ขอเล่าแบบคร่าวๆแล้วกันนะครับ
เรื่องเกิดเมื่อ 3 ปีที่แล้ว (ประมาณปี 2554)
ผมเป็นนักศึกษามหาลัยที่อยู่ตจวแห่งหนึ่ง แล้วทีนี้พอถึงปี 4 ผมมีวิชาที่ต้องฝึกงาน 1 เทอม นอกมหาลัย ผมก็ได้มีโอกาสเข้ามาฝึกงานที่ในกรุงเทพ ได้ฝึกที่หน่วยงาน ใน ม.เกษตรบางเขน ก็เป็นเด็กตจว อ่ะนะ พอเข้ามาอยู่กทม ก็ไม่ค่อยชิน เพื่อนก็ไม่ได้มาด้วย ตัวคนเดียว มันก็มีอาการเหงาๆ สมัยนั้นโซเชียล ไลน์ หรือ เฟสบุ๊คก็ยังไม่ค่อยนิยมเท่าไหร่ จะมีหนึ่งอย่าง ที่หลายๆคนน่าจะรู้จักในยุคนั้นคือ MSN ที่ใช้แชทคุยกัน เวลาจะแอดก็ต้องมีอีเมล ซึ่งตรงนี้แหละก็คือจุดเริ่มต้นนที่ทำให้ได้มีโอกาสได้รู้จักคนๆนึง ซึ่งผมแอดเค้ามาจากบอร์ดๆนึง ซึ่งผมเองแรกๆที่รู้สึกว้าเหว่ ก็คุยอะไร กะใคร ไปเรื่อยเปื่อย ไม่ได้สนใจ หรือใส่ใจ จนได้คุยกะเค้าคนนี้ คนๆนี้เป็นผู้ชายครับ และใช้แล้วครับ ผมเป็นเกย์ ก็เริ่มคุยกันแบบทั่วไป ทักมาก็คุย ไม่ทักก็ไม่คุย นานๆเข้าเค้าก็เริ่มสนใจ แล้วก็ถามเรามากขึ้น ที่ทราบตอนนั้นว่าช่วงนั้นทำไมเค้าหายๆ ก็เพราะเค้าสอบครับ ผมรู้แค่ว่าเค้าเรียนรัฐศาสตร์การต่างประเทศ อยู่ที่ จุฬาครับ ตอนนั้นเค้าน่าจะอยู่ประมาณปี 3 เค้าเป็นคนเหมือนเพี้ยนแบบสไตร์เด็กเรียน แล้วก็เหมือนติสแตกบ้างบางอารม ก็คุยๆกันไป...จนอยู่มาวันนึง เค้าก็บอกมาอยากมาหาผม เค้าก็บอกว่าพรุ่งนี้เค้าจะสอบ แต่อยู่ดีๆก็อยากมาหา ผมก็บอกว่าไม่ต้องมาหรอก เดี๋ยวจะเสียเวลาอ่านหนังสือ (แต่ใจก็อยากให้มา เพราะก็อยากจะเจอเหมือนกัน) ก็คิดว่าเอาไงดีมันดึกแล้วด้วย เสร็จปุ๊บเค้าก็บอกเออไปแหละ แล้วเค้าก็ให้เราบอกว่านั่งรถสายอะไรมาได้บ้าง เราก็บอกทางเค้า จนมาถึงก็ได้เจอกัน ความรู้สึกแรกที่ได้เจอคือ เค้าน่ารักกว่าในรูปอีก 55 แต่ก็เอ๋อๆ ตามสไตร์เด็กเรียน ....และเราก็พาเค้าไปที่ห้อง ก็ได้อยู่ด้วยกัน และก็ใช่ครับนั่นแหละ ผมก็เสียซิงให้เค้าไปเป็นแรกครั้ง (โชดดีเรามีถุงยางที่ได้เป็นของขวัญจากเพื่อน ให้มาเป็นโหล 55) หลังจาก...กัน ก็นอนคุยกัน ในอ้อมกอดยังจำความรู้สึกนั้นได้ดี นึกภาพพระเอกกะนางเอกซีนฉากเลิฟซีนฮอลีวู้ด ไฟสลั่วๆ ที่ชอบคุยกันหลังมีเซ็กแบบนั้นเลย คือเราได้คุยกันทุกเรื่อง ได้พูดความในใจ ได้ระบายความรู้สึก มันเป็นความรู้สึกที่พิเศษมาก คือผมสัมผัสได้ถึงความรู้สึก ทั้งจากเค้าและก็ผมที่มีให้กัน แต่เรื่องมาหักมุมตรงที่ผมจำชื่อเค้าไม่ได้ เพราะเวลาคุยกันไม่เคยพูดชื่อตัวเองออกมาเลย เค้านอย แล้วเกือบจะไม่อยากคุยกัน แต่สุดท้ายเค้าก็แก้เผ็ด ด้วยการไมม่บอกชื่อ เค้าบอกก็ปล่อยปยังงี้แหละ ข้อหาที่เราไม่ใส่ใจ คืนนั้นเป็นคืนที่มีความสุขมาก จนถึงเวลาที่ต้องไปส่งเค้ากลับ ......จากนั้นวันที่ 2 ที่เรานัดเจอกัน วันนั้นนัดมากินข้าว ที่หน้าท๊อป ม เกษตร เหมือนสวรรค์แกล้ง คือเวลาจะเจอกันก็หายากแล้ว นั่งกินๆอยู่ฝนดันตก คือมันเป็นร้านริมทางไง ก็มองหน้ากันจะเอาไง สรุปคือ เค้าก็ไม่ลุก ก็กินกันทั้งๆที่ฝนตก เค้าแบบมึนมาก แบบว่าเปียกก็เปียกไม่สนใจ จนวินาทีสุดท้าย กินใกล้หมด และฝนก็ตกหนักเริ่มหนัก ก็ตัดสินใจลุก อิ่มพอดีด้วย คือมันเป็นอะไรที่ทำให้รู้ว่า เราอยู่ด้วยกันจริงๆ อะไรจะเกิดก็ไม่สำคัญ .....วันสุดท้ายที่ได้เจอกัน คือเรื่องของเรื่องเราได้เจอกันน้อยมาก เพราะช่วงนั้นเป็นช่วงสอบของเค้าพอดี และผมก็ยุ่ง เป็นช่วงที่ผมฝึกงานใกล้เสร็จแล้ว ครั้งสุดท้ายที่ได้เจอคือวันสุดท้ายที่ผมฝึกงานเสร็จ คืนนั้นเป็นคืนที่ทรมานที่สุด เป็นวันสุดท้ายของการที่จะบอกลา เราเคยถามเค้าว่า ทำไมเราต้องลา ในเมื่อเราก็ยังติดต่อกันได้ เค้าบอกว่า เค้าทำใจไม่ได้ที่จะต้องอยู่แยกกันแบบนี้ เค้าบอกว่าอดีตที่ผ่านมาเค้าก็เคยประสบณ์แบบนี้มา สุดท้ายมันก็ทำลายเค้า เค้าบอกว่าเราบอกลากันไปดีกว่า คืนนั้นเราใช้เวลาชั่วโมงที่เหลืออยู่ด้วยกัน เราร้องไห้หนักมาก เค้าก็ร้องไห้กับเราเหมือนกัน คือมันไม่มีหนทางไหนให้เลือกเลย เค้าบอกว่าเค้า ดีใจที่เห็นเราเดินออกมารับเค้าตอนที่เค้ามาถึง เค้าบอกว่าในวันข้างหน้าไม่รู้ว่าเราจะมาหาเค้า มารับเค้าแบบนี้อีกหรือเปล่า (อยากจะบอกว่าทำนะ ไม่ต้องบอกก็ทำ) คือมันเป็นเรื่องเล็กน้อยนะแต่ก็เป็นความในใจของเค้าที่บอกเรา แล้วในนั้นเราก็ต้องจากกันจริงๆ เบอร์มือถือ(หลังจากนั้นมือถือผมก็หาย เบอร์ก็หายไปด้วย) การติดต่อทุกช่องทางขาดหมด เพราะเค้าตัดไปหมดทุกอย่างตามข้อตกลงที่คุยกัน ประโยคสุดท้าย ที่เค้าบอกคือ ให้เราดูแลตัวเองให้ดีๆนะ " ให้โชคชะตา ได้พาเรามาเจอกันอีกครั้ง ถ้ามีโอกาส" หลังจากนั้นจนถึงทุกวันนี้ผมก็ไม่ได้เจอเค้าอีกเลย
สำหรับบางคนที่อ่านดู แล้วคิดว่ามันเป็นเรื่องงี้เง่า เป็นความเพ้อฝัน ความหลง ไร้สาระ พวกเกย์ มั่ว ใจง่ายก็ข้ามๆไปเลยได้ครับ ผมเข้าใจ เรื่องนี้มันเป็นความรู้สึกของความรักที่เกิดขึ้นระหว่างคน 2 คน ซึ่งผมก็ไม่รู้จะบรรยายบางความรู้สึกเป็นคำพูดได้ยังไง เอาเป็นว่าถ้าเป็นไปได้ผมอยากเจอเค้าอีกสักครั้งนึง อยากจะบอกว่า ผมได้ดูแลตัวเองดี ตามที่เค้าบอกแล้วนะ ได้เรียนต่อแล้วก็กำลังสร้างชีวิตที่ดีอยู่ อยากเจอจริงๆ อยากเข้าไปกอดอีกสักครั้ง (อ่านแล้วช่วยตอบเราหน่อย เรารอเธอมา 3 ปีแล้ว)
ปล. เราจำได้นะว่าเธออ่ะ บอกว่าไม่ชอบอ่านหนังสือที่คณะ เพราะคนเยอะอ่านไม่รู้เรื่อง ชอบไปอ่านที่ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เพราะลมเย็นแล้วก็สงบดี
จำได้ว่าเธอเคยบอกว่าเห็นผีตอนฝนตก ตอนที่เธอกางร่มในอาคารที่ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เธอบอกว่าตกใจมาก เห็นเป็นกลุ่มใหญ่เลย
ชอบกินเก็กฮวย และสุดท้ายเรายังจำรูปวอลเปเปอร์ต้นไม้ ที่ทำให้เรา ก่อนเราจะจากกันได้ขึ้นใจ
ไม่ว่ายังไงข้อให้เราได้เจอกันอีกครั้งนึงนะ
ผมต้องขออภัยสมาชิกใน pantip และคนที่อ่าน ที่ข้อความอาจจะทำให้รำคาญใจครับ (ขออนุญาตแทกไปในหัวข้อที่อาจจะไม่ค่อยเกี่ยว...แต่เพราะความจำเป็น ที่จะทำให้เค้าอาจได้อ่านข้อความของผมครับ ขอบคุณครับ)
ตามหาแฟนคนแรกที่เคยคุยกัน แล้วขาดการติดต่อกันไป 3 ปี....ได้อ่านแล้วช่วยติดต่อกลับมาทีครับ
เรื่องเกิดเมื่อ 3 ปีที่แล้ว (ประมาณปี 2554)
ผมเป็นนักศึกษามหาลัยที่อยู่ตจวแห่งหนึ่ง แล้วทีนี้พอถึงปี 4 ผมมีวิชาที่ต้องฝึกงาน 1 เทอม นอกมหาลัย ผมก็ได้มีโอกาสเข้ามาฝึกงานที่ในกรุงเทพ ได้ฝึกที่หน่วยงาน ใน ม.เกษตรบางเขน ก็เป็นเด็กตจว อ่ะนะ พอเข้ามาอยู่กทม ก็ไม่ค่อยชิน เพื่อนก็ไม่ได้มาด้วย ตัวคนเดียว มันก็มีอาการเหงาๆ สมัยนั้นโซเชียล ไลน์ หรือ เฟสบุ๊คก็ยังไม่ค่อยนิยมเท่าไหร่ จะมีหนึ่งอย่าง ที่หลายๆคนน่าจะรู้จักในยุคนั้นคือ MSN ที่ใช้แชทคุยกัน เวลาจะแอดก็ต้องมีอีเมล ซึ่งตรงนี้แหละก็คือจุดเริ่มต้นนที่ทำให้ได้มีโอกาสได้รู้จักคนๆนึง ซึ่งผมแอดเค้ามาจากบอร์ดๆนึง ซึ่งผมเองแรกๆที่รู้สึกว้าเหว่ ก็คุยอะไร กะใคร ไปเรื่อยเปื่อย ไม่ได้สนใจ หรือใส่ใจ จนได้คุยกะเค้าคนนี้ คนๆนี้เป็นผู้ชายครับ และใช้แล้วครับ ผมเป็นเกย์ ก็เริ่มคุยกันแบบทั่วไป ทักมาก็คุย ไม่ทักก็ไม่คุย นานๆเข้าเค้าก็เริ่มสนใจ แล้วก็ถามเรามากขึ้น ที่ทราบตอนนั้นว่าช่วงนั้นทำไมเค้าหายๆ ก็เพราะเค้าสอบครับ ผมรู้แค่ว่าเค้าเรียนรัฐศาสตร์การต่างประเทศ อยู่ที่ จุฬาครับ ตอนนั้นเค้าน่าจะอยู่ประมาณปี 3 เค้าเป็นคนเหมือนเพี้ยนแบบสไตร์เด็กเรียน แล้วก็เหมือนติสแตกบ้างบางอารม ก็คุยๆกันไป...จนอยู่มาวันนึง เค้าก็บอกมาอยากมาหาผม เค้าก็บอกว่าพรุ่งนี้เค้าจะสอบ แต่อยู่ดีๆก็อยากมาหา ผมก็บอกว่าไม่ต้องมาหรอก เดี๋ยวจะเสียเวลาอ่านหนังสือ (แต่ใจก็อยากให้มา เพราะก็อยากจะเจอเหมือนกัน) ก็คิดว่าเอาไงดีมันดึกแล้วด้วย เสร็จปุ๊บเค้าก็บอกเออไปแหละ แล้วเค้าก็ให้เราบอกว่านั่งรถสายอะไรมาได้บ้าง เราก็บอกทางเค้า จนมาถึงก็ได้เจอกัน ความรู้สึกแรกที่ได้เจอคือ เค้าน่ารักกว่าในรูปอีก 55 แต่ก็เอ๋อๆ ตามสไตร์เด็กเรียน ....และเราก็พาเค้าไปที่ห้อง ก็ได้อยู่ด้วยกัน และก็ใช่ครับนั่นแหละ ผมก็เสียซิงให้เค้าไปเป็นแรกครั้ง (โชดดีเรามีถุงยางที่ได้เป็นของขวัญจากเพื่อน ให้มาเป็นโหล 55) หลังจาก...กัน ก็นอนคุยกัน ในอ้อมกอดยังจำความรู้สึกนั้นได้ดี นึกภาพพระเอกกะนางเอกซีนฉากเลิฟซีนฮอลีวู้ด ไฟสลั่วๆ ที่ชอบคุยกันหลังมีเซ็กแบบนั้นเลย คือเราได้คุยกันทุกเรื่อง ได้พูดความในใจ ได้ระบายความรู้สึก มันเป็นความรู้สึกที่พิเศษมาก คือผมสัมผัสได้ถึงความรู้สึก ทั้งจากเค้าและก็ผมที่มีให้กัน แต่เรื่องมาหักมุมตรงที่ผมจำชื่อเค้าไม่ได้ เพราะเวลาคุยกันไม่เคยพูดชื่อตัวเองออกมาเลย เค้านอย แล้วเกือบจะไม่อยากคุยกัน แต่สุดท้ายเค้าก็แก้เผ็ด ด้วยการไมม่บอกชื่อ เค้าบอกก็ปล่อยปยังงี้แหละ ข้อหาที่เราไม่ใส่ใจ คืนนั้นเป็นคืนที่มีความสุขมาก จนถึงเวลาที่ต้องไปส่งเค้ากลับ ......จากนั้นวันที่ 2 ที่เรานัดเจอกัน วันนั้นนัดมากินข้าว ที่หน้าท๊อป ม เกษตร เหมือนสวรรค์แกล้ง คือเวลาจะเจอกันก็หายากแล้ว นั่งกินๆอยู่ฝนดันตก คือมันเป็นร้านริมทางไง ก็มองหน้ากันจะเอาไง สรุปคือ เค้าก็ไม่ลุก ก็กินกันทั้งๆที่ฝนตก เค้าแบบมึนมาก แบบว่าเปียกก็เปียกไม่สนใจ จนวินาทีสุดท้าย กินใกล้หมด และฝนก็ตกหนักเริ่มหนัก ก็ตัดสินใจลุก อิ่มพอดีด้วย คือมันเป็นอะไรที่ทำให้รู้ว่า เราอยู่ด้วยกันจริงๆ อะไรจะเกิดก็ไม่สำคัญ .....วันสุดท้ายที่ได้เจอกัน คือเรื่องของเรื่องเราได้เจอกันน้อยมาก เพราะช่วงนั้นเป็นช่วงสอบของเค้าพอดี และผมก็ยุ่ง เป็นช่วงที่ผมฝึกงานใกล้เสร็จแล้ว ครั้งสุดท้ายที่ได้เจอคือวันสุดท้ายที่ผมฝึกงานเสร็จ คืนนั้นเป็นคืนที่ทรมานที่สุด เป็นวันสุดท้ายของการที่จะบอกลา เราเคยถามเค้าว่า ทำไมเราต้องลา ในเมื่อเราก็ยังติดต่อกันได้ เค้าบอกว่า เค้าทำใจไม่ได้ที่จะต้องอยู่แยกกันแบบนี้ เค้าบอกว่าอดีตที่ผ่านมาเค้าก็เคยประสบณ์แบบนี้มา สุดท้ายมันก็ทำลายเค้า เค้าบอกว่าเราบอกลากันไปดีกว่า คืนนั้นเราใช้เวลาชั่วโมงที่เหลืออยู่ด้วยกัน เราร้องไห้หนักมาก เค้าก็ร้องไห้กับเราเหมือนกัน คือมันไม่มีหนทางไหนให้เลือกเลย เค้าบอกว่าเค้า ดีใจที่เห็นเราเดินออกมารับเค้าตอนที่เค้ามาถึง เค้าบอกว่าในวันข้างหน้าไม่รู้ว่าเราจะมาหาเค้า มารับเค้าแบบนี้อีกหรือเปล่า (อยากจะบอกว่าทำนะ ไม่ต้องบอกก็ทำ) คือมันเป็นเรื่องเล็กน้อยนะแต่ก็เป็นความในใจของเค้าที่บอกเรา แล้วในนั้นเราก็ต้องจากกันจริงๆ เบอร์มือถือ(หลังจากนั้นมือถือผมก็หาย เบอร์ก็หายไปด้วย) การติดต่อทุกช่องทางขาดหมด เพราะเค้าตัดไปหมดทุกอย่างตามข้อตกลงที่คุยกัน ประโยคสุดท้าย ที่เค้าบอกคือ ให้เราดูแลตัวเองให้ดีๆนะ " ให้โชคชะตา ได้พาเรามาเจอกันอีกครั้ง ถ้ามีโอกาส" หลังจากนั้นจนถึงทุกวันนี้ผมก็ไม่ได้เจอเค้าอีกเลย
สำหรับบางคนที่อ่านดู แล้วคิดว่ามันเป็นเรื่องงี้เง่า เป็นความเพ้อฝัน ความหลง ไร้สาระ พวกเกย์ มั่ว ใจง่ายก็ข้ามๆไปเลยได้ครับ ผมเข้าใจ เรื่องนี้มันเป็นความรู้สึกของความรักที่เกิดขึ้นระหว่างคน 2 คน ซึ่งผมก็ไม่รู้จะบรรยายบางความรู้สึกเป็นคำพูดได้ยังไง เอาเป็นว่าถ้าเป็นไปได้ผมอยากเจอเค้าอีกสักครั้งนึง อยากจะบอกว่า ผมได้ดูแลตัวเองดี ตามที่เค้าบอกแล้วนะ ได้เรียนต่อแล้วก็กำลังสร้างชีวิตที่ดีอยู่ อยากเจอจริงๆ อยากเข้าไปกอดอีกสักครั้ง (อ่านแล้วช่วยตอบเราหน่อย เรารอเธอมา 3 ปีแล้ว)
ปล. เราจำได้นะว่าเธออ่ะ บอกว่าไม่ชอบอ่านหนังสือที่คณะ เพราะคนเยอะอ่านไม่รู้เรื่อง ชอบไปอ่านที่ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เพราะลมเย็นแล้วก็สงบดี
จำได้ว่าเธอเคยบอกว่าเห็นผีตอนฝนตก ตอนที่เธอกางร่มในอาคารที่ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เธอบอกว่าตกใจมาก เห็นเป็นกลุ่มใหญ่เลย
ชอบกินเก็กฮวย และสุดท้ายเรายังจำรูปวอลเปเปอร์ต้นไม้ ที่ทำให้เรา ก่อนเราจะจากกันได้ขึ้นใจ
ไม่ว่ายังไงข้อให้เราได้เจอกันอีกครั้งนึงนะ
ผมต้องขออภัยสมาชิกใน pantip และคนที่อ่าน ที่ข้อความอาจจะทำให้รำคาญใจครับ (ขออนุญาตแทกไปในหัวข้อที่อาจจะไม่ค่อยเกี่ยว...แต่เพราะความจำเป็น ที่จะทำให้เค้าอาจได้อ่านข้อความของผมครับ ขอบคุณครับ)