ฝากนิยายครับ มนต์รักในมนตราอสูร ปฐมบท บทที่ 5 ตอนที่ 28 แสงและเงาแห่งความหวัง

กระทู้สนทนา
ฝากนิยายครับ มนต์รักในมนตราอสูร ปฐมบท บทที่ 5 ตอนที่ 28 แสงและเงาแห่งความหวัง  บทที่ 5 ที่เนื้อเรื่องเข้มข้นขึ้น ดราม่า และ ฉากต่อสู้สุดอลังการแล้วนะครับ ตอนนี้นับเป็นหนึ่งในบทที่สนุกที่สุดในภาคแรกนะครับ


        “ฟีน่าข้าบอกเจ้าแล้วไง  ว่าอย่าปรากฏกายในลักษณะเช่นนี้อีก  ใครเห็นจะเข้าใจพวกเราผิดไปได้ไงละ”โอดิอัสกระซิบเสียงเบาๆ  อย่างเขินอายเล็กน้อย ก่อนจะเบือนหน้าหนี พลางเอามือกลุ้มที่ขมับพร้อมกับหลับตา คิ้วขมวดเล็กน้อยอย่างเซงๆ และประหม่าทุกครั้งที่เห็นฟีน่าที่อยู่ในสภาพเกือบจะเปลือยกาย เพราะถึงแม้นางจะเป็นภูตปราณแต่นางก็มีรูปกายที่แทบจะเหมือนหญิงสาวสวยพราวเสน่ห์  รูปร่างสะโอดสะองจริงๆ ทุกประการ   แต่ก็รู้สึกโล่งอกที่เฮราน่าไม่ได้อยู่ที่นี้ด้วย
           “ก็ข้าชอบชุดนี้นิ  มันใส่แล้วสบายและดูสวยจนหนุ่มต้องมองและจ้องตาไม่กระพริบ”ฟีน่าเอ่ยด้วยทุ้มเสียงแหลมอ่อนหวานไพเราะ แต่แฝงไปด้วยความยียวน ที่ดูกวนๆ แต่น่ารัก
          “นั้นเจ้าอาจจะคิดไปเองก็ได้แหละตอนนี้เรากำลังมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญอยู่ด้วยนะ”โอดิอัสพูดอย่างอารมณ์ดี พลางหยอกกลับฟีน่าที่เป็นเสมือนเพื่อนคู่หูต่างภพที่ไม่ได้เจอกันมานานหลายปี  ก่อนจะชี้ไปที่พวกเลวีที่หมดกำลังจะลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ และยังยืนได้ไม่มั่นคงนัก
          “เอาแบบนี้  นั้นแหละดีแล้ว  ข้าเบื่อรูปลักษณะดั้งเดิมของข้าแล้ว” พลางหมุนตัวสยายผมสีแดงให้แผ่กระจายอย่างงดงาม ราวกับเป็นรัศมีของแสงอาทิตย์ยามฟ้าสาง จนปรากฎพลังปราณรูปร่างคล้ายนกที่มีปีกใหญ่และขนหางยาวสีแดงเข้มดั่งเปลวไฟอันร้อนแรง
         “ดีเลย ข้ากำลังคันมือคันไม้อยู่พอดีเลย ให้ข้าได้ตัดเนื้อร้ายที่แสนน่ารังเกียจให้เจ้าเองโอดิอัส  ขืนปล่อยให้เจ้าจัดการเอง  ถ้าคุกที่ขังนักโทษที่แสนชั่วและร้ายกาจนับร้อยๆ คนที่เจ้าจับไปขังไว้  เกิดหลุดออกมาได้ กรุงโรมได้แตกและลุกเป็นไฟแน่ๆ  เจ้า  3 ตัวนี้ก็เหมือนกันสุดแสนชั่วช้าเลยละ”
         “เอานะๆ  เจ้านี้ขี้บ่นไม่เลิกจริงๆ  เอาเป็นว่าจับเป็นก็แล้วกันนะ ข้าอยากจะเค้นความลับสำคัญบางอย่างจากพวกมันก่อนนะ”โอดิอัสกล่าวจนใจจะอธิบายแต่ก็รู้สึกว่าอาจถูกอย่างที่ฟีน่าพูดอยู่ก็ได้  ว่าตัวเขาเองอาจจะใจดีกับศัตรูจนเกินไปก็ได้
         “อืมๆ ได้ๆ  จะพยายามก็แล้วกัน แต่ไม่รับปากนะ”ฟีน่าตอบเสียงแหลมสูง  อย่างไม่ค่อยสบอารมณ์ที่ถูกขัดใจ  นางก้าวเท้าที่เรียวยาว นิ้วเท้าทั้ง 5 นิ้วยาวเรียงลำดับกันดูสวยชดช้อย เท้าที่งดงามถูกส่วมใส่ไว้ด้วยรองเท้าหนังสานคู่เล็กสีแดงเข้มที่มีเพียงเส้นหนัง 3 เส้น  ถักทอและพันไปรอบๆ เท้าคู่งานนั้น อย่างเรียบง่ายแต่สวยงาม  ก่อนที่นางจะเดิน บิดสะโพก ไขว้ขาไปมาอย่างรวดเร็ว ดูกระฉับกระเฉงและเปี่ยมไปด้วยพลัง โดยเท้าทั้งสองไม่ได้แตะถูกพื้นดินเลยแม้แต่น้อย แต่นางลอยอยู่สูงจากพื้นเพียงเล็กน้อยจนแทบจะมองไม่ออกเลยถ้าไม่ได้สังเกต  จนไปยืนอยู่ตรงหน้าศัตรูของเขาทั้งสอง จนดูอาจหาญยิ่งกว่าชายชาตรีบ้างคนเสียอีก
        “อะไรกัน ผู้หญิงเหรอ  แถมยังบอกว่าจะจัดการกับพวกเราด้วย เจ้าจะเล่นตลกอะไรอะ โอดิอัส”เบเฮตะแบงเสียงดังอย่างไม่พอใจ
        “พลังจอมปราณอัสนีเหรอ  ไม่เห็นจะน่ากลัวตรงไหนเลย   ออกจะน่ารักซะมากกว่าละมั้ง 555”ซีคเย้ยหยันอย่างไม่ใยดี ที่โอดิอัสเคยไว้ชีวิตตัวเองไว้
        “พวกสวะ   ถ้าพวกเจ้าแน่จริงก็จงก้าวออกมาสู้กับข้าสิ  หวังว่าฝีมือเจ้าจะเก่งเฉกเช่นฝีปากของพวกเจ้านะ”ฟีน่าตะหวาด  สถบเสียงแหลมดัง ซึ่งดูขัดกับหน้าตาที่สวยหวาน ชวนฝันของนางเป็นอย่างยิ่ง
        “ไอ้พวกบ้า  หุบปากไปเลยน่ะ  ดูให้ดีๆสิ  นางมีพลังมากกว่าพวกเจ้าทั้ง 2 คนซะอีก”เลวีเอ่ยทักห้ามลูกน้องตัวเองที่กำลังปล่อยไก่อยู่ แต่มันก็อดสงสัยไม่ได้ที่ฟีน่ามีนิสัยต่างจากโอดิอัสผู้ที่เป็นคนเสกกำเนิดที่ดูเป็นสุภาพบุรุษ ที่สุขุม  รอบคอบและเยือกเย็นอย่างสิ้นเชิง
        “น่าปวดหัวแทนเจ้านะเลวีที่มีลูกน้องสมองตื้อแบบนี้  เห็นฟีน่าเป็นผู้หญิงที่เอวบางร่างน้อยแบบนี้  แต่นางก็เป็นภูตปราณ ซึ่งมีพลังสูงถึง 4 ใน 5 ของข้าในตอนเลยเชียวละ  ถึงนางจะเกิดมาจากข้า  แต่ก็มีนิสัยที่ไม่เหมือนกันนะ  นางปากร้ายแต่จิตใจดีงามและไม่มีความปราณีให้กับพวกที่อำมหิตเช่นพวกเจ้าซะด้วยสิ ซึ่งตอนนี้นางเก่งพอๆ กับเจ้าเลยละเลวี”โอดิอัสกล่าวชื่นชมในตัวคู่ซ้อมที่เก่งกาจฉกรรจ์ของเขา  ที่ตัวเขามีฝีมือสูงส่งจนเกือบถึงขั้นไร้เทียมทาน จนใกล้จะเทียบเคียง 2 สุดยอดตำนานในอดีตได้ ส่วนหนึ่งก็อาจจะกล่าวได้ว่าเป็นเพราะนางอย่างไม่อาจเลี่ยงได้
        “ล้อเล่นใช่ไหม ข้าเป็นถึงหัวหน้าขุนพลยอดฝีมือของเผ่าเงาแห่งรัตติกาลอันยิ่งใหญ่เชียวนะ จะให้ลดตัวสู้กับภูตปราณสาว ที่ไม่มียศถาบรรดาศักดิ์หรือผลงานใดๆ ให้ประจักษ์ เลยเนี้ยนะ”เลวีตะโกนสบประมาท มันพยายามจะไม่เชื่อในสิ่งที่ใจมันคิดว่าอาจเป็นจริงตามที่โอดิอัสบอก
        “เจ้ากลัวก็บอกมาเถอะ  ภายภาคหน้าขอเจ้าจงเรียกเราว่าอาจารย์หญิง  ส่วนเราจะเรียกเจ้าว่าศิษย์น้อย”ฟีน่าตอบ พลางกระพริบตา ยกแขนซ้ายปิดปากอวบอิ่ม ชมพูสดใส  พร้อมหัวเราะเยาะเบาๆ ที่ดูมีเสน่ห์สะพรั่ง  ที่ทำให้ชวนให้หลงใหลมากกว่าที่จะโมโหโกรธา
       “ศิษย์น้อยเหรอ ชังบังอาจมาก   สั่งสอนนางให้รู้จักความน่าหวาดกลัว  ไปเลยท่านเลวี”ซีดพูดอย่างฉุดเฉียว จนเกือบจะออกไปสู้แทนแต่ยังรู้สึกกล้าๆ กลัว ว่าจะเป็นอย่างที่ทั้งโอดิอัสและเลวีกล่าวเตือนเอาไว้
       “อาจจะดูเหมือนผู้ใหญ่รังแกเด็กไปบ้าง  แต่ข้าสนันสนุนท่านนะ”เบเฮกล่าวเสริมซีคอย่างเป็นเดือดเป็นร้อนแทนผู้เป็นหัวหน้าตัวเอง
       “เมื่อพวกเจ้าทั้งสอง  เห็นควรข้าก็คงจะปฏิเสธไม่ได้  แต่ข้าจะรีบๆ ทำให้มันจบๆ ไปเร็วๆ ก็แล้วกัน”เลวีเอ่ยรับความเห็นของพรรคพวกตัวเอง ก่อนจะบิดแขน ขึ้นลงไปมาอย่างไม่ทุกข์ร้อน ราวกับว่ามันสามารถกำหนดผลแพ้ชนะในการดวลกัน 1 ต่อ 1 ครั้งนี้ได้โดยง่ายยังกลับแค่พลิกฝ่ามือ
       “เนี่ยสิน่าที่เรียกฉลาดแต่ไม่เฉลียว  เลวีเจ้าดูฉลาดมาตลอด ยกเว้นแค่ที่ดูมั่นใจในตัวเองมากจนเกินไปเท่านั้น  จนเมื่อสักครู่ที่เจ้าพูดออกมามันดูโง่งมมากที่พยายามจะหลอกตัวเอง ทั้งๆ ที่เจ้าก็รู้ความจริงที่อยู่ตรงหน้าเจ้าเป็นอย่างดี”
    “งั้นห้ามเจ้ายื่นมือเข้ามาสอดในยามที่ข้าลงมือเด็ดชีพนางละ  โอดิอัส”เลวีก้าวออกมาท่าทางกร่างเดินลากเท้า  แล้วก้าวเท้ากว้างๆ  ไปซ้ายทีขวาที  จนตัวเอนไปเอนมา  เอียงคอ พร้อมกับแบมือทั้งสองข้างขึ้นเล็กน้อยข้างลำตัว  มันเดินไปหาฟีน่า แต่แทบจะไม่ได้มองไปที่นางเลย  เพราะมันมัวแต่หันไปหัวเราะคึกคักกับพวกตัวเอง  ราวกับว่าเป็นเรื่องตลก  แลดูโอหังเป็นอย่างยิ่ง
        “อืม ตามสบายเลย  ถ้าเจ้าทำได้นะ”เลวีพูดลากเสียงต่ำ พร้อมเบ้ริมฝีปากลงเล็กน้อย
    เลวีพยักหน้าเล็กน้อยเบาๆ หนึ่งครั้ง พร้อมแสยะยิ้มเล็กๆ ดวงตาหรี่เล็กลง ส่งรังสีอำมหิต อย่างเจ้าเล่ห์  มันเอื้อมมือไปด้านหน้าห่างจากตัวไม่มากนัก คล้ายจะกำลังหยิบอะไรบ้างอย่างในอากาศ ในทันทีนั้นเองอากาศบริเวณนั้นก็เปลี่ยนเป็นมืดมิดลงรูปทรงกลมขนาดประมาณ 2 ฟุต ที่แทบจะในทันทีทันใด มันมืดซะจนเหมือนจะไม่มีเศษอนุภาคของแสงอยู่ในนั้นเลย  มันล้วงแขนเข้าไปในช่องว่างที่มืดมิดอย่างที่สุดนั้นล้วงลงไปจนเกือบจะถึงข้อศอก  ก่อนที่จะหยุด  พลางยิ้มและหัวเราะเบาๆ อย่างอารมณ์ดี ก่อนนะหยิบบางสิ่งบางอย่างแล้วดึงขึ้นมาเฉียงๆ อย่างช้าๆ  มันดูมีขนาดที่เล็กแต่ยาวขึ้นเรื่อยๆ  เมื่อมันดึงขึ้นมาจนสุดหมดทั้งอัน  จึงเผยให้เห็นวัตถุรูปทรงประหลาดแปลกตา  ช่องมิติสีดำจึงค่อยปิดตัวลงและหายไปในที่สุด  สิ่งที่เลวีเพิ่งจะหยิบออกมานั้น มีลักษณะ เรียวยาว  เป็นแท่งทรงกระบอก ที่โค่นเป็นแท่งพร้อมที่จับขนาดใหญ่ ถัดขึ้นไปเป็นทรงกระบอกสามเหลี่ยมที่ยาวเรียวเล็กลงไปจนถึงปลาย ที่เป็นปลายแหลมยาว  ซึ่งทั้งหมดยาวหลายฟุตและสามารถขยับไปรอบทิศทางอย่างอิสระ คล้ายกับส่วนหางของปลากระเบนที่มีขนาดยาวและใหญ่ยักษ์
         “นี้คือดาบที่รองลงมาจากดาบที่เจ้าทำลายลงไปนะ โอดิอัส”
    โอดิอัสรู้สึกสะอิดสะเอียนอย่างบอกไม่ถูก ที่เห็นอาวุธของเลวี  ที่มีรูปร่างแปลกประหลาดและน่ารังเกียจ  ประกอบกับอดแปลกใจไม่ได้ที่เห็นเลวีนั้นเปรียบเสมือนคลังอาวุธที่เคลื่อนที่ได้และรู้สึกพิศวงเมื่อต้องคิดว่าเลวีมีดาบประหลาดๆ แบบนี้ทั้งหมดกี่เล่มกันแน่
         “ฟีน่าระวังให้ดีนะ อย่าประมาท”โอดิอัสร้องเตือนอย่างอดเป็นห่วงไม่ได้เมื่อคิดถึงพลังของดาบเล่มสูงสุดของเลวีที่เขาเพิ่งจะทำลายไปก่อนหน้านี้  ที่มันมีพลังอันพิศดารอย่างมากจนเกือบจะทำให้เขาต้องพลาดท่าเสียที
        “อืม  วางใจเถอะ ว่าแต่เจ้าเป็นห่วงข้าด้วยเหรอ”ฟีน่าตอบกลับ พลางอมยิ้มก่อนจะหันไปยิ้มกวน ตาเป็นประกายให้กับโอดิอัสอย่างสนุกสนาน  จนเมื่อเห็นอีกฝ่ายขมวดคิ้วให้แล้วนิ่งไม่ตอบอะไรเพราะเขารู้สึกว่านางกำลังยียวนกวนประสาทเขาอยู่  แต่สักครู่นางจึงหันกลับไปอย่างเซงเล็กน้อยเพราะอยากจะได้ยินคำตอบนั้น อย่างใจจดใจจ่อและด้วยความเบิกบาน และนั้นเป็นความรู้สึกที่แปลกประหลาดที่เพิ่งจะเริ่มก่อตัวขึ้นในจิตใจลึกๆ ของนางเป็นครั้งแรก ถึงความรู้สึกที่มีต่อโอดิอัส  ซึ่งนางเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่ามันคืออะไรกันแน่


ติดตามอ่านตอนก่อนหน้านี้ได้ที่นี้นะครับ    http://writer.dek-d.com/noma007/story/view.php?id=797390
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่