ขอเล่าเรื่อง ซึ่งผ่านมาได้สักสองอาทิตย์แล้ว บังเอิญไม่ว่าง ดิฉันได้ที่ห้างๆหนึ่งย่านแยกลาดพร้าว ห้างนี้เด็กวัยรุ่น นักเรียน นักศึกษาเยอะมาก ไม่ค่อยมีคนสูงวัยเดิน เสื้อผ้าไม่แพง มีต่อผม ทำเล็บ ลานตาไปหมด เมื่อทำธุระเสร็จ รู้สึกเมื่อย ก็เลยแวะนั่งพักตรงม้ากลมๆ มีวัยรุ่นนักศึกษา สี่ห้าคนนั่ง และยืน ดูดกาแฟ เล่นโทรศัพท์กันอยู่ สักพักก็มีเสียงโทรศัพท์เรียกดังขึ้น เด็กสาวหน้าตามดีนั่งติดกับฉันยกหูขึ้นรับ
เธอ มีไรแม่ ( เสียงขุ่นๆ ) ไม่เอา ไม่ไป แม่อยากไปก็ไปเอง จะดูหนังกับเพื่อน แค่นี้นะ (กดปุ่มปิดฉึกเข้าให้) เพื่อนๆก็ถามว่า มีไรเหรอ
เธอตอบเพื่อนด้วยเสียงมีน้ำโห ว่า ก้อแม่กรูจะให้ไปเฝ้าย่า ป่วยอยู่นั่นแหละ ไม่หายสักที น่าจะตายไปซะที
ฉัน ได้ยินแล้วอึ้ง คิดไม่ถึงว่า เด็กสาวหน้าตาค่อนข้างสวย จะเปล่งคำพูดได้ออกมาสุดยอดมาก แต่เพื่อนในกลุ่มก็ยังน่ารัก ห้ามไม่ให้แช่งเดี๊ยว
เข้าตัว แล้วบอกให้เด็กสาวคนนี้กลับไป หนังดูวันหลังก็ได้ เด็กสาวคนนั้น ไม่ยอม บอกว่า กรูจะดู ตั้งใจจะดูหลายครั้ง เพราะ อิแก่นี่ ขัด
ทุกที แล้วก็มีเสียงนักศึกษาชายคนหนึ่งตัดบท เธออยากดู ดูไปคนเดียว ข้ากลับละ แล้วเดินออกไปจากกลุ่ม แล้วอีกสองคนก็เดินตาม
เพื่อนชายคนนั้นไป เหลือเด็กสาวคนนี้นั่งคนเดียว เรานึกว่าเรื่องคงจบ เพื่อนกลับไปแล้ว คงกลับบ้านไปช่วยแม่ แต่ผิดคาด เธอโทรกลับไป
ต่อว่าแม่เธออย่างรุนแรงไม่น่าฟัง จะว่าแม่เธอรุนแรงก็ไม่ใช่ เพราะน้ำเสียงที่แว่วมาได้ยิน แม่เธอพูดเสียงเรียบๆ แต่ลูกสาวซิจวกเอา ๆ
ทนฟังไม่ไหวอ่ะ ลุกหนี ใจสั่นไปเลย ขนะนั่งรถกลับบ้าน อดคิดไม่ได้ว่า เด็กผู้หญิงคนนี้ก้าวร้าวได้ขนาดนี้ ต่อไปจะเป็นยัง แล้วอะไรทำให้เธอเป็นแบบนี้ ครอบครัวหรือ ? ถูกตามใจมากไปหรือยังไง ฟังจากน้ำเสียงแม่เธอที่แว่วเข้ามาก็ไม่มีการด่าหยาบคาย หรือพูดก้าวร้าว เหมือนจะพูดไม่ทันลูกด้วยซ้ำ อาจเห็นตัวอย่างจากพ่อ ที่ข่มขู่ ทำร้ายแม่ และพ่อตามใจก็เป็นได้ เมื่อจบเป็นบัณฑิต เธอคงเป็นบัณฑิตที่ไร้ราคาจริงๆ เรื่องนี้ไม่ได้สำคัญอะไรกับ จขกท แต่อดเป็นห่วงเยาวชนรุ่นต่อไปไม่ได้ การให้ความเคารพ บุพการี มีเหลือน้อยแล้ว พ่อ แม่ เป็นสิ่งที่ลูกต้องเชิดชูให้เกียรติ กตัญญู ฉันสังเกตุ เด็กนักเรียน ต จ ว จะพูดถึงพ่อแม่ว่า ท่าน เป็นสรรพนามบุรุษที่สาม แต่เด็กใน กรุง หรือนักแสดงทั้งหลาย จะใช้คำว่า เค้า แทน ท่าน มันคงเป็นวัฒนธรรมแบบนี้ไปแล้ว เรื่องนี้ก็เป็นเพียงเรื่องเล่าสู่กันเพื่อรับรู้ และเป็นแนวทางว่า เลี้ยงลูกอย่างไร หรือ ปฏิบัติตนต่อบุพการีอย่างไร
อะไรทำให้เธอเป็นแบบนี้
เธอ มีไรแม่ ( เสียงขุ่นๆ ) ไม่เอา ไม่ไป แม่อยากไปก็ไปเอง จะดูหนังกับเพื่อน แค่นี้นะ (กดปุ่มปิดฉึกเข้าให้) เพื่อนๆก็ถามว่า มีไรเหรอ
เธอตอบเพื่อนด้วยเสียงมีน้ำโห ว่า ก้อแม่กรูจะให้ไปเฝ้าย่า ป่วยอยู่นั่นแหละ ไม่หายสักที น่าจะตายไปซะที
ฉัน ได้ยินแล้วอึ้ง คิดไม่ถึงว่า เด็กสาวหน้าตาค่อนข้างสวย จะเปล่งคำพูดได้ออกมาสุดยอดมาก แต่เพื่อนในกลุ่มก็ยังน่ารัก ห้ามไม่ให้แช่งเดี๊ยว
เข้าตัว แล้วบอกให้เด็กสาวคนนี้กลับไป หนังดูวันหลังก็ได้ เด็กสาวคนนั้น ไม่ยอม บอกว่า กรูจะดู ตั้งใจจะดูหลายครั้ง เพราะ อิแก่นี่ ขัด
ทุกที แล้วก็มีเสียงนักศึกษาชายคนหนึ่งตัดบท เธออยากดู ดูไปคนเดียว ข้ากลับละ แล้วเดินออกไปจากกลุ่ม แล้วอีกสองคนก็เดินตาม
เพื่อนชายคนนั้นไป เหลือเด็กสาวคนนี้นั่งคนเดียว เรานึกว่าเรื่องคงจบ เพื่อนกลับไปแล้ว คงกลับบ้านไปช่วยแม่ แต่ผิดคาด เธอโทรกลับไป
ต่อว่าแม่เธออย่างรุนแรงไม่น่าฟัง จะว่าแม่เธอรุนแรงก็ไม่ใช่ เพราะน้ำเสียงที่แว่วมาได้ยิน แม่เธอพูดเสียงเรียบๆ แต่ลูกสาวซิจวกเอา ๆ
ทนฟังไม่ไหวอ่ะ ลุกหนี ใจสั่นไปเลย ขนะนั่งรถกลับบ้าน อดคิดไม่ได้ว่า เด็กผู้หญิงคนนี้ก้าวร้าวได้ขนาดนี้ ต่อไปจะเป็นยัง แล้วอะไรทำให้เธอเป็นแบบนี้ ครอบครัวหรือ ? ถูกตามใจมากไปหรือยังไง ฟังจากน้ำเสียงแม่เธอที่แว่วเข้ามาก็ไม่มีการด่าหยาบคาย หรือพูดก้าวร้าว เหมือนจะพูดไม่ทันลูกด้วยซ้ำ อาจเห็นตัวอย่างจากพ่อ ที่ข่มขู่ ทำร้ายแม่ และพ่อตามใจก็เป็นได้ เมื่อจบเป็นบัณฑิต เธอคงเป็นบัณฑิตที่ไร้ราคาจริงๆ เรื่องนี้ไม่ได้สำคัญอะไรกับ จขกท แต่อดเป็นห่วงเยาวชนรุ่นต่อไปไม่ได้ การให้ความเคารพ บุพการี มีเหลือน้อยแล้ว พ่อ แม่ เป็นสิ่งที่ลูกต้องเชิดชูให้เกียรติ กตัญญู ฉันสังเกตุ เด็กนักเรียน ต จ ว จะพูดถึงพ่อแม่ว่า ท่าน เป็นสรรพนามบุรุษที่สาม แต่เด็กใน กรุง หรือนักแสดงทั้งหลาย จะใช้คำว่า เค้า แทน ท่าน มันคงเป็นวัฒนธรรมแบบนี้ไปแล้ว เรื่องนี้ก็เป็นเพียงเรื่องเล่าสู่กันเพื่อรับรู้ และเป็นแนวทางว่า เลี้ยงลูกอย่างไร หรือ ปฏิบัติตนต่อบุพการีอย่างไร