ้าหากคดีเงียบไปจริงๆและประกันเรียกเก็บค่า excess มาผมคงต้องจ่ายไปดีกว่าเพื่อตัดความรำคาญและปีหน้าก็เปลี่ยนประกันเอาเพราะมันไม่เคยช่วยอะไรเลย
หลังจากเกิดเหตุการมาผมยังไม่เคยเจอหน้ากับเจ้าหน้าที่ประกันซักครั้ง ซึ่งจากการเกิดเหุครั้งนี้ทำให้ผมได้รับบทเรียนหลายอย่างมาก เช่น อย่างหวังอะไรกับ ตร.ไทย , บ.ประกันมันหวังแต่เงิน , การทำเรื่องแจ้งความทุกอย่างต้องทำให้เร็วไม่งั้นหลักฐานจะหายหมด
ปล.สุดท้ายนี้ เหตุการณ์นี้ทำให้ผมเหนื่อยมาก เสียเวลา เสียเงินค่าโทรศัพท์เยอะมาก เสียสุขภาพจิตรมากเพราะต้องตามเรื่องเองทั้งหมด ผมได้แนบไฟล์วิดีโอมาเพื่อเป็นหลักฐานซึ่ง ทางตำรวจกับประกันไม่เอาไป
หากภาพไม่ชัดให้เลือกความละเอียดเป็น 720p หรือ 1080p
และหากอยากทราบเลขทะเบียนคู่กรณีสามารถเข้าไปดูได้ในลิ้ง youtube