อาจจะมีคนที่เคยผ่านตามาบ้างแล้วมั้งแต่ไม่เป็นไรแค่อยากเล่า
เพราะลูกค้าเล่าให้ฟังมาเห็นแล้วน่ะสนใจดี
เล่าเลยแล้วกัน
ณ เมืองแห่งหนึ่ง พระราชาคิดที่จะสละบัลลังก์เพราะว่าตัวเองแก่มากแล้ว แต่ไม่มีลูกชายมีแต่ลูกสาว เลยออกอุบายตามหาชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมที่สามารถข้ามแม่น้ำจากฝั่งหนึ่งไปยังอีกฝั่งหนึ่งท่ามกลางฝูงจระเข้นับร้อยตัวได้ก็จะให้สมรสกับพระธิดาแล้วครองบัลลังก์คู่กันด้วย พวกชายหนุ่มได้เห็นดังนั้นก็ส่งเสียงแซ่ซ้องกันดังสนั่นหวั่นไหวพูดคุยกันว่าถ้าลงไปมีแต่เป็นอาหารมันน่ะสิระหว่างที่กำลังถกเถียงกันอยู่จู่ๆก็ได้ยินเสียงดังตู้มมาจากอีกทางซึ่งมีชายหนุ่มกำลังแวกว่ายฝ่าฝูงจระเข้ไปจนถึงอีกฝั่งได้สำเร็จ ประชาชนก็เฮ้กันลั่นเลยพระราชาเห็นดังนั้นก็ดีใจเป็นอย่างยิ่งว่ามีคนกล้าหาญที่จะมาปกครองบ้านเมืองแล้วจึงตัดสินใจประกาศยกบัลลังก์ให้พร้อมกับพระธิดาให้ทันที ซึ่งระหว่างทำพิธีพระราชาก็ได้ให้ชายหนุ่มพูดคุยกับประชาชนในฐานะที่จะมาเป็นพระราชาคนต่อไปแล้วมีอะไรจะกล่าวกับพวกเขามั้ย ด้านชายหนุ่มมีสีหน้าตื่นเต้นเล็กน้อยก็พูดขอบคุณแล้วก็สัญญาว่าจะปกครองบ้านเมืองให้เจริญรุ่งเรือง แต่มีสิ่งหนึ่งที่เขาอยากจะถามตอนอยู่ที่ท่าน้ำคือ "ใครถีบกูลงมา"
เพราะเราฟังจบแล้วหัวเราะเลยคือที่แท้โดนถีบนี้เองไม่ได้ตั้งใจมาเลย
คือจริงๆนิทานเรื่องนี้มันมีนัยยะประมาณว่าการที่เราจะขึ้นมาเป็นหัวหน้าคนเนี้ยคือนอกจากความสามารถของเราแล้วบางครั้งมันต้องอาศัยอย่างอื่นด้วยไม่ว่าจะเป็นเรื่องของดวง ส้มหล่น หรือแม้แต่โอกาส ซึ่งบางครั้งเราต้องสร้างโอกาสเองบ้างไม่ใช่รอให้มันมาหาเราอย่างเดียวเราต้องเอาตัวเองไปอยู่แถวๆนั้นเพื่อรอให้ใครบางคนถีบเราออกมาเหมือนในนิทาน จบ
ก่อนนอนขอเล่านิทานหนึ่งเรื่องเผื่อคนที่จะได้มีกำลังใจในการทำงาน
เพราะลูกค้าเล่าให้ฟังมาเห็นแล้วน่ะสนใจดี
เล่าเลยแล้วกัน
ณ เมืองแห่งหนึ่ง พระราชาคิดที่จะสละบัลลังก์เพราะว่าตัวเองแก่มากแล้ว แต่ไม่มีลูกชายมีแต่ลูกสาว เลยออกอุบายตามหาชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมที่สามารถข้ามแม่น้ำจากฝั่งหนึ่งไปยังอีกฝั่งหนึ่งท่ามกลางฝูงจระเข้นับร้อยตัวได้ก็จะให้สมรสกับพระธิดาแล้วครองบัลลังก์คู่กันด้วย พวกชายหนุ่มได้เห็นดังนั้นก็ส่งเสียงแซ่ซ้องกันดังสนั่นหวั่นไหวพูดคุยกันว่าถ้าลงไปมีแต่เป็นอาหารมันน่ะสิระหว่างที่กำลังถกเถียงกันอยู่จู่ๆก็ได้ยินเสียงดังตู้มมาจากอีกทางซึ่งมีชายหนุ่มกำลังแวกว่ายฝ่าฝูงจระเข้ไปจนถึงอีกฝั่งได้สำเร็จ ประชาชนก็เฮ้กันลั่นเลยพระราชาเห็นดังนั้นก็ดีใจเป็นอย่างยิ่งว่ามีคนกล้าหาญที่จะมาปกครองบ้านเมืองแล้วจึงตัดสินใจประกาศยกบัลลังก์ให้พร้อมกับพระธิดาให้ทันที ซึ่งระหว่างทำพิธีพระราชาก็ได้ให้ชายหนุ่มพูดคุยกับประชาชนในฐานะที่จะมาเป็นพระราชาคนต่อไปแล้วมีอะไรจะกล่าวกับพวกเขามั้ย ด้านชายหนุ่มมีสีหน้าตื่นเต้นเล็กน้อยก็พูดขอบคุณแล้วก็สัญญาว่าจะปกครองบ้านเมืองให้เจริญรุ่งเรือง แต่มีสิ่งหนึ่งที่เขาอยากจะถามตอนอยู่ที่ท่าน้ำคือ "ใครถีบกูลงมา"
เพราะเราฟังจบแล้วหัวเราะเลยคือที่แท้โดนถีบนี้เองไม่ได้ตั้งใจมาเลย
คือจริงๆนิทานเรื่องนี้มันมีนัยยะประมาณว่าการที่เราจะขึ้นมาเป็นหัวหน้าคนเนี้ยคือนอกจากความสามารถของเราแล้วบางครั้งมันต้องอาศัยอย่างอื่นด้วยไม่ว่าจะเป็นเรื่องของดวง ส้มหล่น หรือแม้แต่โอกาส ซึ่งบางครั้งเราต้องสร้างโอกาสเองบ้างไม่ใช่รอให้มันมาหาเราอย่างเดียวเราต้องเอาตัวเองไปอยู่แถวๆนั้นเพื่อรอให้ใครบางคนถีบเราออกมาเหมือนในนิทาน จบ