บทบรรณาธิการ : แรงกดดัน .... ข่าวสดออนไลน์ .../sao..เหลือ..noi

กระทู้สนทนา
มีรายงานประเมินสถานการณ์ไทยอีกชิ้นที่จัดทำโดยองค์กรต่างประเทศ
ชื่อ อินเตอร์เนชั่นแนล ไครซิส กรุ๊ป หรือไอซีจี เผยแพร่ไม่นานมานี้

เนื้อหาวิเคราะห์ถึงแนวโน้มทางสถาน การณ์หลังเหตุการณ์ 22 พ.ค.
ว่าอาจซ้ำรอยกับเหตุรัฐประหารปี 2534 และ 2549

กล่าวคือไม่มีเหตุการณ์รุนแรงในปีที่เกิดรัฐประหาร แต่จะมีหลังจากนั้น
เช่น เหตุพฤษภาทมิฬ 2535 และเหตุสลายการชุมนุม 99 ศพ ในปี 2553

เหตุผลที่นำมาประกอบคือ ช่วงเวลาที่บีบให้มีความสงบทาง
การเมืองนั้นได้กดทับความขัดแย้งต่างๆ ไว้

รายงานวิเคราะห์ขององค์กรนี้แล้ว อาจถูกมองว่า เป็นแค่การคาดเดา
ในทางลบ หรือไม่น่าเชื่อถือ เนื่องจากเป็นสายตาของคนนอก

แต่ข้อเตือนใจต่างๆ นี้อาจเป็นแง่คิดให้แก้ไขหรือป้องกันเหตุการณ์
ความรุนแรงต่างๆ ได้

โดยเฉพาะสถานการณ์ในสังคมที่กลุ่ม ขัดแย้งทางการเมืองยังตั้ง
ป้อมและแบ่งฝ่าย สะท้อนความบาดหมางที่ไม่ประนีประนอม

แม้แต่ในสภานิติบัญญัติแห่งชาติที่มาจากการแต่งตั้ง ยังมี
การรวมกลุ่มที่ยึดความคิดของตนเป็นที่ตั้ง

เพิ่มแรงกดดันในความขัดแย้งทางการเมืองโดยไม่จำเป็น

กรณีการพิจารณ์บุคคลมาเป็นผู้ตรวจการแผ่นดินคนใหม่ของสนช.
เป็นตัวอย่างหนึ่งที่สะท้อนถึงตั้งป้อมความขัดแย้งเดิมที่ไม่เลิกรา

หากบุคคลใดไม่เห็นด้วยกับแนวทางของตน จะไม่มีทางได้รับ
การสนับสนุนหรือ เชื่อใจได้


สิ่งที่น่าวิตกที่สุดจากตัวอย่างนี้และ ตัวอย่างอื่นๆ ที่เป็นการใช้
อำนาจแบ่งขั้วแบ่งฝ่ายก็คือ การเพิ่มแรงกดดันที่ทำให้ผู้อื่นรู้สึก
ถูกกระทำ ถูกเพิกเฉย และถูกเอารัดเอาเปรียบเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

นอกจากไม่เป็นผลดีต่อการสมาน ฉันท์แล้ว อาจจะเป็นคลื่นใต้น้ำ
เหมือนที่องค์กรต่างประเทศทำนายไว้

http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRReE9EQXpNekF6Tnc9PQ==&subcatid=

สาวแว่น
แสดงความคิดเห็น
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  การเมือง
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่