สวัสดีค่ะ เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงเกิดขึ้นเมื่อ 7 ปีที่แล้ว ตอนนั้นตัวดิฉันเรียนอยู่ชั้นม.5 คะ
ขออธิบายภาพลักษณ์ ตัวตน และประสบการณ์ของดิฉัน ณ ตอนนั้นค่ะ
ดิฉันเป็นลูกสาวคนเดียวของคุณแม่ (คุณพ่อมีน้องสาวอีก2คน) แต่คนที่เลี้ยงดิฉันมาจริงๆคือคุณป้า
ท่านจะสอนเรื่องผู้ชายเสมอๆ เพราะคุณแม่เคยพลาดให้กับคุณพ่อนั้นละค่ะ
ท่านมักจะพูดว่า อย่าไปมีอะไรกับผู้ชาย ถ้าเกิดพลาด ผู้ชายทำอะไรขึ้นมา แล้วเกิดท้องเกิดไส้ก็จะให้เลี้ยง
ท่านมักจะย้ำคำว่า "อย่าไปมีอะไรกับผู้ชาย" และตัวดิฉันเองก็ปฏิบัติเช่นนั้นมาตลอด
ในช่วงนั้น ดิฉันถือว่าเป็นคนสวยของโรงเรียนเลยละ เป็นคนดังด้วย ไม่ว่าจะเรื่องเรียน ก็เป็นตัวแทนไปสอบหลายๆอย่าง
เรื่องกิจกรรมก็ไม่ขาด แต่ด้วยความที่เป็นคนมั่นไม่กลัวอะไร บวกกันการติดเกมส์(ขอนิดหนึ่งนะ 555)
ดิฉันจึงเข้ากับผู้ชาย และคลุกคลีกับผู้ชาย ทั้งรุ่นพี่รุ่นน้องได้ง่าย(รุ่นเดียวกันจะคลุกคลีกันในชั้นเรียนคะ ไม่มาเล่นเกมด้วยกัน)
รวมถึงเข้าออกร้านเกมแทบจะทุกร้านที่ว่าดีในตัวจังหวัด
เด็กที่อยู่รร.เดียวกับฉันจะรู้ดีว่า ถึงแม้ภายนอกดิฉันอาจดูเป็นเด็กอ้อร้อ(ใช้คำนี้ละคะ อธิบายได้ดีสุด ภาษาใต้)
แต่ทุกคนจะรู้ว่าดิฉันไม่ใช่เด็กสาวแนวปล่อยตัว
แต่สำหรับเด็กโรงเรียนอื่น ที่เมื่อเห็นผู้หญิงที่คลุกคลีกับผู้ชาย ก็มองดิฉันไปในทางนั้น
จนวันหนึ่งดิฉันได้มารู้จักกับรุ่นพี่ผู้ชายคนหนึ่ง(แก่กว่า 1 ปี) เขาอยู่อีกรร.หนึ่ง(ซึ่งเคยเป็นโรงเรียนชายล้วนมาก่อน)
ดิฉันก็คิดเฉยๆกับเขา ก็พูดคุยธรรมดา จนวันหนึ่ง เขาชวนดิฉันไปบ้าน ดิฉันก็เออออ ไปก็ไป ไม่คิดอะไร
นั้นละค่ะ คือจุดเริ่มต้นของเรื่อง ต้องใช้คำว่าอ่อนต่อโลก ไม่ประสีประสา รวมถึงโง่เลยก็ว่าได้
ที่เด็กผู้หญิงอายุ 17 ไม่รู้ความหมายของการที่ผู้ชายชวนไปบ้านแบบสองต่อสอง
วันนั้นดิฉันนั้งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซต์เขา ไปที่บ้านเขา ไม่มีคนอยู่บ้านคะ
เขาก็ชวนไปที่ห้องเขา ดิฉันก็ตามไป (ไม่รู้ตัวอีกนะว่าจะเกิดอะไรขึ้น ใสใสค่ะ)
เขาก็ชวนดิฉันเล่นคีบอร์ด ดิฉันก็เล่นๆไป จนกระทั้งมารู้ตัวอีกทีรู้สึกว่ามันผิดปกตินะ
มือเขาเริ่มไม่อยู่ที่คีบอร์ด เริ่มลวนลามดิฉัน (เพิ่งรู้สึกถึงอันตราย) ดิฉันก็เริ่มขัดขืน เขาก็ยิ่งรวบตัว
มือหนึ่งเขาก็พยายามปลอดตะขอเสื้อในด้านหลังของดิฉัน
แต่ด้วยความโชคดี หรือบังเอิญ หรืออะไรก็ไม่รู้ดลใจให้วันนั้นดิฉันใส่เสื้อในตะขอหน้า
ซึ่งการที่เขาพยายามปลดข้างหลังก็ไม่สำเร็จ(EXPคงไม่มากพอ ยังไม่ได้อัพสกิวนี้แน่เลย)
มืออีกข้างก็รวบมือดิฉันไว้ไม่ให้ขัดขืน ปากก็พยายามพรมจูบ ดิฉันก็หันหน้าหนี
ยังไม่เคยมี first kiss ฉันจะเสียให้แกไม่ได้ ตอนนั้นห่วงจูบมากกว่าห่วงซิง 5555
จะถามว่าดิฉันร้องไหม หรือตะโกนให้ใครช่วยไหม ตอบเลยว่าไม่ค่ะ
ที่ไม่ทำเพราะตกใจ มึนงง คิดไม่ทันว่าจะต้องทำอะไร นิ่งมาก ได้แต่ขัดขืนเท่าที่สมองจะคิดตามทัน ณ ตอนนั้น
พอตั้งสติได้ ก็พยายามดิ้นให้หลุด และพยายามต่อยเขา
ต่อยที่แขนด้วยค่ะ ไม่ได้ต่อยที่หน้า กลัวเขาเจ็บ (ดูๆๆๆๆ เด็กหน่อเด็ก)
แต่ก็ยังไม่ส่งเสียง กลัวคนอื่นมาช่วยแล้วเห็นว่าเป็นเรา กลัวอายคะ คิดว่าตนช่วยตนดีกว่า
สุดท้ายก็หลุดมาได้ เขาก็ถามว่า ไม่เคยเหรอ เราก็ตอบไปว่า ไม่เคย ไม่คิดว่าที่ชวนมาบ้านแปลว่ายังงี้
เราก็ถามกลับว่า เขาเคยเหรอ เขาก็บอกว่าเคย กับแฟนเก่าเขา เป็นรุ่นพี่ แต่เรียนจบไปขึ้นมหาลัยแล้ว
เราก็ถามต่อว่า แล้วทำไมทำยังงี้กับเรา เขาบอกว่า ก็นึกว่าเราโอเค(นึกว่าเราเคย) เราก็เลยอ้อเลย
ไอ้ภาพลักษณ์ทั้งหมดที่เรามี ไม่ว่าจะเป็นการเข้ากันง่ายๆกับกลุ่มผู้ชาย(แต่ไม่เคยถึงเนื้อถึงตัวนะค่ะ)
รวมถึงท่าทีที่ไม่กลัวผู้ชาย และการที่เขาชวนเรามาบ้าน แล้วเราตอบตกลง มันแปลว่าเรา say yes กับเขาแล้ว
สรุปแล้ววันนั้น ไม่เสียตัวคะ ได้exp มาเหมือนฆ่าบอสไป26ล้านตัว แต่ตอนออกจากดัน เขาบอกว่าขอตัง20เดี๊ยวไปเติมน้ำมัน
จะขับมอไซต์ไปส่งที่รถ (ดูมันๆ จบดันแล้ว ฉันเป็นผู้เสียหาย เกือบเสียตัว ยังต้องตังค่าน้ำมันให้อีก)
หลังจากวันนั้นไปเขาก็เอาไปพูดที่รร. กับเพื่อนเขา ว่าเขาดิฉันไปบ้านเขา แต่เขาไม่ได้พูดนะคะว่าได้ดิฉันแล้ว คนรอบข้างก็ตีความไปว่าคงได้กันแล้ว
ดิฉันจึงเข้าใจเลยว่าเป็นธรรมดาเลยค่ะที่จะมีการโอ้อวดกัน ถึงแม้เราจะไม่พูดอะไร คนฟังก็ไปโพทนาต่อแน่นอน
ตอนนั้นเองดิฉันก็มีแฟนอยู่รร.นั้นและเป็นรุ่นน้องของเขา แฟนของดิฉันได้ยินข่าวก็เลยมีประเด็นเกิดขึ้น(ในส่วนนี้อาจทำเป็น path2 ถ้ามีคนอยากฟังนะค่ะ)
หลายคนอ่านถึงตรงนี้อาจจะบอกว่าดิฉันนอกใจแฟนไปกับผู้ชายคนอื่น แต่สำหรับความคิดของเด็กนะตอนนั้น
แค่ไม่นอกใจ ไม่ไปคบไม่ไปคุยกับผู้ชายคนอื่นก็พอแล้ว ไม่ได้ครอบคลุมถึงการไม่ไปบ้านผู้ชายสองต่อสอง ถึงแม้เราไม่คิดอะไร แต่ตอนนี้รู้แล้วค่ะ
ทั้งหมดที่เล่ามาให้ฟังคือ ดิฉันคิดว่า ในสังคมไทย ยังคงมีเด็กใสๆในวัย17เหมือนดิฉันอยู่มาก เด็กที่พ่อแม่สอนมาว่าให้รักนวลสงวนตัว
แต่ไม่ได้สอนว่ามารยาผู้ชายเป็นอย่างไร ไม่ได้สอนให้ตีความหมายคำพูดและบริบทที่ผู้ชายพูด
ดิฉันเชื่อว่าเด็กแบบดิฉันยังมีอยู่ในสังคมไทย แต่ด้วยภาพสังคมที่แก่แดดแก่ลมในปัจจุบันทำให้เรามองว่าทุกอย่างเป็นเรื่องธรรมดา ใครๆก็รู้
ทำให้เราไม่ได้สอนเขาจริงๆว่าจะต้องรับมือยังไง จะต้องวางตัวเช่นไร จะต้องตอบสนองต่อพฤติกรรมและคำพูดเหล่านั้นเช่นไร
ในตอนแรกดิฉันรู้สึกโลกมืดไปทันใดที่เกิดเหตตุการณ์นี้ และรู้สึกเกลียดผู้ชายคนนี้มาก แต่เมื่อเวลาค่อยๆผ่านไป
ดิฉันมองเห็นความจริงว่าโลกเป็นสีเทา และเขาเป็นคนเปิดโลกของเรา
ต้องขอขอบคุณพี่มากนะคะ ที่พี่เป็นสุภาพบุรุษมากพอที่ไม่ขืนใจเรา ในวันนั้นก่อนกลับพี่ยังพูดว่า โตขึ้นไปเด๊ยวเราก็ต้องเจอ
ตอนนี้ดิฉันรู้แล้วคะ มองเห็นโลกมากขึ้นกว่าเดิมเยอะเลย และอยากจะมาเล่ามาบอกต่อให้สังคมได้รับรู้ว่า"ไร้เดียงสา"ยังอยู่อยู่จริงๆ
ปล. ดิฉันได้ยินข่าวพี่บ่อยๆว่าพี่ยังคงพาสาวไปที่บ้านบ่อยๆ เพราะเพื่อนสนิทอยู่แถวบ้านพี่มาเล่าให้ฟัง(เพื่อนไม่รู้ว่าดิฉันเคยไป แค่พูดลอยๆถึงคนแถวบ้านของเขา นั้นก็คือพี่นั้นเอง) อย่าไปหลอกใครเขามาละกัน
เตือนใจสาวๆ และผู้ปกครอง คุณควรจะสอนลูกให้ชัดเจนไม่อย่างนั้นอาจเจอแบบนี้
ขออธิบายภาพลักษณ์ ตัวตน และประสบการณ์ของดิฉัน ณ ตอนนั้นค่ะ
ดิฉันเป็นลูกสาวคนเดียวของคุณแม่ (คุณพ่อมีน้องสาวอีก2คน) แต่คนที่เลี้ยงดิฉันมาจริงๆคือคุณป้า
ท่านจะสอนเรื่องผู้ชายเสมอๆ เพราะคุณแม่เคยพลาดให้กับคุณพ่อนั้นละค่ะ
ท่านมักจะพูดว่า อย่าไปมีอะไรกับผู้ชาย ถ้าเกิดพลาด ผู้ชายทำอะไรขึ้นมา แล้วเกิดท้องเกิดไส้ก็จะให้เลี้ยง
ท่านมักจะย้ำคำว่า "อย่าไปมีอะไรกับผู้ชาย" และตัวดิฉันเองก็ปฏิบัติเช่นนั้นมาตลอด
ในช่วงนั้น ดิฉันถือว่าเป็นคนสวยของโรงเรียนเลยละ เป็นคนดังด้วย ไม่ว่าจะเรื่องเรียน ก็เป็นตัวแทนไปสอบหลายๆอย่าง
เรื่องกิจกรรมก็ไม่ขาด แต่ด้วยความที่เป็นคนมั่นไม่กลัวอะไร บวกกันการติดเกมส์(ขอนิดหนึ่งนะ 555)
ดิฉันจึงเข้ากับผู้ชาย และคลุกคลีกับผู้ชาย ทั้งรุ่นพี่รุ่นน้องได้ง่าย(รุ่นเดียวกันจะคลุกคลีกันในชั้นเรียนคะ ไม่มาเล่นเกมด้วยกัน)
รวมถึงเข้าออกร้านเกมแทบจะทุกร้านที่ว่าดีในตัวจังหวัด
เด็กที่อยู่รร.เดียวกับฉันจะรู้ดีว่า ถึงแม้ภายนอกดิฉันอาจดูเป็นเด็กอ้อร้อ(ใช้คำนี้ละคะ อธิบายได้ดีสุด ภาษาใต้)
แต่ทุกคนจะรู้ว่าดิฉันไม่ใช่เด็กสาวแนวปล่อยตัว
แต่สำหรับเด็กโรงเรียนอื่น ที่เมื่อเห็นผู้หญิงที่คลุกคลีกับผู้ชาย ก็มองดิฉันไปในทางนั้น
จนวันหนึ่งดิฉันได้มารู้จักกับรุ่นพี่ผู้ชายคนหนึ่ง(แก่กว่า 1 ปี) เขาอยู่อีกรร.หนึ่ง(ซึ่งเคยเป็นโรงเรียนชายล้วนมาก่อน)
ดิฉันก็คิดเฉยๆกับเขา ก็พูดคุยธรรมดา จนวันหนึ่ง เขาชวนดิฉันไปบ้าน ดิฉันก็เออออ ไปก็ไป ไม่คิดอะไร
นั้นละค่ะ คือจุดเริ่มต้นของเรื่อง ต้องใช้คำว่าอ่อนต่อโลก ไม่ประสีประสา รวมถึงโง่เลยก็ว่าได้
ที่เด็กผู้หญิงอายุ 17 ไม่รู้ความหมายของการที่ผู้ชายชวนไปบ้านแบบสองต่อสอง
วันนั้นดิฉันนั้งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซต์เขา ไปที่บ้านเขา ไม่มีคนอยู่บ้านคะ
เขาก็ชวนไปที่ห้องเขา ดิฉันก็ตามไป (ไม่รู้ตัวอีกนะว่าจะเกิดอะไรขึ้น ใสใสค่ะ)
เขาก็ชวนดิฉันเล่นคีบอร์ด ดิฉันก็เล่นๆไป จนกระทั้งมารู้ตัวอีกทีรู้สึกว่ามันผิดปกตินะ
มือเขาเริ่มไม่อยู่ที่คีบอร์ด เริ่มลวนลามดิฉัน (เพิ่งรู้สึกถึงอันตราย) ดิฉันก็เริ่มขัดขืน เขาก็ยิ่งรวบตัว
มือหนึ่งเขาก็พยายามปลอดตะขอเสื้อในด้านหลังของดิฉัน
แต่ด้วยความโชคดี หรือบังเอิญ หรืออะไรก็ไม่รู้ดลใจให้วันนั้นดิฉันใส่เสื้อในตะขอหน้า
ซึ่งการที่เขาพยายามปลดข้างหลังก็ไม่สำเร็จ(EXPคงไม่มากพอ ยังไม่ได้อัพสกิวนี้แน่เลย)
มืออีกข้างก็รวบมือดิฉันไว้ไม่ให้ขัดขืน ปากก็พยายามพรมจูบ ดิฉันก็หันหน้าหนี
ยังไม่เคยมี first kiss ฉันจะเสียให้แกไม่ได้ ตอนนั้นห่วงจูบมากกว่าห่วงซิง 5555
จะถามว่าดิฉันร้องไหม หรือตะโกนให้ใครช่วยไหม ตอบเลยว่าไม่ค่ะ
ที่ไม่ทำเพราะตกใจ มึนงง คิดไม่ทันว่าจะต้องทำอะไร นิ่งมาก ได้แต่ขัดขืนเท่าที่สมองจะคิดตามทัน ณ ตอนนั้น
พอตั้งสติได้ ก็พยายามดิ้นให้หลุด และพยายามต่อยเขา
ต่อยที่แขนด้วยค่ะ ไม่ได้ต่อยที่หน้า กลัวเขาเจ็บ (ดูๆๆๆๆ เด็กหน่อเด็ก)
แต่ก็ยังไม่ส่งเสียง กลัวคนอื่นมาช่วยแล้วเห็นว่าเป็นเรา กลัวอายคะ คิดว่าตนช่วยตนดีกว่า
สุดท้ายก็หลุดมาได้ เขาก็ถามว่า ไม่เคยเหรอ เราก็ตอบไปว่า ไม่เคย ไม่คิดว่าที่ชวนมาบ้านแปลว่ายังงี้
เราก็ถามกลับว่า เขาเคยเหรอ เขาก็บอกว่าเคย กับแฟนเก่าเขา เป็นรุ่นพี่ แต่เรียนจบไปขึ้นมหาลัยแล้ว
เราก็ถามต่อว่า แล้วทำไมทำยังงี้กับเรา เขาบอกว่า ก็นึกว่าเราโอเค(นึกว่าเราเคย) เราก็เลยอ้อเลย
ไอ้ภาพลักษณ์ทั้งหมดที่เรามี ไม่ว่าจะเป็นการเข้ากันง่ายๆกับกลุ่มผู้ชาย(แต่ไม่เคยถึงเนื้อถึงตัวนะค่ะ)
รวมถึงท่าทีที่ไม่กลัวผู้ชาย และการที่เขาชวนเรามาบ้าน แล้วเราตอบตกลง มันแปลว่าเรา say yes กับเขาแล้ว
สรุปแล้ววันนั้น ไม่เสียตัวคะ ได้exp มาเหมือนฆ่าบอสไป26ล้านตัว แต่ตอนออกจากดัน เขาบอกว่าขอตัง20เดี๊ยวไปเติมน้ำมัน
จะขับมอไซต์ไปส่งที่รถ (ดูมันๆ จบดันแล้ว ฉันเป็นผู้เสียหาย เกือบเสียตัว ยังต้องตังค่าน้ำมันให้อีก)
หลังจากวันนั้นไปเขาก็เอาไปพูดที่รร. กับเพื่อนเขา ว่าเขาดิฉันไปบ้านเขา แต่เขาไม่ได้พูดนะคะว่าได้ดิฉันแล้ว คนรอบข้างก็ตีความไปว่าคงได้กันแล้ว
ดิฉันจึงเข้าใจเลยว่าเป็นธรรมดาเลยค่ะที่จะมีการโอ้อวดกัน ถึงแม้เราจะไม่พูดอะไร คนฟังก็ไปโพทนาต่อแน่นอน
ตอนนั้นเองดิฉันก็มีแฟนอยู่รร.นั้นและเป็นรุ่นน้องของเขา แฟนของดิฉันได้ยินข่าวก็เลยมีประเด็นเกิดขึ้น(ในส่วนนี้อาจทำเป็น path2 ถ้ามีคนอยากฟังนะค่ะ)
หลายคนอ่านถึงตรงนี้อาจจะบอกว่าดิฉันนอกใจแฟนไปกับผู้ชายคนอื่น แต่สำหรับความคิดของเด็กนะตอนนั้น
แค่ไม่นอกใจ ไม่ไปคบไม่ไปคุยกับผู้ชายคนอื่นก็พอแล้ว ไม่ได้ครอบคลุมถึงการไม่ไปบ้านผู้ชายสองต่อสอง ถึงแม้เราไม่คิดอะไร แต่ตอนนี้รู้แล้วค่ะ
ทั้งหมดที่เล่ามาให้ฟังคือ ดิฉันคิดว่า ในสังคมไทย ยังคงมีเด็กใสๆในวัย17เหมือนดิฉันอยู่มาก เด็กที่พ่อแม่สอนมาว่าให้รักนวลสงวนตัว
แต่ไม่ได้สอนว่ามารยาผู้ชายเป็นอย่างไร ไม่ได้สอนให้ตีความหมายคำพูดและบริบทที่ผู้ชายพูด
ดิฉันเชื่อว่าเด็กแบบดิฉันยังมีอยู่ในสังคมไทย แต่ด้วยภาพสังคมที่แก่แดดแก่ลมในปัจจุบันทำให้เรามองว่าทุกอย่างเป็นเรื่องธรรมดา ใครๆก็รู้
ทำให้เราไม่ได้สอนเขาจริงๆว่าจะต้องรับมือยังไง จะต้องวางตัวเช่นไร จะต้องตอบสนองต่อพฤติกรรมและคำพูดเหล่านั้นเช่นไร
ในตอนแรกดิฉันรู้สึกโลกมืดไปทันใดที่เกิดเหตตุการณ์นี้ และรู้สึกเกลียดผู้ชายคนนี้มาก แต่เมื่อเวลาค่อยๆผ่านไป
ดิฉันมองเห็นความจริงว่าโลกเป็นสีเทา และเขาเป็นคนเปิดโลกของเรา
ต้องขอขอบคุณพี่มากนะคะ ที่พี่เป็นสุภาพบุรุษมากพอที่ไม่ขืนใจเรา ในวันนั้นก่อนกลับพี่ยังพูดว่า โตขึ้นไปเด๊ยวเราก็ต้องเจอ
ตอนนี้ดิฉันรู้แล้วคะ มองเห็นโลกมากขึ้นกว่าเดิมเยอะเลย และอยากจะมาเล่ามาบอกต่อให้สังคมได้รับรู้ว่า"ไร้เดียงสา"ยังอยู่อยู่จริงๆ
ปล. ดิฉันได้ยินข่าวพี่บ่อยๆว่าพี่ยังคงพาสาวไปที่บ้านบ่อยๆ เพราะเพื่อนสนิทอยู่แถวบ้านพี่มาเล่าให้ฟัง(เพื่อนไม่รู้ว่าดิฉันเคยไป แค่พูดลอยๆถึงคนแถวบ้านของเขา นั้นก็คือพี่นั้นเอง) อย่าไปหลอกใครเขามาละกัน