สวัสดียามเช้าวันจันทร์ วันทำงานวันแรก ของสัปดาห์ครับ พี่ๆ น้องๆ ชาว ขาS และ ขาL & ชาว Put,Call ทุกๆท่านครับ
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา SET index ได้ใต่ระดับขึ้นมา ตามทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชียที่ส่วนใหญ่อยู่ในแดนบวก
เนื่องจาก นักลงทุนส่วนใหญ่ มองว่าได้รับอานิสงค์จากความคืบหน้าที่ญี่ปุ่นได้ประกาศยุบสภาแล้ว และต่อไปก็จะมีการเลือกตั้งใหม่
และก็มีการคาดหวังในเรื่องของการกระตุ้นเศรษฐกิจตามมาด้วย จึงทำให้ดัชนี SET index พุ่งทะยานขึ้นไปปิดตัวที่ระดับ
1579 จุด +10.52 จุด วันนี้มาติดามกันต่อ ว่าจะสามารถพุ่งทะยานขึ้นไปต่อได้ไกล เพียงใด
Fundamental
"ฝั่งสหรัฐ" ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (21 พ.ย.) โดยดัชนีดาวโจนส์ และ S&P 500 ยังคงเดินหน้าทำสถิติปิดที่
ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังจากที่ธนาคารกลางทั่วโลกต่างเคลื่อนไหวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ
ดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 91.06 จุด หรือ 0.51% ปิดที่ 17,810.06 จุด
ดัชนี S&P 500 บวก 10.75 จุด หรือ 0.52% ปิดที่ 2,063.50
ดัชนี Nasdaq เพิ่มขึ้น 11.10 จุด หรือ 0.24% ปิดที่ 4,712.97 จุด
สำหรับทั้งสัปดาห์ ดัชนีหุ้นสหรัฐปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 5 โดยดาวโจนส์บวก 1.0% S&P 500 ปรับตัวขึ้น 1.2% และ Nasdaq บวก 0.5%
ทั้งดาวโจนส์ และ S&P 500 ต่างแตะระดับสูงสุดในระหว่างวันที่ 17,894.83 จุด และ 2,071.46 จุดตามลำดับ หลังจากที่ทั้งสองดัชนีเพิ่งปิดที่
ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อวันพฤหัสบดี จากการเปิดเผยข้อมูลยอดขายบ้านมือสองเดือนต.ค.ของสหรัฐซึ่งปรับตัวขึ้นผิดไปจากที่นักวิเคราะห์
ได้คาดการณ์ไว้
ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กได้รับแรงหนุนหลังจากที่เมื่อช่วงเย็นวานนี้ ธนาคารกลางจีนได้ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากระยะ 1 ปี
ลง 0.25% สู่ระดับ 2.75% และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระยะ 1 ปี ลง 0.4% สู่ระดับ 5.6% โดยมีผลตั้งแต่วันเสาร์นี้ การประกาศลดดอกเบี้ยของ
ธนาคารกลางจีนในครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่เดือนก.ค. 2555 ซึ่งถือเป็นความพยายามล่าสุดของทางการจีนในการเดินหน้าสนับสนุนเศรษฐกิจ
ของประเทศ ภายหลังจากที่ได้มีการอัดฉีดสภาพคล่อง และลดสัดส่วนการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์แบบกำหนดเป้าหมาย
ขณะเดียวกันนายมาริโอ ดรากิ ประธานธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) กล่าวในการประชุม European Banking Congress ในแฟรงค์เฟิร์ตว่า อีซีบีพร้อม
"ทำในสิ่งที่เราต้องทำ เพื่อผลักดันให้อัตราเงินเฟ้อและอัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ปรับตัวสูงขึ้นโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้" และจะขยายโครงการ
ซื้อสินทรัพย์หากจำเป็น ซึ่งนายดรากิไม่ได้ปฏิเสธความเป็นไปได้เรื่องการซื้อพันธบัตรรัฐบาล
นายดรากิได้กล่าวย้ำถึงความมุ่งมั่นของตนเองว่าจะใช้มาตรการเชิงรุกมากขึ้น ซึ่งรวมถึงการซื้อสินทรัพย์ขนานใหญ่ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่ซบเซา
ในยูโรโซน ก่อนหน้านี้ เขาได้เคยเผยว่า เจ้าหน้าที่ของอีซีบีกำลังศึกษาวิธีการต่างๆเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจยูโรโซนที่ขยายตัวเพียง 0.2%
ในไตรมาสที่ผ่านมา และเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับต่ำเพียง 0.4% ซึ่งต่ำกว่ามากเมื่อเทียบกับเป้าหมายเงินเฟ้อของอีซีบีที่ 2%
ความเคลื่อนไหวของธนาคารกลางจีนและธนาคารกลางยุโรปมีขึ้นหนึ่งวันหลังจากที่เมื่อวันพฤหัสบดี มาร์กิต ซึ่งเป็นบริษัทผู้ให้บริการข้อมูล
ทางการเงิน ได้เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ของยูโรโซนปรับตัวลดลงแตะ 51.4 ในเดือนพ.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 16 เดือน
ขณะที่เอชเอสบีซีเผยดัชนี PMI เบื้องต้นเดือนพ.ย.ของจีน ปรับตัวลดลงแตะที่ 50 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือน
ทั้งนี้ ตลาดหุ้นนิวยอร์กขยับลงจากระดับสูงสุดในระหว่างวัน เนื่องจากนักลงทุนบางส่วนขายหุ้นเพื่อทำกำไร หลังจากที่หุ้นพุ่งสูงในช่วงเปิดตลาด
"ฝั่งยุโรป" ตลาดหุ้นยุโรปปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (21 พ.ย.) หลังจากที่ปรับตัวลงติดต่อกันมาสองวัน โดยภาวะการซื้อขายได้แรงหนุนจากการที่
นายมาริโอ ดรากิ ประธานธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) กล่าวย้ำว่าอีซีบีจะเร่งผลักดันให้อัตราเงินเฟ้อของยูโรโซนปรับตัวขึ้นเร็วที่สุดเท่า
ที่จะเป็นไปได้ และจากการที่ธนาคารกลางจีนประกาศลดดอกเบี้ยโดยไม่คาดหมาย
ดัชนี Stoxx Europe 600 ปรับตัวขึ้น 2.1% ปิดที่ 345.24 จุด และเพิ่มขึ้น 2.9% ในสัปดาห์นี้
ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดวันทำการล่าสุดเพิ่มขึ้น 113.02 จุด หรือ 2.67% ที่ระดับ 4,347.23 จุด
ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันเพิ่มขึ้น 248.58 จุด หรือ 2.62% ปิดที่ 9,732.55 จุด
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนเพิ่มขึ้น 71.86 จุด หรือ 1.08% ปิดที่ 6,750.76 จุด
ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวขึ้นคึกคัก โดยนอกจากดัชนีหุ้นของสามประเทศชั้นนำข้างต้นแล้ว ดัชนีหุ้นของสเปนก็พุ่งขึ้น 3.1% อิตาลีพุ่ง 3.9%
และโปรตุเกสบวก 2.5% เนื่องจากนักลงทุนคาดการณ์ว่าอีซีบีจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม ประกอบกับการประกาศลดดอกเบี้ย
ของจีนได้ช่วยหนุนหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ให้พุ่งสูงขึ้น
นักวิเคราะห์กล่าวว่า มีสองปัจจัยหนุนตลาดในวันศุกร์ ประการแรกคือการที่นายดรากิกล่าวถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้นโดยเร็ว
ซึ่งจุดกระแสคาดการณ์เพิ่มมากขึ้นถึงความเป็นไปได้ในการใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ หรือ QE ส่วนอีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยหนุนภาวะ
ซื้อขายคือการตัดสินใจลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางจีน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าจีนก็มีปฏิกิริยาตอบสนองต่อการชะลอตัวทางเศรษฐกิจเช่นกัน
โดยประธานอีซีบีกล่าวในการประชุม European Banking Congress ในแฟรงค์เฟิร์ตว่า อีซีบีต้องผลักดันให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้นโดยเร็ว
และจะขยายโครงการซื้อสินทรัพย์หากจำเป็น ซึ่งนายดรากิไม่ได้ปฏิเสธความเป็นไปได้เรื่องการซื้อพันธบัตรรัฐบาลก่อนหน้านี้ เขาได้เคยเผยว่า เ
จ้าหน้าที่ของอีซีบีกำลังศึกษาวิธีการต่างๆเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่ขยายตัวเพียง 0.2% ในไตรมาสสาม และเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับต่ำเพียง 0.4%
เทียบกับเป้าหมายเงินเฟ้อของอีซีบีที่ 2%
ด้านธนาคารกลางจีนประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากระยะ 1 ปี ลง 0.25% สู่ระดับ 2.75% และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระยะ 1 ปี ลง 0.4% สู่ระดับ 5.6% โดยมีผลตั้งแต่วันเสาร์นี้
การประกาศลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางจีนในครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนก.ค. 2555 ซึ่งถือเป็นความพยายามล่าสุดของทางการจีนในการเดินหน้าสนับสนุนเศรษฐกิจของประเทศ ภายหลังจากที่ได้มีการอัดฉีดสภาพคล่อง และลดสัดส่วนการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์แบบกำหนดเป้าหมาย
Credit : สำนักข่าวอินโฟวเควสท์
Technical Analysis
SET index TF day : เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา Rebound บนเส้น EMA25 วัน ขึ้นไปได้อย่างแข็งแกร่ง พร้อมกับเกิดแท่งเทียน
Bullish Engufing จึงทำให้รวมภาพของสัญญาณนั้นดูสวยงาม ยิ่งขึ้น และแนวโน้มวันนี้ คาดว่ามีโอกาสใต่ระดับขึ้นไปได้ต่อ
และน่าจะยืนเหนือ 1590 จุด ได้อย่างสบายๆ
S50Z14 TF Day : เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา สามารถ Rebound บนเส้น EMA25 วัน ขึ้นไปได้อย่างแข็งแกร่ง พร้อมกับเกิด
แท่งเทียน "Piercing Pattern" จึงทำให้ภาพของสัญญาณนั้นดูสวยงาม ยิ่งขึ้น และแนวโน้มวันนี้ คาดว่ามีโอกาสใต่ระดับ
ขึ้นไปได้ต่อ และน่าจะทะลุ High 1065 ที่เคยทำไว้เมื่อสัปดาห์ก่อน ได้อย่างง่ายดาย
TF60 : ช่วงเปิดตลาดเช้าวันศุกร์ที่ผ่านมา ได้ย่อตัวหลุดเส้น EMA200 วัน ลงไปเล็กน้อย แต่ไม่นานนัก ก็เริ่มมีแรงซื้อกลับเข้ามาเรื่อยๆ
จึงทำให้แท่งเทียน แท่งเปิดตลาด ( 9โมงเช้า) เกิดเป็น Key Reversal ( Morning Star) จากนั้นตลอดทั้งวัน ดัชนีได้พุ่งทะยานใต่ระดับ
ขึ้นไปเรื่อยๆ ในรูปแบบ V Shape แนวโน้มวันนี้คาดว่า ยังมีแรงที่จะไปต่อได้อีก น่าจะขึ้นไปทดสอบ High เดิม ที่ระดับ 1065
และลุ้นกันว่าจะสามารถผ่านไปได้หรือไม่ ถ้าผ่านขึ้นไปได้ มีแววเห็น All Time High
Resistance 1060 1065 1070 / 1585 1590 1595
Support 1050 1045 / 1575 1570 1566
*EOD End of day
ผิดพลาดประการใดโปรดชี้แนะ
สำหรับพี่ๆ น้องๆ ที่ เล่น Put,Call Option ครับ ผมอาจจะไม่ ถนัดด้านนี้
แต่ ในกระทู้นี้ รับรองว่ามี จอมขมังเวทย์ Option เยอะครับ เชิญแชร์ iDea เจ๋งๆ เด็ดๆ / หรือข้อสงสัย สอบถามกันตามสบายเลยครับ
กู๊ดมอนิ่ง ชาว ขาS และ ขาL & ชาว Put,Call (24 Nov 14)
สวัสดียามเช้าวันจันทร์ วันทำงานวันแรก ของสัปดาห์ครับ พี่ๆ น้องๆ ชาว ขาS และ ขาL & ชาว Put,Call ทุกๆท่านครับ
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา SET index ได้ใต่ระดับขึ้นมา ตามทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชียที่ส่วนใหญ่อยู่ในแดนบวก
เนื่องจาก นักลงทุนส่วนใหญ่ มองว่าได้รับอานิสงค์จากความคืบหน้าที่ญี่ปุ่นได้ประกาศยุบสภาแล้ว และต่อไปก็จะมีการเลือกตั้งใหม่
และก็มีการคาดหวังในเรื่องของการกระตุ้นเศรษฐกิจตามมาด้วย จึงทำให้ดัชนี SET index พุ่งทะยานขึ้นไปปิดตัวที่ระดับ
1579 จุด +10.52 จุด วันนี้มาติดามกันต่อ ว่าจะสามารถพุ่งทะยานขึ้นไปต่อได้ไกล เพียงใด
Fundamental
"ฝั่งสหรัฐ" ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (21 พ.ย.) โดยดัชนีดาวโจนส์ และ S&P 500 ยังคงเดินหน้าทำสถิติปิดที่
ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังจากที่ธนาคารกลางทั่วโลกต่างเคลื่อนไหวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ
ดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 91.06 จุด หรือ 0.51% ปิดที่ 17,810.06 จุด
ดัชนี S&P 500 บวก 10.75 จุด หรือ 0.52% ปิดที่ 2,063.50
ดัชนี Nasdaq เพิ่มขึ้น 11.10 จุด หรือ 0.24% ปิดที่ 4,712.97 จุด
สำหรับทั้งสัปดาห์ ดัชนีหุ้นสหรัฐปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 5 โดยดาวโจนส์บวก 1.0% S&P 500 ปรับตัวขึ้น 1.2% และ Nasdaq บวก 0.5%
ทั้งดาวโจนส์ และ S&P 500 ต่างแตะระดับสูงสุดในระหว่างวันที่ 17,894.83 จุด และ 2,071.46 จุดตามลำดับ หลังจากที่ทั้งสองดัชนีเพิ่งปิดที่
ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อวันพฤหัสบดี จากการเปิดเผยข้อมูลยอดขายบ้านมือสองเดือนต.ค.ของสหรัฐซึ่งปรับตัวขึ้นผิดไปจากที่นักวิเคราะห์
ได้คาดการณ์ไว้
ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กได้รับแรงหนุนหลังจากที่เมื่อช่วงเย็นวานนี้ ธนาคารกลางจีนได้ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากระยะ 1 ปี
ลง 0.25% สู่ระดับ 2.75% และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระยะ 1 ปี ลง 0.4% สู่ระดับ 5.6% โดยมีผลตั้งแต่วันเสาร์นี้ การประกาศลดดอกเบี้ยของ
ธนาคารกลางจีนในครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่เดือนก.ค. 2555 ซึ่งถือเป็นความพยายามล่าสุดของทางการจีนในการเดินหน้าสนับสนุนเศรษฐกิจ
ของประเทศ ภายหลังจากที่ได้มีการอัดฉีดสภาพคล่อง และลดสัดส่วนการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์แบบกำหนดเป้าหมาย
ขณะเดียวกันนายมาริโอ ดรากิ ประธานธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) กล่าวในการประชุม European Banking Congress ในแฟรงค์เฟิร์ตว่า อีซีบีพร้อม
"ทำในสิ่งที่เราต้องทำ เพื่อผลักดันให้อัตราเงินเฟ้อและอัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ปรับตัวสูงขึ้นโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้" และจะขยายโครงการ
ซื้อสินทรัพย์หากจำเป็น ซึ่งนายดรากิไม่ได้ปฏิเสธความเป็นไปได้เรื่องการซื้อพันธบัตรรัฐบาล
นายดรากิได้กล่าวย้ำถึงความมุ่งมั่นของตนเองว่าจะใช้มาตรการเชิงรุกมากขึ้น ซึ่งรวมถึงการซื้อสินทรัพย์ขนานใหญ่ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่ซบเซา
ในยูโรโซน ก่อนหน้านี้ เขาได้เคยเผยว่า เจ้าหน้าที่ของอีซีบีกำลังศึกษาวิธีการต่างๆเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจยูโรโซนที่ขยายตัวเพียง 0.2%
ในไตรมาสที่ผ่านมา และเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับต่ำเพียง 0.4% ซึ่งต่ำกว่ามากเมื่อเทียบกับเป้าหมายเงินเฟ้อของอีซีบีที่ 2%
ความเคลื่อนไหวของธนาคารกลางจีนและธนาคารกลางยุโรปมีขึ้นหนึ่งวันหลังจากที่เมื่อวันพฤหัสบดี มาร์กิต ซึ่งเป็นบริษัทผู้ให้บริการข้อมูล
ทางการเงิน ได้เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ของยูโรโซนปรับตัวลดลงแตะ 51.4 ในเดือนพ.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 16 เดือน
ขณะที่เอชเอสบีซีเผยดัชนี PMI เบื้องต้นเดือนพ.ย.ของจีน ปรับตัวลดลงแตะที่ 50 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือน
ทั้งนี้ ตลาดหุ้นนิวยอร์กขยับลงจากระดับสูงสุดในระหว่างวัน เนื่องจากนักลงทุนบางส่วนขายหุ้นเพื่อทำกำไร หลังจากที่หุ้นพุ่งสูงในช่วงเปิดตลาด
"ฝั่งยุโรป" ตลาดหุ้นยุโรปปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (21 พ.ย.) หลังจากที่ปรับตัวลงติดต่อกันมาสองวัน โดยภาวะการซื้อขายได้แรงหนุนจากการที่
นายมาริโอ ดรากิ ประธานธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) กล่าวย้ำว่าอีซีบีจะเร่งผลักดันให้อัตราเงินเฟ้อของยูโรโซนปรับตัวขึ้นเร็วที่สุดเท่า
ที่จะเป็นไปได้ และจากการที่ธนาคารกลางจีนประกาศลดดอกเบี้ยโดยไม่คาดหมาย
ดัชนี Stoxx Europe 600 ปรับตัวขึ้น 2.1% ปิดที่ 345.24 จุด และเพิ่มขึ้น 2.9% ในสัปดาห์นี้
ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดวันทำการล่าสุดเพิ่มขึ้น 113.02 จุด หรือ 2.67% ที่ระดับ 4,347.23 จุด
ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันเพิ่มขึ้น 248.58 จุด หรือ 2.62% ปิดที่ 9,732.55 จุด
ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนเพิ่มขึ้น 71.86 จุด หรือ 1.08% ปิดที่ 6,750.76 จุด
ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวขึ้นคึกคัก โดยนอกจากดัชนีหุ้นของสามประเทศชั้นนำข้างต้นแล้ว ดัชนีหุ้นของสเปนก็พุ่งขึ้น 3.1% อิตาลีพุ่ง 3.9%
และโปรตุเกสบวก 2.5% เนื่องจากนักลงทุนคาดการณ์ว่าอีซีบีจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม ประกอบกับการประกาศลดดอกเบี้ย
ของจีนได้ช่วยหนุนหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ให้พุ่งสูงขึ้น
นักวิเคราะห์กล่าวว่า มีสองปัจจัยหนุนตลาดในวันศุกร์ ประการแรกคือการที่นายดรากิกล่าวถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้นโดยเร็ว
ซึ่งจุดกระแสคาดการณ์เพิ่มมากขึ้นถึงความเป็นไปได้ในการใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ หรือ QE ส่วนอีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยหนุนภาวะ
ซื้อขายคือการตัดสินใจลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางจีน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าจีนก็มีปฏิกิริยาตอบสนองต่อการชะลอตัวทางเศรษฐกิจเช่นกัน
โดยประธานอีซีบีกล่าวในการประชุม European Banking Congress ในแฟรงค์เฟิร์ตว่า อีซีบีต้องผลักดันให้เงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้นโดยเร็ว
และจะขยายโครงการซื้อสินทรัพย์หากจำเป็น ซึ่งนายดรากิไม่ได้ปฏิเสธความเป็นไปได้เรื่องการซื้อพันธบัตรรัฐบาลก่อนหน้านี้ เขาได้เคยเผยว่า เ
จ้าหน้าที่ของอีซีบีกำลังศึกษาวิธีการต่างๆเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่ขยายตัวเพียง 0.2% ในไตรมาสสาม และเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับต่ำเพียง 0.4%
เทียบกับเป้าหมายเงินเฟ้อของอีซีบีที่ 2%
ด้านธนาคารกลางจีนประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากระยะ 1 ปี ลง 0.25% สู่ระดับ 2.75% และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระยะ 1 ปี ลง 0.4% สู่ระดับ 5.6% โดยมีผลตั้งแต่วันเสาร์นี้
การประกาศลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางจีนในครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนก.ค. 2555 ซึ่งถือเป็นความพยายามล่าสุดของทางการจีนในการเดินหน้าสนับสนุนเศรษฐกิจของประเทศ ภายหลังจากที่ได้มีการอัดฉีดสภาพคล่อง และลดสัดส่วนการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์แบบกำหนดเป้าหมาย
Credit : สำนักข่าวอินโฟวเควสท์
Technical Analysis
SET index TF day : เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา Rebound บนเส้น EMA25 วัน ขึ้นไปได้อย่างแข็งแกร่ง พร้อมกับเกิดแท่งเทียน
Bullish Engufing จึงทำให้รวมภาพของสัญญาณนั้นดูสวยงาม ยิ่งขึ้น และแนวโน้มวันนี้ คาดว่ามีโอกาสใต่ระดับขึ้นไปได้ต่อ
และน่าจะยืนเหนือ 1590 จุด ได้อย่างสบายๆ
S50Z14 TF Day : เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา สามารถ Rebound บนเส้น EMA25 วัน ขึ้นไปได้อย่างแข็งแกร่ง พร้อมกับเกิด
แท่งเทียน "Piercing Pattern" จึงทำให้ภาพของสัญญาณนั้นดูสวยงาม ยิ่งขึ้น และแนวโน้มวันนี้ คาดว่ามีโอกาสใต่ระดับ
ขึ้นไปได้ต่อ และน่าจะทะลุ High 1065 ที่เคยทำไว้เมื่อสัปดาห์ก่อน ได้อย่างง่ายดาย
TF60 : ช่วงเปิดตลาดเช้าวันศุกร์ที่ผ่านมา ได้ย่อตัวหลุดเส้น EMA200 วัน ลงไปเล็กน้อย แต่ไม่นานนัก ก็เริ่มมีแรงซื้อกลับเข้ามาเรื่อยๆ
จึงทำให้แท่งเทียน แท่งเปิดตลาด ( 9โมงเช้า) เกิดเป็น Key Reversal ( Morning Star) จากนั้นตลอดทั้งวัน ดัชนีได้พุ่งทะยานใต่ระดับ
ขึ้นไปเรื่อยๆ ในรูปแบบ V Shape แนวโน้มวันนี้คาดว่า ยังมีแรงที่จะไปต่อได้อีก น่าจะขึ้นไปทดสอบ High เดิม ที่ระดับ 1065
และลุ้นกันว่าจะสามารถผ่านไปได้หรือไม่ ถ้าผ่านขึ้นไปได้ มีแววเห็น All Time High
Resistance 1060 1065 1070 / 1585 1590 1595
Support 1050 1045 / 1575 1570 1566
*EOD End of day
ผิดพลาดประการใดโปรดชี้แนะ
สำหรับพี่ๆ น้องๆ ที่ เล่น Put,Call Option ครับ ผมอาจจะไม่ ถนัดด้านนี้
แต่ ในกระทู้นี้ รับรองว่ามี จอมขมังเวทย์ Option เยอะครับ เชิญแชร์ iDea เจ๋งๆ เด็ดๆ / หรือข้อสงสัย สอบถามกันตามสบายเลยครับ