เมื่ออดีต ส่งผลถึงอนาคต...

เชื่อว่าทุกคนมีอดีตนะคะ และเรื่องราวมันอาจจะดีหรือไม่ดี อันนี้ก็แล้วแต่เคราะห์กรรมที่ทำกันมา
เราเองก็มีอดีตที่ไม่น่าจดจำซักเท่าไหร่ เกี่ยวกับเรื่องของคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิต

เรื่องราวมันเริ่มจากเดือนนี้เมื่อปีที่แล้ว เราได้เห็นแชทเฟสแฟนเรากับผู้หญิงที่เป็นรุ่นพี่คนนึง ซึ่งบังเอิญเขาได้กลับไปถ่ายรูปรับปริญญาให้
จากวันนั้นเขาก็คุยกันในแชทเรื่อยมา ทั้งเรื่องทั่วไปและเรื่องที่คนเป็นแฟนอย่างเราไม่มีสิทธิ์จะถาม เช่น ทำอะไร กินอะไร ตื่นหรือยัง
ถ้าเราถามเราโดนด่าว่าแล้วไง ทำไม จะรู้ไปทำไม แต่กับคนนี้จะตอบและไปบอกเขาตลอด

พอเราถามหนักเข้าเขาก็บอกว่าไม่มีอะไร จะคิดมากทำไม จนกลายเป็นเราระแวงว่า ตอนที่เขาหายไปไม่คุยกับเรานี่หมายถึงไปคุยกับคนอื่นรึเปล่า
เราเข้าไปอ่านแชทของเขา ก็เจอเต็มๆ ว่าเขาคุยกัน ไม่ตอบเราซะงั้น เราก็โมโหอะ เลยพิมไปซะเยอะ จนเขาคงทนไม่ไหวมั้ง เลยจะขอห่าง
เรานี่โกรธมาก คบกันมาไม่เคยเลยที่เขาจะพูดคำนี้ หรือทำท่าทีแบบนี้ เราเลยท้าเลิก และเขาก็ตกลงด้วยค่ะ

แต่ด้วยความที่เป็นผู้หญิงนะ จริงๆ ไม่ได้อยากเลิกตามที่พูดไปหรอก อยากให้ง้ออะ แต่มาเจอคำตอบแบบนี้ก็เครียดนะ
แล้วยังเครียดหนักไปอีกตอนเขาเปลี่ยนรหัสผ่านเฟสบุ๊ค เรานี่โทรจิกจะเอาๆๆๆ แต่ทำยังไงเขาก็ไม่ให้
จำได้ว่าตอนนั้นงี่เง่ามาก คิดไปต่างๆนาๆ คิดจะฆ่าตัวตายด้วยนะ แต่ก็ไม่ได้ทำ
เรานั่งคิดๆๆว่าแฟนจะใช้รหัสอะไร จนสุดท้ายเข้าได้ แล้วก็เจอจังๆ
เขากำลังคุยกัน ในขณะที่เราก็คุยกะเขาไปด้วย
เราไม่ได้อยากทำให้เขาหาว่างี่เง่านะ แต่หลักฐานมันฟ้อง เราก็ถามว่าคุยกะใครอยู่ป่าว ตอบเราช้า
เขาบอกเปล่านะ ไม่มี เราซักจนเขาก็ถามว่าทำไม มีอะไร เราไม่ยอมรับนะว่าเรารู้รหัส กลัวเขาเปลี่ยนอีก
จนเราทนไม่ไหวอะ โมโห เลยสกรีนหน้าจอให้ดู เขาก็มาวีนเราว่าทำไมต้องมาทำเหมือนเขาโง่ รู้ไม่ทัน
ทำไมต้องมาหลอกถามเขา (อ้าว!!ตูผิด?) คุยกันแบบทะเลาะมากอะช่วงนั้น
เราตัดสินใจนั่งรถทัวร์ไปหาที่ต่างจังหวัดเลย และไปถ่ายนอกรอบผู้หญิงคนนั้นพร้อมกันกับแฟน ให้มันรู้ไปเลยใครเป็นใคร
พอเราได้ไปอยู่จุดนั้นมันก็แบบ เห้ยจะเช็ครูปเอาสายกล้องออกจากคอก่อนปะ มันใกล้ไปอะ เรานี่แบบ ไม่ไหวนะ คนมันมีประเด็นกันอะ
มันทำใจลำบาก เรานี่เก็บกดความรู้สึกมากวันนั้น ยังไงเขาก็ยอมให้เราไปนอนที่บ้านเขา เจอญาติเขาด้วย เราว่าเราได้เปรียบ 55
แต่สุดท้ายเราก็ยอมอะ เราไม่อยากเลิก เราก็ยังมีกระแนะกระแหนบ้างตามสไตล์ เขาบอกเหตุผลทีหลังว่าก็คุยเฉยๆ มันว่าง (ทั้งๆที่คุยกะเราก็ได้ป้ะ)

จนตอนนี้ครั้งไหนที่แฟนไปถ่ายรูปจังหวัดนั้น เราไม่เคยได้วางใจอะ เรากลัวมาก กลัวเหตุการณ์มันจะย้อนกลับมา
ไม่ใช้ไม่ไว้ใจนะ แต่คนมันเคยเจ็บ เคยเจอมาหนักมาก และแฟนเราเฟรนลี่มากด้วยความที่เป็นตากล้อง เราเลยพยายามทำใจอะ
ทำใจแต่ไม่วางใจไปซะทีเดียวนะ 55555

สุดท้าย ขอบคุณนะคะใครก็ตามที่หลงมาอ่าน เราอาจดูงี่เง่านะ แต่ถ้าใครไม่เคยเจอจะไม่เข้าใจความรู้สึกเราจริงๆ

ปล.สุดท้ายถ้าคุณแฟนมาเห็นและจำได้ว่าเป็นตัวเอง อย่าโกรธเค้านะ เค้าจะพยายามไม่คิดมากละกัน แต่ต้องทำตัวให้ไว้ใจได้ด้วยนะ อิอิ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่