นี่คือครั้งแรกของผมครับ ชื่อเรื่องว่า 7 Men
จะเอาช่วงแรกๆเล็กๆน้อยๆมาให้อ่านครับ
7 Men
ผู้ชาย 7 คน ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่ในที่สุดพวกเขาต้องมาแย่งชิงผลไม้ 4 ชนิด
เพื่อซึ่งให้ได้มาด้วยความมหัศจรรย์ 4 อย่าง ความว่องไว การอ่านใจ ความแข็งแกร่ง สื่อสารสรรพสัตว์
ใครที่จะได้ครอบครองและใครที่จะไม่ได้ครอบครอง ผู้ที่ได้ครอบครองจะใช้ความมหัศจรรย์ไปในทิศทางไหน
และผู้ที่ไม่ได้ครอบครองจะทำเช่นไร... Let the games begin.
Chapter 1
ผู้สร้าง
โลก... ปีคริสตศักราช 2109...
หลังสงครามโลกครั้งที่ 3 ได้จบลง...
โลกหลังสงครามโลกครั้งที่ 3 บ้านเมือง ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม นิวยอร์คซิตี้
กรุงลอนดอน ปารีส หัวเมืองใหญ่ๆได้หายไปด้วยน้ำมือของมนุษย์ ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น โลกหยุดชะงัก
เหลือแต่ผู้คนที่สันโดษไม่ยุ่งเกี่ยวสังคม หมู่บ้านเล็กๆและสรรพสัตว์ ไม่มีใครรู้ว่ามันป็นอาวุธอะไร
คนที่รอดชีวิตไม่มีความทรงจำในเรื่องนั้น รู้แต่เพียงว่าโลกนั้นได้หยุดหมุนไปชั่วขณะ เหลือแต่เพียงกองทรายให้เห็น
ผ่านไปนับครึ่งศตวรรษ ผู้รอด (Leaver) ได้ช่วยกันก่อตั้งวัฒนธรรมใหม่ จากหมู่บ้านเป็นเมือง จากเมืองเล็กๆกลายเป็นเมืองหลวง
จนกลายเป็นประเทศ จวบจนปัจจุบัน คริสตศักราช 2109 โลกได้กับมาเคลื่อนไหวด้วยมนุษย์อีกครั้ง
เมืองฟอซ (Force) เมืองหลวงของประเทศเอตินอฟ (Athinov) เดิมทีเป็นที่ตั้งของเมืองนิวคาสเซิล ประเทศอังกฤษ
ผู้คนในเมืองฟอซส่วนใหญ่มีเชื้อสายอังกฤษที่ได้รับสืบต่อมาจากผู้รอด บ้างก็เชื้อสายรัสเซียจากผู้รอดที่อพยพมาจากรัสเซีย
เมืองฟอซนั้นใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาประจำชาติ เมืองฟอซนับได้ว่าเป็นเมืองใหญ่แห่งหนึ่งในโลกยุคหลังสงครามโลก (Afterwar)
ถึงแม้นวัตกรรมบางอย่างได้จากไปพร้อมกับสงคราม แต่ก็ยังคงมีนวัตกรรมที่หลงเหลือและเติบโตก้าวไกลกว่ายุคการจากลา (The Last Farewell) มากนักนับไม่ถ้วน
(*Afterwar - ยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 3)
(*The Last Farewell - คำที่คนยุคอัฟเตอร์วอร์ใช้เรียกยุคก่อนสงครามโลกครั้งที่ 3)
เบนเนดิกท์ คาลีฟ (Benedict Caleef) ประธานาธิบดีคนที่ 8 ของเมืองอตินอฟ ได้ถูกเลือกโดยประชาชนขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีต่อจาก
ลาคีน คาลีฟ (Lakean Caleef) ผู้พ่อ ถึงแม้เอตินอฟจะใช้ระบอบประชาธิปไตย แต่ผู้คนก็ยังคงเลือกแต่เชื้อสายจากประธานาธิบดีคนก่อน
โดยไม่สนใจประสบการณ์ ความสามารถ แนวทาง นโยบายใดๆ ทำให้ตระกูลลาคีฟนั้นเป็นเพียงตระกูลเดียวที่มีชื่ออยู่ในตำแหน่งประธานาธิบดี
แต่กลับกันบ้านเมืองก็ยังมีความระเบียบเรียบร้อย ผู้คนใส่ใจซึ่งกันและกัน ทุกคนถูกบ่มสอนถึงความยากลำบากในช่วงต้นของยุคอัฟเตอร์วอร์
และดูเหมือนโลกได้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
แต่ใช่ว่าโลกจะน่าอยู่เสมอไป คนรวยคนจนนั้นยังมี คนอิ่มและคนหิวยังคงมีให้เห็น.....
มีหมู่บ้านเล็กๆห่างจากเมืองฟอซออกไปราว 70 ไมล์ ชื่อว่า คาร์นฟลัวร์ (Carnflour) ผู้คนในหมู่บ้านนั้นยากจน
นวัตกรรมที่ดีที่สุดในหมู่บ้านคือ รีโมร์ทที่คอยควบคุมการเปิดปิดของน้ำจากท่อเวลารดน้ำผักสวนครัวหลังบ้าน แต่มันก็ไม่ได้ทำให้พวกเขาอิ่มท้องทุกวัน
วัยรุ่นในหมู่บ้านต้องเข้าไปในเมืองฟอซ เพื่อรับจ้างรายวันด้วยรถบัสของทางบริษัทจัดหางาน ที่มานับในทุกเช้าและมาส่งในทุกเย็น
แต่ก็ได้เงินอย่างต่ำแค่วันละ 780 เคน (
K) พอได้ซื้อขนมปังและนมแพะที่ราคาอย่างละประมาณ 150-200 เคน กลับบ้านมาด้วยทุกวัน
บางคนก็กลับมาบ้านทุกวันในตอนเย็น บางคนก็หวังจะไปตายเอาน้ำบ่อหน้าที่เมืองฟอซ และบางคนก็กลับมาพร้อมกับเงินมากมายหลังจาก 6 เดือนให้หลัง
แต่บางคนก็ไม่เคยกับมาเลยตั้งแต่วันที่ออกไป เหมือนเด็กหนุ่มวัย 14 ปี คนหนึ่งที่ชื่อ ดารอน...
ดารอน ไชน์เออร์...
7 Men (ผมอายุ19 แต่งเป็นครั้งแรกครับ)
จะเอาช่วงแรกๆเล็กๆน้อยๆมาให้อ่านครับ
7 Men
ผู้ชาย 7 คน ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่ในที่สุดพวกเขาต้องมาแย่งชิงผลไม้ 4 ชนิด
เพื่อซึ่งให้ได้มาด้วยความมหัศจรรย์ 4 อย่าง ความว่องไว การอ่านใจ ความแข็งแกร่ง สื่อสารสรรพสัตว์
ใครที่จะได้ครอบครองและใครที่จะไม่ได้ครอบครอง ผู้ที่ได้ครอบครองจะใช้ความมหัศจรรย์ไปในทิศทางไหน
และผู้ที่ไม่ได้ครอบครองจะทำเช่นไร... Let the games begin.
หลังสงครามโลกครั้งที่ 3 ได้จบลง...
โลกหลังสงครามโลกครั้งที่ 3 บ้านเมือง ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม นิวยอร์คซิตี้
กรุงลอนดอน ปารีส หัวเมืองใหญ่ๆได้หายไปด้วยน้ำมือของมนุษย์ ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น โลกหยุดชะงัก
เหลือแต่ผู้คนที่สันโดษไม่ยุ่งเกี่ยวสังคม หมู่บ้านเล็กๆและสรรพสัตว์ ไม่มีใครรู้ว่ามันป็นอาวุธอะไร
คนที่รอดชีวิตไม่มีความทรงจำในเรื่องนั้น รู้แต่เพียงว่าโลกนั้นได้หยุดหมุนไปชั่วขณะ เหลือแต่เพียงกองทรายให้เห็น
ผ่านไปนับครึ่งศตวรรษ ผู้รอด (Leaver) ได้ช่วยกันก่อตั้งวัฒนธรรมใหม่ จากหมู่บ้านเป็นเมือง จากเมืองเล็กๆกลายเป็นเมืองหลวง
จนกลายเป็นประเทศ จวบจนปัจจุบัน คริสตศักราช 2109 โลกได้กับมาเคลื่อนไหวด้วยมนุษย์อีกครั้ง
เมืองฟอซ (Force) เมืองหลวงของประเทศเอตินอฟ (Athinov) เดิมทีเป็นที่ตั้งของเมืองนิวคาสเซิล ประเทศอังกฤษ
ผู้คนในเมืองฟอซส่วนใหญ่มีเชื้อสายอังกฤษที่ได้รับสืบต่อมาจากผู้รอด บ้างก็เชื้อสายรัสเซียจากผู้รอดที่อพยพมาจากรัสเซีย
เมืองฟอซนั้นใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาประจำชาติ เมืองฟอซนับได้ว่าเป็นเมืองใหญ่แห่งหนึ่งในโลกยุคหลังสงครามโลก (Afterwar)
ถึงแม้นวัตกรรมบางอย่างได้จากไปพร้อมกับสงคราม แต่ก็ยังคงมีนวัตกรรมที่หลงเหลือและเติบโตก้าวไกลกว่ายุคการจากลา (The Last Farewell) มากนักนับไม่ถ้วน
(*Afterwar - ยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 3)
(*The Last Farewell - คำที่คนยุคอัฟเตอร์วอร์ใช้เรียกยุคก่อนสงครามโลกครั้งที่ 3)
เบนเนดิกท์ คาลีฟ (Benedict Caleef) ประธานาธิบดีคนที่ 8 ของเมืองอตินอฟ ได้ถูกเลือกโดยประชาชนขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีต่อจาก
ลาคีน คาลีฟ (Lakean Caleef) ผู้พ่อ ถึงแม้เอตินอฟจะใช้ระบอบประชาธิปไตย แต่ผู้คนก็ยังคงเลือกแต่เชื้อสายจากประธานาธิบดีคนก่อน
โดยไม่สนใจประสบการณ์ ความสามารถ แนวทาง นโยบายใดๆ ทำให้ตระกูลลาคีฟนั้นเป็นเพียงตระกูลเดียวที่มีชื่ออยู่ในตำแหน่งประธานาธิบดี
แต่กลับกันบ้านเมืองก็ยังมีความระเบียบเรียบร้อย ผู้คนใส่ใจซึ่งกันและกัน ทุกคนถูกบ่มสอนถึงความยากลำบากในช่วงต้นของยุคอัฟเตอร์วอร์
และดูเหมือนโลกได้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
แต่ใช่ว่าโลกจะน่าอยู่เสมอไป คนรวยคนจนนั้นยังมี คนอิ่มและคนหิวยังคงมีให้เห็น.....
มีหมู่บ้านเล็กๆห่างจากเมืองฟอซออกไปราว 70 ไมล์ ชื่อว่า คาร์นฟลัวร์ (Carnflour) ผู้คนในหมู่บ้านนั้นยากจน
นวัตกรรมที่ดีที่สุดในหมู่บ้านคือ รีโมร์ทที่คอยควบคุมการเปิดปิดของน้ำจากท่อเวลารดน้ำผักสวนครัวหลังบ้าน แต่มันก็ไม่ได้ทำให้พวกเขาอิ่มท้องทุกวัน
วัยรุ่นในหมู่บ้านต้องเข้าไปในเมืองฟอซ เพื่อรับจ้างรายวันด้วยรถบัสของทางบริษัทจัดหางาน ที่มานับในทุกเช้าและมาส่งในทุกเย็น
แต่ก็ได้เงินอย่างต่ำแค่วันละ 780 เคน (
K) พอได้ซื้อขนมปังและนมแพะที่ราคาอย่างละประมาณ 150-200 เคน กลับบ้านมาด้วยทุกวันบางคนก็กลับมาบ้านทุกวันในตอนเย็น บางคนก็หวังจะไปตายเอาน้ำบ่อหน้าที่เมืองฟอซ และบางคนก็กลับมาพร้อมกับเงินมากมายหลังจาก 6 เดือนให้หลัง
แต่บางคนก็ไม่เคยกับมาเลยตั้งแต่วันที่ออกไป เหมือนเด็กหนุ่มวัย 14 ปี คนหนึ่งที่ชื่อ ดารอน...
ดารอน ไชน์เออร์...