เห็นมีปัญหากันเยอะมาก เรื่อง สัญญาหาย กับ Adapter อายุสั้น (บางคนใช้ไม่ถึง 20 วันเลย)
ทำไมถึงไม่ร้องเรียนไว้ที่สคบ. ด้วยละครับ?
เรื่องนี้ผมมองว่ามันคือ "สิทธิ์" ของเรา เราต้องรักษาไว้ อย่าไปยอมบริษัทฯ ที่เอาเปรียบเราง่ายๆ ซิครับ
ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2541
ได้บัญญัติสิทธิของผู้ บริโภคที่จะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย 5 ประการ ดังนี้
1.
สิทธิที่จะได้รับข่าวสารรวมทั้งคำพรรณนาคุณภาพที่ถูกต้องและเพียงพอเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ
ได้แก่ สิทธิที่จะได้รับการโฆษณาหรือการแสดงฉลากตามความเป็นจริงและปราศจากพิษภัยแก่ผู้บริโภค
รวมตลอดถึงสิทธิที่จะได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการอย่างถูกต้องและเพียงพอที่จะไม่หลงผิด
ในการซื้อสินค้าหรือรับบริการโดยไม่เป็นธรรม
2. สิทธิที่จะมีอิสระในการเลือกหาสินค้าหรือบริการ ได้แก่ สิทธิที่จะเลือกซื้อสินค้าหรือรับบริการโดยความสมัครใจ
ของผู้บริโภคและปราศจากการชักจูงใจอันไม่เป็นธรรม
3.
สิทธิที่จะได้รับความปลอดภัยจากการใช้สินค้าหรือบริการ ได้แก่ สิทธิที่จะได้รับสินค้าหรือบริการที่ปลอดภัย
มีสภาพและคุณภาพได้มาตรฐานเหมาะสมแก่การใช้ ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตร่างกายหรือทรัพย์สิน
ในกรณีใช้ตามคำแนะนำหรือระมัดระวังตามสภาพของสินค้าหรือบริการนั้นแล้ว
4. สิทธิที่จะได้รับความเป็นธรรมในการทำสัญญา ได้แก่ สิทธิที่จะได้รับข้อสัญญาโดยไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากผู้ประกอบธุรกิจ
5.
สิทธิที่จะได้รับการพิจารณาและชดเชยความเสียหาย ได้แก่ สิทธิที่จะได้รับการคุ้มครองและชดใช้ค่าเสียหาย
เมื่อมีการละเมิดสิทธิของผู้บริโภคตามข้อ 1, 2, 3 และ 4 ดังกล่าว
ในความเห็นส่วนตัวของผม ผมมองว่า.... ขอแยกเป็น 2 เรื่อง
1. เรื่อง Adapter ไม่ได้คุณภาพ
เรื่องนี้ผมว่ามันอันตรายนะครับ ผู้ใช้บางคนบอกว่าได้ยินเสียง ฟุ๊บ! ดังก่อน Adapter จะเสียไป
ถ้าเกิดมันระเบิดแรงกว่านี้ หรือ ทำให้เกิดไฟไหม้บ้าน ไม่คิดว่ามันอันตรายหรอครับ?
แบบนี้มันเข้าข่ายในข้อบัญญัติที่ 3 เลยนะครับ สินค้าไม่ได้มาตราฐาน และ อาจเกิดอันตรายต่อผู้ใช้ หรือ ทรัพย์สินได้
2. เรื่องสัญญาณหาย
อันนี้ผมมองว่ามันเกี่ยวกับ บริษัท Samsung เต็มๆ ... ถามว่าทำไม Dtac ถึงไม่เกี่ยว?
คือ Dtac เป็นผู้ให้บริการเครือข่าย มีหน้าที่ในการทำยังไงก็ได้ ให้เครือข่ายตัวเองสามารถใช้งานได้ตามมาตราฐานคุณภาพโดยทั่วไป
ซึ่งถ้า Dtac ไม่ได้มาตราฐาน โทรศัพท์รุ่นอื่นๆ มันก็ต้องใช้งานไม่ได้กันไปแล้ว แต่นี่เกิดกับ Note 4 เจ้าเดียวที่มีปัญหา
ในปัญหาข้อนี้ ผมเลยมองว่า
Samsung นั่นแหละ ที่ควรจะเป็นหัวหอกใหญ่ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว จะไปวิจัย ไปหาสาเหตุอะไรก็แล้วแต่
มันคือความรับผิดชอบต่อสินค้าของ Samsung .... ถามว่าทำไมถึงโทษ Samsung?
โทรศัพท์ คุณสมบัติหลักที่สำคัญที่สุดของมันคือ "
ต้องสามารถติดต่อสื่อสารได้ ในสภาพแวดล้อมปกติ"
ซึ่งใน Spec. ของ Note 4 นั้น Samsung เป็นคนประกาศไว้เองว่า(ทั้งในสื่อโฆษณา/การประชาสัมพันธ์/หรือแม้แต่ข้างกล่องสินค้าก็ถือว่าใช่)
มันรองรับคลื่นความถี่อะไรบ้าง นั่นหมายความว่า "
มันจะต้องใช้ได้กับทุกคลื่นความถี่ของผู้ให้บริการในประเทศไทย ตามที่ได้ประกาศไว้"
ต่อให้ Dtac เป็นระบบ 3 เครือข่าย คือ มีการสลับการใช้งาน 1800, 850 , 2100 MHz ก็ตาม
ตัว note 4 เองก็ต้องสามารถใช้งานได้ตาม spec. ที่ระบุไว้ด้วยเช่นกัน ถ้า note 4 ไม่มีความสามารถในการสลับเครือข่ายดังกล่าว
แสดงว่าผิดตามบัญญัติข้อที่ 1 อย่างชัดเจน เพราะถือว่าไม่เป็นไปตาม spec. สินค้าที่ระบุไว้
ในเมื่อสินค้าของ Samsung ทำผิดต่อบัญญัติความคุ้มครองผู้บริโภคแบบนี้แล้ว ทำไมผู้บริโภคเองไม่รักษาสิทธิ์นั้นไว้ละครับ?
คุณรู้ไหมว่าจริงๆ แล้วในบัญญัติข้อที่ 5 เขาทำมาเพื่อประโยชน์ของคุณนั่นแหละ คุณมีสิทธิ์ในการเรียกค่าเสียหาย
หากสินค้าหรือบริการไม่เป็นไปตามข้อบัญญัติข้อที่ 1-4 ได้เต็มที่ตามสมควรเลย ... แล้วทำไมถึงไม่ใช้สิทธิ์กัน?
ความเห็นส่วนตัว ต่อการแก้ปัญหาในทั้ง 2 กรณีนี้ ผมก็แยกออกเป็น 2 ข้อ คือ ...
1. เรื่อง Adapter
Samsung ควรจะทำการเรียกคืน Adapter lot ที่มีปัญหาทั้งหมดจากผู้ใช้
ไม่ใช่มาตีมึน รอให้ผู้ใช้เจอปัญหาก่อนแล้วค่อยเอามาเครม แบบนี้มันเข้าข่าย "ขายผ้าเอาหน้ารอด"
มันไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาแบบมืออาชีพเขาทำกัน รู้ว่าสินค้าตัวเองมีปัญหา มันก็ควรจะแสดงความรับผิดชอบมากกว่านี้
เรื่องนี้ร้ายแรงนะผมว่า มันไม่ธรรมดานะ มันเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยเลยนะ Samsung จะมาชิวๆ ได้ไง
2. เรื่องสัญญาณหาย
เรื่องนี้ผมเข้าในว่ามันต้องใช้เวลาตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็นที่อะไร แต่......
Samsung ควรจะเป็นตัวตั้งตัวตีในการแก้ปัญหา ทำการวิจัย / แก้ไข หรืออะไรก็ว่าไป
โดยที่กระบวนการแก้ไขปัญหาเล่านั้นควรทำอย่างเปิดเผยต่อผู้บริโภค
คือ ควรมีประกาศ หรือ ข่าวการดำเนินการอะไรออกมาจากต้นสังกัด
เพื่อให้ผู้บริโภครับรู้ว่าเรื่องมันไปถึงไหนแล้ว และเป็นการยืนยันให้ผู้บริโภคมั่นใจว่า
Samsung ได้รับทราบปัญหาแล้ว และกำลังดำเนินการแก้ไขอย่างจริงจัง
ไม่ใช่ส่งหน้าม้ามาตอบแบบเหมือนหุ่นยนต์ กับข้อความเดิมๆ ในทุกๆ กระทู้แบบที่ผ่านๆ มา
แบบนั้นมันไร้จุดหมาย สำหรับผม
มันคือการปฏิเสธความรับผิดชอบแบบเนียนๆ ครับ
เรื่องการร้องเรียนกับสคบ. ผมว่ามันก็ไม่ยากอะไร ทางสคบ. เองเขาก็มีบริการ online ไว้ให้บริการ ที่
http://complain.ocpb.go.th/
สามารถคลิกเข้าไปได้เลย สมัครสมาชิกนิดหน่อยก็ร้องเรียนได้แล้ว ง่ายๆ แค่ปลายนิ้ว
ไงก็ฝากไว้ถึงผู้ใช้งาน Note 4 ทุกคนนะครับ อย่าลืมว่า ....
มันสิทธิ์ของคุณเอง ไม่มีใครบังคับคุณได้ ถ้าคุณอยากโดนเอารัดเอาเปรียบก็แล้วแต่คุณ
ปล. เจ้าของกระทู้เองก็ใช้ Note 4 แต่ยังไม่เจอปัญหาใหญ่ๆ ทั้ง 2 ปัญหานั้นครับ ถ้าเจอผมก็จะร้องเรียนสคบ. เหมือนกัน
@@ ถึงผู้ใช้ Note 4 ที่มีปัญหาสุดฮิตตอนนี้ (สัญญาหาย กับ Adapter พังง่าย) @@
ทำไมถึงไม่ร้องเรียนไว้ที่สคบ. ด้วยละครับ?
เรื่องนี้ผมมองว่ามันคือ "สิทธิ์" ของเรา เราต้องรักษาไว้ อย่าไปยอมบริษัทฯ ที่เอาเปรียบเราง่ายๆ ซิครับ
ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2541
ได้บัญญัติสิทธิของผู้ บริโภคที่จะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย 5 ประการ ดังนี้
1. สิทธิที่จะได้รับข่าวสารรวมทั้งคำพรรณนาคุณภาพที่ถูกต้องและเพียงพอเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ
ได้แก่ สิทธิที่จะได้รับการโฆษณาหรือการแสดงฉลากตามความเป็นจริงและปราศจากพิษภัยแก่ผู้บริโภค
รวมตลอดถึงสิทธิที่จะได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการอย่างถูกต้องและเพียงพอที่จะไม่หลงผิด
ในการซื้อสินค้าหรือรับบริการโดยไม่เป็นธรรม
2. สิทธิที่จะมีอิสระในการเลือกหาสินค้าหรือบริการ ได้แก่ สิทธิที่จะเลือกซื้อสินค้าหรือรับบริการโดยความสมัครใจ
ของผู้บริโภคและปราศจากการชักจูงใจอันไม่เป็นธรรม
3. สิทธิที่จะได้รับความปลอดภัยจากการใช้สินค้าหรือบริการ ได้แก่ สิทธิที่จะได้รับสินค้าหรือบริการที่ปลอดภัย
มีสภาพและคุณภาพได้มาตรฐานเหมาะสมแก่การใช้ ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตร่างกายหรือทรัพย์สิน
ในกรณีใช้ตามคำแนะนำหรือระมัดระวังตามสภาพของสินค้าหรือบริการนั้นแล้ว
4. สิทธิที่จะได้รับความเป็นธรรมในการทำสัญญา ได้แก่ สิทธิที่จะได้รับข้อสัญญาโดยไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากผู้ประกอบธุรกิจ
5. สิทธิที่จะได้รับการพิจารณาและชดเชยความเสียหาย ได้แก่ สิทธิที่จะได้รับการคุ้มครองและชดใช้ค่าเสียหาย
เมื่อมีการละเมิดสิทธิของผู้บริโภคตามข้อ 1, 2, 3 และ 4 ดังกล่าว
ในความเห็นส่วนตัวของผม ผมมองว่า.... ขอแยกเป็น 2 เรื่อง
1. เรื่อง Adapter ไม่ได้คุณภาพ
เรื่องนี้ผมว่ามันอันตรายนะครับ ผู้ใช้บางคนบอกว่าได้ยินเสียง ฟุ๊บ! ดังก่อน Adapter จะเสียไป
ถ้าเกิดมันระเบิดแรงกว่านี้ หรือ ทำให้เกิดไฟไหม้บ้าน ไม่คิดว่ามันอันตรายหรอครับ?
แบบนี้มันเข้าข่ายในข้อบัญญัติที่ 3 เลยนะครับ สินค้าไม่ได้มาตราฐาน และ อาจเกิดอันตรายต่อผู้ใช้ หรือ ทรัพย์สินได้
2. เรื่องสัญญาณหาย
อันนี้ผมมองว่ามันเกี่ยวกับ บริษัท Samsung เต็มๆ ... ถามว่าทำไม Dtac ถึงไม่เกี่ยว?
คือ Dtac เป็นผู้ให้บริการเครือข่าย มีหน้าที่ในการทำยังไงก็ได้ ให้เครือข่ายตัวเองสามารถใช้งานได้ตามมาตราฐานคุณภาพโดยทั่วไป
ซึ่งถ้า Dtac ไม่ได้มาตราฐาน โทรศัพท์รุ่นอื่นๆ มันก็ต้องใช้งานไม่ได้กันไปแล้ว แต่นี่เกิดกับ Note 4 เจ้าเดียวที่มีปัญหา
ในปัญหาข้อนี้ ผมเลยมองว่า Samsung นั่นแหละ ที่ควรจะเป็นหัวหอกใหญ่ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว จะไปวิจัย ไปหาสาเหตุอะไรก็แล้วแต่
มันคือความรับผิดชอบต่อสินค้าของ Samsung .... ถามว่าทำไมถึงโทษ Samsung?
โทรศัพท์ คุณสมบัติหลักที่สำคัญที่สุดของมันคือ "ต้องสามารถติดต่อสื่อสารได้ ในสภาพแวดล้อมปกติ"
ซึ่งใน Spec. ของ Note 4 นั้น Samsung เป็นคนประกาศไว้เองว่า(ทั้งในสื่อโฆษณา/การประชาสัมพันธ์/หรือแม้แต่ข้างกล่องสินค้าก็ถือว่าใช่)
มันรองรับคลื่นความถี่อะไรบ้าง นั่นหมายความว่า "มันจะต้องใช้ได้กับทุกคลื่นความถี่ของผู้ให้บริการในประเทศไทย ตามที่ได้ประกาศไว้"
ต่อให้ Dtac เป็นระบบ 3 เครือข่าย คือ มีการสลับการใช้งาน 1800, 850 , 2100 MHz ก็ตาม
ตัว note 4 เองก็ต้องสามารถใช้งานได้ตาม spec. ที่ระบุไว้ด้วยเช่นกัน ถ้า note 4 ไม่มีความสามารถในการสลับเครือข่ายดังกล่าว
แสดงว่าผิดตามบัญญัติข้อที่ 1 อย่างชัดเจน เพราะถือว่าไม่เป็นไปตาม spec. สินค้าที่ระบุไว้
ในเมื่อสินค้าของ Samsung ทำผิดต่อบัญญัติความคุ้มครองผู้บริโภคแบบนี้แล้ว ทำไมผู้บริโภคเองไม่รักษาสิทธิ์นั้นไว้ละครับ?
คุณรู้ไหมว่าจริงๆ แล้วในบัญญัติข้อที่ 5 เขาทำมาเพื่อประโยชน์ของคุณนั่นแหละ คุณมีสิทธิ์ในการเรียกค่าเสียหาย
หากสินค้าหรือบริการไม่เป็นไปตามข้อบัญญัติข้อที่ 1-4 ได้เต็มที่ตามสมควรเลย ... แล้วทำไมถึงไม่ใช้สิทธิ์กัน?
ความเห็นส่วนตัว ต่อการแก้ปัญหาในทั้ง 2 กรณีนี้ ผมก็แยกออกเป็น 2 ข้อ คือ ...
1. เรื่อง Adapter
Samsung ควรจะทำการเรียกคืน Adapter lot ที่มีปัญหาทั้งหมดจากผู้ใช้
ไม่ใช่มาตีมึน รอให้ผู้ใช้เจอปัญหาก่อนแล้วค่อยเอามาเครม แบบนี้มันเข้าข่าย "ขายผ้าเอาหน้ารอด"
มันไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาแบบมืออาชีพเขาทำกัน รู้ว่าสินค้าตัวเองมีปัญหา มันก็ควรจะแสดงความรับผิดชอบมากกว่านี้
เรื่องนี้ร้ายแรงนะผมว่า มันไม่ธรรมดานะ มันเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยเลยนะ Samsung จะมาชิวๆ ได้ไง
2. เรื่องสัญญาณหาย
เรื่องนี้ผมเข้าในว่ามันต้องใช้เวลาตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็นที่อะไร แต่......
Samsung ควรจะเป็นตัวตั้งตัวตีในการแก้ปัญหา ทำการวิจัย / แก้ไข หรืออะไรก็ว่าไป
โดยที่กระบวนการแก้ไขปัญหาเล่านั้นควรทำอย่างเปิดเผยต่อผู้บริโภค
คือ ควรมีประกาศ หรือ ข่าวการดำเนินการอะไรออกมาจากต้นสังกัด
เพื่อให้ผู้บริโภครับรู้ว่าเรื่องมันไปถึงไหนแล้ว และเป็นการยืนยันให้ผู้บริโภคมั่นใจว่า
Samsung ได้รับทราบปัญหาแล้ว และกำลังดำเนินการแก้ไขอย่างจริงจัง
ไม่ใช่ส่งหน้าม้ามาตอบแบบเหมือนหุ่นยนต์ กับข้อความเดิมๆ ในทุกๆ กระทู้แบบที่ผ่านๆ มา
แบบนั้นมันไร้จุดหมาย สำหรับผมมันคือการปฏิเสธความรับผิดชอบแบบเนียนๆ ครับ
เรื่องการร้องเรียนกับสคบ. ผมว่ามันก็ไม่ยากอะไร ทางสคบ. เองเขาก็มีบริการ online ไว้ให้บริการ ที่
http://complain.ocpb.go.th/
สามารถคลิกเข้าไปได้เลย สมัครสมาชิกนิดหน่อยก็ร้องเรียนได้แล้ว ง่ายๆ แค่ปลายนิ้ว
ไงก็ฝากไว้ถึงผู้ใช้งาน Note 4 ทุกคนนะครับ อย่าลืมว่า ....
มันสิทธิ์ของคุณเอง ไม่มีใครบังคับคุณได้ ถ้าคุณอยากโดนเอารัดเอาเปรียบก็แล้วแต่คุณ
ปล. เจ้าของกระทู้เองก็ใช้ Note 4 แต่ยังไม่เจอปัญหาใหญ่ๆ ทั้ง 2 ปัญหานั้นครับ ถ้าเจอผมก็จะร้องเรียนสคบ. เหมือนกัน