ห้ามคิด ห้ามสงสัย และ ห้ามตั้งคำถาม ......... นี่ใช่พระพุทธศาสนา แน่หรือครับท่าน ?

กระทู้คำถาม
บางครั้ง แม้เมื่อเห็นว่ามีปฏิกิริยาในทางลบ ในกระทู้ของตนเองบ้าง ก็พยายามทำใจว่า บางทีข้อความบางประการของเรา อาจไปล่วงเกิน หรือกระทบกระเทือนต่อความคิดความเชื่อของผู้อื่น การที่จะได้รับผลแบบนี้ต้องถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา ถึงกระนั้น ผมก็พยายามประคับประคอง ความคิด ความสงสัย และการตั้งคำถามของตน ให้มีความสมดุล และเป็นประโยชน์ทั้งต่อตนเองและผู้อื่นมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้นะครับ

ข้อเท็จจริงประการหนึ่ง ที่อยากเรียนทำความเข้าใจก็คือ ในทุกๆคำถามของผมนั้น ผมถามเพราะความสงสัยครับ เมื่อสงสัยก็ถาม เหตุผลมันมีเท่านี้จริงๆ และผมเข้าใจว่า เว็บบอร์ดก็มีใว้เพื่อการนี้ ไม่ใช่หรือครับท่าน ? ก็ในเมื่อเว็บบอร์ดมีเอาใว้เพื่อการสนทนาถามตอบและแสดงความคิดเห็น ไม่ใช่เพื่อล้างสมอง หรือล่าแม่มด ดังนั้น ผมจึงหวังว่า สถานที่แห่งนี้ จะไม่ใช่ที่สำหรับแบ่งฝักแยกฝ่าย หรือถีบหัวส่ง คนที่เห็นต่างให้ออกไปจากพระพุทธศาสนา อย่างที่ผมเคยพบเจอ นะครับท่าน

ที่กล่าวมามากมายนี้ ไม่ใช่เพื่อจะบ่นเรื่อยเปื่อยนะครับท่าน แต่ประเด็นที่ผมต้องการจะถามท่านทั้งหลายก็คือ พระพุทธศาสนาของเราท่านทั้งหลาย จะเอาอย่างไรกันแน่ครับ ? ทางหนึ่งก็อวดอ้างว่าเป็นศาสนาแห่งปัญญา เน้นการใช้สติปัญญาในการพิจารณา แต่ในอีกด้านหนึ่งกลับมีความพยายามจะปิดกั้นความคิดความอ่านของผู้อื่น ผลักไสไล่ส่งผู้คิดต่าง(จากตน) ให้ออกนอกพระศาสนา ประหนึ่งว่าตนเป็นเจ้าของศาสนา(ผู้อื่นไม่ใช่) และยังถืออำนาจสิทธิ์ขาดในการวินิจฉัยความถูกผิดเอาไว้กับตนแต่เพียงผู้เดียวอีกต่างหาก แน่ใจนะครับว่า นี่คือพฤติกรรมชาวพุทธ ?

ล่าสุด ทั้งๆที่พวกท่านเข้ามาวิวาทะกันในกระทู้ของผม แม้ดูเหมือนจะเป็นการ(พยายาม)เบี่ยงเบนประเด็นของกระทู้ แต่ผมก็ไม่ได้ว่ากล่าวติเตียน อะไรพวกท่านเลย ด้วยเห็นว่าเป็นเรื่องธรรมดา และไหนๆ กระทู้ก็กลายพันธุ์มาจนถึงขนาดนี้แล้ว ผมก็เพียงแค่เข้าไปมีส่วนร่วมโดยการ ตั้งคำถามเพื่อสรุปประเด็นวิวาทะ ดังนี้ว่า

vvvvvvvvvvv

ความคิดเห็นที่ 41

ขออนุญาต ถามท่านผู้รู้ทั้งหลายนะครับ

เท่าที่ผมอ่านมาทั้งหมดนี้ ขอสรุปประเด็นเป็นคำถามอย่างนี้ว่า แล้วแต่ละท่านใช้หลักเกณฑ์อะไรในการพิจารณาว่า ข้อความในพระไตรปิฎกแต่ละส่วนเป็นพุทธธรรม หรือ เป็นธรรมอื่นปลอมปนมา

คือผมอยากจะถามว่า

ท่านที่เห็นว่ามีบางส่วนปลอมปน ท่านใช้อะไรเป็นเกณฑ์ในการวินิจฉัย

และท่านที่เห็นว่า ข้อความจากพระไตรปิฎกบริสุทธิ์ทั้งหมด ท่านใช้อะไรเป็นเกณฑ์ในการตัดสินครับ ?

ท่านพิจารณาพระไตรปิฎกครบถ้วนหมดแล้วหรือครับ จึงกล้าฟันธงว่าเป็นอย่างใดอย่างหนึ่ง ?

ขออนุญาตถามเพิ่มเติมเท่านี้นะครับท่าน
ตอบกลับ
0 1   
สมาชิกหมายเลข 1831258  
วันศุกร์ เวลา 17:29 น.
เฉลิมศักดิ์1 ขำกลิ้ง

vvvvvvvvvvvvvvvvv

ที่จริงแล้ว ผมก็เห็นว่า ผมตั้งคำถามอย่างสมดุลแล้วนะครับ และก็เป็นการถามที่สมเหตุสมผล ไม่ได้เอนเอียงเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่มุ่งหวังว่า ทั้งสองฝ่ายจะสามารถแสดงเหตุผลและหลักฐานเพื่อสนับสนุนสมมุติฐานหรือแนวคิดของแต่ละท่านได้อย่างเต็มที่ เท่านั้นเอง จึงไม่น่าจะทำให้ท่านใดเกิดความรู้สึกไม่พอใจขึ้นมาได้เลยนะครับ แต่กลับปรากฏว่า มี

สมาชิกท่านหนึ่ง ได้กรุณาตอบคำถามนี้ ซึ่งผมก็ไม่เห็นว่ามันจะเป็นการตอบที่ตรงคำถามนัก ดังนี้ว่า

vvvvvvvvvvvvvvvvvvvvv

"สมมุติว่า ท่าน จขกท พิสูจน์  โลกียอภิญญา และ โลกุตรอภิญญาจิต ไม่ได้   ก็แสดงว่า พระไตรปิฏก ไม่ถูกต้องสิน่ะ
ถ้าคิดแบบนี้ เอาทิฏฐิของตัวกู-ของกู เป็นใหญ่ ไปตัดสินพระไตรปิฏก อรรถกถา นิกายเถรวาท
เห็นทิฏฐิวิบัติหลายคนแล้วน่ะ  เช่นเดียรถีย์เงื่อม และสาวก เป็นต้น  
ท่าน จขกท มาแนวนี้ สงสัยเป็นแนวร่วมสาวกเดียรถีย์เงื่อม เป็นแน่แท้"

vvvvvvvvvvvvvvvvvvvvvv

คือคำถามของผม ก็เพียงถามด้วยความสงสัย ตามหลักเหตุผลว่า ท่านได้ตรวจสอบพระไตรปิฎกด้วยตนเองจนครบถ้วนแล้วหรือ จึงกล้าสรุปแบบฟันธงว่า มี หรือไม่มีอะไรปลอมปน ? ซึ่งนี่เป็นการถามตามหลักเหตุผล ตามปกตินะครับ ถ้าท่านตรวจสอบทั้งหมดแล้วด้วยตนเอง ท่านย่อมสามารถกล่าวยืนยันอย่างนั้นได้เต็มที่ แต่ถ้าไม่ ท่านก็ไม่ควรกล่าวยืนยันแบบนั้น ไม่ใช่หรือ  ? ผมกล่าวอะไรผิดไปหรือปล่าวครับท่าน ?

จนแม้เมื่อผมกล่าวถึงตรงนี้แล้ว มันก็ยังไม่ได้หมายความว่า ผมมีความคิดหรือข้อสรุปอย่างใดอย่างหนึ่งว่า มีการปลอมปนหรือไม่มีเลยนะครับ เพียงแต่เห็นว่า เรายังไม่สามารถสรุปความไปในทางใดทางหนึ่งได้อย่างแน่นอนเด็ดขาดเท่านั้นเอง เว้นแต่ท่านจะอ้าง ความเชื่อ ซึ่งอาจไม่ใช่สิ่งเดียวกันกับ ข้อเท็จจริง

ผมยังไม่ได้คัดค้านอะไรท่าน ยังไม่ได้ปฏิเสธพระไตรปิฎก ยังไม่ได้ตัดสินใจอะไรทั้งนั้น มันเป็นเพียงแค่ขั้นตอนการพิจารณาด้วยเหตุผล ด้วยสติ ด้วยปัญญาเท่านั้นเองนะท่าน ซึ่งผมย่อมต้องรอฟัง เหตุผลหลักฐานของอีกฝ่ายหนึ่งด้วย เพื่อประกอบการพิจารณา ทั้งหมดนี้ ผมยังไม่เห็นว่า มันจะเป็นปัญหาความเดือดร้อนต่อพระศาสนา หลักธรรมคำสอน หรือสมาชิกท่านใดเลยนะครับ ผมจึงไม่เข้าใจว่า เหตุใด สมาชิกท่านนั้น จึงได้แสดงอาการเสมือนประหนึ่งว่า ผู้อื่นเป็นศัตรู เป็นฝ่ายตรงข้าม ทั้งๆที่มันก็เป็นแค่เพียงการสนทนาธรรมกันตามธรรมดาแค่นั้นเอง

1 การคิดอ่านด้วยเหตุผลตามปกติวิสัย สามัญมนุษย์ มันจะกลายเป็นการเอาทิฐิของตนเป็นใหญ่ในการตัดสินพระไตรปิฎกไปได้อย่างไร ? เพราะผมยังไม่ได้ตัดสินผิดถูกอะไรเลยนี่ครับท่าน และสิ่งที่ท่านทำอยู่นั่นล่ะ ท่านใช้ตัวตนของตน ในการตัดสินผู้อื่นอยู่หรือปล่าว ?

2 การที่ท่านกล่าวว่า มีผู้ที่ซึ่งมีทิฐิวิบัติหลายคนแล้ว ไม่ว่าท่านจะหมายถึงใครก็ตาม สิ่งที่น่าสงสัยก็คือ ท่านวินิจฉัยโดยอาศัยอะไรครับ ใช่ทิฐิความเห็นส่วนตัวของท่านเองหรือปล่าว ? ตามที่ผมเข้าใจนะครับ ผมเห็นว่า ใครๆ เขาก็คงอ่านตำราเล่มเดียวกับท่านนั่นแหละ เพียงแต่เมื่ออ่านแล้ว มีความเข้าใจที่แตกต่างกัน ซึ่งผมก็ไม่ทราบหรอกว่า ใครเข้าใจถูก ใครเข้าใจผิด เมื่อไม่รู้ ก็ไม่ตัดสิน ไม่ฟันธง ผมทำได้เท่านี้นะครับท่าน แต่ประเด็นที่ท่านจะต้องอธิบายก็คือ อะไรทำให้ท่านเข้าใจว่า ท่านถูก ผู้อื่นผิด อะไรทำให้ท่านกล้าคิดสรุปความฟันธงได้ถึงขนาดนั้นครับ ?

3 การขับไล่ไสส่ง ผู้คิดต่าง(จากตน) ให้ออกไปจากพระพุทธศาสนา หรือ กล่าวหาผู้ที่ไม่คล้อยตามความคิดตน ว่าเป็นพวกนั้นพวกนี้ หรือเห็นว่าเป็นศัตรู เป็นฝ่ายตรงข้าม เป็นฝ่ายอื่น ไม่น่าจะเป็นธรรมเนียมชาวพุทธกระมังครับ ? ในอันที่จริง ถ้าคำว่า เดียรถีย์เงื่อม หมายถึง หลวงปู่สวนโมกข์ ผมย่อมถือเป็นเกียรติอย่างมากที่ถูกระบุว่าเป็นฝ่ายพระมหาเถระผู้ยิ่งใหญ่อย่างท่าน นะครับ แต่ที่ไม่เห็นด้วยเลย ก็คือ ท่าที ของคนที่เป็นชาวพุทธอย่างท่านนั่นแหละ

ท่านแน่ใจหรือครับว่า การแบ่งฝักแบ่งฝ่ายของท่าน เป็นการกระทำที่เหมาะสมแล้ว ? ท่านมั่นใจหรือว่า การใช้มิจฉาวาจากับพระสงฆ์ เป็นบุญเป็นกุศล ?
ถ้าท่านไม่พร้อมที่จะอยู่ร่วมกับชาวพุทธ ซึ่งเป็นเพียงแค่ชาวพุทธตามปกติทั่วไป ที่อาจเห็นด้วย หรือไม่เห็น หรือเฉยๆ กับความคิดเห็นของท่าน ผมเห็นว่า ท่านไม่ควรผลักไสไล่ส่งผู้อื่นออกไปจากสังคมพระพุทธศาสนานะครับ แต่น่าจะเป็นตัวของท่านเองมากกว่า ที่ควรพิจารณาตนเองให้มากด้วยสติสัมปชัญญะว่า ท่านใจแคบเกินไปหรือปล่าวครับ ?

ต้องขออภัยนะครับ ที่พูดตรงๆ ด้วยความไม่เข้าใจเลยจริงๆ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่