อยากช่วยเพื่อนแต่ดูอาการแล้วช่วยไม่ได้ค่ะ ไม่รู้จะช่วยยังไง ตัวเองยังเอาไม่ค่อยจะรอด พอจะไม่ช่วยก็รู้สึกผิด
...เรื่องมีอยู่ว่าเราย้ายเข้ามหาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง แล้วก็ขอไปเป็นรูมเมทกับเพื่อนที่รู้จักในชั้นเรียนคนนึงค่ะ เราก็เป็นเพื่อนที่โอเคต่อกันนะ มีทะเลาะบ้าง น้อยใจบ้าง ถกเถียงกันบ้าง งอนบ้าง นินทากันบ้าง แรงใส่กันบ้าง เหวี่ยง หงุดหงิด ไม่ยอมคุยกันบ้าง ช่วยงานกันบ้าง เลี้ยงกันบ้าง ทั้งสองคนเลย โดยเฉพาะเราที่ขี้งอนมาก งอนเงียบๆ บางทีเพื่อนก็ไม่รู้ว่าเรางอนเพราะทำตัวคล้ายปกติมาก...บางทีเรายังไม่รู้ตัวเลยว่าเรางอนเขา
บ้านเพื่อนมีปัญหาทางการเงินมาแต่ไหนแต่ไรค่ะ ครอบครัวมีปัญหามากด้วย พ่อเขาก็เป็นมะเร็งจะเสียมิเสียแหล่ ดีไม่ดีจะเสียไปแล้วแต่ไม่เล่า(เรามีนิสัยเก็บความลับไม่ค่อยได้ค่ะ ขี้บ่นด้วย พอบ่นใครก็จะเหมือนเรานินทาเขานั่นแหละ เพื่อนๆคบต้องระวัง หลังๆนี่เราเตือนเพื่อนใหม่ก่อนคบเลยเพราะไม่อยากเผลอทำร้ายใครด้วยคำพูดลับหลังอีก เผลอทำมาเยอะแล้วโดยไม่ทันคิด ถึงจะเสียใจที่หลังก็ลบที่พูดไปไม่ได้แล้วซะด้วย) เพราะมีอยู่ช่วงนึงเขาร้องไห้เยอะมากๆ...ที่จริงเหมือนเราจะได้ยินเขาคุยมือถือเรื่องนี้ด้วย ญาติเขาก็ทะเลาะกันกับชอบมาขอเงินแม่เพื่อนไปใช้ ทีนี้แม่เพื่อนก็ตกงานอีกเลยยิ่งไปกันใหญ่
เขาก็พยายามใช้เงินก้อนสุดท้ายที่แม่เขาให้มาอย่างประหยัดๆนะคะ แต่มันก็ต้องมีวันหมดอยู่ดี มันไม่ได้มากมายอะไร ค่าหอก็ต้องจ่ายส่วนของเขา ยังดีที่ค่าเรียนกู้กรอเอาได้
เราก็พยายามตระเวนหางานพิเศษให้เขานะคะ ส่วนงานแม่เขา แรกๆเราก็พยายามช่วยหาให้อยู่หรอก แค่มันไม่ได้จริงๆ คนรู้จักเราน้อยและไม่ได้มีเส้นสายบริษัทไหนมากมาย บางคนที่พอจะมีดันลาออกมาแล้วซะอีก ในอินเตอร์เน็ตเขาก็หาเองอยู่แล้ว เราไม่ต้องไปยุ่ง
ปรากฏว่าที่ทำงานพิเศษส่วนใหญ่ไม่อยากรับนักศึกษาพาร์ทไทม์ค่ะ เรียนไปทำงานไปเขาไม่เอาเลย...และถึงบางที่รับเขาก็ให้ค่าจ้างไม่เพียงพอต่อการใช้ในแต่ละเดือนค่ะ ทั้งค่ากินอยู่ค่าหอ ค่าอุปกรณ์การเรียน...ตอนแรกได้มาที่นึงให้วันละสี่ร้อย ปรากฏว่าไปทำแค่สองครั้งเขาหาพนักงานประจำเต็มเวลาได้เขาไล่ออกเลย แถมคนได้เงินมีแต่เราคนเดียวด้วย เพราะทั้งสองครั้งนั้นเขาไม่ว่างไปทำเลย ติดธุระ เซเว่นไปสมัครกี่ที่ๆก็เต็มหมด แล้วเพื่อนเราเขาก็ไม่ค่อยอยากทำเซเว่นด้วยเพราะหลายๆสาเหตุ(แต่ถ้ามีให้สมัครตอนนี้เขาเอาหมด)
สุดท้ายเดือนนี้เขาก็คงจะมีปัญหาจริงๆแล้วล่ะค่ะ เงินเขาทำท่าจะหมดแล้ว เขาบอกว่าต่อไปอาจจะต้องยืมเราแล้วค่อยๆหาทางใช้ทีหลัง
เรื่องแบบนี้เราตัดสินใจเองคนเดียวไม่ได้ค่ะ...คือถ้าเราเป็นเด็กอัจฉริยะทำงานเก็บเงินมีเงินเป็นล้านๆอยู่ในบัญชีมานานแล้วจะตกลงช่วยเพื่อนแบบไม่คิดเลย แต่นี่เรายังต้องขอเงินพ่อแม่ใช้ การค้าขายทางเน็ตของเราก็ยังไม่ค่อยรุ่งเพราะเลือกของมาขายยังไม่ค่อยเป็นและมีปัญหาในการบริหารเวลาทำงาน เราเลยต้องไปคุยกับแม่เรื่องนี้ก่อน ซึ่งก็ไม่มีใครเห็นด้วยกับการให้เพื่อนยืมเงินหรอก คือทุกคนก็สงสารเขานะ แต่ตัวเราเองก็ยังเอาตัวไม่รอดไม่มีปัญญาไปช่วยใครเหมือนกัน...ไม่ได้รวยแบบเพื่อนบางคนในม.ที่พอขัดหูขัดตาจมูกเพื่อนแล้วให้เงินเพื่อนไปทำศัลยกรรมเป็นหมื่นเฉยเลย ครอบครัวเราฐานะปานกลางไม่ได้รวย แถมพักนี้เศรษฐกิจไม่ดีอีก
แล้วก็เพราะเราไปทำงานพิเศษแบบไม่บอกกล่าวให้ดีๆ...คือบอกว่าทำนะ แต่ไม่บอกเวลาให้ดีๆ แถมนายจ้างชอบเรียกนอกเวลา เสาร์อาทิตย์ไม่ได้กลับบ้านโดนเขาเรียกไปทำเพราะขาดคนทั้งๆที่เป็นเวลานอกข้อตกลง...แต่งานมันหนักจริงๆปล่อยป้าเขาทำคนเดียวไม่ได้หรอก แล้วทางบ้านเราเนี่ยจะห่วงเรามาก เพราะเมื่อก่อนเราจะเป็นพวกคุณหนูไร้เพื่อน เรียนลูกเดียว สังคมไม่มี วันๆไม่ไปไหนมาไหน ถ้าไม่เรียนก็วาดรูป อ่านนิยายหัวเราะคิกๆอยู่บ้านท่องโลกความฝันไป พอเห็นเราทำงานไม่กลับบ้านนี่เป็นเรื่องเลย แถมยังมีเรื่องเงินๆทองๆที่อาจจะต้องให้เพื่อนยืมอีก เราจะโดนให้ไปอยู่หอในเอา ไม่ก็จะโดนย้ายไปนอนบ้านญาติ...ซึ่งถ้าถามว่าเราอยากย้ายออกมั้ย บอกตามตรง เราก็อยากออกนะ...คือดูๆแล้วนิสัยจะเข้ากันไม่ได้ ทัศนคติไม่ถูกกัน อยู่ด้วยกันแล้วอึดอัด เราเข้าใจว่าทางเขามีปัญหาเยอะ แต่เราก็ทนรับการกระทำหรือคำพูดบางอย่างที่เราค่อนข้างแน่ใจว่าเกิดมาจากอารมณ์ของเขาไม่ได้ เขาค่อนข้างรำคาญเรา และความซุ่มซ่ามของเราที่มันจะเดินชนข้าวของที่รกเต็มห้องหล่นบ้างล้มบ้าง ปลั๊กพัดลมที่มักเตะหลุดเพราะมันอยู่ข้างเตียง พูดถึงเรื่องห้องก็ชักจะไม่เข้าท่าแล้ว มันเล็กมากและไม่มีหน้าต่างห้องเพราะถูกสุดในหอ แรกๆเราก็คิดว่าไม่เป็นไร แค่ไม่มีหน้าต่างเอง เก็บห้องดีๆก็จะดูกว้างขึ้นเอง ปรากฏว่านานๆไปข้าวของสองคนมันมีที่เก็บไม่พอ ไม่เป็นไปอย่างที่เราคิดเลย รกไปหมด เราแทบไม่มีที่เคลื่อนไหวเลยจริงๆ แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าเขาทำยังไงถึงหลบเลี่ยงของในห้องได้ เราแค่เดินเข้ามากระโปรงก็เกี่ยวขวดล้มไม่ก็ชนเก้าอี้แล้ว ห้องแคบๆนั่นไม่ได้สร้างไว้สำหรับสองคน ขนาดบัตรรูดเข้าหอยังมีให้ใบเดียวเลย แล้วที่จริงเราก็ออกจะอยากหัดออกไปอยู่ด้วยตัวเองตัวคนเดียวอยู่นะ เพื่อนคนอื่นๆก็เชียร์นะเรื่องนี้ เพราะงั้นเรื่องโดนให้ย้ายออกนี่เราโอเคเลย ย้ายออกก็ดีเหมือนกัน
แต่ว่าปัญหามันยังไม่เคลียร์น่ะสิ จริงๆเราก็รู้สึกผิดนะ จะไม่ช่วยเพื่อนเพราะเพื่อนเสียใจแล้วอารมณ์ไม่ดีใส่เรา หรือเราทำผิดแล้วเขาโกรธ หรือเรารำคาญเพื่อนซะเอง เขาเองก็อุตสาห์ยอมรับเราเข้ามาอยู่กะเขาตอนที่เรามีปัญหากับทางบ้านแล้วอยากหนีมาอยู่หอ ทนนิสัยไม่ดีของเราตั้งเยอะ สอนอะไรเราก็หลายเรื่อง แล้วก็เคยช่วยเราหลายอย่างเหมือนกัน ตอนนี้เขามีปัญหาเรื่องเงินเราดันจะย้ายออก บ้านเขาก็ไม่มีให้กลับ เทียบกับเราแล้วปัญหาเรื่องความรู้สึกไม่ดีเวลาอยู่หอของเราเหมือนของเด็กเล่นไปเลย รู้สึกเหมือนตัวเองทำตัวเป็นเพื่อนกิน พอเพื่อนมีปัญหาแล้วหนีเพื่อน ทั้งๆที่เขาเป็นเพื่อนสนิทคนที่สองของเราแท้ๆ เราเคยคุยเรื่องเพื่อนแท้กันก็หลายครั้ง แล้วก็เชื่อเรื่องนี้กันด้วย...แต่พอคิดๆแล้วเราไม่ได้เป็นคนที่มีสิทธิ์ไปตัดสินใจว่าจะช่วยหรือไม่ช่วยเขา เงินก็ไม่ใช่เงินเราหาเอง แล้วต้องขอไปให้เขายืมเป็นจำนวนมากอีก มันไม่ได้หรอกนะ ยิ่งเจ้าของเงินไม่อนุญาตด้วยแล้ว
เราคุยกับเขาทางเฟสแล้ว ท่าทางเขาจะเสียใจที่เราทำแบบนี้ แล้วก็คงผิดหวังกับเรามากด้วย อาจจะเสียความเชื่อมั่นในเรื่องหาการเพื่อน การคบเพื่อนไปเลยก็ได้ แถมจะคิดว่าเราเป็นเพื่อนที่ไม่ดีอีก(จริงๆแล้วเราก็สงสัยนะว่าเขาคิดว่าเราเป็นเพื่อนจริงๆรึเปล่า เขาไม่พอใจเราบ่อยและดูสนิทกับคนอื่นมากกว่าเรา เวลาพูดกับคนอื่นก็ไม่เหมือนเวลาพูดกับเรา แต่ไม่กล้าถามเพราะมันฟังดูงี่เง่าเหมือนเราไปอิจฉาเพื่อนๆคนอื่นของเขา(ซึ่งบางทีก็อิจฉาจริงๆ...เพราะพวกเขาก็ทำหน้าที่เพื่อนได้ดีกว่าเราจริงๆหลายๆด้านเลย บางทีก็เหมือนเราไร้ประโยชน์ช่วยอะไรเขาไม่ค่อยได้ ขนาดเวลาเขามีปัญหาเราก็ไม่รู้จะปลอบยังไง ยิ่งปลอบยิ่งอารมณ์เสีย สุดท้ายก็ไปสไกป์ให้คนอื่นปลอบแทน) และเราก็เชื่อใจเขาระดับนึงว่าเราก็เป็นเพื่อนกันไง)
เขาอาจจะเสียอนาคตไปเลยก็ได้ ไม่มีเราช่วยแชร์ค่าหอค่ากินอยู่เนี่ย นานๆไปกลัวเขาจะต้องลาออกจากการเรียนจริงๆ เขาก็คงจะกลัวและเสียใจมากเลย
เขาอยากให้เราคุยกับเขาต่อหน้านะ เรื่องที่เราจะย้ายออก เขาอยากให้เราอยู่ต่อ แต่เราคงอยู่ต่อไม่ได้ แต่เราไม่รู้จะคุยยังไงดี ที่ผ่านมาเราก็ไม่กล้าคุยเรื่องปัญหานี้กับเขาจริงๆจังๆ ไม่ค่อยกล้าบอกอะไร เราเป็นคนขี้กลัว และใจอ่อนมาก ยอมคนง่าย การคุยทางอ้อมๆผ่านสื่อโซเชียลทั้งหลายเป็นวิธีที่การตัดสินใจและคำพูดของเรามีอารมณ์พวกความกลัว ความใจอ่อน ความไร้เหตุผลเข้ามาเกี่ยวข้องน้อยที่สุดแล้ว และต่อให้คุยกันตรงๆ เราก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรได้มากกว่านี้อีก แถมเราจะลนลานซะด้วย ดีไม่ดีคุยไปคุยมาจะมีปัญหาอีก เราไม่รู้จะพูดยังไง แล้วจะช่วยอะไรได้อีก เรานึกไม่ออกเลย
...ถ้ามันจะเหมือนเราไม่ยอมช่วยอย่างสุดกำลังล่ะก็ เราคิดว่ากำลังที่เรามีในตอนนี้มันช่วยได้แค่นี้จริงๆ คือช่วยหางานพิเศษ ช่วยหางานให้แม่เขา(ซึ่งเราจะหาเจอแค่ไหน ทางนั้นจะรับหรือไม่รับ มันก็ขึ้นอยู่กับตัวเขาทางผู้จ้างอยู่ดี ไม่ใช่ความผิดเราซะหน่อย) ช่วยไปทำงานพิเศษเป็นเพื่อนเขา และช่วยจ่ายค่าหอในช่วงที่เรายังอยู่กับเขาได้เท่านั้น แล้วก็ไม่ใช่ว่าเราจะยังไม่คุยกับผู้ปกครองเรื่องต้องอยู่กับเขาต่อ เราก็คุยแล้ว แต่มันไม่ได้จริงๆ
(ถ้าหากเขียนกระทู้ดูวุ่นวายยังไงไม่รู้ขออภัย ตอนนี้กลุ้มจนจัดระเบียบอะไรไม่ได้เลย)
ไม่รู้จะช่วยเพื่อนยังไงดีค่ะ สงสารก็สงสารนะ แต่ไม่รู้จะช่วยยังไงดี
...เรื่องมีอยู่ว่าเราย้ายเข้ามหาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง แล้วก็ขอไปเป็นรูมเมทกับเพื่อนที่รู้จักในชั้นเรียนคนนึงค่ะ เราก็เป็นเพื่อนที่โอเคต่อกันนะ มีทะเลาะบ้าง น้อยใจบ้าง ถกเถียงกันบ้าง งอนบ้าง นินทากันบ้าง แรงใส่กันบ้าง เหวี่ยง หงุดหงิด ไม่ยอมคุยกันบ้าง ช่วยงานกันบ้าง เลี้ยงกันบ้าง ทั้งสองคนเลย โดยเฉพาะเราที่ขี้งอนมาก งอนเงียบๆ บางทีเพื่อนก็ไม่รู้ว่าเรางอนเพราะทำตัวคล้ายปกติมาก...บางทีเรายังไม่รู้ตัวเลยว่าเรางอนเขา
บ้านเพื่อนมีปัญหาทางการเงินมาแต่ไหนแต่ไรค่ะ ครอบครัวมีปัญหามากด้วย พ่อเขาก็เป็นมะเร็งจะเสียมิเสียแหล่ ดีไม่ดีจะเสียไปแล้วแต่ไม่เล่า(เรามีนิสัยเก็บความลับไม่ค่อยได้ค่ะ ขี้บ่นด้วย พอบ่นใครก็จะเหมือนเรานินทาเขานั่นแหละ เพื่อนๆคบต้องระวัง หลังๆนี่เราเตือนเพื่อนใหม่ก่อนคบเลยเพราะไม่อยากเผลอทำร้ายใครด้วยคำพูดลับหลังอีก เผลอทำมาเยอะแล้วโดยไม่ทันคิด ถึงจะเสียใจที่หลังก็ลบที่พูดไปไม่ได้แล้วซะด้วย) เพราะมีอยู่ช่วงนึงเขาร้องไห้เยอะมากๆ...ที่จริงเหมือนเราจะได้ยินเขาคุยมือถือเรื่องนี้ด้วย ญาติเขาก็ทะเลาะกันกับชอบมาขอเงินแม่เพื่อนไปใช้ ทีนี้แม่เพื่อนก็ตกงานอีกเลยยิ่งไปกันใหญ่
เขาก็พยายามใช้เงินก้อนสุดท้ายที่แม่เขาให้มาอย่างประหยัดๆนะคะ แต่มันก็ต้องมีวันหมดอยู่ดี มันไม่ได้มากมายอะไร ค่าหอก็ต้องจ่ายส่วนของเขา ยังดีที่ค่าเรียนกู้กรอเอาได้
เราก็พยายามตระเวนหางานพิเศษให้เขานะคะ ส่วนงานแม่เขา แรกๆเราก็พยายามช่วยหาให้อยู่หรอก แค่มันไม่ได้จริงๆ คนรู้จักเราน้อยและไม่ได้มีเส้นสายบริษัทไหนมากมาย บางคนที่พอจะมีดันลาออกมาแล้วซะอีก ในอินเตอร์เน็ตเขาก็หาเองอยู่แล้ว เราไม่ต้องไปยุ่ง
ปรากฏว่าที่ทำงานพิเศษส่วนใหญ่ไม่อยากรับนักศึกษาพาร์ทไทม์ค่ะ เรียนไปทำงานไปเขาไม่เอาเลย...และถึงบางที่รับเขาก็ให้ค่าจ้างไม่เพียงพอต่อการใช้ในแต่ละเดือนค่ะ ทั้งค่ากินอยู่ค่าหอ ค่าอุปกรณ์การเรียน...ตอนแรกได้มาที่นึงให้วันละสี่ร้อย ปรากฏว่าไปทำแค่สองครั้งเขาหาพนักงานประจำเต็มเวลาได้เขาไล่ออกเลย แถมคนได้เงินมีแต่เราคนเดียวด้วย เพราะทั้งสองครั้งนั้นเขาไม่ว่างไปทำเลย ติดธุระ เซเว่นไปสมัครกี่ที่ๆก็เต็มหมด แล้วเพื่อนเราเขาก็ไม่ค่อยอยากทำเซเว่นด้วยเพราะหลายๆสาเหตุ(แต่ถ้ามีให้สมัครตอนนี้เขาเอาหมด)
สุดท้ายเดือนนี้เขาก็คงจะมีปัญหาจริงๆแล้วล่ะค่ะ เงินเขาทำท่าจะหมดแล้ว เขาบอกว่าต่อไปอาจจะต้องยืมเราแล้วค่อยๆหาทางใช้ทีหลัง
เรื่องแบบนี้เราตัดสินใจเองคนเดียวไม่ได้ค่ะ...คือถ้าเราเป็นเด็กอัจฉริยะทำงานเก็บเงินมีเงินเป็นล้านๆอยู่ในบัญชีมานานแล้วจะตกลงช่วยเพื่อนแบบไม่คิดเลย แต่นี่เรายังต้องขอเงินพ่อแม่ใช้ การค้าขายทางเน็ตของเราก็ยังไม่ค่อยรุ่งเพราะเลือกของมาขายยังไม่ค่อยเป็นและมีปัญหาในการบริหารเวลาทำงาน เราเลยต้องไปคุยกับแม่เรื่องนี้ก่อน ซึ่งก็ไม่มีใครเห็นด้วยกับการให้เพื่อนยืมเงินหรอก คือทุกคนก็สงสารเขานะ แต่ตัวเราเองก็ยังเอาตัวไม่รอดไม่มีปัญญาไปช่วยใครเหมือนกัน...ไม่ได้รวยแบบเพื่อนบางคนในม.ที่พอขัดหูขัดตาจมูกเพื่อนแล้วให้เงินเพื่อนไปทำศัลยกรรมเป็นหมื่นเฉยเลย ครอบครัวเราฐานะปานกลางไม่ได้รวย แถมพักนี้เศรษฐกิจไม่ดีอีก
แล้วก็เพราะเราไปทำงานพิเศษแบบไม่บอกกล่าวให้ดีๆ...คือบอกว่าทำนะ แต่ไม่บอกเวลาให้ดีๆ แถมนายจ้างชอบเรียกนอกเวลา เสาร์อาทิตย์ไม่ได้กลับบ้านโดนเขาเรียกไปทำเพราะขาดคนทั้งๆที่เป็นเวลานอกข้อตกลง...แต่งานมันหนักจริงๆปล่อยป้าเขาทำคนเดียวไม่ได้หรอก แล้วทางบ้านเราเนี่ยจะห่วงเรามาก เพราะเมื่อก่อนเราจะเป็นพวกคุณหนูไร้เพื่อน เรียนลูกเดียว สังคมไม่มี วันๆไม่ไปไหนมาไหน ถ้าไม่เรียนก็วาดรูป อ่านนิยายหัวเราะคิกๆอยู่บ้านท่องโลกความฝันไป พอเห็นเราทำงานไม่กลับบ้านนี่เป็นเรื่องเลย แถมยังมีเรื่องเงินๆทองๆที่อาจจะต้องให้เพื่อนยืมอีก เราจะโดนให้ไปอยู่หอในเอา ไม่ก็จะโดนย้ายไปนอนบ้านญาติ...ซึ่งถ้าถามว่าเราอยากย้ายออกมั้ย บอกตามตรง เราก็อยากออกนะ...คือดูๆแล้วนิสัยจะเข้ากันไม่ได้ ทัศนคติไม่ถูกกัน อยู่ด้วยกันแล้วอึดอัด เราเข้าใจว่าทางเขามีปัญหาเยอะ แต่เราก็ทนรับการกระทำหรือคำพูดบางอย่างที่เราค่อนข้างแน่ใจว่าเกิดมาจากอารมณ์ของเขาไม่ได้ เขาค่อนข้างรำคาญเรา และความซุ่มซ่ามของเราที่มันจะเดินชนข้าวของที่รกเต็มห้องหล่นบ้างล้มบ้าง ปลั๊กพัดลมที่มักเตะหลุดเพราะมันอยู่ข้างเตียง พูดถึงเรื่องห้องก็ชักจะไม่เข้าท่าแล้ว มันเล็กมากและไม่มีหน้าต่างห้องเพราะถูกสุดในหอ แรกๆเราก็คิดว่าไม่เป็นไร แค่ไม่มีหน้าต่างเอง เก็บห้องดีๆก็จะดูกว้างขึ้นเอง ปรากฏว่านานๆไปข้าวของสองคนมันมีที่เก็บไม่พอ ไม่เป็นไปอย่างที่เราคิดเลย รกไปหมด เราแทบไม่มีที่เคลื่อนไหวเลยจริงๆ แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าเขาทำยังไงถึงหลบเลี่ยงของในห้องได้ เราแค่เดินเข้ามากระโปรงก็เกี่ยวขวดล้มไม่ก็ชนเก้าอี้แล้ว ห้องแคบๆนั่นไม่ได้สร้างไว้สำหรับสองคน ขนาดบัตรรูดเข้าหอยังมีให้ใบเดียวเลย แล้วที่จริงเราก็ออกจะอยากหัดออกไปอยู่ด้วยตัวเองตัวคนเดียวอยู่นะ เพื่อนคนอื่นๆก็เชียร์นะเรื่องนี้ เพราะงั้นเรื่องโดนให้ย้ายออกนี่เราโอเคเลย ย้ายออกก็ดีเหมือนกัน
แต่ว่าปัญหามันยังไม่เคลียร์น่ะสิ จริงๆเราก็รู้สึกผิดนะ จะไม่ช่วยเพื่อนเพราะเพื่อนเสียใจแล้วอารมณ์ไม่ดีใส่เรา หรือเราทำผิดแล้วเขาโกรธ หรือเรารำคาญเพื่อนซะเอง เขาเองก็อุตสาห์ยอมรับเราเข้ามาอยู่กะเขาตอนที่เรามีปัญหากับทางบ้านแล้วอยากหนีมาอยู่หอ ทนนิสัยไม่ดีของเราตั้งเยอะ สอนอะไรเราก็หลายเรื่อง แล้วก็เคยช่วยเราหลายอย่างเหมือนกัน ตอนนี้เขามีปัญหาเรื่องเงินเราดันจะย้ายออก บ้านเขาก็ไม่มีให้กลับ เทียบกับเราแล้วปัญหาเรื่องความรู้สึกไม่ดีเวลาอยู่หอของเราเหมือนของเด็กเล่นไปเลย รู้สึกเหมือนตัวเองทำตัวเป็นเพื่อนกิน พอเพื่อนมีปัญหาแล้วหนีเพื่อน ทั้งๆที่เขาเป็นเพื่อนสนิทคนที่สองของเราแท้ๆ เราเคยคุยเรื่องเพื่อนแท้กันก็หลายครั้ง แล้วก็เชื่อเรื่องนี้กันด้วย...แต่พอคิดๆแล้วเราไม่ได้เป็นคนที่มีสิทธิ์ไปตัดสินใจว่าจะช่วยหรือไม่ช่วยเขา เงินก็ไม่ใช่เงินเราหาเอง แล้วต้องขอไปให้เขายืมเป็นจำนวนมากอีก มันไม่ได้หรอกนะ ยิ่งเจ้าของเงินไม่อนุญาตด้วยแล้ว
เราคุยกับเขาทางเฟสแล้ว ท่าทางเขาจะเสียใจที่เราทำแบบนี้ แล้วก็คงผิดหวังกับเรามากด้วย อาจจะเสียความเชื่อมั่นในเรื่องหาการเพื่อน การคบเพื่อนไปเลยก็ได้ แถมจะคิดว่าเราเป็นเพื่อนที่ไม่ดีอีก(จริงๆแล้วเราก็สงสัยนะว่าเขาคิดว่าเราเป็นเพื่อนจริงๆรึเปล่า เขาไม่พอใจเราบ่อยและดูสนิทกับคนอื่นมากกว่าเรา เวลาพูดกับคนอื่นก็ไม่เหมือนเวลาพูดกับเรา แต่ไม่กล้าถามเพราะมันฟังดูงี่เง่าเหมือนเราไปอิจฉาเพื่อนๆคนอื่นของเขา(ซึ่งบางทีก็อิจฉาจริงๆ...เพราะพวกเขาก็ทำหน้าที่เพื่อนได้ดีกว่าเราจริงๆหลายๆด้านเลย บางทีก็เหมือนเราไร้ประโยชน์ช่วยอะไรเขาไม่ค่อยได้ ขนาดเวลาเขามีปัญหาเราก็ไม่รู้จะปลอบยังไง ยิ่งปลอบยิ่งอารมณ์เสีย สุดท้ายก็ไปสไกป์ให้คนอื่นปลอบแทน) และเราก็เชื่อใจเขาระดับนึงว่าเราก็เป็นเพื่อนกันไง)
เขาอาจจะเสียอนาคตไปเลยก็ได้ ไม่มีเราช่วยแชร์ค่าหอค่ากินอยู่เนี่ย นานๆไปกลัวเขาจะต้องลาออกจากการเรียนจริงๆ เขาก็คงจะกลัวและเสียใจมากเลย
เขาอยากให้เราคุยกับเขาต่อหน้านะ เรื่องที่เราจะย้ายออก เขาอยากให้เราอยู่ต่อ แต่เราคงอยู่ต่อไม่ได้ แต่เราไม่รู้จะคุยยังไงดี ที่ผ่านมาเราก็ไม่กล้าคุยเรื่องปัญหานี้กับเขาจริงๆจังๆ ไม่ค่อยกล้าบอกอะไร เราเป็นคนขี้กลัว และใจอ่อนมาก ยอมคนง่าย การคุยทางอ้อมๆผ่านสื่อโซเชียลทั้งหลายเป็นวิธีที่การตัดสินใจและคำพูดของเรามีอารมณ์พวกความกลัว ความใจอ่อน ความไร้เหตุผลเข้ามาเกี่ยวข้องน้อยที่สุดแล้ว และต่อให้คุยกันตรงๆ เราก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรได้มากกว่านี้อีก แถมเราจะลนลานซะด้วย ดีไม่ดีคุยไปคุยมาจะมีปัญหาอีก เราไม่รู้จะพูดยังไง แล้วจะช่วยอะไรได้อีก เรานึกไม่ออกเลย
...ถ้ามันจะเหมือนเราไม่ยอมช่วยอย่างสุดกำลังล่ะก็ เราคิดว่ากำลังที่เรามีในตอนนี้มันช่วยได้แค่นี้จริงๆ คือช่วยหางานพิเศษ ช่วยหางานให้แม่เขา(ซึ่งเราจะหาเจอแค่ไหน ทางนั้นจะรับหรือไม่รับ มันก็ขึ้นอยู่กับตัวเขาทางผู้จ้างอยู่ดี ไม่ใช่ความผิดเราซะหน่อย) ช่วยไปทำงานพิเศษเป็นเพื่อนเขา และช่วยจ่ายค่าหอในช่วงที่เรายังอยู่กับเขาได้เท่านั้น แล้วก็ไม่ใช่ว่าเราจะยังไม่คุยกับผู้ปกครองเรื่องต้องอยู่กับเขาต่อ เราก็คุยแล้ว แต่มันไม่ได้จริงๆ
(ถ้าหากเขียนกระทู้ดูวุ่นวายยังไงไม่รู้ขออภัย ตอนนี้กลุ้มจนจัดระเบียบอะไรไม่ได้เลย)