รีวิวละเอียดเมื่อฉันเป็นมะเร็งต่อมไทรอยด์

*ขออนุญาตแก้ไขรายละเอียดบางจุดนะคะ*

ขออนุญาตแท็ก แพทย์ สุขภาพกาย และโรงพยาบาล เพราะว่าเรารักษากับหมอที่โรงพยาบาลนะคะ

ขอแท็กครอบครัวด้วยนะคะ อยากให้คนที่ป่วยหรือมีคนในครอบครัวป่วยได้อ่านเรื่องนี้ จะได้ให้กำลังใจกัน



ข้อมูลเบื้องต้น (นึกถึงประมาณคู่มือguidebook ที่ประกอบนิยายนะ)

สวัสดีทุกคนนะคะ นี่เป็นกระทู้แรกของเราในpantipเลย ที่เราตั้งกระทู้นี้ขึ้นมาก็เพื่ออยากจะเล่าเรื่องราวของเราเกี่ยวกับโรคที่เราเป็น  เราก็รู้สึกว่าไหนๆอุตส่าห์ป่วยและต้องรักษาตัวทั้งทีก็ควรจะทำตัวให้มีประโยชน์ต่อสังคมบ้างฃ
นอกจากนี้วันนี้เราไปหาหมอมาและเจอพี่คนนึงเป็นโรคเดียวกับเรา
พี่เค้าบอกว่า พี่เค้ากังวลมากตอนที่เป็นตกใจไม่รู้จะทำไงดี แต่พี่เค้าก็หาข้อมูลในinternet
เราก็เลยบอกพี่เค้าว่า หนูอยากเขียนเรื่องของหนูเพราะว่าคนที่เพิ่งเป็นและกังวล จะได้มีกระทู้ของหนูเอาไว้อ่านด้วย
พี่เค้าก็เชียร์ให้เขียน ก็เลยเกิดเป็นกระทู้นี้ขึ้นมา

อยากออกตัวก่อนว่าเรื่องเกี่ยวกับการวินิจฉัยรักษาอาจจะยังไม่เป๊ะ ถ้าหากว่าเป็นข้อมูลทางการแพทย์แล้วเราเข้าใจผิดหรือว่าสะกดผิดก็ให้commentบอกเลยนะคะ เราจะได้ไม่จำไปผิดวันหลัง และคนอื่นที่มาอ่านก็จะได้ไม่จำไปผิดๆด้วย
สิทธิการรักษา อันนี้เรารู้สึกว่าสำคัญมากสำหรับเวลาเจ็บป่วยนะ ตอนนี้เราใช้สิทธิบัตรทอง ของศิริราช การรักษาในปัจจุบันทั้งหมดเราหาที่ศิริราชค่ะ นอกจากสิทธิ์บัตรทองแล้ว ในส่วนที่สิทธิ์การรักษาของบัตรทองไม่ครอบคลุม เราใช้สิทธิ์สวัสดิการนักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดลร่วมด้วยค่ะ
สิทธิ์นักศักษาอันนี้จะใช้ในกรณี เช่น ค่าห้องที่เรานอนในส่วนเกิน ยานอกบัญชี และที่นักศึกษาใช้กันบ่อยสุด ๆคือพวกผ่าฟันคุด ขูดหินปูนค่ะ
สิทธิ์นักศึกษาของเราอยู่ที่ศิริราช ไม่แน่ใจว่าของบางคณะจะอยู่ที่รามา หรือศูนย์การแพทย์กาญจนารึเปล่านะคะ

วันที่ในช่วงแรกๆอาจจะจำไม่ได้ แต่ก็จำเดือนได้นะเออ

ตอนนี้เราได้รับการผ่าตัดและกินน้ำแร่ไปแล้ว 1 ครั้ง แต่เราจะเล่าเรื่องตั้งแต่เริ่มที่เป็นโรคเลยนะคะ

เริ่มเล่าเรื่องเลยนะ.......

ประวัตินี้ได้จากผู้ป่วย(ก็คือเราเองแหละ) และ OPD card เชื่อถือได้มาก

โรคคอพอก
ตอนนี้เราอายุ 22 เรียนอยู่มหาวิทยาลัยปี 4 นะ
ตั้งแต่เป็นวัยรุ่นตอนต้น(คือตอนนี้วัยรุ่นตอนกลางนะ ยังไม่เข้าผู้ใหญ่) ก็มีต่อมไทรอยด์โตมาตั้งแต่ประมาณช่วงม.2
คอของเราโตอย่างชัดเจนไปไหนก็มีคนทัก  เคยลองไปหาหมอ หมอก็ตรวจ ๆ เจาะเลือดดูผลแลป ก็พบว่าค่าไทรอยด์ปกติ แล้วก็บอกว่าเป็นโรคคอพอกในวัยรุ่น (puberty goiter) หมอบอกว่าสาเหตุมาจากต่อมไทรอยด์สร้างhormone ได้ไม่เพียงพอ ก็เลยต้องขยายขนาดขึ้นเพื่อให้สร้างhormoneพอกับความต้องการของร่างกาย หมอก็เสนอวิธีการรักษาคือให้กินยา thyroxine เป็นการเสริมhormone แต่ถ้าไม่กินก็ได้แต่จะไม่สวย  คือตอนนั้นเราก็เด็กนะ ประมาณ13-14 การกินยาทุกวันนี่มันดูลำบากกับชีวิตมาก(ตอนนี้นี่ต้องมากินทุกวันไม่เห็นจะเดือดร้อน) เรากับพ่อแม่ก็เลยคิดกันว่าก็ปล่อยให้มันโตนี่แหละ ไม่สวยก็ช่าง


เรื่องไทรอยด์เราก็ปล่อยๆไป ใช้ชีวิตปกติเรียน วิ่งเล่น ดูละคร ติ่งดาราไปเรื่องเปื่อย และก็ยังจำคำหมอว่า ไม่เป็นอะไรหรอก คอโตไม่อันตรายแค่ไม่สวย
มีก้อนที่คอ คนส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยสังเกตเห็น แต่มีบางคนทัก เราก็เฉยๆ ออกแนวมั่นใจว่าคอโตนิดหน่อยไม่เป็นไรหรอกนี้

มาจนถึงช่วงเรียนปี3 ช่วงประมาณ ก.พ.57 เราว่าคอด้านซ้ายของเรามันโตขึ้น โตกว่าข้างขวาชัดเจน ใ
ห้ใคร ๆ ดูก็บอกว่า เออ คอโตจริงหวะ ไปหาหมอเหอะ เราก็เลยไปหาหมอ หมอที่เราไปหาตอนแรกนี่เป็นอายุรแพทย์ ขอเรียกว่าหมอเมดนะคะ เรากลัวตัวเองสับสนเวลาพิม หมอเมดก็ซักประวัติประมาณว่า เคยมีคนในครอบครัวเป็นโรคนี้รึเปล่า มีอาการท้องผูก? หนาวง่าย? เราก็ไม่มีอาการตามที่หมอซักเลยซักอย่าง
หมอเมดก็คลำ ๆ ดูแล้วก็บอกเราว่ามีก้อนที่ด้านซ้ายของไทรอยด์  และก็ส่งตรวจระดับ hormoneในเลือด
ผลของค่าhormone ปกติ พี่หมอเมดก็ส่งตรวจ ultrasound และก็ถ้ามีก้อนที่คอจะเจาะเซลล์มาดูด้วยการทำ FNA(Fine Needle Aspiration) คือเอาเข็มเล็กๆๆ(ขอย้ำคำว่าเล็ก เพราะหมอย้ำมา) เจาะชิ้นเนื้อมาตรวจ
และหมอเมดก็บอกว่า ไปทำultrasound ให้เรียบร้อย นัดอีกทีคือหลังultrasoundออก จะได้มาฟังผลกัน  ซึ่งการนัดทำultrasound สำหรับศิริราชนี่หลาย ๆ คนคงจะรู้กันนะว่าถ้าเทียบกับที่อื่นจะรอนานมากกกกกกก  คนไข้เยอะมากกกกกกกกก

แต่เราก็รู้สึกว่าถ้าเราตั้งใจจะรักษาที่นี่ก็ควรจะรอ ได้ไม่ต้องไปๆมาๆหลายที ก็ได้คิวประมาณ ต้นเดือนมี.ค.(ไม่เห็นจะนานเท่าไหร่?)
ขอเล่าเกี่ยวกับการทำอันนี้นิดนึง การทำultrasound กับFNA เนี่ยคือหลาย ๆ ที่จะฉีดยาชาก่อนเจาะนะ แต่ที่ศิริราชนี่ไม่ฉีด เพราะบอกว่าถ้าฉีดยาชาจะเจ็บ 2 รอบ ทั้งตอนฉีด และตอนแทงเข็ม  เข้าไปถึงห้องเจาะก็จะเอาผ้าปิดตา หมอก็จะultrasoundดู พอเจอก้อนก็เอาเข็มแทงเข้าไป เข็มก็จะเป็นเข็มเล็กๆ ไม่เจ็บมาก (งงหละสิว่า ปิดตาอยู่รู้ได้ไงว่าเข็มเล็ก 55 ก็แอบมองไง มองลอดผ้า) หลังจากนั้นก็ทำตัวชิวเหมือนเดิมค่ะ รอนัดฟังผล แต่ช่วงนั้นนี่ถ้าหากว่ามีใครมากดที่ตรงก้อนไทรอยด์ก็จะเจ็บเหมือนกันนะ

หลังจากนั้นเราก็นัดฟังผลultrasound และผลตรวจชิ้นเนื้อประมาณเดือนพฤษภาคมค่ะ.......
ตอนนั้นเราก็ไม่ได้กลัวคิดว่าตัวเองจะเป็นมะเร็งนะคะ เพราะคิดว่าแค่น่าจะเป็นก้อนเฉยๆ ไม่รักษาก็ไม่เป็นอะไรแค่ไม่สวย ไม่ได้สนใจอะไรมากมาย คิดว่ายังเด็กอยู่ไม่เป็นอะไรหรอก
เมื่อถึงวันที่นัดฟังผลพบว่า...........................................”เราลืมนัดค่ะ” TwT

อันนี้เป็นสิ่งไม่ดีนะคะไม่ควรเอาอย่าง มานึกได้หลังจากเลยวันนัดไปแล้ว รู้สึกผิดสุด ๆ หลังจากนั้นก็ปล่อยปละละเลยอีกเหมือนเดิมค่ะ แค่มีก้อนที่คอเฉย ๆไม่ได้มีอาการอะไร ไม่รบกวนชีวิตประจำวัน อีกอย่างเปิดเทอมเรียนหนัก(อันนี้ข้ออ้างเล็กน้อย) ไม่มีเวลาไปหาหมอหรอก
ผลการตรวจชิ้นเนื้อ(ในที่สุดก็ได้ไปหาหมอซะที)

ช่วงเดือนปลายเดือนก.ค. เรามีวันหยุด 1 สัปดาห์ ก็เลยคิดว่า นี่แหละเป็นโอกาสที่สวรรค์ประทานให้เราไปหาหมอ(อันนี้เว่อร์ค่ะ)
นัดหมอ(คนละคนกับหมอเมดที่เราไปหาตอนแรกนะคะ แต่ก็เป็นหมอเมดเหมือนกัน)
หมอก็ซักประวัติ ตรวจร่างกายใหม่ค่ะ เราก็บอกพี่หมอว่าอยากทราบผลการตรวจที่ทำไป คือเห็นหมอเช็คผลละแหละ เห็นผลในคอมละ แต่เรามองไม่เห็นตัวหนังสือ ก็ถามหมอ หมอก็ไม่ยอมบอกซักที เราก็ถามอีกครั้งว่าเราเป็นอะไรคะ หมอก็บอกแปบนึงนะ และก็เดินไปหาหมออีกคน ทีนี้เราก็เริ่มสังหรณ์ไม่ดีละ เริ่มคิดว่าฉันเป็นอะไรนะ ทำไมหมอไม่บอกผล ทีนี้หมอกลับมา เราก็ถามหมออีกครั้งว่าเราเป็นอะไร หมอก็บอกค่ะ

นี่เป็นบทสนทนาคร่าวๆนะคะพูดประมาณนี้
เรา:ผลตรวจเป็นอะไรคะหมอ
หมอ:ถ้าพี่บอกแล้วน้องจะตกใจมั้ยอ่ะ?
เรา: ไม่ตกใจค่ะ (คิดในใจว่าตอนแรกนี่ไม่ตกใจเลย พอพี่ถามหนูก็ตกใจละค่ะ )
หมอ:ผลตรวจเป็นมะเร็งไทรอยด์นะ ชนิดPapillary เดี๋ยวจะส่งไปหน่วยหู คอ จมูก (ENT)
เรา:................................

    มีใครเคยได้รับข่าวร้ายเกี่ยวกับตัวเองบ้างมั้ยคะ? อยากรู้จังว่าทำยังไงกัน ตอนนั้นเรารู้สึกงง ปนมึนเล็กน้อย
สิ่งแรกที่เราทำคืออะไรคะให้ทาย
ก.โทรหาแม่
ข.โพสต์ลงFacebook
ค.ร้องไห้
ง.กรีดร้อง
จ.ผิดทุกข้อ

สิ่งทีเราทำคือข้อ จ. ค่ะ เป็นสิ่งที่เราคิดว่าสาวโซเชียวทุกคนควรทำคือ google ค่ะ
ใส่ keywordไปเลยค่ะ papillary ca thyroid แล้วก็อ่านๆๆๆๆๆๆๆ ขอกราบgoogleวันนั้นด้วยนะคะ ตอบได้หลายอย่างมาก ช่วยดึงสติไว้ได้เยอะมาก เรื่องราวฟังดูเหมือนจะนานนะคะ แต่จริงๆแล้วสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดแค่ประมาณ 5 นาที แต่เป็นเวลา 5นาที ที่ส่งผลกับชีวิตเราเลยนะคะ(เว่อร์อีกละ)

การรักษาโรคมะเร็งไทรอยด์ สิ่งแรกที่ควรทำคือการผ่าตัดเอาก้อนไทรอยด์ออกทั้งหมด เนื่องจากก้อนมันมีมะเร็งอยู่ และตัวมะเร็งอาจจะลุกลามไปต่อมน้ำเหลือง หรือที่แย่กว่านั้นคือลุกลามไปปอด ไปกระดูกได้ด้วย

วันนั้นพี่หมอเมดส่งเราไปที่หน่วย ENT

ช่วงที่เราไปหาหมอเป็นช่วงที่ศิริราชให้อาจารย์ไปเข้าร่วมประชุมวิชาการ ดังนั้นหมอที่อยู่ที่ OPDทั้งหมดจะเป็นแพทย์ประจำบ้าน  พอเราไปถึงพี่แพทย์ประจำบ้านก็บอกเราอีกครั้งว่าเราอ่ะเป็นเนื้อร้ายนะ ควรจะรักษาโดยการผ่าตัด แต่ทีนี้วันนี้ไม่มีอาจารย์เลย หมอเลยจะนัดให้มาอาทิตย์หน้าจะได้มาเจออาจารย์และนัดผ่าตัด

เราก็รู้สึกกังวลและว่าต้องรอ1อาทิตย์ อาทิตย์หน้ามีเรียนด้วยจะทำไงดี ไม่อยากโดดเรียน เดี๋ยวเรียนไม่ครบ กังวลไปล้านแปดอย่างมาก แต่โชคดีที่สุดเลย เรารู้สึกว่าสวรรค์ทรงโปรดมาก เพราะระหว่างที่เรากำลังจะไปนัด มีอาจารย์มาที่ OPD พอดี พี่แพทย์ประจำบ้านเลยรีบมาเรียกเราให้ไปหาอาจารย์  พออาจารย์เจอก็ขอทำultrasound อีกครั้ง และก็เรียกพี่แพทย์ประจำบ้านคนอื่นมาดูด้วย ตอนที่อยู่บนเตียงทำultrasound เราก็แอบมองจอไปด้วย และรู้สึกอบอุ่นมากเหมือนมีคนมารุมให้กำลังใจ 5555 หลังจากultrasoundเสร็จอาจารย์ก็บอกว่า

ไม่ต้องกังวลนะ เดี๋ยวก็หาย

ทีนี้เลยรู้สึกว่า เอาหน่อยน่า รักษาแปบเดียวเดี๋ยวก็ไปแรด เอ้ย ไปเที่ยวไปเล่นได้เหมือนเดิม  ยังดีกว่าเป็นตอนอายุมากกว่านี้อาจจะไม่มีกำลังในการรักษาตัว

หลังจากพบอาจารย์เสร็จ ก็เปลี่ยนจากนัดอาทิตย์หน้ามาเป็นนัดวันศุกร์ (อันนี้เราไปหาวันอังคาร) ในวันนั้น หมอก็เขียนไปสั่งให้เราไปเจาะเลือดและ x-ray ปอดสำหรับการผ่าตัดไว้เลย แล้วก็ย้ำว่า “ให้พาผู้ปกครองมาด้วย” ตอนแรกก็งงๆ เพราะคิดว่า 22แล้ว ถ้าพาผู้ปกครองมาก็น่าจะเด็กกว่า20รึเปล่า? แต่เราก็โอเคไป บอกว่าจะพาแม่มาด้วย

ปัญหาคือ จะบอกพ่อกับแม่ยังไงว่าเราเป็นมะเร็ง? กลัวว่าพ่อกับแม่จะกังวลกับเรา เป็นห่วงเรา อีกอย่างต้องรีบบอกภายในวันนี้เพราะว่าจะได้ให้แม่มาเป็นเพื่อนหาหมอครั้งต่อไป
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่