สวัสดีเพื่อนๆชาวพันทิป..ปกติได้แต่อ่านกระทุ้ที่เพื่อนๆตั้ง ไม่เคยคิดเลยที่อยากจะสมัครสมาชิกแล้วตั้งกระทุ้เองเลย
วันนี้เราเลยขอยืม user ของเพื่อน อยากแบ่งเล่าประสบการณ์ที่เราเจอมา ... ผิดพลาดประการใดขออภัยด้วยนะค่ะ
เริ่มเรื่องเลยนะ..แม่เราอายุ 63 แล้วเราขอร้องให้แม่เราออกจากงานเมื่อต้นมกราที่ผ่านมา เราดีใจมาก เพราะเราอยากให้แม่เราพักผ่อน เราคิดว่าแค่เงินเดือนเราก็สามารถเลี้ยงดุแม่เราได้สบายๆ แม่เราพักอยู่บ้านได้ 8 เดือน ก็บ่นเบื่อ อยากหาอะไรทำ เราเห็นว่าแม่เราเคยชงกาแฟโบราณขายมาก่อน จึงอยากเปิดร้านขายกาแฟเล็กๆให้แม่ทำจะได้ไม่เบื่อ เราจึงเริ่ม search หาสถานที่ที่เช่า ไปได้ที่แถวอุดมสุข วึ่งก็ไม่ได้ไกลจากบ้านเรานัก เรากะแม่ไปดูสถานที่ ค่อนข้าง ok เป็นที่เล็กๆอยู่หน้าบ้าน ผุ้คนเดินผ่านพลุกพล่าน ข้างหน้ามีร้านขายขนมจีนอยู่ ก็เลยคิดว่าน่าจะขายได้ จึงตกลงทำสัญญากับเจ้าของบ้านนั้น ช่วงแรกที่ไปขาย ผุ้คนแถวนั้นให้การต้อนรับเราดีมาก โดยเฉพาะร้านขายขนมจีนที่อยู่หน้าร้านเรา เจ้าของร้านเป็นผู้หญิงหน้าตาดุๆหน่อย กับลูกจ้างแก่ๆคนนึง ด้วยความที่เราก็ไม่กับการขายของเราทำป้ายราคาเล็กมาก ดีที่ได้เจ้าของร้านขนมจีนแนะนำเราทุกอย่าง ทั้งป้ายราคา การจัดร้าน แถมยังเรียกลูกค้าที่มากินขนมจีนให้มากินน้ำร้านเราด้วย แม่กะเราซาบซึ้งในบุญคุณเค้ามาก นึกเสมอว่าเค้าช่วยเรา เราก็ต้องช่วยเค้า แม่เราช่วยเสิร์ฟ เติมผัก ยกหม้อขนมจีน ตักน้ำแข็งเปล่า (บางทีลูกค้าบางคนกินน้ำแข็งเปล่า ร้านขนมจีนจะมีให้กินฟรี) ก็ช่วยมาช่วยไป ดูเหมือนจะไม่มีอะไร แต่เมื่อกลางเดือนพฤศจิกา เจ้าของร้านขนมจีน แม่เรา และแม่ค้าแถวนั้น ก็พูดคุยกัน โดยแม่ค้าร้านขนมจีนว่าลูกจ้างเค้าเกี่ยวกับการมัดถุง ว่าชอบมัดหลายๆทีทำให้แกะลำบาก พร้อมเลียนแบบท่าทางมัดถุงแกง ส่ายก้นไปมา จนคนแถวนั้นหัวเราะ แม่เราก็หัวเราะ คิดว่าแซวกันขำๆ แต่ลูกจ้างคนนั้นคงไม่ขำและรู้สึกอาย หันมาว่าแม่เราให้เจ้าของร้านขนมจีนฟัง ว่าแม่เราทำน้ำให้ลูกค้าเค้าผิด เค้าสั่งกาแฟเนส ไปทำกาแฟโบราณ แม่เราก็งง จึงตอบเค้ากลับไปว่า"ไม่ได้ทำผิดนะ พอดีเค้าเปลี่ยน เธอได้ยินหรอ ถึงรู้ว่าเราทำผิด" เค้าไม่ตอบแต่ยังคงพูดว่าแม่เราให้เจ้านายเค้าฟัง แม่เราเริ่มโมโหหล่ะ คนอื่นเค้าก็หัวเราะ แต่หันมาว่าแม่เราคนเดียว แต่แม่เราก็หยุดไม่ได้ตอบโต้อะไรไป ต่างคนต่างหันไปขายของกันต่อ เช้าวันรุ่งขึ้นเหมือนเรื่องจะไม่จบ ลูกจ้างคนนั้นมาพูดกับแม่เราว่า "ทีใครทีมัน อย่าให้ถึงทีเค้าบ้าง" แม่เราถามไม่จบหรอ ทำไมต้องหันมาเล่นงานเค้าคนเดียว ไม่ว่าเจ้านายเธอหล่ะ เจ้านายเธอเป็นคนพูด แล้วเหมือนจะเริ่มมีปากเสียงกัน เพราะแม่เราก็ค่อนข้างใจร้อน ถ้าไม่ผิดก็จะไม่ยอมใคร
เจ้านายเค้ามาตอนเที่ยง เริ่มหมางเมินกับแม่เราแต่แม่เราก็ทำตัวปกติ ไปช่วยเค้าเสิร์ฟ แต่โดนเค้าไล่กลับบอกเจ๊ไปขายของของเจ๊ไป ไม่เป็นไรแม่เราคิดในใจแล้วมาขายของของตัวเอง พอครั้งที่ 2 จะไปช่วยอีก ก็โดนไล่กลับมา แม่เราจึงตัดสินใจไม่ไปช่วยเค้าแล้ว ขายของของตัวเองปกติ เพราะแม่เราคิดว่าต้องอาศัยลูกค้าจากเค้าจึงช่วยเค้าด้วย ถ้าไม่ช่วยเค้า แม่เราจึงตัดสินใจไม่ไปถามลูกค้าเค้าว่าอยากทานน้ำอะไร แต่ถ้ามีลูกค้าสั่งถึงจะไปเสิร์ฟให้ ต่างคนต่างขาย ไม่ช่วยกัน ไม่พูดกัน เราจึงตัดสินใจบอกแม่เราว่าเดือนธันวานี้เลิกเถอะ แม่คนเดียวเราเลี้ยงได้นะ เรารู้ว่าเค้าก็คงอึดอัดใจ การที่เจอหน้าคนที่ไม่ชอบทุกๆวัน คงทรมาน และบางทีก็โดนเค้าพูดจากระแหนะกระแหน เราบอกแม่ว่าอย่าไปใส่ใจเค้า เราพูดได้ตรงนี้เลยว่า เราไม่เคยโกรธเจ้าของร้านขนมจีนเลย เค้าคงต้องเชื่อในสิ่งที่ลูกน้องเค้าพูด แต่เรากลับสงสารเค้าที่มีลูกน้องแบบนี้ แอบเอาเงินตอนที่เจ้าของร้านไม่อยู่ แอบตีเนียนให้ลูกสาวเจ้าของร้านช่วยเก็บร้าน แล้วตัวเองทำอย่างอื่นช้าๆ แถมยังแกล้งแม่เรา โดยลูกค้าสั่งโอเลี้ยง บอกลูกค้าว่าไม่มีเสียงดังๆ แล้วว่าเอาน้ำเปล่าละกันนะ.. เราละเพลียกับพฤติกรรมของเค้าจิงๆ
ตอนนี้เรารู้สึกโกรธตัวเอง ถ้าตอนนั้นไม่หา แม่เราก็คงจะไม่ได้ขาย เราน่าจะคิดให้รอบคอบก่อนตัดสินใจทำ ทั้งๆที่เราก็รู้อยู่ว่าแม่เราอายุมากแล้ว น่าจะหาอาไรอย่างอื่นให้ท่านทำ ฝากเพื่อนๆถ้าเจอเหตุการณ์แบบเรา คิดดีๆก่อนตัดสินใจลงทุนอะไร ทำเลดีแต่จิตใจคนไม่ดี มันก็ไม่น่าทำ เสียสุขภาพจิตเปล่าๆ ลองหากิจกรรมให้ท่านทำดีกว่า เอาที่แบบสบายกายและสบายใจ เงินไม่สำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญคือต้องให้ท่านอยู่กับเราไปนานๆ ^^
ปล.ถ้าเพื่อนๆที่อ่านอยู่แถวอุดมสุข รบกวนอย่านำข้อความนี้ไปบอกเจ้าของร้านขนมจีนเลยนะค่ะ เพราะแม่เรายังต้องขายไปจนถึงวันที่ 21 ธันวานี้ เราอยากไปอย่างเงียบๆ ไม่บอกให้คนแถวนั้นรู้ แต่ถ้าใครผ่านไป จะไปให้กำลังใจแม่เราโดยอุดหนุนน้ำแม่เราก็ได้นะ แต่ต้องไปเร็วหน่อยนะเพราะแม่เราปิดเร็ว ไม่อยากมองหน้าลูกจ้างคนนั้น // ขอบคุณทุกคนค่า
กระทู้แรกถ้าผิดพลาดประการใดขออภัยด้วยนะค่ะ
เกลียดตัวเอง...ที่ดูแลแม่ไม่ดีพอ
วันนี้เราเลยขอยืม user ของเพื่อน อยากแบ่งเล่าประสบการณ์ที่เราเจอมา ... ผิดพลาดประการใดขออภัยด้วยนะค่ะ
เริ่มเรื่องเลยนะ..แม่เราอายุ 63 แล้วเราขอร้องให้แม่เราออกจากงานเมื่อต้นมกราที่ผ่านมา เราดีใจมาก เพราะเราอยากให้แม่เราพักผ่อน เราคิดว่าแค่เงินเดือนเราก็สามารถเลี้ยงดุแม่เราได้สบายๆ แม่เราพักอยู่บ้านได้ 8 เดือน ก็บ่นเบื่อ อยากหาอะไรทำ เราเห็นว่าแม่เราเคยชงกาแฟโบราณขายมาก่อน จึงอยากเปิดร้านขายกาแฟเล็กๆให้แม่ทำจะได้ไม่เบื่อ เราจึงเริ่ม search หาสถานที่ที่เช่า ไปได้ที่แถวอุดมสุข วึ่งก็ไม่ได้ไกลจากบ้านเรานัก เรากะแม่ไปดูสถานที่ ค่อนข้าง ok เป็นที่เล็กๆอยู่หน้าบ้าน ผุ้คนเดินผ่านพลุกพล่าน ข้างหน้ามีร้านขายขนมจีนอยู่ ก็เลยคิดว่าน่าจะขายได้ จึงตกลงทำสัญญากับเจ้าของบ้านนั้น ช่วงแรกที่ไปขาย ผุ้คนแถวนั้นให้การต้อนรับเราดีมาก โดยเฉพาะร้านขายขนมจีนที่อยู่หน้าร้านเรา เจ้าของร้านเป็นผู้หญิงหน้าตาดุๆหน่อย กับลูกจ้างแก่ๆคนนึง ด้วยความที่เราก็ไม่กับการขายของเราทำป้ายราคาเล็กมาก ดีที่ได้เจ้าของร้านขนมจีนแนะนำเราทุกอย่าง ทั้งป้ายราคา การจัดร้าน แถมยังเรียกลูกค้าที่มากินขนมจีนให้มากินน้ำร้านเราด้วย แม่กะเราซาบซึ้งในบุญคุณเค้ามาก นึกเสมอว่าเค้าช่วยเรา เราก็ต้องช่วยเค้า แม่เราช่วยเสิร์ฟ เติมผัก ยกหม้อขนมจีน ตักน้ำแข็งเปล่า (บางทีลูกค้าบางคนกินน้ำแข็งเปล่า ร้านขนมจีนจะมีให้กินฟรี) ก็ช่วยมาช่วยไป ดูเหมือนจะไม่มีอะไร แต่เมื่อกลางเดือนพฤศจิกา เจ้าของร้านขนมจีน แม่เรา และแม่ค้าแถวนั้น ก็พูดคุยกัน โดยแม่ค้าร้านขนมจีนว่าลูกจ้างเค้าเกี่ยวกับการมัดถุง ว่าชอบมัดหลายๆทีทำให้แกะลำบาก พร้อมเลียนแบบท่าทางมัดถุงแกง ส่ายก้นไปมา จนคนแถวนั้นหัวเราะ แม่เราก็หัวเราะ คิดว่าแซวกันขำๆ แต่ลูกจ้างคนนั้นคงไม่ขำและรู้สึกอาย หันมาว่าแม่เราให้เจ้าของร้านขนมจีนฟัง ว่าแม่เราทำน้ำให้ลูกค้าเค้าผิด เค้าสั่งกาแฟเนส ไปทำกาแฟโบราณ แม่เราก็งง จึงตอบเค้ากลับไปว่า"ไม่ได้ทำผิดนะ พอดีเค้าเปลี่ยน เธอได้ยินหรอ ถึงรู้ว่าเราทำผิด" เค้าไม่ตอบแต่ยังคงพูดว่าแม่เราให้เจ้านายเค้าฟัง แม่เราเริ่มโมโหหล่ะ คนอื่นเค้าก็หัวเราะ แต่หันมาว่าแม่เราคนเดียว แต่แม่เราก็หยุดไม่ได้ตอบโต้อะไรไป ต่างคนต่างหันไปขายของกันต่อ เช้าวันรุ่งขึ้นเหมือนเรื่องจะไม่จบ ลูกจ้างคนนั้นมาพูดกับแม่เราว่า "ทีใครทีมัน อย่าให้ถึงทีเค้าบ้าง" แม่เราถามไม่จบหรอ ทำไมต้องหันมาเล่นงานเค้าคนเดียว ไม่ว่าเจ้านายเธอหล่ะ เจ้านายเธอเป็นคนพูด แล้วเหมือนจะเริ่มมีปากเสียงกัน เพราะแม่เราก็ค่อนข้างใจร้อน ถ้าไม่ผิดก็จะไม่ยอมใคร
เจ้านายเค้ามาตอนเที่ยง เริ่มหมางเมินกับแม่เราแต่แม่เราก็ทำตัวปกติ ไปช่วยเค้าเสิร์ฟ แต่โดนเค้าไล่กลับบอกเจ๊ไปขายของของเจ๊ไป ไม่เป็นไรแม่เราคิดในใจแล้วมาขายของของตัวเอง พอครั้งที่ 2 จะไปช่วยอีก ก็โดนไล่กลับมา แม่เราจึงตัดสินใจไม่ไปช่วยเค้าแล้ว ขายของของตัวเองปกติ เพราะแม่เราคิดว่าต้องอาศัยลูกค้าจากเค้าจึงช่วยเค้าด้วย ถ้าไม่ช่วยเค้า แม่เราจึงตัดสินใจไม่ไปถามลูกค้าเค้าว่าอยากทานน้ำอะไร แต่ถ้ามีลูกค้าสั่งถึงจะไปเสิร์ฟให้ ต่างคนต่างขาย ไม่ช่วยกัน ไม่พูดกัน เราจึงตัดสินใจบอกแม่เราว่าเดือนธันวานี้เลิกเถอะ แม่คนเดียวเราเลี้ยงได้นะ เรารู้ว่าเค้าก็คงอึดอัดใจ การที่เจอหน้าคนที่ไม่ชอบทุกๆวัน คงทรมาน และบางทีก็โดนเค้าพูดจากระแหนะกระแหน เราบอกแม่ว่าอย่าไปใส่ใจเค้า เราพูดได้ตรงนี้เลยว่า เราไม่เคยโกรธเจ้าของร้านขนมจีนเลย เค้าคงต้องเชื่อในสิ่งที่ลูกน้องเค้าพูด แต่เรากลับสงสารเค้าที่มีลูกน้องแบบนี้ แอบเอาเงินตอนที่เจ้าของร้านไม่อยู่ แอบตีเนียนให้ลูกสาวเจ้าของร้านช่วยเก็บร้าน แล้วตัวเองทำอย่างอื่นช้าๆ แถมยังแกล้งแม่เรา โดยลูกค้าสั่งโอเลี้ยง บอกลูกค้าว่าไม่มีเสียงดังๆ แล้วว่าเอาน้ำเปล่าละกันนะ.. เราละเพลียกับพฤติกรรมของเค้าจิงๆ
ตอนนี้เรารู้สึกโกรธตัวเอง ถ้าตอนนั้นไม่หา แม่เราก็คงจะไม่ได้ขาย เราน่าจะคิดให้รอบคอบก่อนตัดสินใจทำ ทั้งๆที่เราก็รู้อยู่ว่าแม่เราอายุมากแล้ว น่าจะหาอาไรอย่างอื่นให้ท่านทำ ฝากเพื่อนๆถ้าเจอเหตุการณ์แบบเรา คิดดีๆก่อนตัดสินใจลงทุนอะไร ทำเลดีแต่จิตใจคนไม่ดี มันก็ไม่น่าทำ เสียสุขภาพจิตเปล่าๆ ลองหากิจกรรมให้ท่านทำดีกว่า เอาที่แบบสบายกายและสบายใจ เงินไม่สำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญคือต้องให้ท่านอยู่กับเราไปนานๆ ^^
ปล.ถ้าเพื่อนๆที่อ่านอยู่แถวอุดมสุข รบกวนอย่านำข้อความนี้ไปบอกเจ้าของร้านขนมจีนเลยนะค่ะ เพราะแม่เรายังต้องขายไปจนถึงวันที่ 21 ธันวานี้ เราอยากไปอย่างเงียบๆ ไม่บอกให้คนแถวนั้นรู้ แต่ถ้าใครผ่านไป จะไปให้กำลังใจแม่เราโดยอุดหนุนน้ำแม่เราก็ได้นะ แต่ต้องไปเร็วหน่อยนะเพราะแม่เราปิดเร็ว ไม่อยากมองหน้าลูกจ้างคนนั้น // ขอบคุณทุกคนค่า
กระทู้แรกถ้าผิดพลาดประการใดขออภัยด้วยนะค่ะ