สวัสดีค่ะ นี่เป็นกระทู้แรกและอาจจะเป็นกระทู้เดียว ผิดพลาดขออภัยค่ะ
อ่านมานาน วันนี้อยากหาที่ระบายความเสียใจ อาจจะอ่านแล้วไม่ค่อยรู้เรื่อง เพราะบางช่วงผ่านมานานมากแล้ว เล่าเท่าที่นึกออก และขอตัดบางเหตุการณ์ บางคำพูดที่ทะเลาะกันออกนะคะ
เหตุเกิดเมื่อแปดปีที่แล้ว หลังจากเราจบ ม.สาม พ่อแม่เราส่งเราไปเรียน ม.ปลายที่ต่างประเทศ ทำให้เราได้เจอผู้ชายคนนึง เป็นคนไทยเหมือนเราค่ะ สมมุติว่าชื่อ เจ
ครั้งแรกที่เจอเจ เรารู้สึกไม่ถูกชตาสุดๆ แต่คงด้วยโชคชะตาหรืออะไร ทำให้ไม่ว่าครูประจำชั้นจะจัดที่นั่งให้ใหม่กี่ครั้ง เราก็ยังต้องนั่งข้างกัน ทุกครั้ง ถึงแม้จะนั่งข้างกันแต่น้อยมากๆที่เราจะหันไปคุยกับเจ
จำได้มีอยู่ครั้งนึง เพื่อนคนนึงจะขอยืมโน้ตบุคเราไปเล่นที่หอ แต่เราไม่ได้ให้ไปเพราะจะเอาไว้เล่นเกมส์ เพื่อนเราเลยบอกให้เราไปยืมของเจมาให้มันเล่นหน่อย เราก็ทำตามค่ะ ขอยืมโน้ตบุคเจแบบเนียนๆ พอได้มาเราก็ให้เพื่อนคนนั้นไปค่ะ ยืมจนคืน เจก็ไม่รู้ว่าแท้จริงแล้ว เรายืมไปให้เพื่อนอีกที
เวลาผ่านไป เจคงแอบชอบเรา อยู่มาคืนนึง เจโทรหาเรา แต่โชคร้าย เราอาบน้ำอยู่ เพื่อนซี้เรา สมมุติว่าชื่อ เอ นางรับแทน แต่เอแอบจะปากร้ายไปหน่อยค่ะทำให้ไม่ได้คุยกับเรา แล้วเจก็ไม่โทรมาอีกเลย เรารู้อีกทีเจก็มีแฟนไปแล้วค่ะ ซึ่งเราก็ไม่ได้สนใจอะไรอยู่แล้ว
หลัวจากนั้น เราสอบเลื่อนชั้นได้ค่ะ คือทั้งห้องได้เลื่อนชั้นแค่ไม่กี่คน เจไม่ได้เลื่อนชั้นด้วย หลังจากที่เราเลื่อนชั้นมา เราก็ไม่เคยได้คุยกับเจอีกเลย มีเดินสวนกันบ้าง เจอกันในโรงอาหารบ้าง แต่ไม่ได้คุยกันเลย
เวลาผ่านมาเป็นปี เรามีโอกาสได้เที่ยวสวนสนุกแห่งหนึ่งซึ่งต้องไปค้างคืนด้วยกับกลุ่มเพื่อนๆ หนึ่งในนั้นมีเจกับแฟนเจไปด้วย เราเองก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร ไม่เคยคิดอะไรกับเจอยู่แล้ว เราไปเที่ยวทุกอย่างก็ปกติดีค่ะ สนุกดี ตอนนั้นมีบางอย่างที่ผิดสังเกตเราคือ แฟนเจจะกลับห้อง แต่เจไม่ได้กลับด้วย(ปกติตัวติดกันตลอด) ยังเล่นเครื่องเล่นต่อกับเราแล้วก็เพื่อนคนอื่นๆ
หลังกลับมาจากเที่ยว เจกับแฟนมีปัญหากัน ไม่ใช่เพราะเรานะคะ แต่เป็นเรื่องมือที่สามที่มาจากแฟนเจเอง ฝ่ายหญิงบอกเลิกเจ หลังจากนั้นเจทัก msn เรามาทุกวัน เราเองก็แปลกใจทั้งที่ไม่เคยทักมาก่อนเลย นานเข้าเราก็เริ่มสงสัยว่าคิดอะไรกับเรารึปล่าว แต่เราก็ไม่ได้พูดอะไร แล้วเจก็ชวนเราออกไปกินอาหารญี่ปุ่น เราไม่อยากไปกันลำพังสองคน เลยชวนเพื่อนซี้ชื่อเอไปด้วย แต่เอไม่ไป เราก็เลยไปชวนเพื่อนอีกคนไปด้วย หลังจากนั้น แฟนเจที่เลิกกันไปแล้วรู้เข้า เราเลยเริ่มมีปัญหากับกลุ่มเพื่อนของแฟนเก่าเจ ระหว่างนั้นเจเล่าเรื่องระหว่างเจกับแฟนให้เราฟังเรื่องที่เลิกกัน เราเองเกิดความสงสานเจ บวกกับเพื่อนก็สนับสนุนให้เราตกลงเป็นแฟนเจ ช่วงนั้นแฟนเก่าเจกับกลุ่มเพื่อนนางก็ทวีความรุนแรงมากขึ้น จนเราทนรับแรงเสียดทานไม่ไหว
เราขอพ่อกลับมาเรียนที่ไทย แล้วเราก็เลิกกับเจ เจพยายามง้อขอคืนดีกับเรา แต่เราก็ไม่ใจอ่อนค่ะ เลิกกันไปปีนึงเห็นจะได้ ระหว่างนั้นเราก็คบๆเลิกๆกับคนที่ผ่านเข้ามา เจเองก็เหมือนกัน จนเราได้มีโอกาสคุยกับเจอีกครั้ง เริ่มคุยกันมากขึ้นจนกลับมาคบกันอีกครั้ง พอจบม.ปลายเราไปเรียนต่อมหาลัยต่างประเทศด้วยกัน แต่ไปไม่ถึงปี ต้องกลับมาเรียนไทย เพราะเหตุผลทางบ้าน
ที่เล่ามาข้างบนเป็นความเป็นมาระหว่างเรากับเจนะคะ แต่หลังจากนี้ จะเป็นความทุกข์สุขของเราสองคน ซึ่งเป็นประเด็นที่เราอยากมาเขียนเล่าค่ะ
ช่วงแรกที่เราเป็นแฟนกัน เจดีกับเรามากกกก ย้ำนะคะว่า มาก ส่วนเราเอง ด้วยที่บ้านเราเป็นลูกสาวคนเดียวค่ะ เอาแต่ใจมากๆๆๆ เราทำตัวกับเจไม่ดีเท่าไหร่ โกรธเจเป็นประจำ แต่เจก็ตามง้อเราทุกครั้งเรื่อยมา ทุกอย่างทำตามใจเราหมด เวลาทะเลาะกันไม่ว่าเจจะผิดหรือถูก สิ่งแรกที่เราได้ยินคือคำขอโทษ ทำทุกอย่างให้เราหายโกรธ ตอนนั้นเราเป็นคนโกรธง่ายหายยากค่ะ เป็นแบบนี้เรื่อยมาสองปี ช่วงเวลาสองปีนี้ เจเสมอต้นเสมอปลายดีค่ะ แล้วเจก็ไม่เคยลืมวันสำคัญของเราเลย ไม่ว่าจะวันเกิดหรือวันครบรอบเป็นแฟนกัน มีของขวัญ มีดอกไม้ทุกครั้งแล้วที่สำคัญ เจมารับมาส่งเราทุกวันไม่เคยขาดค่ะ เราโชคดีมากใช่มั้ยคะ ที่ได้ผู้ชายดีดีแบบนี้เป็นแฟน ค่ะเราเองก็คิดแบบนั้น
ช่วงปีที่สามของเรา ไม่มีอะไรหวือหวา ร้ายแรงอะไรเท่าไหร่ แต่เจก็ไม่ได้ยอมเราทุกครั้งเหมือนเก่าแล้วล่ะ ทะเลาะกันหนักบ้างเบาบ้าง สุดท้ายเจก็ยังรัก ยังมาง้อเราอยู่ดี ส่วนตัวเราเองคิดว่าน่าจะปรับปรุงตัวเองดีขึ้นนิดหน่อยแล้ว แต่นิสัยเอาแต่ใจยังแก้ไม่หาย
ปีที่สี่ เจเปลี่ยนไปมาก ยอมเราน้อยลง แคร์เราน้อยลง เริ่มใช้อารมณ์กับเรา เริ่มพูดจาทำร้ายความรู้สึก ยิ่งหลังๆ คำขอโทษออกจากปากยากมาก จะยอมขอโทษด้วยตัวเองเฉพาะที่ตัวเองคิดว่าผิดจริงๆ เราเตือนอะไร จะพูด จะบ่น หรือถามอะไร ถ้ามีคำพูดไหนไม่เข้าหู ฟังแล้วไม่ลื่นหู จะโมโหใส่ แต่สิ่งดีๆของเจก็ยังมีอยู่มากนะคะ ให้พิมพ์คงไม่หมด
จนวันนี้เราเป็นแฟนกันครบห้าปีกับอีกสิบกว่าวัน สิ่งที่เจไม่เปลี่ยน คือไม่เคยมีเรื่องผู้หญิงเลย เราในวันนี้กับเมื่อห้าปีก่อน ไม่มีอะไรที่เหมือนกันเลยค่ะ เราเปลี่ยนไปมากจริงๆ เราใจเย็นลง เราเอาแต่ใจน้อยลงมากๆ เรารักเจมากขึ้นทุกวัน เราโกรธน้อยลง หายง่ายขึ้นมาก
เมื่อวาน เราทะเลาะกันหนักมาก เจทำในสิ่งที่ไม่เคยทำกับเรามาก่อน เราร้องไห้ยังไง ดูเหมือนจะไม่สนใจเลย เรารู้สึกไม่มีค่าเลย สุดท้าย เราตัดสินใจบอกเลิกเจ แต่ในใจลึกๆยังหวังอยากให้เจมาง้อ แต่ไม่ค่ะ เขาไม่ง้อเราแล้ว ไม่ต้องการเราอีกต่อไป วันนี้คงจะเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตเราอีกครั้ง เพราะห้าปีกว่าที่ผ่านมา ตัวติดกันตลอดค่ะ แค่ไม่ได้นอนบ้านเดียวกัน(เราลืมบอกไปนะคะ ทีแรกบ้านเราอยู่ต่างจังหวัด แต่พอคบกับเจ ที่บ้านรับรู้และสนับสนุน เราเลยย้ายมาตั้งรากฐานใกล้ๆบ้านเจกันทั้งครอบครัวเลยค่ะ) ต่อไปคงต้องไปไหนมาไหนลำพัง เดินลำพัง กินลำพัง มันยากสำหรับเราอะค่ะ ไม่รู้จริงๆว่าพรุ่งนี้จะเดินไปทางไหน จะหันไปทางไหน ทุกลมหายใจของเรา นอกจากพ่อแม่แล้ว ก็มีไว้อยากใช้ร่วมกับเจ ทุกๆวันตื่นมายังอยากได้ยินเสียง ยังอยากเดินจูงมือกัน ยังอยากกินข้าวด้วยกัน ยังอยากมีเจอยู่ข้างๆตลอดเวลา ยังรอถ้าวันนึงจะอยากกลับมาคบกับเราอีก ...
ไม่ว่าเราจะมีกี่ร้อยเหตุผลที่จะเลิกกับเจ แต่ทุกครั้งก็ยังมีหนึ่งเหตุผล ที่ทำให้เรายังอยากอยู่ข้างๆเจ
ครั้งนี้ เราบอกเลิกเอง เสียใจเอง
ถ้าอ่านเจอ อยากบอกว่า เค้ายังรอให้กลับมาเสมอนะ.....
อยากฝากเพื่อนๆไว้นะคะ ถ้าใจยังรักอยู่ อย่าบอกเลิกคนรักง่ายๆ ถึงแม้จะคิดว่าคิดดีแล้ว ก็ขอให้คิดอีก คิดอีกหลายๆรอบ อย่าปล่อยมือคนรักไปง่ายๆ จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจแบบเรา
ขอบคุณที่ทนอ่านจนจบค่ะ
กลับมารักกันเหมือนเดิมนะ
อ่านมานาน วันนี้อยากหาที่ระบายความเสียใจ อาจจะอ่านแล้วไม่ค่อยรู้เรื่อง เพราะบางช่วงผ่านมานานมากแล้ว เล่าเท่าที่นึกออก และขอตัดบางเหตุการณ์ บางคำพูดที่ทะเลาะกันออกนะคะ
เหตุเกิดเมื่อแปดปีที่แล้ว หลังจากเราจบ ม.สาม พ่อแม่เราส่งเราไปเรียน ม.ปลายที่ต่างประเทศ ทำให้เราได้เจอผู้ชายคนนึง เป็นคนไทยเหมือนเราค่ะ สมมุติว่าชื่อ เจ
ครั้งแรกที่เจอเจ เรารู้สึกไม่ถูกชตาสุดๆ แต่คงด้วยโชคชะตาหรืออะไร ทำให้ไม่ว่าครูประจำชั้นจะจัดที่นั่งให้ใหม่กี่ครั้ง เราก็ยังต้องนั่งข้างกัน ทุกครั้ง ถึงแม้จะนั่งข้างกันแต่น้อยมากๆที่เราจะหันไปคุยกับเจ
จำได้มีอยู่ครั้งนึง เพื่อนคนนึงจะขอยืมโน้ตบุคเราไปเล่นที่หอ แต่เราไม่ได้ให้ไปเพราะจะเอาไว้เล่นเกมส์ เพื่อนเราเลยบอกให้เราไปยืมของเจมาให้มันเล่นหน่อย เราก็ทำตามค่ะ ขอยืมโน้ตบุคเจแบบเนียนๆ พอได้มาเราก็ให้เพื่อนคนนั้นไปค่ะ ยืมจนคืน เจก็ไม่รู้ว่าแท้จริงแล้ว เรายืมไปให้เพื่อนอีกที
เวลาผ่านไป เจคงแอบชอบเรา อยู่มาคืนนึง เจโทรหาเรา แต่โชคร้าย เราอาบน้ำอยู่ เพื่อนซี้เรา สมมุติว่าชื่อ เอ นางรับแทน แต่เอแอบจะปากร้ายไปหน่อยค่ะทำให้ไม่ได้คุยกับเรา แล้วเจก็ไม่โทรมาอีกเลย เรารู้อีกทีเจก็มีแฟนไปแล้วค่ะ ซึ่งเราก็ไม่ได้สนใจอะไรอยู่แล้ว
หลัวจากนั้น เราสอบเลื่อนชั้นได้ค่ะ คือทั้งห้องได้เลื่อนชั้นแค่ไม่กี่คน เจไม่ได้เลื่อนชั้นด้วย หลังจากที่เราเลื่อนชั้นมา เราก็ไม่เคยได้คุยกับเจอีกเลย มีเดินสวนกันบ้าง เจอกันในโรงอาหารบ้าง แต่ไม่ได้คุยกันเลย
เวลาผ่านมาเป็นปี เรามีโอกาสได้เที่ยวสวนสนุกแห่งหนึ่งซึ่งต้องไปค้างคืนด้วยกับกลุ่มเพื่อนๆ หนึ่งในนั้นมีเจกับแฟนเจไปด้วย เราเองก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร ไม่เคยคิดอะไรกับเจอยู่แล้ว เราไปเที่ยวทุกอย่างก็ปกติดีค่ะ สนุกดี ตอนนั้นมีบางอย่างที่ผิดสังเกตเราคือ แฟนเจจะกลับห้อง แต่เจไม่ได้กลับด้วย(ปกติตัวติดกันตลอด) ยังเล่นเครื่องเล่นต่อกับเราแล้วก็เพื่อนคนอื่นๆ
หลังกลับมาจากเที่ยว เจกับแฟนมีปัญหากัน ไม่ใช่เพราะเรานะคะ แต่เป็นเรื่องมือที่สามที่มาจากแฟนเจเอง ฝ่ายหญิงบอกเลิกเจ หลังจากนั้นเจทัก msn เรามาทุกวัน เราเองก็แปลกใจทั้งที่ไม่เคยทักมาก่อนเลย นานเข้าเราก็เริ่มสงสัยว่าคิดอะไรกับเรารึปล่าว แต่เราก็ไม่ได้พูดอะไร แล้วเจก็ชวนเราออกไปกินอาหารญี่ปุ่น เราไม่อยากไปกันลำพังสองคน เลยชวนเพื่อนซี้ชื่อเอไปด้วย แต่เอไม่ไป เราก็เลยไปชวนเพื่อนอีกคนไปด้วย หลังจากนั้น แฟนเจที่เลิกกันไปแล้วรู้เข้า เราเลยเริ่มมีปัญหากับกลุ่มเพื่อนของแฟนเก่าเจ ระหว่างนั้นเจเล่าเรื่องระหว่างเจกับแฟนให้เราฟังเรื่องที่เลิกกัน เราเองเกิดความสงสานเจ บวกกับเพื่อนก็สนับสนุนให้เราตกลงเป็นแฟนเจ ช่วงนั้นแฟนเก่าเจกับกลุ่มเพื่อนนางก็ทวีความรุนแรงมากขึ้น จนเราทนรับแรงเสียดทานไม่ไหว
เราขอพ่อกลับมาเรียนที่ไทย แล้วเราก็เลิกกับเจ เจพยายามง้อขอคืนดีกับเรา แต่เราก็ไม่ใจอ่อนค่ะ เลิกกันไปปีนึงเห็นจะได้ ระหว่างนั้นเราก็คบๆเลิกๆกับคนที่ผ่านเข้ามา เจเองก็เหมือนกัน จนเราได้มีโอกาสคุยกับเจอีกครั้ง เริ่มคุยกันมากขึ้นจนกลับมาคบกันอีกครั้ง พอจบม.ปลายเราไปเรียนต่อมหาลัยต่างประเทศด้วยกัน แต่ไปไม่ถึงปี ต้องกลับมาเรียนไทย เพราะเหตุผลทางบ้าน
ที่เล่ามาข้างบนเป็นความเป็นมาระหว่างเรากับเจนะคะ แต่หลังจากนี้ จะเป็นความทุกข์สุขของเราสองคน ซึ่งเป็นประเด็นที่เราอยากมาเขียนเล่าค่ะ
ช่วงแรกที่เราเป็นแฟนกัน เจดีกับเรามากกกก ย้ำนะคะว่า มาก ส่วนเราเอง ด้วยที่บ้านเราเป็นลูกสาวคนเดียวค่ะ เอาแต่ใจมากๆๆๆ เราทำตัวกับเจไม่ดีเท่าไหร่ โกรธเจเป็นประจำ แต่เจก็ตามง้อเราทุกครั้งเรื่อยมา ทุกอย่างทำตามใจเราหมด เวลาทะเลาะกันไม่ว่าเจจะผิดหรือถูก สิ่งแรกที่เราได้ยินคือคำขอโทษ ทำทุกอย่างให้เราหายโกรธ ตอนนั้นเราเป็นคนโกรธง่ายหายยากค่ะ เป็นแบบนี้เรื่อยมาสองปี ช่วงเวลาสองปีนี้ เจเสมอต้นเสมอปลายดีค่ะ แล้วเจก็ไม่เคยลืมวันสำคัญของเราเลย ไม่ว่าจะวันเกิดหรือวันครบรอบเป็นแฟนกัน มีของขวัญ มีดอกไม้ทุกครั้งแล้วที่สำคัญ เจมารับมาส่งเราทุกวันไม่เคยขาดค่ะ เราโชคดีมากใช่มั้ยคะ ที่ได้ผู้ชายดีดีแบบนี้เป็นแฟน ค่ะเราเองก็คิดแบบนั้น
ช่วงปีที่สามของเรา ไม่มีอะไรหวือหวา ร้ายแรงอะไรเท่าไหร่ แต่เจก็ไม่ได้ยอมเราทุกครั้งเหมือนเก่าแล้วล่ะ ทะเลาะกันหนักบ้างเบาบ้าง สุดท้ายเจก็ยังรัก ยังมาง้อเราอยู่ดี ส่วนตัวเราเองคิดว่าน่าจะปรับปรุงตัวเองดีขึ้นนิดหน่อยแล้ว แต่นิสัยเอาแต่ใจยังแก้ไม่หาย
ปีที่สี่ เจเปลี่ยนไปมาก ยอมเราน้อยลง แคร์เราน้อยลง เริ่มใช้อารมณ์กับเรา เริ่มพูดจาทำร้ายความรู้สึก ยิ่งหลังๆ คำขอโทษออกจากปากยากมาก จะยอมขอโทษด้วยตัวเองเฉพาะที่ตัวเองคิดว่าผิดจริงๆ เราเตือนอะไร จะพูด จะบ่น หรือถามอะไร ถ้ามีคำพูดไหนไม่เข้าหู ฟังแล้วไม่ลื่นหู จะโมโหใส่ แต่สิ่งดีๆของเจก็ยังมีอยู่มากนะคะ ให้พิมพ์คงไม่หมด
จนวันนี้เราเป็นแฟนกันครบห้าปีกับอีกสิบกว่าวัน สิ่งที่เจไม่เปลี่ยน คือไม่เคยมีเรื่องผู้หญิงเลย เราในวันนี้กับเมื่อห้าปีก่อน ไม่มีอะไรที่เหมือนกันเลยค่ะ เราเปลี่ยนไปมากจริงๆ เราใจเย็นลง เราเอาแต่ใจน้อยลงมากๆ เรารักเจมากขึ้นทุกวัน เราโกรธน้อยลง หายง่ายขึ้นมาก
เมื่อวาน เราทะเลาะกันหนักมาก เจทำในสิ่งที่ไม่เคยทำกับเรามาก่อน เราร้องไห้ยังไง ดูเหมือนจะไม่สนใจเลย เรารู้สึกไม่มีค่าเลย สุดท้าย เราตัดสินใจบอกเลิกเจ แต่ในใจลึกๆยังหวังอยากให้เจมาง้อ แต่ไม่ค่ะ เขาไม่ง้อเราแล้ว ไม่ต้องการเราอีกต่อไป วันนี้คงจะเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตเราอีกครั้ง เพราะห้าปีกว่าที่ผ่านมา ตัวติดกันตลอดค่ะ แค่ไม่ได้นอนบ้านเดียวกัน(เราลืมบอกไปนะคะ ทีแรกบ้านเราอยู่ต่างจังหวัด แต่พอคบกับเจ ที่บ้านรับรู้และสนับสนุน เราเลยย้ายมาตั้งรากฐานใกล้ๆบ้านเจกันทั้งครอบครัวเลยค่ะ) ต่อไปคงต้องไปไหนมาไหนลำพัง เดินลำพัง กินลำพัง มันยากสำหรับเราอะค่ะ ไม่รู้จริงๆว่าพรุ่งนี้จะเดินไปทางไหน จะหันไปทางไหน ทุกลมหายใจของเรา นอกจากพ่อแม่แล้ว ก็มีไว้อยากใช้ร่วมกับเจ ทุกๆวันตื่นมายังอยากได้ยินเสียง ยังอยากเดินจูงมือกัน ยังอยากกินข้าวด้วยกัน ยังอยากมีเจอยู่ข้างๆตลอดเวลา ยังรอถ้าวันนึงจะอยากกลับมาคบกับเราอีก ...
ไม่ว่าเราจะมีกี่ร้อยเหตุผลที่จะเลิกกับเจ แต่ทุกครั้งก็ยังมีหนึ่งเหตุผล ที่ทำให้เรายังอยากอยู่ข้างๆเจ
ครั้งนี้ เราบอกเลิกเอง เสียใจเอง
ถ้าอ่านเจอ อยากบอกว่า เค้ายังรอให้กลับมาเสมอนะ.....
อยากฝากเพื่อนๆไว้นะคะ ถ้าใจยังรักอยู่ อย่าบอกเลิกคนรักง่ายๆ ถึงแม้จะคิดว่าคิดดีแล้ว ก็ขอให้คิดอีก คิดอีกหลายๆรอบ อย่าปล่อยมือคนรักไปง่ายๆ จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจแบบเรา
ขอบคุณที่ทนอ่านจนจบค่ะ