การที่เราจะรีบคบหาใครสักคน มันควรจะเริ่มจากอะไรครับ ?

สวัสดีครับ อมยิ้ม04 เกริ่นก่อนว่าไม่ชำนาญการใช้ภาษาทางโลกออนไลน์เท่าไหร่ครับ และนี่ก็เป็นครั้งที่ 2 ที่ตั้งกระทู้ของพันทิปครับ
ผิดถูกประการใดขอกราบอภัยล่วงหน้าครับ อมยิ้ม17

ก่อนจะเริ่มเรื่องและคำถาม ขอแนะนำตัวอย่างคร่าวๆครับ ผมรับราชการอยู่ใน กทม. อายุก็ใกล้เลข 3 แล้ว แต่ยังอ่อนเรื่องความรักมากๆครับ

ขอแบ่งเรื่องเป็นช่วงๆนะครับ

ช่วงแรก
เรื่องเกิดจากก่อนที่ผมจะสอบมารับราชการ ก่อนหน้านั้นผมทำงานบริการให้แบรนด์ดังแบรนด์หนึ่ง ณ ห้างที่เชื่อมต่อกับ BTS Siam ชีวิตก่อนมารับราชการ
ค่อนข้างสะเปะสะปะเพราะงานที่ทำอาจจะสบาย เจอคนโน้นคนนี้เยอะครับ เรื่องมันเกิดขึ้นจากที่ผมได้ไปชอบลูกค้า ใจจริงจะบอกว่าลูกค้าก็ไม่เชิงเพราะไม่ได้อุดหนุนอะไรที่ร้าน แถมวันแรกที่เจอเธอค่อนข้างเหวี่ยงๆ และโดนผมแอบเหวี่ยงกลับด้วย ณ ตอนนั้นแค่รู้สึกประทับใจเธอคนนี้ครับ ทำให้รู้สึกว่าอยากรู้จักมากขึ้น แต่ดูเธอจะกวนๆเหมือนไม่อยากคุยกับเราเท่าไหร่ ผมเห็นเธอวนไปวนมาในร้านสามสี่เที่ยวเลยเข้าไปทัก คุยไปคุยมาผมตอบคำถามเข้าทางเธอหลายอย่าง ผมจึงให้เธอกรอกใบประเมิณ  (ขอเบอร์ไปในตัว) ยิ้ม เธอก็กรอกด้วยความยินดีโดยหารู้ไม่ว่าผมแอ็ด LINE ไปผ่านเบอร์โทรเธอเรียบร้อยแล้ว

จากวันนั้นผ่านไปสามวันได้ LINE เธอเพิ่งขึ้นครับ ผมจะถอดใจแล้วตอนแรกเพราะคงไม่กล้าโทร ผมเป็นคนขี้เกรงใจในเรื่องบางเรื่องแต่บางเรื่องก็ไม่เกรงใจ ผมหาเรื่องคุยกับเธอ คุยไปคุยมาจับใจความได้ว่าเธอก็ยังไม่มีแฟน อมยิ้ม16 ก็เข้าทางผมครับ เราคุยกันอยู่แบบนั้นสักอาทิตย์นึงครับ เป็นการคุยทั่วไปตามประสาหนุ่มสาว ตอนนั้นผมอยากให้เธอมาที่ทำงานผมอีก แต่เธอไม่มาครับเธอแค่เฉียด ทำนองว่าหลอกให้ผมดีใจว่าจะมาห้างที่ผมทำงาน แต่เธอไม่ได้ผ่านหน้าร้านผม Facepalm วันนั้นผมรู้สึกเฟลมากเหมือนโดนเธอเยาะเย้ยเพราะผมเองก็ออกไปไหนไม่ได้ติดแหงกกับลูกค้าในร้าน วันนั้นรู้สึกเซ็งไปทั้งวัน เธอเองก็รู้สึกถึงความเซ็งผม ... วันนั้นเหมือนจะสงครามประสาทใส่กันเธอโลกส่วนตัวสูงมาก มากซะจนผมตามไม่ทัน แต่มีวันที่แย่ก็มีวันที่ดีได้ผมคิดแบบนั้น และไม่กี่วันผ่านมาผมก็คุยกันทาง LINE ตามปกติครับ บทสนทนาช่วงนี้เริ่มไปทางชู้สาวมากขึ้นตามลำดับ จนช่วงเย็น iPhone ของเธอแบตใกล้จะหมดและต้องใช้งานต่อแต่เธอไม่มีอะไรติดตัวเลย ตอนนั้นที่เธอบอกผมนั่นคือโอกาศที่ผมจะได้เจอเธอเป็นครั้งที่สองครับ ผมจึงซื้อ Power Bank และสาย 30 Pin จากร้านผมเอง (( ปกติผมไม่เคยซื้อเลยนะของพวกนี้ )) อมยิ้ม20 ผมจะใช้มันแบบคุ้มค่ามากไม่เคยลืมไว้ที่ไหน แต่ตอนนั้นมันคือโอกาศที่ผมจะได้เจอเธอ ก่อน iPhone เธอจะวูบไปข้อความสุดท้ายคือ GROOVE @ CTW ซึ่ง 5 นาทีต้อมาผมก็เลิกงานพอดิบพอดี ไม่รอช้าผก็รีบนำของที่เธอต้องการไปที่ GROOVE ทันที โดยที่ไม่รู้ว่าอยู่มุมไหน ชั้นไหน อยู่กับใคร ไม่รู้อะไรเลยในหัวตอนนั้นคิดแค่ว่า ถ้าหาไม่เจอจะวนไปวนมาแถวนั้นจนถึงห้าทุ่มเที่ยงคืนครับ และก็เป็นเช่นนั้น ผมไปแล้วไม่เจอเธอครับ วันนั้นที่ GROOVE มีงานอะไรสักอย่าง วุ่นวายมากทำให้การตามหาตัวเธอยิ่งยากเข้าไปอีก ผมเลยลองโทรเข้าเบอร์เธอดู ติดแต่ไม่มีคนรับ ผมลองอยู่เรื่อยๆจนเธอรับ !!

ผม : ตอนนี้นายอยู่ไหนอะ (ผมกับเธอจะเรียกแทนตัวเองว่า เรา และ นาย )
เธอ : เรามาหลังสวนแล้ว พอดีเด็กเสริฟที่ร้านมีสายชาร์จ
ผม : หรอ...แล้วร้านอะไรเดี๋ยวเราเอาของไปให้
เธอ : ร้าน....

จบบทสนทนาผมก็รีบออกจาก GROOVE ดิ่งไปที่ร้านอาหารดังกล่าวในซอยหลังสวนทันทีครับ ด้วยวิธีการเดินครับ ผมเดินเร็วไปเรื่อยๆและคิดไปด้วย เนื่องจากผมไม่เคยเข้าไปที่ซอยนั้น และคิดว่าคงไม่ลึก + กับตอนนั้นไม่มีพี่วินเลย ผมก็จ้ำเอาๆจนเจอร้านครับ ยิ้ม จากข้างนอกริมฟุตบาทมองเข้าไปที่ร้านค่อนข้างมืดครับ มีแค่ไฟสลัว มองอะไรยากไปหมด หารู้ไม่ว่าเธอนั่งอยู่ตรงมุมมืดๆกับเพื่อนๆอีก 2 คน ตอนนั้นผมทำตัวไม่ถูกครับ ไม่กล้าเข้าใกล้เธอเพราะผมเพิ่งเดินมาจาก GROOVE เหงื่อค่อนข้างมาก วินาทีที่ยื่นของให้เธอยิ้มให้ผมและชวนผมนั่งกินข้าวด้วยกันกับเพื่อนๆเธอครับ แต่ผมปฏิเสธเนื่องจากหลายๆอย่างทั้งเกรงใจ กลิ่นเหงื่อ และข้าวของพะรุงพะรัง แต่วันนั้นผมกลับบ้านด้วยความ Happy ชดเชยความรู้สึกแย่ๆของวันก่อนไปได้ปลิดทิ้งครับ

หลังจากวันนั้นผมและเธอเราก้สนิทกันมากขึ้นเรื่อยๆ ตอนนั้นตัวผมเองกำลังจะเข้าไปรับการฝึกทบทวนก่อนเข้ารับราชการ ซึ่ง นายทหารฝ่ายกำลังพล LINE มาบอกสั้นๆว่า "เตรียมเครื่องนอน มานอนกองร้อย 3 เดือนนะ" ไม่เอาไม่พูด ตอนนั้นอึ้งกิมกี่ครับ แต่มันเป็นหน้าที่เราก็ต้องทำครับ คืนก่อนเข้าไปที่กองพัน ผมซึ่งทำงานเอกชนอยู่ ผมไม่ได้ลาออกแบบถูกวิธีคือทำงานวันสุดท้ายแบบไม่ได้ลาใคร แม้กระทั่งลาออก เช้ามาอีกวันผมก็หัวเกรียนใส่หมวกหม้อตาลอยู่ที่กองพันเรียบร้อยแล้ว เป็นคืนที่พลิกชีวิต ( อารมณ์คล้ายๆทหารใหม่ครับ ) .... นี่คือช่วงแรกช่วงเริ่มรู้จักก่อนที่ผมจะเข้ารับราชการ

ช่วงที่สอง

หลังจากผมเข้ามารับราชการครับในห้วงสัปดาห์แรกๆ นายสิบใหม่แบบผมยังสามารถพกพาสมาร์ทโฟน iPad Mini ได้ตลอด ผมพก iPad Mini ไปที่กองพันด้วยเอาไว้ใช้ติดต่อทางบ้านผ่าน LINE สองสัปดาห์แรกสำหรับผมเป็นการปรับสภาพล้วนๆครับ เรื่องการฝึกไม่ขอพูดถึง แต่ได้กลับบ้านทุก ศ. และกลับมา อาทิตย์ก่อน 1800 แน่นอนครับผมไม่พลาดที่จะติดต่อเธอไปด้วย รอบนี้ผมนัดเธอที่ CTW ไปทานข้าวที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ซึ่งเธอก็ยินดีและเต็มใจครับ ผมเริ่มเห็นทางแล้ว ยิ้ม นี่เป็นเดทแรกของผมกับเธอครับเรานั่งรอคิวอยู่สักพักก็ได้ทานข้าว ผมไม่กล้าจ้องตาเธอเนื่องจากความอาย ผมเป็นคนขี้อายหากเพิ่งรู้จัก กันได้ไม่นาน หลังจากจบมื้อค่ำเธอขอตัวไปกับเพื่อนๆ เนื่องจากเพื่อนสนิทเธอเพิ่งอกหักมาหมาดเธอต้องคอยอยู่ดูแล ส่วนผมก็กลับบ้านตามสเตปครับ วันนั้นจำได้ว่ามีความสุขมากนั่นเป็นเดทแรกที่รู้สึกว่ากินข้าวไม่อิ่มเลยแต่อิ่มอย่างอื่นแทนมากกว่า ผมจะได้เจอเธอแบบนี้ไม่บ่อยนักเนื่องจากผมต้องกลับไปฝึกต่อที่กองพัน แต่ตลอดเวลาเราจะคุยกันทั้งทางไลน์ ทั้งทางโทรศัพท์ตลอด บ่อยครั้งที่ผมเผลอร้องเพลง และเธอให้ผมร้องให้ฟังบ่อยๆ มันเป็นโมเม้นที่แบบว่าจะเขิลก็ไม่ใช่ซะทีเดียว แต่เธอไม่เคยร้องให้ผมฟังนะครับ จนกระทั่งปลายเดือน ต.ค. ผมก็ได้ลากลับมาบ้านตามปกติ แน่นอนก็นัดเจอกับเธอเหมือนเดิมครับ คราวนี้เรานัดกันที่ CDC แถวเลียบด่วนอะไรสักอย่าง ((ผมเป็นคน กทม. โดยกำเนิดแต่ไม่เคยไป CDC เลย รู้สึกว่าตัวเองเชยมากครับ)) วันนั้นเรานัดกันช่วงกลางวัน เธอขับรถมารับผมครับ!! เป็นสิ่งที่ผมอึ้งเพระาผมไม่เคยมีสาวขับรถมารับไปเที่ยว เธอมีอะไรให้ผมอึ้งเยอะมากครับ เธอขับรถพาผมไปที่ CDC เป็นการขับที่มึนๆ เหมือนไม่ชินกับรถ แต่เราก็ไปถึง ตอนแรกเธอจะพกงานมาทำและนั่งคุยกันเพื่อศึกษานิสัยใจคอ แต่เธอกลับบอกว่าเธอทำงานเสร็จเรียบร้อยแล้วเราเลยเดินเล่นกันสักพัก และแวะทานขนมของว่างในร้านกาแฟแห่งหนึ่ง เธอเป็นคนที่ชอบแหย่ ขี้เล่น ใช้คำพูดแบบไม่ถนอมใจผมเท่าไหร่ แต่ผมกลับชอบส่วนนี้ของเธอครับ หลายๆครั้งเธอจะมีอารมณ์ฉุนเฉียวแต่ไม่แสดงออกทางน้ำเสียง เรื่องคำพูดแรงๆเธอใช้กับผมบ่อยมาก เพราะเธอคิว่าในรั้วทหารผมเจอสิ่งที่แรงและบั่นทอนจิตใจมากกว่านี้ ((ตรงนี้ผมอยากบอกเธอว่า ในรั้วทหารมีแบบที่เธอพูดจริงๆ แต่ผมไม่ค่อยอยากได้ยินคำบั่นทอนจากปากคนที่ผมชอบเท่าไหร่ครับ)) หลังจากทานขนมหมดใหญ่ ฝนก็เริ่มเทลงมาอย่างหนัก จนเราต้องตระเวนเดินเล่นตามตึกต่างๆใน CDC และสุดท้ายช่วงค่ำเราไปต่อกันร้าน แดะ..เก็ก แถวบ้านเธอครับ เพราะผมห่วงความปลอดภัยของเธอก่อนไม่อยากให้ไปไกลมากจากบ้านเธอ เธอก็เลยเลือกที่ที่ใกล้บ้านสุดๆ สำหรับผมซึ่งเป็นผู้ชายตัวเกรียมๆ คงไม่มีใครมาทำร้าย ยิ้ม ตลอดช่วงที่อยู่ร้านอาหารผมสั่งเบียร์มาทานนั่งคุยเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับเธอ เธอยังไม่ชอบผมครับ ไม่มีเปอร์เซนต์ว่าจะชอบ แต่ที่มาเพราะเธอมาได้กับทุกคน ไม่ต้องเป็นแฟนก็มาได้ ผมก็หงอยๆ แต่เธอก็คอยหยอกผมให้ผมอารมณ์ดีเรื่อยๆครับคืนนั้นเราไม่ได้ไปต่อที่ไหนเธอส่งผมลงที่ตอนเช้าที่เราเจอกัน และก็ขับรถเข้าบ้านไป วันนั้นผมทั้งมีความสุขและความทุกข์ครับ ผมโดนเธอตำหนิเรื่องชอบคิดไปไกลเกินไป ปกติผมเป็นคนแบบนี้อยู่แล้วชอบคิดไปไกล แต่ไม่ใช่ทางติดเรทนะครับ วันนั้นผมนอนไม่ค่อยหลับแต่การสนทนาของเราเหมือนแฟนกันมากขึ้นๆ จนถึงเดทครั้งล่าสุดครับ

เดทครั้งล่าสุดของผม ปกติแล้วผมจะกลับออกมาจากกองพันในวัน ศ ก่อน 1800 เพื่อกลับมานอนบ้าน แต่วันนั้นผมโดนรับน้องครับเลยต้องอยู่ต่อจนถึงเสาร์เช้า รุ่นพี่เล่นผมจนเดินไม่ตรง ยิ้ม จนถึงเช้าวันเสาร์ผมออกจากกองพันด้วยชุดอ่อนเพระาเป็นข้อบังคับเนื่องจากเพื่อความสุภาพ ผมไปหาเธอทั้งชุดนั้นเลยครับ อยากรู้ว่าเธอจะจำผมได้หรือเปล่า เรานัดกันที่ SPG ครับ เดทนี้เป็นเดทที่ผมมีความสุขที่สุด ผมมาหาเธอพร้อมกับสิ่งของบางอย่าง หลังจากทานอาหารเสร็จเราก็ตกลงว่าจะไปดูหนังต่อที่ CTW ครับ ระหว่างที่ดูหนัง (เราดูหนังผีซึ่งเธอค่อนข้างกลัวผี) ผมได้มอบแหวนให้เธอหนึ่งวงครับในความมืดของโรงหนังนั่นแหละแหวนวงนั้นสลักชื่อเธอเอาไว้ เธอก็ดุผมว่ามาให้อะไรมืดๆ ผมจึงอธิบายว่า "ไม่มืดก็ไม่ลุ้นสิว่าเขียนว่าอะไร" และไม่นานผมก็จับมือเธอมาคว้าไว้ครับ เธอไม่ได้มีอาการขัดขืนแต่อย่างใดและผมได้หอมแก้มเธอไป 1 ครั้ง เหมือนเธอจะโมโหนิดๆครับ แต่ก็ไม่ได้ทะเลาะกันจนหนังจบ ผมพาเธอไปที่สวนแห่งหนึ่งย่านพร้อมพงษ์ ไปนั่งบนหญ้าช่วงห้าโมงเย็นแดดร่มแล้ว แต่ก็ยังมีความร้อนอยู่หน่อยๆเรานั่งคุยกันอย่างนั้น และผมก็นอนตักเธอครับ วันนั้นผมมีความสุขที่สุดผมจำได้ดี ยิ้ม จนสองทุ่มกว่าๆผมตัดสินใจไปส่งเธอให้เกือบถึงบ้าน เพระาเธอจะนัดคุณพ่อคุณแม่มารับเข้าบ้าน ผมก็ไปแอบๆส่งแถวนั้น แล้วมองดูรถของเธอจากไปครับ วันนั้นผมมีความสุขที่สุดนับจากรู้จักเธอมาร่วมๆ 2 เดือนกว่าๆ และแล้วเหตุการณ์ก็พลิกแบบไม่คาดฝันครับ


ผมกลับมาที่กองพันด้วยอารมณ์ที่มีความสุข ขนาดโดนเรียกไปซ่อมผมก็สู้เต็มที่ไม่มีอาการเหนื่อยล้า ผมเข้าใจเลยว่าความรักมันทำให้คนมีความสุข มันเป็นยังไง ผมไม่มีอาการนี้มาหลายปีแล้วนับตั้งแต่แฟนคนเก่าจากไปเมื่อ 3 ปีก่อน จนกระทั่งอาทิตย์ก่อน เราทะเลาะกันทางโทรศัพท์เรื่อง ผมคิดเยอะไป ผมเทคแคร์เธอบ่อยไป ผมนิสัยเข้ากับเธอไม่ได้ วินาทีนั้นผมทั้งงงและไม่เข้าใจ เพราะทุกครั้งที่เจอกันเธอและผมก็มีความสุขทั้งคู่ เธอยื่นคำขาดว่าจะไม่มีทางที่ผมจะเป็นแฟนเธอได้ เป็นได้เพียงพี่น้อง ไม่มีมากกว่านั้น และเธอก็เริ่มไม่อยากเจอผมอีกต่อไปแล้ว วินาทีนั้นผมมานอนคิดพร้อมกับความงง งงว่ามันเกิดอะไรขึ้น คืนนั้นผมอยากจะบีบน้ำตาออกมาเผื่อจะมีอะไรดีขึ้นแต่มันไม่ได้ผล มันไม่มีน้ำตาในช่วงเวลานั้น ช่วงเวลาที่มีแต่ความสับสนว่าผมทำอะไรให้เธอไม่พอใจ จากนั้นอีก 2 วันเธอจะไปเมืองนอกเพื่อทำงานเป็นเวลา 2-4 วัน ซึ่งตรงกับการรับน้องภาค 2 ของผมพอดี ผมจำได้ว่าผมไม่มีใจในการรับน้องเลยแต่ต้องอดทนไม่อยากให้รุ่นพี่เสียบรรยากาศ จนถึงวันสุดท้ายที่ผมคุยกับเธอคือวันพุธที่ผ่านมา เธอไม่ต้องการเจอผมอีกต่อไป เธอให้ผมตัดใจไม่อยากทำร้ายผมมากไปกว่านี้เธอคิดได้แค่พี่ชาย ผมเคยขอเธอเป็นแฟนในช่วงเดือนแรกๆเพราะแฟนสำหรับผม ไม่ต้องคบกันมา 2-3 ปี มุมของผมผมคิดว่าคบไว้รู้จักไวแก้ไขได้ไว แต่ถ้าไม่ใช่จริงๆมันจะมีบางอย่างทำให้แยกออกจากกันเอง แต่แล้วผมก็โดนแยกจากเธอเองเธอกำหนดทุกสิ่งอย่าง เล่ามาตั้งนาน 9379 ตัวอักษร

ผมอยากทราบว่า เรื่องราวดีๆที่ผ่านมา ไม่สามารถรั้งเธอไว้จริงๆใช่ไหมครับ หรือ เวลาต่อจากนี้เป็นบทพิสูจน์ว่าผมใส่ใจและคอยดูเธอห่างๆได้แค่ไหน ผมควรจะทำอย่างไรต่อไปดี อาจจะจริงที่เธอว่าผมว่าคิดมาก แต่เพราะผมคิดจริงจังกับเธอผมถึงคิดมาก ทุกวันนี้ผมทำงานไม่สนุกเหมือนมีเธอคอยโต้ตอบ ผมรู้สึกเฉยชามากขึ้นในบางเรื่อง ผมควรทำอย่างไรต่อไปดีครับ Facepalm
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่