เบื่อ"ผู้" ร่วมงาน กับงานส่วนตัว งานลูก งานผัว

ก่อนอื่นขอบอกก่อนเลยค่ะว่า เราทำงานแผนก IT เราเป็นผู้หญิงคนเดียวในแผนก  (ทั้งบ้าน+ที่ทำงานอุปกรณ์ครบครัน)
เรามีลูก 2 คน เรียนทั้งคู่ กลับบ้านก็มีงานบ้าน งานลูก เยอะไปหมด  ทุกคนก็รู้กัน

องค์กร ก็มีพนักงาน 300 กว่าคน บ้านเราก็ใกล้ที่ทำงานมาก  (ผู้ร่วมงานส่วนใหญ่ก็คนย่านๆเดียวกัน)
**ใช้คำว่า "ผู้"ร่วมงาน เพราะ "เพื่อน" ร่วมงานดีๆ นับคนได้

ปัญหาที่เราเจอบ่อยๆคือ ฝากทำการบ้านให้ลูก / ปริ้นรูปส่วนตัว / ยกเครื่องมาถึงบ้านบ้างล่ะ /
ทำมือถือ tablet i-pad / i-phone /  โทรหาถ้าผ่านบ้านให้แวะมาดูเครื่องให้บ้างล่ะ บราๆๆๆๆ

แรกๆ ก็พอได้อ่ะนะ บางทีเจอแบบมึนๆ โทรมา อยู่ห้องใช่ปะ เดี๋ยวไปหานะ
มาถึง  เฮ้ยยย!!! แก เปิดเว็บหาพืชผักส่วนครัวให้สักรูป 2 รูปดิ  print ให้ด้วยนะ (ก็นะ นิดหน่อย ก็ตามน้ำไป)
ต่อมา เจอหน้ากันที่สแกนนิ้ว เฮ้ยยย วันนี้หารูปมาตรตัวสะกดให้ด้วยนะ เสร็จแล้วบอกเดี๋ยวไปหา (เราก็มึนใส่ค่ะ)
วันดีคืนดี ก็เอาโทรศัพท์มา เนี่ยเพิ่งซื้อมาใหม่ ทำเครื่องให้ที ย้ายข้อมูลเก่าให้ด้วย บ่ายมาเอานะ  (เราก็ทิ้งเครื่องไว้ค่ะ ช่างมัน)
บ่อยเข้า บ่อยเข้า ก็ ปฏิเสธไปเรื่อยนะ  Post Facebook / Line ก็แล้ว ก็มึนมาตลอด เดือนนึงก็  1-2 ครั้ง

อีกคน[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ ก็จะมาแบบว่า เอา ipad มาให้ดู  ดูสิแฟนใหม่พี่  รูปไหนว่าดูดี  เราก็ชี้ๆไป อันนี้ก็ดีนะ เหรอ ๆ งั้นเดี๋ยวส่งไลน์ ให้ ฝาก Print ด้วยนะ  ไอ้รูปแฟนๆ นี่แหละค่ะ มาบ่อยมาก ซื้อกรอบรูปมาเป็นประจำ จะปริ้นเก็บไว้
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้บางคนลูกอยู่ถึง ปวช แล้ว ให้ทำ PowerPoint ให้ Write ลงแผ่นด้วยนะ  ช่วยไปหาซื้อแผ่นด้วย บางทีก็เอาขององค์กรที่แหละ  
(ส่งลูกไปเรียนเพื่อไรเนี่ย)

บางทีมีลูกมาที่ทำงาน นี่ค่ะ โทรตามเลยค่ะ มาหาลูกพี่ทีค่ะ ลูกพี่นั่งรออยู่ข้างล่าง ไปดูเครื่องให้ลูกพี่ทีค่ะ
ลูกพี่มาค่ะ แฟนพี่มาค่ะ ขอรหัส wifi ค่ะ   เราพยายามเลี่ยงนะ เดินหนีบ้างล่ะ ยุ่งบ้างล่ะ

มาทาง inbox face ดึกๆดื่นๆ ขอปรึกษาหน่อยสิ ตอนนี้เน็ตที่บ้านใช้ไม่ได้ เป็นของ ....
ต้องทำยังไง ก็แนะนำไปโทรไปถามเค้าสิ คุยไปคุยมา พอดีครูให้สร้าง e-mail ช่วยสร้างให้ทีได้ไหมจะต้องเมล์งานให้ครูพรุ่งนี้
จบ จบ จบ เลยค่ะ  ไม่ตอบ  
เพราะปกติอยู่ในที่ทำงานเดียวกันเดินสวนกันยังไม่เคยทัก face ยังไม่เคย Like  อยู่ๆ มีปัญหาก็มาแบบนี้


อีกคนก็มาแบบว่า ไลน์มาสั่งๆๆๆ แล้ว ยังมีหน้ามาบอกให้มาเช้าๆ นะ    
ข้อความนี้เราโพสลงเฟส ก็ฮือฮากันไปพักนึง


ล่าสุด วันนี้เลยค่ะ โทรมาแต่เช้า เดี๋ยว 9 โมงจะไปหานะ จะคุยเรื่องงานหน่อย
9 โมงเดินถือกระเป๋ามาเลยค่ะ หยิบ ipad ขึ้นมา ฝากทำด้วย เครื่องมันช้า
เราตอบทันทีว่ายุ่งเห็นมั้ยเนี่ย  เค้าตอบกลับไม่เป็นไรเอากลับไปทำที่บ้านก็ได้ ไม่รีบ
ตอนนี้ก็คงทิ้งไว้อย่างงี้แหละจนกว่ามันจะทวง  

ไม่เข้าใจ  แล้วทำไมคนพวกนี้ ถึงไม่มีสามัญสำนึกเอาซะบ้าง ทั้งที่บางทีเรามึนใส่ ไม่ทำให้ เลี่ยงบ้าง หนีบ้าง ยุ่งบ้าง
แต่มันก็ยังมาแบบนี้เรื่อยๆ


เราเพิ่งโพสข้อความ นี้เมื่อวันเสาร์ค่ะ  ทำไมเห็นกันแล้ว อ่านกันแล้ว ก็ยังมึนมากันอีก
แก้ไขข้อความเมื่อ
สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 24
ที่บ้านผม แม่ผมเป็นเลยครับ เป็นช่างเย็บผ้า เย็บแบบงานละเอียดนะ
จะมีเจ๊ร้านขายของชำหน้าซอยมาตัดประจำ แกรวยกางเกงขาสั้นแก ผ้าไหมทุกตัว
ค่าตัดบางทีแม่ผมก็เรียก 100-200 เจ๊แกมาตัดประจำ
ครั้งนึงตัดชุดไปวัด แม่เรียกไป 400 ผมบอกถูกไป ผมเสนอไป 600
เจ๊แกยังบอกว่าถูกมาก แกไปตัดเฉพาะค่าตัดก็เป็นพัน

แต่อีป้าอีกคนนึงนี่ เลวมากครับ เอาเสื้อมาให้ผมตัด สั่งนู่นนี่นั่น ราคาแม่ผมไม่ต้องบอก
แมล่งให้เอง เสื้อนั่งตัดเป็นวัน แมล่งยื่นเงินให้ 100 เดียว (แต่ ณ ตอนนั้นปี 45-46 นะครับ)
ผมนี่ส่ายหน้าเลย แล้วเวลาวัดตัว แม่บอกตรงนี้ต้องหลวมหน่อย กันเวลานั่ง ตรงนี้ต้องแบบนี้
แมล่งไม่เอา บอกให้ตัดตามมันบอก พอเสร็จแล้วไม่ได้ แมล่งเอามาให้แก้ ไม่ให้ค่าแก้ด้วย
บางทีก็แก้ไม่ได้เพราะไม่มีระยะผ้าเหลือ เพราะเวลาแม่ผมเว้นผ้าชั้นในให้มันเหลือๆเผื่อแก้ แมล่งก็บอกให้เจียนออก เพราะมันระคายผิวหนัง
แก้ไม่ได้ แมล่งเอาเสื้อไป บางทีก็ไม่ให้ตังค์อีก
เสื้อตัวนึงทำวันนึง กว่าจะแก้ให้แมล่งพอใจ ซัดไป 3 วันได้ตัง 100 นึง บางทีไม่ได้ ผมนี่สงสารแม่มาก
แต่แม่ก็ชอบบอกว่า ช่างมัน
ครั้งหลังๆ มาตัดเสื้อ ผมนี่จดไว้หมดเลย อะไรมั่งยังไงมั่ง
สุดท้ายเป็นดั่งที่คิด เหตุเกิดจนได้ เกี่ยวกับพวกสาบเสื้ออะไรเนี่ย มาบอกแม่ผมว่า ชั่นบอกให้แกทำสาบนะ
แม่บอกว่า เฮ้ยพี่ไม่ได้บอกนะ แมล่งก็บอกพี่บอก เธอจำไม่ได้อย่ามาเถียงชั้นสิ ชั้นเป็นจ้างเธอ ทำไมชั้นจะไม่รู้ว่าชั้นจะเอาแบบไหน
ผมนั่งเล่นเกมอยู่ เบื่อหน่ายในความปลิ้นปล้อนมั่วซั่วของพี่แกอย่าง ผมส่ายหน้าให้เห็นๆเลยว่า กลูไม่ชอบนะเว้ย
แม่ก็บอกว่า พี่บอกหนูแบบนี้นะ แล้วอีป้าแกก็ยื่นขึ้น คำสุดท้ายแกบอกว่า แกนี่ความจำเลอพเลือนแล้วพร(แม่ผมชื่อพร)
เสร็จแล้วก็กึ่งเขวี้ยง กึ่งโยนเสื้อลงมา โดนหน้าอกแล้วหล่นตรงหน้าแม่ผม(แม่ผมนั่งอยู่)
หมดเลยครับตอนนั้น ผมกำลังเล่นเกมอยู่ กระชากจอยเกมออกจากคอม แล้วเขี้ยงลงพื้น จอยแตกกระจาย(อันนี้ 80 บาท เลยเขวี้ยงโชว์ซะหน่อย)
ป้าอะไรวะเนี่ย โคตรเรื่องมากเลย สั่งแบบนึงจะเอาแบบนึง
แกบอก นุเป็นอะไร ของขึ้นบ้าอะไร แม่เธอผิดนะจำไม่ได้เอง
ผมเอาสมุดมาให้ดู จะผิดยังไง นี่ไงจดไว้อยู่เนี่ย
ไม่เอาสาบเสื้อ ไม่เอาสาบเสื้อ ไม่เอาสาบเสื้อ(ขอบอกว่าเสียงนี่ดังไปประมาณครึ่งซอย)
นี่ภาษามนุษย์จดไว้เนี่ย
แมล่งยังแถบอกว่า จดไว้มั่วๆ
ผมเลยบอกงั้นเอากลับไปเลย ผมเอาตังค่าผ้าให้อีก 200 บอกเอากลับไปเลย แล้วไม่ต้องมาเหยียบอีกนะบ้านเนี๊ย
ขาดป้าไม่คนเดียว แม่ผมสบายขึ้นอีกเยอะ คนอื่นเค้าตัด ค่าตัดเค้า 300-400 ยังไม่เรื่องมากเท่าป้าเลย
นี่ตัดไม่เคยให้เกินร้อย สั่งหยั่งกะตัดเสื้อตัวละสามแสน
ตอนหลังแกก็ยังมาเวียนมา แต่มาเฉพาะตอนผมไม่อยู่ แต่บางครั้งก็ทำหน้าทนเข้ามาตอนผมอยู่เป็นบางครั้ง
เพราะไม่มีเงินไปทำที่อื่น แต่โดนผมบังคับให้จ่ายก่อนขั้นต่ำ 200 ไม่งั้นก็ไปทำที่อื่น
ความคิดเห็นที่ 90
เคยดัดนิสัยน้องสาวไปทีนึงค่ะ เป็นลูกพี่ลูกน้องแต่โตมาด้วยกัน
ตอนนางอยู่ประถม น่าจะป.5 ส่วนเราอยู่มหาลัย น่าจะปีสอง

น้องเราโทรมาหาว่าให้ทำรายงานให้หน่อยที่บ้านไม่มีเครื่องปริ้น
เราเลยบอกว่า ให้ทำรายงานพร้อมจัดรูปหน้ามา เดี๋ยวปริ้นที่มหาลัยให้ (หน้าละ 1 บาท)
นางก็งู้นงี้งั้น บอกทำไม่ได้ ทำไม่เป็น นู่นนี่นั่น คือขี้เกียจนั่นเอง เราก็เลยบอก งั้นเขียนมือส่งอาจารย์เอาละกัน
ตกเย็นแม่นางโทรหายายเราจ้าาา บอกหลานสาวคนเล็กร้องไห้ ไม่มีรายงานส่ง โดนครูตี พี่สาวใจร้ายไม่ยอมช่วยน้อง

โอเคเอางี้ใช่มั้ยยยย เราจัดเต็มเลยค่ะ ทำให้เลย รายงาน 80 กว่าหน้า มีปกนอก ปกใน ปกใส เย็บกระดูกงูเรียบร้อย
สองแม่ลูกมารับรายงานที่บ้าน หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใสทั้งแม่ทั้งลูก (ไหนเด็กถูกตี?)

หลังจากนั้นไม่กี่วัน มีโทรศัพท์จากน้าเราโทรเข้ารัวๆ เลยค่ะ แต่เราไม่รับเลย เพราะเรารู้ว่าเรื่องอะไร
ก็ในส่วนของคำนำเราใส่ชื่อเราแทรกเข้าไปว่า จัดทำโดย น.ส. Draw my Life จัดทำขึ้นเพื่อ เด็กหญิง(ชื่อน้อง)
สรุปโดนจับได้ ที่จริงเราว่าคุณครูเค้าก็คงสงสัยตั้งแต่รายงาน 80 หน้า เนื้อหาแน่นเปรี๊ยะแล้วแหละค่ะ

เราเองก็โดนทั้งยายทั้งพ่อทั้งแม่เราตำหนินิดหน่อยที่ไปทำน้องแรงขนาดนั้น ก็รู้สึกผิดอยู่ลึกๆ เหมือนกันนะ หัวเราะ

แก้ไขเพิ่มเส้นใต้ค่ะ
ความคิดเห็นที่ 7
เรียนตามตรง นี่เป็นไม่กี่กระทู้เราเรากดโหวต 555

คือ ส่งลูกไปเรียนทำไม ถ้าจะให้ง่อยขนาดนี้ ให้ลาออกมาอยู่บ้านก็ได้ การบ้านแค่นี้ยังต้องช่วย เพลียมากค่ะ
(เรานับเฉพาะพวกช่วยลูกแบบลูกไม่ต้องทำ เด๋วแม่(ใช้ให้คนอื่น)ทำเอง!!)
(ไม่นับประเภทการบ้านยาก พ่อแม่พยายามสอนให้เข้าใจ)

แล้วการบ้านก็ไม่ได้ยากบ้าอะไร แค่ใช้เวลาหน่อย (ซึ่งพ่อแม่ก็ขี้เกียจเหมือนลูกว่างั้น เลยใช้เพื่อนอีกที)
(ยกตัวอย่างของ จขกท หาธงชาติอาเซียนมาแปะใส่พาวเวอร์พ้อยท์ มันโคตรง่ายอะ รีดผ้ายังยากกว่า55)

เจอบ้านเพื่อน งงมาก
แม่ให้ลูกชายเล่นเกมส์ตามสบาย ส่วนการบ้าน ส่งมานี่ เด๋วให้พี่สาวทั้งสอง ขุ่นแม่ พี่เลี้ยงลูก เคลียร์ให้เอง
คือ เพื่อนเราทำงานออฟฟิศ ตกเย็นขุ่นแม่ก็โทรมาตามให้รีบกลับบ้านมาทำการบ้านให้น้อง เงิบค่ะเงิบ
ความคิดเห็นที่ 100
ขอพื้นที่นิดนึง อยากระบาย 555
แฟนใหม่พ่อเราเค้ามีลูกติดมา 1 คน เลี้ยงยังกะเทวดา เช้าแทบจะเดินตามป้อนข้าวก่อนไปเรียน บ้านอยู่ห่างจากโรงเรียน 3 ร้อยเมตร ต้องขับรถไปส่ง!! หลายวันก่อนเห็นฮีบ่นว่าโดนครูตีทุกสัปดาห์เลยไม่ได้ส่งงาน เมื่อวันก่อนนี่เด็ดค่าา เรากลับจากธุระข้างนอกมาเห็นแม่ฮีนั่งวาดรูประบายสี ตัดแปะกล่องกระดาษ ส่วนฮีนอนดูการ์ตูนที่ไปเช่ามาหัวเราะเอิ้กอ้ากอยู่บนห้อง เราก็ด้วยสงสัยถามไปว่า (ขอเขียนเป็นบทสนทนา)
เรา : คิดไงมานั่งประดิษฐ์กล่องเนี่ย ไม่มีงานทำหรอ
แม่ฮี : ครูเค้าโทรมาบอกว่า(นัง)ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนจะโดนเรียกผู้ปกครองเพราะไม่ทำการบ้าน(งานประดิษฐ์)ส่ง
เรา : อ้าว แล้วไม่ให้มันทำเอง นี่มันก็อยู่บ้านไม่ใช่หรอ
แม่ฮี : เมื่อกี้ให้มันมาช่วยตัดกล่องแล้ว
เรา : ตัดแค่กล่อง?
แม่ฮี : ตัดได้ 2 ที มันก็บอกว่าไม่ตรงทำไม่ได้ เลยทำให้มัน
เรา : แล้วทำไมไม่สอนมันทำ อะไรๆก็ทำให้ แล้วมันจะทำอะไรเป็นบ้างมั๊ย นอกจากกิน นอน เล่น ขอตังค์
แม่ฮี : มันยังเด็ก
เรา : ขอโทษค่ะ ป.6 ไม่เด็กแล้ว  พ่อหนูให้หนูซักผ้ารีดผ้าเองตั้งแต่ ป.1 ป.3นี่ช่วยงานในร้านทุกอย่าง ก็โตมาได้ถึงทุกวันนี้ไม่เห็นตาย
แม่ฮี : ก็เลี้ยงมาไม่เหมือนกัน
เรา : แล้วจะเลี้ยงมันไปจนมันตายมั๊ย
แม่ฮี : ถ้าน้าตายก่อนมันก็คงเป็นเวรกรรมมัน
เรา : .................................

คือหลายครั้งหลายหนมากกับเรื่องแบบนี้ จนพ่อเราเอือมเลิกพูดเลิกบ่นและ
เราใช้มันล้างจาน มันจะเดินเลียบๆ เคียงๆไปหาแม่มัน แล้วแม่มันก็จะไปล้างแทน
เสื้อผ้า กางเกงลิง ถุงเท้า รองเท้า นี่แม่ฮีซัก ขัด รีด ให้หมดนะคะ ข้าวเช้าแทบจะประเคนถึงปาก
วันไหนไม่ไปส่งฮีไม่ไปเรียนค่ะ! เย็นเลิกเรียนกลับมา "แม่ตังค์กินหนมหน่อย" แล้วก็หายหัวไปเล่นบ้านเพื่อน
กลับมาอีกที "แม่ข้าวล่ะ" คือแบบ เราไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจมากๆๆ ถามแม่ฮีว่าทำไปเลี้ยงลูกแบบนี้ แม่ฮีก็บอกว่า
"มันโตเดี๋ยวมันก็รู้เอง"
คำถามคือ เมื่อไหร่มันจะโต?? / นี่เป็นแม่หรือเป็นคนรับใช้? / นี่เทวดาหรือลูก?
คือเราไม่เข้าใจจริงๆ รบกวนแม่ๆ ท่านไหนที่เลี้ยงลูกแบบนี้ตอบทีได้ไหมคะ ว่าทำไมถึงเลี้ยงเป้นเทวดาขนาดนี้


หรือเพราะพ่อเราเลี้ยงเรามาแบบลำบากลำบน ทำทุกอย่าง ทั้งของตัวเอง ของพ่อของแม่ แถมต้องช่วยงานตั้งแต่เด็กๆ
โรงเรียนอยู่ไกล โลกว่าก็ต้องเดิน+ปั่นจักรยานไปเอง ข้าวปลาหากินเอง หาให้พ่อให้แม่ด้วย
คำที่พ่อเราพูดบ่อยมากคือ "วันที่ไม่มีพ่อ หนูต้องอยู่ได้" กับ "พ่อแม่ไม่ใช่คนรับใช้ลูก"

หรือเราจะอิจฉามัน??
ความคิดเห็นที่ 27
แรกๆๆ คือ น้ำใจ นานไป กลายเป็นหน้าที่ นานเป็นปี คือเห็นแก่ตัว
แสดงความคิดเห็น
Preview
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  มนุษย์เงินเดือน สังคมคุณแม่
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่