แผนการเดินทางคือ กรุงเทพ - อัมสเตอร์ดัม ค้างอัมสเตอร์ดัม 2 คืน แล้วไปเที่ยวอิตาลีประมาณสิบกว่าวัน
กลับมาอัมสเตอร์ดัม แล้วก็กลับกรุงเทพ
ความคิดเกี่ยวกับประเทศที่จะไปขอเชงเก้นที่ฝังอยู่ในหัวคือ ขอประเทศที่อยู่นานที่สุด หรือ ประเทศที่ลงเครื่องเป็นที่แรก
คิดได้เช่นนั้นเลยเตรียมตัวไปขอสถานทูตเนเธอแลนด์เพราะเคยไปขอแล้วไม่ยุ่งยากดี
แต่เย็นวันก่อนจะถึงวันนัดเพื่อนเดินมาดูแผนการเดินทางแล้วก็ถามว่าทำไมไปขอเนเธอแลนด์ในเมื่ออยู่อิตาลีนานกว่า
เค้าเคยเจอแบบเดียวกันต้องไปขอใหม่เลยนะ เฮ้ยยยยย จริงดิ ว่าแล้วเลยเปิด net หาข้อมูลเชงเก้นจากเวปของเชงเก้นเลย
ซึ่งท่านก็ว่าไว้ว่า
If I am travelling to more than one Schengen country, at which embassy do I apply for a Schengen Visa?
If the applicant is planning to visit two or more Schengen countries, it is highly recommended to be applying for the visa in the embassy/consulate of the country you will be residing in for most of the traveling days, referred to as the main destination.
เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้เลยเตรียมเอกสารที่จะไปขออิตาลีเผื่อไว้ด้วยเลย (ยังไม่ทิ้งเนเธอแลนด์เพราะจ่ายค่าธรรมเนียมไปแล้ว)
เผื่อฟลุ้ค เผื่อเจ้าหน้าที่เอ็นดู เผื่อเจ้าหน้าที่ปล่อยผ่าน เผื่อ.... ฯลฯ แต่อนิจจาเหตุการณ์ไม่เป็นดังฝัน
เมื่อไปถึงสถานทูตเนเธอแลนด์เจ้าหน้าที่ถามว่าอยู่ประเทศไหนนานที่สุด พอบอกว่าอิตาลี เค้าก็บอกว่าให้ไปขออิตาลีสิ
ถ้าก้ำกึ่งถึงค่อยไปขอประเทศที่ลงเครื่องเป็นที่แรก แป่วววววววววววววววววววว
เลยต้องรีบบึ่ง (เดิน) จากซอยต้นสนแล้วก็ต่อรถไปสีลมทันที ไปถึงก็ 9 โมงกว่า รออีก 10 กว่าคิว เอาน่าพอไหวๆ
นั่งรอ บิดไป บิดมา ผ่านไป 1 ชั่วโมงแล้วยังไม่ถึงคิวซักที เค้าทำอะไรกันอยู่เนียะ มีช่องสำหรับอิตาลีตั้งเกือบ 10 ช่อง ทำไมไม่เรียกเราซักที
แต่สุดท้ายเค้าก็เรียก 5555 เขียนเอง ขำเอง ยื่นเสร็จเจ้าหน้าที่ก็บอกว่าให้กลับไปรอเรียกชื่อ พักใหญ่ๆ เจ้าหน้าที่ก็เรียกชื่อและเข้าไปพบ
และบอกว่า "เอกสารไม่ครบ" "เอกสารไม่ครบ" "เอกสารไม่ครบ" (พูดซ้ำ เพื่อให้รู้สึกถึงความงุนงง และฝังใจ)
เค้าต้องการให้เอาเงินในบัญชีที่มีอยู่ในสำเนา book bank หลายๆ เล่มไปรวมกันมาเป็นก้อนเดียวซะ และให้มั่นใจว่าคุณมีเงินใช้เพียงพออย่างน้อย 40,000 บาท และให้ไปขอ bank certified มาด้วย
เอาละสิ เรื่องเงินเกิน 40,000 บาทไม่ใช่ปัญหา แต่ bank certified จะไปทำที่ไหน ใช้เวลากี่วัน ทำไมชั้นไม่มาขอวีซ่าให้มันเร็วกว่านี้ บลา บลา บลา (แค่คิด ไม่ได้คุยกับเจ้าหน้าที่นะคะ) เดินมึนๆ ออกมา เพราะตั้งแต่เกิดมาจนโตจนเรียนจบจนทำงานจนแต่งงาน จน.. (เกี่ยวกันมั้ย) จนได้มาทำวีซ่า ไม่เคยมีปัญหาว่าต้องเพิ่มหรือเอกสารไม่ครบหรืออะไรเลย ทุกๆ ที่ผ่านฉลุยหมด แต่เอาน่า the show must go on ไม่ go ก็ไม่ได้เพราะจ่ายค่าตั๋ว ค่าโรงแรมไปหมดแล้วตั้งแต่กลางปีโน่น
ว่าแล้วก็เลยแวะขอ bank certified ที่ธนาคารกสิกรไทย ใช้เวลาแค่ 10 นาทีก็ได้แล้ว
วันต่อมาก็ต้องมาต่อคิวใหม่เพื่อยื่นเอกสารเพิ่ม แต่ครั้งนี้รอไม่นานมาก ซักพักก็เรียกให้ไปชำระเงิน จากนั้นก็เดินไปรอคิวสแกนนิ้วมือ
แล้วกลับบ้านได้
ยื่นเมื่อวันศุกร์ที่ 21 พ.ย. ช่วงเช้า วันนี้ 25 พ.ย. ตอนเช้ามี sms และ email จาก vfs ว่าสถานทูตกำลังพิจารณาคำขอของเราอยู่
พอบ่ายสองโมงก็มี sms และ email มาว่าให้ไปรับ passport คืน ซักพักก็มีเจ้าหน้าที่โทรมาตามให้ไปรับอีก สรุปว่า 2 วันทำการเองง่ะ
เร็วมากๆ
เพิ่งได้รับวีซ่าเชงเก้น อิตาลี มาค่ะ ขอแชร์ประสบการณ์ให้เพื่อนๆ นะคะ
กลับมาอัมสเตอร์ดัม แล้วก็กลับกรุงเทพ
ความคิดเกี่ยวกับประเทศที่จะไปขอเชงเก้นที่ฝังอยู่ในหัวคือ ขอประเทศที่อยู่นานที่สุด หรือ ประเทศที่ลงเครื่องเป็นที่แรก
คิดได้เช่นนั้นเลยเตรียมตัวไปขอสถานทูตเนเธอแลนด์เพราะเคยไปขอแล้วไม่ยุ่งยากดี
แต่เย็นวันก่อนจะถึงวันนัดเพื่อนเดินมาดูแผนการเดินทางแล้วก็ถามว่าทำไมไปขอเนเธอแลนด์ในเมื่ออยู่อิตาลีนานกว่า
เค้าเคยเจอแบบเดียวกันต้องไปขอใหม่เลยนะ เฮ้ยยยยย จริงดิ ว่าแล้วเลยเปิด net หาข้อมูลเชงเก้นจากเวปของเชงเก้นเลย
ซึ่งท่านก็ว่าไว้ว่า
If I am travelling to more than one Schengen country, at which embassy do I apply for a Schengen Visa?
If the applicant is planning to visit two or more Schengen countries, it is highly recommended to be applying for the visa in the embassy/consulate of the country you will be residing in for most of the traveling days, referred to as the main destination.
เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้เลยเตรียมเอกสารที่จะไปขออิตาลีเผื่อไว้ด้วยเลย (ยังไม่ทิ้งเนเธอแลนด์เพราะจ่ายค่าธรรมเนียมไปแล้ว)
เผื่อฟลุ้ค เผื่อเจ้าหน้าที่เอ็นดู เผื่อเจ้าหน้าที่ปล่อยผ่าน เผื่อ.... ฯลฯ แต่อนิจจาเหตุการณ์ไม่เป็นดังฝัน
เมื่อไปถึงสถานทูตเนเธอแลนด์เจ้าหน้าที่ถามว่าอยู่ประเทศไหนนานที่สุด พอบอกว่าอิตาลี เค้าก็บอกว่าให้ไปขออิตาลีสิ
ถ้าก้ำกึ่งถึงค่อยไปขอประเทศที่ลงเครื่องเป็นที่แรก แป่วววววววววววววววววววว
เลยต้องรีบบึ่ง (เดิน) จากซอยต้นสนแล้วก็ต่อรถไปสีลมทันที ไปถึงก็ 9 โมงกว่า รออีก 10 กว่าคิว เอาน่าพอไหวๆ
นั่งรอ บิดไป บิดมา ผ่านไป 1 ชั่วโมงแล้วยังไม่ถึงคิวซักที เค้าทำอะไรกันอยู่เนียะ มีช่องสำหรับอิตาลีตั้งเกือบ 10 ช่อง ทำไมไม่เรียกเราซักที
แต่สุดท้ายเค้าก็เรียก 5555 เขียนเอง ขำเอง ยื่นเสร็จเจ้าหน้าที่ก็บอกว่าให้กลับไปรอเรียกชื่อ พักใหญ่ๆ เจ้าหน้าที่ก็เรียกชื่อและเข้าไปพบ
และบอกว่า "เอกสารไม่ครบ" "เอกสารไม่ครบ" "เอกสารไม่ครบ" (พูดซ้ำ เพื่อให้รู้สึกถึงความงุนงง และฝังใจ)
เค้าต้องการให้เอาเงินในบัญชีที่มีอยู่ในสำเนา book bank หลายๆ เล่มไปรวมกันมาเป็นก้อนเดียวซะ และให้มั่นใจว่าคุณมีเงินใช้เพียงพออย่างน้อย 40,000 บาท และให้ไปขอ bank certified มาด้วย
เอาละสิ เรื่องเงินเกิน 40,000 บาทไม่ใช่ปัญหา แต่ bank certified จะไปทำที่ไหน ใช้เวลากี่วัน ทำไมชั้นไม่มาขอวีซ่าให้มันเร็วกว่านี้ บลา บลา บลา (แค่คิด ไม่ได้คุยกับเจ้าหน้าที่นะคะ) เดินมึนๆ ออกมา เพราะตั้งแต่เกิดมาจนโตจนเรียนจบจนทำงานจนแต่งงาน จน.. (เกี่ยวกันมั้ย) จนได้มาทำวีซ่า ไม่เคยมีปัญหาว่าต้องเพิ่มหรือเอกสารไม่ครบหรืออะไรเลย ทุกๆ ที่ผ่านฉลุยหมด แต่เอาน่า the show must go on ไม่ go ก็ไม่ได้เพราะจ่ายค่าตั๋ว ค่าโรงแรมไปหมดแล้วตั้งแต่กลางปีโน่น
ว่าแล้วก็เลยแวะขอ bank certified ที่ธนาคารกสิกรไทย ใช้เวลาแค่ 10 นาทีก็ได้แล้ว
วันต่อมาก็ต้องมาต่อคิวใหม่เพื่อยื่นเอกสารเพิ่ม แต่ครั้งนี้รอไม่นานมาก ซักพักก็เรียกให้ไปชำระเงิน จากนั้นก็เดินไปรอคิวสแกนนิ้วมือ
แล้วกลับบ้านได้
ยื่นเมื่อวันศุกร์ที่ 21 พ.ย. ช่วงเช้า วันนี้ 25 พ.ย. ตอนเช้ามี sms และ email จาก vfs ว่าสถานทูตกำลังพิจารณาคำขอของเราอยู่
พอบ่ายสองโมงก็มี sms และ email มาว่าให้ไปรับ passport คืน ซักพักก็มีเจ้าหน้าที่โทรมาตามให้ไปรับอีก สรุปว่า 2 วันทำการเองง่ะ
เร็วมากๆ